Image

[รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม] เซรั่มดูแลปัญหาผมร่วง Vichy Dercos Regen Booster Serum และแชมพู ที่มาด้วย Aminexil

Vichy Dercos ออก product ดูแลปัญหาผมร่วงมาใหม่คือปังมาก มาในชื่อ R.E.G.E.N. Booster serum 

เป็นเซรั่มลดผมร่วง และช่วยบูสท์ผมเกิดใหม่ โดยมีผลทดสอบเชิงคลินิกในอาสาสมัคร พบว่าสามารถเพิ่มผมเกิดใหม่ +14,000 เส้น ภายใน 12 สัปดาห์ เหมาะกับคนที่มีปัญหาผมขาดหลุดร่วงมากๆ และสูตรออกแบบมาเป็นอย่างดีสำหรับคนที่มีปัญหาหนังศีรษะบอบบาง (sensitive scalp)

ตัวเซรั่มมาในหน้าตาแบบนี้ค่ะ

vichy dercos regen booster serum

เนื้อเซรั่มเป็นแบบน้ำใส มีกลิ่นหอม เวลาใช้งานบนหนังศีรษะให้ความรู้สึกสบาย ไม่เหนอะหนะ ผมไม่ลีบ และไม่ร้อนวูบวาบ

ในการใช้งาน เราจะใช้ทีละ 1 dose ต่อ 1 ส่วน คือ ขีดสีดำบนหลอดหยดนี้ แบ่งผมเป็น 4 ส่วน ค่อยๆ หยดแล้วนวดจนทั่วหนังศีรษะ

ตัวผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพ พบว่า

  • เพิ่มวอลลุ่มให้ผมดูหนาขึ้นถึง 68%
  • เส้นผมแข็งแรงขึ้นเท่าตัว
  • หนังศีรษะได้รับการบำรุงมากขึ้น

(ภาพจาก Vichy Official)

ส่วนผสมเป็นดังนี้

คอนเซปท์ของสารบำรุงในผลิตภัณฑ์นี้คือ Dual action จากภายในและภายนอก hair bulb หรือ กระเปาะรากผม

Inside: ภายใน เสริมการฟื้นฟูตัวเองด้วย Niacinamide 3% และ สารสกัดจากรากขิง ซึ่งมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเส้นผม

Outside: ภายนอก โครงสร้างตาข่ายผิวหนังศีรษะแข็งแรง ให้รากผมยึดเกาะแน่นและแข็งแรง ด้วย AminexilTM (Diaminopyrimidine oxide) 

เรามาดูกันที่ Aminexil ซึ่งเป็นโมเลกุลที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Minoxidil ที่เป็นยา แต่ Aminexil จัดเป็นวัตถุดิบทางเครื่องสำอาง โดยนักวิจัยของทาง L’oreal ได้ทำการวิจัย ค้นคว้าและพัฒนาสารมากว่า 150 สาร กว่าจะเจอ Aminexil ที่มีประโยชน์ในการดูแลรากผม และเจอกลไกที่น่าสนใจของนาง

aminexil vs minoxidil

โดยตัว Aminexil นั้นเรียกได้ว่ามีจุดเด่นในเรื่องของการลดการแข็งตัวของคอลลาเจน (Anti-fibrotic effect) ผ่านการยับยั้งเอนไซม์ lysyl oxidase เอนไซม์นี้ปกติทำหน้าที่เชื่อม (cross-link) เส้นใยคอลลาเจน ในโครงสร้างที่ใกล้รากผม หรือ perifollicular sheath ถ้าโดน cross-link เยอะๆ จะแข็งไม่ยืดหยุ่น ทำให้รากผมยึดเกาะได้ไม่แข็งแรง และรบกวนการส่งผ่านของสารอาหารที่มาเลี้ยงรากผม 

นอกจากนี้ยังอาจจะมีประโยชน์ในเรื่องของการเสริมการไหลเวียนของเลือด ทำให้สารอาหารมาเลี้ยงรากผมได้มากขึ้น และ ปรับสมดุลการเจริญของผม โดยไปยืดอายุระยะการเจริญของผม (anagen) กับ ลดระยะพักของเส้นผม (telogen) 

ผลการทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงจากทาง L’oreal พบว่า Aminexil ยังไปลดการสร้างสารกลุ่ม cytokines ที่มีผลเกี่ยวกับกระบวนการอักเสบ, เอนไซม์ที่ไปย่อยสลายคอลลาเจน และยังเพิ่มโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง-เจริญของเซลล์ผิวในชั้นหนังกำพร้า ในภาพรวมก็คือทำให้หนังศีรษะสุขภาพดีขึ้น (Ref: L’oreal, 2022)

อีกจุดที่น่าสนใจคือ ล่าสุดช่วงปลายปี 2025 aminexil เกือบจะได้รับการยอมรับเป็นเอกฉันท์ (near consensus) โดยผู้เชี่ยวชาญ ให้ใช้ในการดูแลปัญหาผมบาง ผมร่วง (J Cutan Med Surg. 2025 Nov-Dec;29(5_suppl):5S-14S.)

จึงถือว่าเป็นสารที่น่าสนใจมากในการดูแลปัญหาผมร่วง

ในส่วนของการใช้ Niacinamide เพื่อดูแลปัญหาผมร่วงนั้นก็มีกลไกการบำรุงหลายอย่างที่น่าสนใจนะคะ 

  • Niacinamide เป็นสารตั้งต้นของ NAD+ ซึ่งจะเอาไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนสร้างสารพลังงานสูง ATP โดยเซลล์รากผมเป็นเซลล์ที่ใช้พลังงานเยอะ เลยต้องการ ATP เยอะ การเสริม Niacinamide ก็น่าจะมีประโยชน์ในส่วนนี้
  • ดูแลหลายๆ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบและการระคายเคือง ทำให้รากผมทำงานได้ดี
  • ทำให้ Barrier ของหนังศีรษะแข็งแรงขึ้น โดยไปเสริมการสร้างไขมันที่เป็น Barrier ของหนังศีรษะ

เสริมมาด้วยสารสกัดจากขิง ที่เป็น antioxidant และ Piroctone Olamine ที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อยีสต์ Malassezia spp. ซึ่งเกี่ยวข้องกับรังแค ปรับกระบวนการสร้าง-ผลัดทิ้ง (Turnover) ของ Keratinocyte บนหนังศีรษะให้ช้าลง ทำให้การเกิดรังแคลดลง และมีผลการทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Piroctone Olamine เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ช่วยให้หนังศีรษะมีสุขภาพดีขึ้น และ ผมร่วงน้อยลงเมื่อเทียบกับสูตรเบส (Int J Cosmet Sci. 2021:43 Suppl 1:S26-S33.)

ในไลน์ Aminexil จะยังมีแชมพูและครีมนวดผมด้วยนะคะ

Blog นี้ขอหยิบเอาแชมพูมาวิเคราะห์ส่วนผสมด้วยเลย

ส่วนนี้จะเป็นหน้าตาของแชมพูนะคะ

vichy dercos stimulating shampoo

ฟองสวยใช้ได้เลย 

ค่า pH ของฟองอยู่ที่ประมาณ 5 – 6 ซึ่งถือว่าเหมาะมากๆ กับหนังศีรษะที่บอบบาง

ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในปอยผมจากห้องปฏิบัติการมาตรฐาน และ Third party (ห้องแลปนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับทีมวิจัย) ว่า

  • ผมดูมีวอลลุ่มขึ้น 19% ตั้งแต่สระครั้งแรก
  • ผมดูสุขภาพดีขึ้น และเส้นผมแข็งแรงขึ้น 47% เมื่อใช้ต่อเนื่อง 5 ครั้ง

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในส่วนของสารทำความสะอาดได้แก่

  • Sodium laureth sulfate ให้ฟองเยอะ ทำความสะอาดได้ดี
  • Sodium cocoamphoacetate และ coco-betaine เป็นสารทำความสะอาดชนิด 2 ประจุ (amphoteric) เพิ่มความอ่อนโยนให้แก่สูตร ดูแลและลดปัญหาการระคายเคืองจากสารทำความสะอาด

ใช้ Polyquaternium-10 เคลือบผมให้ไม่พันกัน 

ในส่วนของสารบำรุง ก็จะมี Aminexil + Niacinamide เสริม Citric acid เป็น AHA และ Salicylic acid เป็น BHA ในการใช้สำหรับหนังศีรษะจะให้ประโยชน์ในการดูแลปัญหารังแค เพื่อหนังศีรษะสุขภาพดี และ มี tocopherol หรือ วิตามินอี เป็น antioxidant 

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Vichy มากเลยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ได้เปิดหูเปิดตาและได้ทดลองใช้ และต้องขอขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะ ที่ติดตามรับชมมาจนจบ 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามที่ทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

>> ที่ Facebook @VichyTH

ทางไปช้อปปิ้งเซรั่ม

Shopee https://s.shopee.co.th/7fVBgTrZge

Lazada https://s.lazada.co.th/s.Zd98D8?cc&t=p-i6PNcSo-sRJ1Y6b

แชมพู

Shopee https://s.shopee.co.th/2BAF8TC5BJ

Lazada https://s.lazada.co.th/s.Zd98CC?cc&t=p-i1xWy-s28gW

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Vichy การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

#RegenSerum #เซรั่มปลุกผมที่เห็นผล #VichyDercosปลุกผมใกล้ฉัน #AntiHairloss #VichyTH

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เซรั่ม mucin เจ The Face Shop Vegan Mucin Peptide 8 Serum

The Face Shop นี่เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ผู้นำ K Beauty ยุคแรกๆ เลย ที่เข้ามาในบ้านเรา

ล่าสุดเห็นนางออกผลิตภัณฑ์ในไลน์ Alltimate มา ส่วนตัวมองว่าน่าสนใจ แล้วราคาดีมาก เลยลองซื้อเซรั่มสูตร Vegan Mucin Peptide 8 มาค่ะ

หน้าตาน้องเป็นแบบนี้

น้องได้รับการรับรอง Vegan จาก Korean Vegan Certification Agency (แปลจาก Google)

ส่วนนี้เป็นกล่องค่ะ

น้องเป็นเซรั่มที่มาในเนื้อเจลลื่นๆ เมือกๆ แบบ mucin

เกลี่ยได้ง่าย ให้ฟีลเย็นสบายผิว ชุ่มชื้น เมื่อรอเซ็ตตัวไม่ถือว่าหนึบ

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวมน้องเป็นเซรั่มที่ทำมาได้ค่อนข้างดีสำหรับคนอยากเล่น peptide เพราะรวมเอา peptides ตัวดังหลากหลายชนิดเอาไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว นอกจากจะดูแลเรื่องปัญหาริ้วรอย ยังเด่นเรื่องความชุ่มชื้น ให้ความรู้สึกสบายผิว (soothing) และน่าจะได้ประโยชน์เรื่อง Whitening ด้วย ถึงแม้ว่าดูจากส่วนผสมลำดับอาจจะเหมือนไม่ได้มาเยอะ แต่ก็มานะ

สารบำรุงในเซรั่มนี้แบ่งเป็นกลุ่มๆ ดังนี้

ตัวหลักตามชื่อผลิตภัณฑ์ Vegan mucin เป็นสารสกัดจาก wild yam (Dioscorea opposita (wild yam) root extract) มีเคลมถึง Phytomucin คือ mucin ที่ได้จากพืช เป็นส่วนประกอบของ polysaccharide เด่นเรื่องชุ่มชื้น รวมถึง allantoin, dioscorin ที่เด่นเรื่องของ soothing

กลุ่มวิตามิน

  • Niacinamide หรือ วิตามินบี 3 ดูแลผิวได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ soothing เสริมการทำงานของผิวได้หลายๆ กลไก เป็น whitening ควบคุมความมัน และเสริมการสังเคราะห์ Barrier ผิวให้ผิวแข็งแรง
  • Panthenol เด่นเรื่องชุ่มชื้น และ soothing
  • Tocopherol เป็น antioxidant ที่ละลายในไขมัน

กลุ่ม Peptides

  • Glutathione จัดเป็น tripeptide มีคุณสมบัติเป็น antioxidant และมีประโยชน์ในเชิง whitening
  • Arginine/lysine polypeptide ผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่า สารตัวนี้เสริมการสังเคราะห์เส้นใยที่เป็น Extracellular matrix เช่น collagen I, III, V รวมไปถึงพวก Glycosaminoglycans และ proteoglycan ในผิว ซึ่งพวกนี้จะซัพพอร์ตให้ผิวเฟิร์ม กระชับ และอุ้มน้ำได้ดี และยังยับยั้งการปลดปล่อย MMP-1 ที่จะไปย่อยสลายคอลลาเจนในผิว
  • Acetyl tetrapeptide-9 ตัวนี้มีข้อมูลจากผู้ผลิตว่า เสริมกระบวนการสร้าง Collagen I และ เส้นใย Lumican ซึ่งเป็นเส้นใยสำคัญที่อยู่บริเวณรอยต่อของชั้นหนังกำพร้ากับหนังแท้ ทำให้ผิวเฟิร์ม
  • Acetyl hexapeptide-8 มีเคลมเรื่องคลายกล้ามเนื้อ ช่วยให้ริ้วรอยดูคลายออก
  • Oligopeptide-107 sh-Oligopeptide-1 หรือ EGF มีประโยชน์ในการเสริมการทำงานของผิวในชั้นหนังกำพร้า
  • Copper tripeptide-1 เป็น peptide ที่มีประโยชน์ค่อนข้างกว้าง ผ่านการนำพาเอา copper ลงไปให้ผิว มีการกล่าวถึงคุณสมบัติในการเสริมการฟื้นฟูผิว กระตุ้นการสังเคราะห์ Collagen และ เส้นใย ECM และป้องกันไม่สารเหล่านี้สลายตัว จึงได้ประโยชน์ในเรื่องของความกระชับของผิว รวมถึง เสริมการทำงานของผิวในชั้นหนังกำพร้า
  • Palmitoyl tripeptide-1, Palmitoyl tetrapeptide-7 คอมบิเนชั่นใน Matrixyl 3000 เสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน และให้ริ้วรอยดูเลือนลง

สารบำรุงอื่นๆ

  • Desamido collagen เป็นคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการดัดแปรโครงสร้างทางเคมี (Deamidation) โดยเปลี่ยนหมู่เอไมด์ให้เป็นกรดคาร์บอกซิลิก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมและความสามารถในการละลายน้ำ มีเคลมถึง Moisturizing + protective คือ นอกจากการเติมน้ำ ยังช่วยปกป้องผิว
  • Adenosine มีประโยชน์ในเชิงชะลอวัย โดยเสริมกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ ปรับสมดุลของกระบวนการอักเสบระคายเคือง เสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน
  • Cholesterol เป็นส่วนประกอบของไขมันที่เป็น Barrier ผิว

ความเห็นหญิงมี่

เป็นเซรั่ม Vegan mucin ที่พัฒนาจาก wild yam แทนการใช้ mucin จากสัตว์ เช่น เมือกหอยทาก แต่มาติดตรง Desamido collagen นั้นไม่เจ แต่สินค้าได้รับตรา Vegan อยู่นะ เอาเป็นว่าถ้าเราไม่ได้ซีเรียสอะไรเรื่องเจไม่เจ ส่วนตัวมองว่าเป็นเซรั่มที่ออกแบบมาอย่างดี รวม peptide ตัวดังในวงการไว้ครบ ไม่ว่าจะเป็น copper tripeptide-1, argireline, EGF, matrixyl 3000 ใครอยากลองเล่น peptide เอาตัวนี้ไปเล่นได้ ที่สำคัญมาในราคามิตรภาพ ส่วนตัวกดได้มาในราคา 3xx

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/1LarfdmRIh

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เซรั่มวิตามินซีฟอร์มใหม่ Bis-Glyceryl ascorbate จากบ้าน Kisocare VC 30 serum

Blog นี้มานำเสนอวิตามินซีฟอร์มที่น่าสนใจ แต่ยังไม่ค่อยมีการพูดถึงในวงการเท่าไหร่ เป็นอนุพันธ์ที่ดัดแปลงโครงสร้างของ Ascorbic acid ด้วย Glycerin 2 ตัว ได้เป็น Bis-glyceryl ascorbate ตัวออริจินอลเป็นสิทธิบัตรของ Seiwa Kasei ชื่อ iVC™ DGA (ชื่อเดิม Amitose DGA)

แล้วในที่สุดเราก็เจอเซรั่ม VC30 Serum จากบ้าน Kisocare นั่นเอง วิตามินซีฟอร์มนี้มันเป็นอย่างไร เดี๋ยวเรามาดูรายละเอียดกันอีกทีค่ะ

แพคเกจก็จะคุมโทนอยู่ค่ะ

ส่วนนี้เป็นกล่อง

เนื้อสัมผัสเป็นเบสน้ำ มีความหนักขึ้นมานิดนึง แต่ไม่มาก ไม่ถึงกับหนึบ

เกลี่ยง่าย ให้ฟีลดี ไม่หนึบ

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 4 นะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้

เปิดมาด้วย Bis-glyceryl ascorbate ซึ่งก็คือ iVC™ DGA ของ Seiwa Kasei ตัวนี้นางเป็นวิตามินซีชนิดไม่มีประจุ ที่เอา Glycerin 2 ตัวมาจับกับโครงสร้างเมนของ Ascorbic acid ซึ่งเด่นเรื่องความคงตัว สีไม่เปลี่ยน ไม่เหลืองเวลาลงสูตรน้ำใส หรือเจล สำหรับประสิทธิภาพ นอกจากเรื่องของ Antioxidant, เป็นส่วนหนึ่งในการซัพพอร์ตการสร้างคอลลาเจนของผิว เป็น whitening แล้ว นางยังให้ประโยชน์เสริมเรื่องชุ่มชื้นเข้ามาด้วยอีก (เพราะในโมเลกุลมี Glycerin เวลาลงผิว ผิวจะตัดโครงสร้างออกมาได้ Glycerin; proposed mechanism) ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของวิตามินซีฟอร์มนี้

ส่วนผลงานตีพิมพ์ในเชิงเครื่องสำอางยังมีน้อย งานที่มีจะเด่นไปในเชิงการลดการเกิด Hand-foot syndrome (กลุ่มอาการมือและเท้าอักเสบ) ในคนไข้มะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด  

ส่วนผสมอื่นๆ ที่เสริมเข้ามา ได้แก่

  • กลุ่มสารสกัดที่เด่นเรื่อง soothing เช่น Scutellaria baicalensis, ชะเอม, คาโมมายล์, Cica
  • กลุ่มสารสกัดที่เด่นเรื่อง Antioxidant เช่น ชาเขียว, โรสแมรี่, Polygonum cuspidatum

เสริมการเติมน้ำด้วย Sodium hyaluronate และเสริม antioxidant ด้วยวิตามินอี ฟอร์ม Tocopherol

ในภาพรวมถือว่าเป็น vitamin C ฟอร์มที่น่าสนใจ และค่อนข้างใหม่ ถ้าถามว่าจะเลือกอันไหนดีระหว่าง L-ascorbic acid (LAA) กับ Bis-Glyceryl ascorbate (DGA) ต้องบอกว่า เลือกยากน่าดู เพราะตัวหนึ่งก็เป็นตำนาน อีกตัวก็พัฒนามาแก้เกมและข้อจำกัดของรุ่นพี่ที่เป็นตำนาน แล้วทำได้ดีด้วยสิ

แนบทางไปช้อปปิ้ง

Shopee https://s.shopee.co.th/70Esfcg9AA

Lazada https://s.lazada.co.th/s.Z2J2Vt?cc&t=p-i69WyUX-sQCdXd0

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญมาจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มแดง Red Smoothie serum 8 จากแบรนด์ Arencia

Blog นี้มารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมของเซรั่มแดงจากบ้าน Arencia กัน

น้องมีชื่อเต็มๆ ว่า Red Smoothie serum 8

ที่มีเคลมเรื่อง Niacinamide 8% + Collagen & peptide ส่วนผสมเป็นอย่างไรเดี๋ยวเราไปดูกัน

ตัวน้องมาในหน้าตาแบบนี้นะคะ

เนื้อเซรั่มเป็นสีแดง ซึ่งจากส่วนผสมเขาไม่ได้ใส่สี นี่น่าจะเป็นสีของสารสกัดค่ะ

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ซึมไว แห้งไว ไม่เหนอะหนะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวมจะเป็นเซรั่มเบสน้ำนม ที่มีส่วนของ Isononyl isononanoate ที่เป็นออยล์สังเคราะห์กลุ่ม fatty ester ซึ่งมีเนื้อบางเบา ให้ผิวนุ่ม

ส่วนผสมหลักจะเป็น Niacinamide หรือวิตามินบี 3 ตามเคลม 8%

ซึ่งวิตามินบี 3 มีประโยชน์ที่ดีหลายอย่าง

  • เรื่องของ whitening ผ่านการยับยั้งการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปด้านนอก
  • ควบคุมความมัน ดูแลสิว ดูแลปัญหาการระคายเคือง
  • เสริมการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น Barrier ผิว
  • เป็นสารตั้งต้นให้ NAD และ NADP ที่เป็นส่วนสำคัญในการทำงานหลายๆ อย่างของผิว จึงมีประโยชน์ในเชิง anti-aging

ในภาพรวมเซรั่มนี้ค่อนข้างเด่นเรื่อง whitening คือ เก็บกลไกการสร้าง-ส่งผ่านเม็ดสีได้ค่อนข้างครบ

  • Hexapeptide-2 ยับยั้งที่ก่อนจะเกิดการสร้างเมลานิน ผู้ผลิตสารเคลมว่าโครงสร้างบางส่วนคล้ายกับฮอร์โมน alpha-MSH เลยไปจับกับตัวรับของ alpha-MSH บนเซลล์สร้างเม็ดสีแทน ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีไม่โดนกระตุ้น นอกจากนี้ยังกล่าวถึงประสิทธิภาพในการดูแลริ้วรอยเพิ่มเติม
  • Arbutin ยับยั้งเอนไซม์สร้างเม็ดสี tyrosinase
  • Ferulic acid เป็น antioxidant ที่ดี

มีวิตามินและสารสกัดจากพืชอีกหลายๆ ชนิด สารพัดพืชผักสมุนไพรผลไม้สมชื่อ Smoothie ของนาง เอาจริงๆ พวกนี้ดูแลผิวได้อย่างครอบคลุม แม้ว่าพอดูจากลำดับแล้วก็อาจจะไม่ได้แบบว่าเป็นตัวหลัก แต่ก็น่าจะให้ประโยชน์ที่ดีอยู่ ส่วนตัวมองว่าได้ B3 + Hexapeptide-2 ก็คือคุ้มฉ่ำแล้ว

ในส่วนของคอลลาเจนที่เขาเคลม อันนี้เราไม่ทราบขนาดว่าใหญ่มากน้อยแค่ไหน เขาเคลมว่า “นาโนคอลลาเจน” เลยตีรวมเป็นเรื่องชุ่มชื้นไปก่อน

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง เซรั่มมีส่วนผสมที่เด่นด้าน whitening โดยไปดูแลการสร้างเม็ดสีได้หลากหลายกลไกพร้อมกัน ซึ่ง Hexapeptide-2 มีกลไกการออกฤทธิ์ที่น่าสนใจอยู่ รวมกับสารสกัดจากพืช และวิตามินอีกหลายๆ ชนิด ให้ประโยชน์ในการดูแลผิวได้หลายอย่าง แม้ว่าจากลำดับดูเหมือนจะได้มาไม่เยอะ แต่ก็ขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ในเรื่องเนื้อสัมผัส ตัวเซรั่มทำมาบางเบา มีส่วนผสมของน้ำมันอยู่นิดหน่อยเลยไม่แห้งจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้เหนอะหนะ เลเยอร์ลงรูทีนง่าย ใช้งานง่าย ด้วยความที่เราไม่ได้มีปัญหาจุดด่างดำในช่วงนี้เลยไม่แน่ใจเรื่องของประสิทธิภาพ whitening แต่รู้สึกว่า นางช่วย maintain สุขภาพผิวให้คงเดิมได้ดี ขอให้ไป 5 ฟลาสก์

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/9zqjgGt0qk

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มดูแลปัญหาริ้วรอย Ultimate Anti-Wrinkle and Brightening Booster Serum สูตรไม่มี retinol ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Baobab callus culture lysate

ทางเพจเคยนำเสนอรีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมมอยส์เจอไรเซอร์ Youth-Full จากแบรนด์ LaLaaCram ไปเมื่อช่วงก่อน ตามลิงค์นี้นะคะ

>>Click<<

วันนี้ขอหยิบเอาผลิตภัณฑ์น้องใหม่ของแบรนด์ ที่ได้ไปซุ่มเงียบทดลองใช้มาเดือนเศษๆ น้องเป็นเซรั่มที่ออกแบบมาเพื่อดูแลริ้วรอยและชะลอวัย โดยเลือกใช้ส่วนผสมได้อย่างลงตัว

น้องมีชื่อว่า Ultimate Anti-Wrinkle and Brightening Booster Serum 

มาในหน้าตาแบบนี้นะคะ

ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้มีความน่าสนใจในการเลือกใช้ส่วนผสม และทางแบรนด์ก็ได้นำเอาไปทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครมาด้วย โดยทำการทดสอบในอาสาสมัครอายุ 40 – 60 ปี จำนวน 33 คน โดยสถาบัน DermScan ASIA ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำ

ผลพบว่า

  • 88% ของผู้ใช้รู้สึกว่าผิวดูกระจ่างใสขึ้นใน 7 วัน
  • 96% ของผู้ใช้รู้สึกว่าริ้วรอยแลดูจางลงใน 14 วัน
  • การประเมินด้วยเครื่องมือ Primos พบว่า 100% ของอาสาสมัครมีริ้วรอยร่องลึกจางลงอย่างเห็นได้ชัดเจนใน 28 วัน

ก็คือ ถือว่าน่าสนใจมาก

เนื้อเซรั่มเป็นเนื้อน้ำนม ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม

เกลี่ยง่าย บางเบา แค่ยังชุ่มชื้นผิวอยู่ ให้ความรู้สึกเย็นและสบายผิว

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวมคือเป็นเซรั่มชะลอวัยตัวตึงที่อัดส่วนผสมมาเยอะมาก เพื่อดูแลปัญหาที่เกิดจากอายุ มีการเลือกใช้กรดอะมิโนหลากหลายชนิด ซึ่งทำหน้าที่เป็น NMF (Natural moisturizing factor) จับน้ำให้ผิว โดยเวลาเราอายุเพิ่มขึ้น สัดส่วนของ NMF ก็จะเปลี่ยนแปลงไป ถ้ามีการเติม NMF ลงไป ก็น่าจะได้ประโยชน์เรื่องผิวชุ่มชื้นและแข็งแรงได้อีกทาง นอกจากนี้ผิวอาจหยิบเอากรดอะมิโนไปใช้ได้ตามความต้องการ

ในส่วนของการเติมน้ำ นอกจาก NMF แล้ว ยังเสริมมาด้วย Hyaluronic acid และอนุพันธ์หลากหลายฟอร์ม มากันทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ ตัวเคลือบ ตัวเกาะ เพื่อเสริมกระบวนการเก็บน้ำให้ผิว

แล้วช่วยฟื้นฟู Barrier ด้วย Ceramides complex ที่เบลนด์ Ceramides หลากหลายชนิดเข้ารวมกับ Cholesterol + Phytosphingosine

พร้อม Soothing แบบฉ่ำๆ ด้วย Cica + Bisabolol + Panthenol + Dipotassium glycyrrhizate

มาถึงกลุ่มของสารที่ดูแลปัญหา Aging

มาถึงกลุ่มของสารที่ดูแลปัญหา Aging

  • Adansonia digitata callus culture lysate (2%) ตัวนี้น่าสนใจมาก มาในชื่อ BaoliftTM จาก Vyrtus biotech ที่กลไกการออกฤทธิ์ที่น่าสนใจ ภายใต้คอนเซปท์ Fit-Skin concept โดยไปออกฤทธิ์ผ่าน Exerkines เหมือนเราไปออกกำลังมา แล้วผิวดี กวาดรางวัลมามากมายจากหลากหลายงานแฟร์ทางด้านเครื่องสำอาง

โดยนวัตกรรมนี้พูดถึงเรื่อง “Skin-Fascia-Muscle axis” ซึ่งปกติเวลาเราออกกำลังจะมีพวกสาร Exerkines ที่ให้ประโยชน์กับผิวหลายๆ ทาง โดยเฉพาะเรื่องความกระชับของผิว

     ทางผู้ผลิตวัตถุดิบมีการพูดถึง extracellular ATP หรือ eATP ที่เวลาออกกำลังกาย นางจะออกมาแล้วไปมีผลต่อหลายๆ กลไก ทั้งการปลดปล่อยสารสื่อประสาท ฮอร์โมน รวมไปถึงการสื่อสารระหว่างชั้นหนังกำพร้ากับ Fibroblast และมีประโยชน์ในการกระตุ้นเส้นใย extracellular matrix ให้กระชับ

     นอกจากนี้เวลาออกกำลังกายจะมีการปลดปล่อย mitochondria derived peptides หรือ MOTS-C ที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ในขณะเดียวกันจะมีประโยชน์กับผิวโดยไปเพิ่มคอลลาเจนให้ผิวแน่นขึ้น

     ผลเทสต์ในอาสาสมัครพบว่า ผิวมีความกระชับขึ้น และมีริ้วรอยลดเลือนลง

  • Bakuchiol ที่ความเข้มข้น 1% สารนี้จัดเป็นสารในกลุ่ม meroterpene พบได้ในพืช เช่น Psoralea corylifolia มีรายงานถึงความสามารถในการออกฤทธิ์คล้ายวิตามินเอ (Int J Cosmet Sci. 2014 Jun;36(3):221-30.) มีการทดสอบชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจ ทดสอบในกลุ่มอาสาสมัครที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย โดยให้ทา Bakuchiol 1% วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าให้ประโยชน์ในการดูแลปัญหาด้าน aging ได้ดี โดยไม่พบอาการระคายเคือง (J Drugs Dermatol. 2020;19(12):1181-1183.) มีอีกชิ้นที่น่าสนใจ อยากเล่า เป็นงานตีพิมพ์เมื่อปี 2019 เปรียบเทียบประสิทธิภาพของ Bakuchiol 0.5% ทาวันละ 2 ครั้ง และ Retinol 0.5% ทาวันละครั้ง เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่า ให้ประสิทธิภาพไม่ต่างกัน แต่พบว่ากลุ่มที่ทา Retinol มีความรู้สึกว่าผิวแห้ง และพบการระคายเคืองได้มากกว่า (Br J Dermatol. 2019;180(2):289-296.)
  • Double peptide complex ที่เบลนด์ Acetyl hexapeptide-8 ที่ให้ผลคลายริ้วรอยชั่วคราว ร่วมกับ Palmitoyl pentapeptide-4 ที่เสริมสร้างการผลิตคอลลาเจนและเส้นใยใน dermis ให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น ไม่หย่อนคล้อย เมื่อใช้ร่วมกัน ในทางทฤษฎีก็จะช่วยคลายริ้วรอยชั่วคราวในระยะสั้น และค่อยๆ ซัพพอร์ตการสร้างเส้นใยออกมาในระยะยาว
  • เสริม Niacinamide อีก 5% ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของ NADH, NADPH ที่ใช้ทำหน้าที่หลายอย่าง จึงให้ประโยชน์ในเชิงการชะลอวัย ดูแลปัญหาริ้วรอย พร้อมๆ ไปกับการดูแลเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ ความแข็งแรงของชั้นผิว ดูแลและลดการระคายเคือง

พัฒนามาในเบสที่เป็นมิตรกับผิว

มาให้คะแนนเซรั่มกัน

  1. สารบำรุง เซรั่มตัวนี้มาในส่วนผสมนวัตกรรมอย่าง Baolift ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ออกฤทธิ์ผ่าน Skin-Fascia-Muscle axis ที่คิดว่าค่อนข้างใหม่ คือ ทำให้ผิวกระชับ ให้ประโยชน์คล้ายกับการออกกำลังกาย เสริมมาด้วย Bakuchiol เปปไทด์ เพื่อดูแลปัญหาริ้วรอยได้อย่างลงตัว มาพร้อมสารบำรุงอื่นๆ ที่ให้ประโยชน์ได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสีผิวไม่สม่ำเสมอ การระคายเคือง ความชุ่มชื้นของผิว และผิวแข็งแรง ครบทุกปัญหาที่เรามักพบเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ตัวเซรั่มมาในเนื้อที่บางเบาไม่หนักมาก เลเยอร์ลงรูทีนง่าย ในด้านของความชุ่มชื้น สำหรับคนผิวผสม-แห้ง อาจจะต้องมีครีมมาทับอีกชั้น ในด้านของการใช้งานส่วนตัวมองว่าเซรั่มนี้ทำมาได้ค่อนข้างดี ผิวนุ่มเนียนขึ้น และเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการใช้เซรั่มที่ไม่มีเรตินอยด์ ให้ไป 5 ฟลาสก์

และอยากบอกว่า ถ้าใช้เซรั่มกับครีมคู่กัน จะยิ่งเริ่ดขึ้นไปอีกนะคะ

ทาเซรั่มก่อน แล้วทาครีมทับเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ LaLaaCram ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้เปิดหูเปิดตา และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/lalaacramthailand

ทางไปช้อปปิ้งเซรั่ม

Shopee https://s.shopee.co.th/4q6ei5FVof

Lazada https://s.lazada.co.th/s.ABOBo?cc

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มไฮยาตึงตึงสายกวาดรางวัลจากเกาหลี จาก Torriden DIVE IN Serum

Blog นี้จะมารีวิวเซรั่มไฮยาตัวตึงจาก Torriden กันนะคะ

น้องมีชื่อเต็มๆ ว่า Dive In Low Molecular Hyaluronic Acid Serum

ตัวตึงในหมู่พส.เกาหลี กวาดรางวัล Olive Young Awards หมวด Essence/Serum มา 2 ปี ซ้อน

และความน่าสนใจคือ ไฮยาที่ใช้เป็นไฮยาเกรด Vegan และได้รับ certified vegan ด้วย

อันนี้จะเป็นหน้าตาของน้องนะคะ

ส่วนนี้จะเป็นกล่องค่ะ

เซรั่มมาในเนื้อกำลังดี ไม่หนืดไป ไม่เหลวไป

เวลาเกลี่ย น้องจะให้ฟีลลื่นๆ ในช่วงแรก ก่อนจะเซ็ตตัวเป็นฟิล์มบางๆ ที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล ชุ่มชื้น และเย็นสบายผิว

ตัวผลิตภัณฑ์มีผลทดสอบในอาสาสมัครด้วยในเรื่องของการเติมความชุ่มชื้นให้ผิวหลายๆ ระดับ และประสิทธิภาพในการเพิ่มความชุ่มชื้นที่ยาวนาน

(Image from Torriden Official Shopee Mall)

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวมพระเอกของผลิตภัณฑ์ก็เป็น ไฮยา 5 ชนิด ซึ่งจะมีทั้งตัวที่เคลือบ ตัวที่เกาะผิว ตัวที่ซึม เพื่อดูดจับน้ำและเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวในหลายๆ ระดับไปพร้อมๆ กัน

สำหรับสารบำรุงอื่น ที่เข้ามาเสริมเรื่องการจับน้ำ จะเป็นน้ำตาล Trehalose ที่จับน้ำได้เก่งเหมือนกัน ควบคู่ไปกับ Beta-glucan ซึ่งตัวนี้มีคุณสมบัติเป็น prebiotic เป็นอาหารให้แก่จุลินทรีย์ดีๆ บนผิว ให้ผิวแข็งแรงได้อีกทาง

ดูแล Barrier ผิวให้แข็งแรงเก็บกักน้ำได้ดีขึ้นด้วย Ceramide NP และ Cholesterol

เสริมสารสกัดที่เด่นเรื่อง Soothing หลายชนิด ได้แก่

  • Madecassoside + Madecassic acid ที่แยกได้จากบัวบก มีประโยชน์ต่อผิวหลายประการ รวมทั้ง Soothing
  • Panthenol ที่ดูแลผิวไปพร้อมๆ กับเพิ่มความชุ่มชื้น และเสริมกระบวนการฟื้นฟู Barrier ผิวตามธรรมชาติ
  • Allantoin
  • Betaine
  • สารสกัดจาก Portulaca Oleracea Extract มีประโยชน์ต่อผิวหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดูแลการระคายเคือง ความชุ่มชื้น และ มีคุณสมบัติ antioxidant เสริม
  • สารสกัดจาก Paeonia Suffruticosa Root Extract ก็มีประโยชน์ต่อผิวหลายอย่างเช่นกัน เช่น antioxidant รวมไปถึง soothing, whitening
  • Scutellaria Baicalensis Root Extract ซึ่งประกอบด้วยพฤกษเคมีที่ประโยชน์หลายชนิด และมีรายงานวิจัยสนับสนุนถึงคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ ทั้งในระดับหลอดทดลอง และในหนูทดลอง และมีคุณสมบัติในการกดสาร cytokines ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการแพ้ (J Ethnopharmacol. 2012; 141(1):345-9.)

เสริม Antioxidant ด้วยสารสกัดจาก Malachite

มี Witch hazel อยู่อีกนิดๆ คุมมัน กระชับรูขุมขน

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ในภาพรวม สารบำรุงเด่นด้วยไฮยาหลายชนิดที่ไล่ระดับกันมาช่วยเติมน้ำให้ผิว มาพร้อมการพร้อม Soothing จากสารบำรุงอื่นๆ พร้อมดูแลฟื้นฟู Barrier ให้แข็งแรง ด้วย Ceramide + Cholesterol มี AOX นิดๆ จาก Malachite เสริม โดยรวมขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ทำมาได้ค่อนข้างดี ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ตัวเซรั่มจะมีความลื่นนิดๆ แต่จะชอบเวลาเกลี่ย และเมื่อเซ็ตตัวให้ความรู้สึกเคลือบเป็นฟิล์มบางๆ ที่รู้สึกเย็นสบายผิว ผิวนุ่มลื่น ทาครีมทับอีกชั้นก็สบายผิวได้ทั้งวัน ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านด้วยนะคะ ที่ติดตามรับชมมาจนจบ

ขออนุญาตแนบทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/2VhVLuaRu6

https://s.lazada.co.th/s.zgUF7?cc

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มผลัดผิว พีลลิ่งพีลใจ Y.O.U 6% Acid Renewal Peeling Serum ราคาจุ๊บจิ๊บส่วนผสมใหญ่โต

การมีเซรั่มผลัดผิว พีลลิ่งพีลใจซักชิ้นในหมวดสเปเชียลแคร์ประจำสัปดาห์ มันดีนะคะ โดยเฉพาะสำหรับคนวัย 30 ขึ้นไปที่วงจรการสร้าง-ผลัดออกของผิว (Skin cycle) จะเริ่มยาวนานขึ้นจาก 28 วัน ในช่วงวัยรุ่น เป็น 30 – 35 วัน และพบว่า เมื่ออายุเพิ่มขึ้น Skin cycle จะยาวขึ้นเรื่อยๆ เพราะผิวสร้างออกมาได้น้อยลงด้วยส่วนหนึ่ง

ถ้าเรามีพวก Peeling เบาๆ มาเสริมให้ผิวผลัดได้ตามปกติ ก็เป็นการดูแลผิวให้มีความ Glass Glow ได้ เพียงแต่ต้องใช้ด้วยความใจเย็น และระมัดระวัง อย่าไปผลัดเยอะเกิน (Over exfoliate) จนผิวบอบบางแพ้ง่าย

ไหนๆ จะ พีลแล้ว ก็พีลให้คุ้มค่า เลือกอันที่ส่วนผสมปังๆ ก็น่าสนใจดีค่ะ

Blog นี้เลยขอหยิบเอาเซรั่มผลัดผิวของ Y.O.U 6% Acid Renewal Peeling Serum จริงๆ ทางแบรนด์มี 2 ความเข้มข้น คือ 6% กับ 12% แต่ส่วนตัวเลือกใช้อัน 6%

น้องมาในขวดแก้วหน้าตาแบบนี้นะคะ

ส่วนตัวจะชอบ YOU ตรงเขาทำ mapping เพื่ออธิบายประโยชน์ที่จะได้จากผลิตภัณฑ์ อันนี้ชอบมาก

อย่างตัวสูตร 6% นี่ถ้าดูตาม mapping คือ เขาจะเคลมเรื่องสิว (12% เคลมเรื่องริ้วรอย) รองลงมาจะเป็นเรื่องสิวเสี้ยน + ดูแลรูขุมขนกว้าง ต่อมาจะเป็นเรื่องกระจ่างใส และปรับให้ผิวเรียบเนียน และแถมกรุบกริบเรื่อง Barrier ผิว

สำหรับผลิตภัณฑ์นี้ก็จะมีผลทดสอบในอาสาสมัครด้วย

(ภาพจาก Y.O.U Official Shopee Mall)

ไม่บ่อยนักที่เราจะเห็นว่าผลิตภัณฑ์กลุ่ม Peeling มีผลเทสต์ว่าลดรอยแดงได้ ซึ่งตัวนี้ก็มีผลเทสต์ว่าลดรอยแดงได้ 35% นะคะ

ส่วนผลทดสอบในด้านอื่นๆ ทดสอบในอาสาสมัคร 33 คน ให้ใช้ผลิตภัณฑ์จำนวน 3 ครั้ง ประเมินด้วยกล้อง VISIA พบว่า

  • ปรับสภาพผิวที่ไม่เรียบเนียนได้ 65%
  • ลดขนาดรูขุมขนกว้างได้ 60%
  • ลดเลือนริ้วรอยได้ 23%
  • ปริมาณน้ำมันลดลง 27%

ส่วนผสมของน้องเป็นดังนี้

ในภาพรวมก็คือสารบำรุงจัดมาค่อนข้างฉ่ำ ถ้าในกลุ่มของ Organic acids จะแบ่งได้ 3 กลุ่มหลักๆ ได้แก่

  • AHA เป็นตัวเบลนด์ของกรดอินทรีย์หลายชนิด ได้แก่ Malic acid, Mandelic acid, Glycolic acid, Lactic acid, Citric acid, Tartaric acid เบลนด์มาที่แต่ละตัวจะมีขนาดโมเลกุลแตกต่างกันไป เหมือนเป็นการบาลานส์ระดับการผลัดผิวและความอ่อนโยน (คหสต.) รวมกันแล้วอยู่ในระดับความเข้มข้น 4.85%
  • BHA คือ salicylic acid เด่นในแง่ของการลดการอุดตันในรูขุมขน ใส่มาที่ 1.08%
  • PHA เป็นตัว Gluconolactone ที่เด่นในแง่ของการดูแลสิว และ Lactobionic acid ผลัดผิวอย่างอ่อนโยน ใส่มาที่ 0.07%

รวมเป็น 6% Acids ตามฉลาก และยังเสริมสารผลัดผิวอย่าง HEPES (Hydroxyethylpiperazine Ethane Sulfonic Acid) เข้ามาอีกตัว

มีกรดผลัดผิวแล้ว มาดูกลุ่มของตัวดูแลอาการระคายเคืองกันบ้าง ในส่วนผสมชุดนี้เลือกใช้ Symsitive® (4-t-Butylcyclohexanol) ที่เด่นเรื่องการลดอาการระคายเคือง เสริมมาด้วย Panthenol + Dipotassium Glycyrrhizate ที่เด่นเรื่องการดูแลการระคายเคือง Betaine ที่เติมน้ำให้ผิวได้ด้วย มาพร้อม สารสกัดจาก Aloe ชะเอม คาโมมายล์ และ Cica

ผลัดแล้ว Barrier ยังแข็งแรง เพราะมี Ceramides หลากหลายตัว (Ceramide NP, Ceramide NS, Ceramide AP, Ceramide AS, Ceramide EOP) + Cholesterol + Phytosphingosine

แถมๆ phospholipids เป็นน้ำมันบำรุงที่ซึมผิวได้มานิดนึง

เติมน้ำด้วย Hyaluronic acid และอนุพันธ์ หลากหลายฟอร์ม

ในส่วนของสารบำรุงอื่น ที่น่าสนใจได้แก่

  • Carnosine ได้ประโยชน์เรื่อง Anti-glycation ดูแลปัญหาผิวเสียจากน้ำตาล
  • Palmitoyl Tripeptide-5 เสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน
  • ได้ประโยชน์ด้าน Whitening ดูแลปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ จาก Alpha-arbutin และ Tranexamic acid

ในภาพรวมก็คือน้องไม่ใช่แค่ Peeling ธรรมดา แต่มาในสารบำรุงแบบครบถ้วน ดูแลผิวได้หลายปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของริ้วรอย สีผิวไม่สม่ำเสมอ การดูแลปัญหาสิว และมีตัวดูแลเรื่องอาการระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้น มาในเบสแบบน้ำ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง AHA 4% ก็สามารถออกฤทธิ์ในการผลัดผิวได้ในค่า pH ที่เหมาะสม เสริม BHA ในความเข้มข้นที่ยังให้ผลดูแลปัญหาการอุดตัน มีตัวลดการระคายเคือง เสริม Barrier ให้แข็งแรง พร้อมเติมน้ำ และสารบำรุงที่ให้ประโยชน์ในเชิงริ้วรอย และสีผิวไม่สม่ำเสมอ ดังนั้นจะมาเป็น Peeling เหมือนกันไม่ได้! เอาไปเลย 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ส่วนตัวจะใช้สัปดาห์ละครั้ง ตอนกลางคืน ในวันที่ใช้จะไม่ใช้ Retinoids อื่น เพื่อเลี่ยงปัญหาระคายเคืองผิว โดยรวมมองว่าน้องทำมาได้ดี ตอบโจทย์ ดูแลปัญหาผิวให้ผิวมีความเรียบเนียนได้ดี ส่วนเรื่องสิวตัวเองไม่ค่อยมีอยู่แล้ว ในภาพรวมก็คือค่อนข้างชอบในเนื้อสัมผัส และฟินิชผิวที่ได้หลังใช้ไปซักระยะ ผิวจะโกลว์สวยขึ้น ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณทุกท่านนะคะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

แนบลิงค์ไปช้อปปิ้ง

Shopee https://s.shopee.co.th/6VD9qpLVqd

Lazada https://s.lazada.co.th/s.B2dHG?cc

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มเพื่อผิวกระจ่างใส LumiLYS[C] จาก So’Bio Etic แล้วจะอึ้งเหมือนดิฉัน ว่า Certified organic แต่ mechanism เริ่ดมงลง 10 10

สำหรับ Blog นี้จะมาวิเคราะห์ส่วนผสมของเซรั่มที่พึ่งออกใหม่ในไลน์ Lumilys [C] ของ So Bio Etic กัน

โดยน้องมาในหน้าตาแบบนี้

ส่วนนี้เป็นแพคเกจ จะมีความเหลือบรุ้งแวววาว ทำไมต้องเหลือบรุ้งแวววาว เดี๋ยวมาดูกัน

เนื้อเซรั่มมาในเบสแบบน้ำนม มีกลิ่นหอมนวลๆ

เกลี่ยได้ง่าย ให้ความชุ่มชื้นสูง

เซรั่มตัวนี้มีสารบำรุงหลายชนิดที่เสริมกันได้อย่างลงตัว เพื่อดูแลปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ เสริมความกระจ่างใสตามธรรมชาติของผิว

ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัคร หญิง จำนวน 21 คน จากคะแนนความพึงพอใจพบว่า

  • เมื่อใช้ได้ 2 สัปดาห์ ผิวสว่างกระจ่างใสมากขึ้น
  • 4 สัปดาห์ จุดด่างดำดูจางลง
  • 8 สัปดาห์ 90% ของอาสาสมัคร รู้สึกว่าจุดด่างดำจางลงอย่างชัดเจน

จากผลการประเมินในห้องปฏิบัติการ พบว่า

  • 4 สัปดาห์ จุดด่างดำสีจางลง 11.5% และ สีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น 24.5%
  • 8 สัปดาห์ จุดด่างดำสีจางลง 29.5% และ สีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น 56.6%

ในด้านของส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวมน้องมาในเบสแบบน้ำนม มีส่วนผสมของน้ำมันบำรุงผิวจากธรรมชาติ ส่วนผสมที่เลือกมาค่อนข้างเป็นมิตรทั้งกับผิวและกับสิ่งแวดล้อม สูตรนี้ได้รับการรับรอง Certified Organic จาก Cosme Bio ประเทศฝรั่งเศส

ในด้านสารบำรุงที่เด่นเรื่อง Whitening จะมี Highlight ingredient เป็น สารสกัดจากสาหร่ายสีรุ้ง Cystoseira tamariscifolia extract แบรนด์เคลมว่าเก็บด้วยมือจากพื้นที่ทะเลฝรั่งเศส และได้รับเคลม Organic ในส่วนของการออกฤทธิ์ กลไกการออกฤทธิ์ครบ ตั้งแต่ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ ของกระบวนการสังเคราะห์เม็ดสี

  • ต้นน้ำ: ลด POMC ซึ่งเป็นโปรตีนตั้งต้นของ MSH ที่เป็นฮอร์โมนตัวแม่ที่จะไปกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสี (melanocyte) ทำงานต่อไป  นอกจากนี้สารสกัดยังไปกระตุ้น AGRP gene ยีนนี้จะสร้าง AGRP ออกมา แล้วไป Block การจับของ MSH กับ Melanocortin ทำให้เม็ดสีไม่สร้าง ผลรวมก็คือ melanocyte ไม่โดนกระตุ้น
  • กลางน้ำ: ยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase และชะลอไม่ให้ถุง melanosome ใน melanocyte เจริญจนเป็นถุงพร้อมส่งออกไปหนังกำพร้า
  • ปลายน้ำ: ลดการส่งผ่าน melanosome ที่มีเม็ดสีไม่ให้ออกมายังหนังกำพร้า พร้อม กระตุ้นการสลายตัวของถุงเม็ดสีในหนังกำพร้า

พอเป็นสาหร่ายสีรุ้งก็เลยมีแพคเกจเหลือบแวววาวสีสวยแบบนี้ค่ะ

สำหรับสารบำรุงอื่นๆ ที่ให้ประโยชน์ในด้านการดูแลสีผิวไม่สม่ำเสมอก็จะมี

  • Ascorbyl glucoside (AA2G) เป็นวิตามินซีฟอร์มที่ละลายน้ำได้ดี ความคงตัวดีทั้งต่ออุณหภูมิ และ ทน pH ได้ในช่วงกว้าง (Huang et al., Bioorg Med Chem Lett 2013;23(6):1583-1587.) ดูดซึมผ่านผิวได้ เมื่อลงผิวจะกลายร่างเป็น Ascorbic acid (AA) ได้ บางการศึกษาว่าการว่า AA2G มีฤทธิ์ยาวนานกว่า AA เพราะมาจากผิวเราค่อยๆ ตัด Glucose ออก ได้ AA มาทีละน้อยๆ ในด้านของประสิทธิภาพ นั้น มีผลการทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงชนิดต่างๆ พบว่า AA2G มีคุณสมบัติเป็น Whitening โดยไปลดการสร้างเม็ดสี กระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน ประสิทธิภาพเหมือน LAA แต่ออกฤทธิ์ได้นานกว่า ปกป้องเซลล์ผิวจากรังสี UVB ได้ดีตามความเข้มข้นที่เพิ่มขึ้น (Dose dependent) และลดการอักเสบที่เกิดต่อเนื่องมาจากรังสี UV และ เป็น Antioxidant ที่ดี (Enescu et al., J Cosmet Dermatol. 2022;21:2349–2359; Kumano, et al., J Nutr Sci Vitaminol (Tokyo) 1998;44(3):345-359.) ซึ่งทางแบรนด์เคลมว่าใช้อยู่ที่ความเข้มข้น 3%
  • สารสกัดจากหัวและดอก Lily (Lilium candidum) ซึ่งมีสารในกลุ่ม Polyphenol สูง เป็น antioxidant และ ยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่สร้างเม็ดสี จึงได้ทั้งประโยชน์ในเชิงการชะลอวัย และดูแลปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ

นอกจากนี้ยังเสริม Witch hazel leaf water ที่เด่นเรื่องของการกระชับรูขุมขน (astringent) ว่านหางจระเข้ ดูแลเรื่องความชุ่มชื้น และการระคายเคือง และกรดอะมิโน arginine ที่ช่วยเติมน้ำให้ผิว

ในส่วนของการปรับเนื้อให้มีความไม่มันเยิ้มนั้นใช้ ผงจากแกลบข้าว (Rice hull powder) ซึ่งช่วยดูดซับน้ำมันและความมันส่วนเกิน และปรับ finish ให้ matte พร้อมนุ่มนวลขึ้นอีก 1 เสต็ป ด้วย Lauroyl lysine

สำหรับน้ำหอมนั้นแบรนด์เคลมว่าเป็น 100% natural fragrance ค่ะ

มาให้คะแนนกัน

  1. สารบำรุง ในด้าน Whitening การดูแลสีผิวไม่สม่ำเสมอนั้น ถือว่าจัดมาได้ครบทั้งกระบวนการสร้าง-ส่งออกเม็ดสี ด้วยสารสกัดจากสาหร่ายสีรุ้ง เสริม ascorbyl glucoside และ สารสกัดจาก Lily เสริมคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้น ดูแลการระคายเคือง และดูแลเรื่องความมันบนผิวได้อีกหน่อย ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ทำมาได้ดี ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ เอาจริงๆ ทางนี้ว่า น้องเหมาะมากสำหรับการใช้กลางคืน แล้วใช้คู่กับตัวไนท์ครีมของเขาด้วยนะ คือ ฉ่ำมาก ได้แน่เลยคือ ความชุ่มชื้น ส่วนด้านผิวกระจ่างใส มันจะแบบว่าเสริมออร่า เสริมความสว่าง แบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้ขาวแบบหวือหวา แต่สวย จนคนทักว่าผิวดูดี ในส่วนของกลางวัน ถ้าอากาศร้อนมากๆ หรือชื้นมากๆ คิดว่าน้องชุ่มชื้นไปหน่อย แต่ถ้าใครผิวแห้งน่าจะชอบ ถ้านับแค่ใช้กลางคืนก็ขอให้ไปเลย 5 ฟลาสก์

ไหนๆ ก็เมนชั่นถึงไนท์ครีมแล้ว

มาค่ะ ซักนิด ตัวไนท์ครีมมีชื่อว่า Gentle peeling cream มาในหน้าตาแบบนี้

เนื้อครีมจะมีความหนักขึ้นมาเล็กน้อย

ตอนเกลี่ยจะขึ้นขาวได้เล็กน้อยซึ่งเป็นลักษณะปกติของการขึ้นเนื้อครีมด้วยสารที่ certified natural/organic นะคะ เมื่อเกลี่ยเสร็จแล้วจะได้ฟินิชที่ชุ่มชื้นดี

สำหรับส่วนผสมของสูตรครีมเป็น

ในภาพรวมก็คือสารบำรุงชุดหลักจะเหมือนตัว Serum แต่จุดที่เพิ่มเติมเข้ามาคือ

  • สารสกัดจาก Sea fennel (Crithmum maritimum extract) อันนี้แบรนด์เคลมเรื่องผลัดผิวอย่างอ่อนโยน ดูแลเรื่องความกระจ่างใส และดูแลริ้วรอย
  • เพิ่มน้ำมันบำรุงผิว โดยมีส่วนผสมของน้ำมันทานตะวัน Castor, Shea butter เข้ามา

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ So’Bio ด้วยนะคะ ที่ส่งสินค้าดีๆ มาในกลไกใหม่ๆ แปลกตา มาให้ได้รู้จัก และได้เปิดหูเปิดตาว่า สูตร Certified organic สามารถทำอะไรที่มันมีกลไกการออกฤทธิ์แบบซับซ้อนได้จริง และมาพร้อมผลทดสอบในอาสาสมัคร อันนี้ชอบมาก

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ So’Bio เลยนะคะ

https://www.facebook.com/tipchapter35

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.lazada.co.th/s.yOjCS?cc

https://s.shopee.co.th/8AL1X6YQJO

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญมาจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่ม Madagascar Centella สูตร Tone brightening Capsule Ampoule จากแบรนด์ Skin1004

ก่อนหน้านี้ทางเพจเคยนำเสนอรีวิวเซรั่ม Madagascar Centella ampoule ของแบรนด์ Skin1004 แบรนด์สายคลีนจากเกาหลีไป

(สามารถติดตามได้ที่ลิงค์นี้นะคะ >>Click<<)

วันนี้ขอหยิบเอาอีกสูตรที่ได้ลองมาสักพักใหญ่ๆ จนขึ้นขวดที่ 2 แล้วมารีวิว วิเคราะห์ส่วนผสมกันต่อ

น้องเป็นสูตรที่ออกแบบมาเพื่อดูแลเรื่องปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ได้อย่างลงตัวเลย

สูตรนี้มีชื่อว่า Tone brightening Capsule Ampoule ซึ่งมีหน้าตาแบบนี้

ส่วนนี้จะเป็นภาพกล่องค่ะ

ตัวนี้ทางแบรนด์มีผลเทสต์ในอาสาสมัครด้วยค่ะ โดยพบว่า อาการสีผิวไม่สม่ำเสมอ (Hyperpigmentation) ดีขึ้น วัดจากพื้นที่ของจุดด่างดำ (area) ลดลง 39.44% และปริมาณเม็ดสี melanin ลดลง 5.72% ใน 2 สัปดาห์

สำหรับตัวส่วนผสมหลักที่หน้าเว็บ Official เกาหลี เคลม จะเป็น B3 (Niacinamide) 4% Tranexamic acid 2% และใช้ MadeWhite™ เก็บในแคปซูล

โดยเซรั่มนี้จะมาในเนื้อแบบใส มีความหนืดเล็กน้อย ไม่มีกลิ่นเนื่องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม และ จะมีเม็ดแคปซูล/เม็ดบีดส์สีขาวกระจายอยู่

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ฟีลชุ่มกว่า มีความเคลือบกว่าเมื่อเทียบกับสูตรแอมพูลนางฟ้าตัวแรก พอเขาซึม/แห้งไปก็จะไม่เหลือความหนึบหรือความเหนอะหนะไว้

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 6 ก็ถือว่าใกล้เคียงกับผิวอยู่

มาดูส่วนผสมแบบเต็มกันค่ะ

ในภาพรวมน้องมาในเซรั่มเบสแบบน้ำ ที่ไม่มีส่วนผสมของซิลิโคน และแอลกอฮอล์

สำหรับประโยชน์ของสารบำรุงต่างๆ เป็นประมาณนี้

  • สารสกัดจากใบบัวบก หรือ Cica ประกอบด้วยสารพฤกษเคมีที่สำคัญในกลุ่ม Triterpenoids ที่สำคัญ 4 ชนิด ได้แก่ asiaticoside, madecassoside, asiatic acid และ madecassic acid ที่สามารถออกฤทธิ์ได้ผ่านหลายระบบและกลไก (Park KS. Evid Based Complement Alternat Med. 2021:5462633.) ซึ่งให้ประโยชน์ได้หลายด้านไม่ว่าจะเป็น Antioxidant, ลดการอักเสบระคายเคือง เสริมการสมานแผล เสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน
  • คอมบิเนชั่นของ Aqua (and) Pentylene Glycol (and) Madecassoside แทนด้วยสีบานเย็น คือ ชุดส่วนผสมของ MadeWhite™ ซึ่งข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่า สารนี้มีคุณสมบัติในการดูแลจุดด่างดำ และการระคายเคืองไปพร้อมๆ กัน (Ref: TDS MadeWhite™)
  • Niacinamide แบรนด์เคลมว่าใส่มาที่ 4% ซึ่งตัวนี้มีประโยชน์ที่ดีกับผิวหลายอย่าง เช่น เป็น Whitening ผ่านกลไกการยับยั้งการส่งผ่านเม็ดสีที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปภายนอก ดูแลเรื่องการระคายเคือง เสริมการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น barrier ผิว ควบคุมสมดุลการสร้าง sebum ดูแลปัญหาสิว
  • Tranexamic acid (TXA) แบรนด์เคลมว่าใส่มาที่ 2% มีรายงานว่า TXA สามารถยับยั้ง Plasmin ปกติ Plasmin เป็นตัวตั้งต้นก่อนจะไปกระตุ้นฮอร์โมน α-MSH (Melanocyte stimulating hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นให้ Melanocyte ทำงานเพิ่มขึ้น (J Am Acad Dermatol 2011;October:699-714.) การทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่า TXA ไปลดการสร้าง tyrosinase enzyme และโปรตีนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดสี และเสริมกระบวนการ Autophagy ของถุงเก็บเม็ดสี Melanosome ทำให้สีผิวจางลง (J Dermatol Sci. 2017;88(1):96-102.)
  • คอมบิเนชั่นของ Xylitylglucoside, Anhydroxylitol และ Xylitol มีชื่อทางการค้าว่า Aquaxyl วัตถุดิบนี้ผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่ามีประโยชน์ในการเสริมกลไกการเก็บกักน้ำของผิวตามธรรมชาติ และช่วยรักษาสมดุลของน้ำในผิว โดยออกฤทธิ์เสริมการสังเคราะห์โปรตีน Aquaporin ที่เป็นเหมือนประตูเขื่อน กั้นน้ำและ glycerol ไม่ให้หลุดรอดออกไปข้างนอก
  • 3-O-ethyl ascorbic acid เป็นฟอร์มหนึ่งของวิตามินซี ที่มีความเด่นด้าน Whitening โดยยับยั้งการสร้างเม็ดสี และเสริมการยับยั้ง MSH ที่เป็นฮอร์โมนที่จะมากระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีในขั้นแรก (Chen et al., Free Radic Biol Med. 2021 Sep;173:151-169) และเป็น antioxidant ที่ดี
  • Lactobacillus ferment ได้จากการหมักจุลินทรีย์ Lactobacillus อาจเคลมในเรื่องของ postbiotic ให้ผิวแข็งแรงได้

ส่วนผสมอื่นๆ เลือกมาได้ค่อนข้างดี และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ในด้านของการเป็น Whitening คิดว่าออกแบบมาได้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่ต้นน้ำ ก่อนเกิดการสร้างเม็ดสี ด้วย TXA กลางน้ำ คือยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ด้วยวิตซี และปลายน้ำ คือ B3 ที่บล็อคไม่ให้เม็ดสีที่สร้างเสร็จแล้วออกไปภายนอก สูตรทำมาได้ค่อนข้างอ่อนโยน และมีตัว Cica มาช่วยเรื่อง Soothing ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ น้องเป็นเซรั่มที่เนื้อบางเบา ไม่เหนอะหนะ จะมีความชุ่มชื้นและหนักกว่าแอมพูลนางฟ้าสูตรออริจินอล แต่ก็ไม่ได้ลื่น เมือก หรือทิ้งฟิล์มกวนผิว สามารถเอาลงรูทีนได้ง่าย ใช้งานสะดวก จะติก็แค่พกพาลำบากหน่อยเวลาเดินทาง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมาหักคะแนนเนอะ เอาไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

แนบทางไปช้อปปิ้ง

Lazada https://s.lazada.co.th/s.DENgz?cc

Shopee https://s.shopee.co.th/AA4eQqeWBP

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ