Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มแดง Red Smoothie serum 8 จากแบรนด์ Arencia

Blog นี้มารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมของเซรั่มแดงจากบ้าน Arencia กัน

น้องมีชื่อเต็มๆ ว่า Red Smoothie serum 8

ที่มีเคลมเรื่อง Niacinamide 8% + Collagen & peptide ส่วนผสมเป็นอย่างไรเดี๋ยวเราไปดูกัน

ตัวน้องมาในหน้าตาแบบนี้นะคะ

เนื้อเซรั่มเป็นสีแดง ซึ่งจากส่วนผสมเขาไม่ได้ใส่สี นี่น่าจะเป็นสีของสารสกัดค่ะ

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ซึมไว แห้งไว ไม่เหนอะหนะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวมจะเป็นเซรั่มเบสน้ำนม ที่มีส่วนของ Isononyl isononanoate ที่เป็นออยล์สังเคราะห์กลุ่ม fatty ester ซึ่งมีเนื้อบางเบา ให้ผิวนุ่ม

ส่วนผสมหลักจะเป็น Niacinamide หรือวิตามินบี 3 ตามเคลม 8%

ซึ่งวิตามินบี 3 มีประโยชน์ที่ดีหลายอย่าง

  • เรื่องของ whitening ผ่านการยับยั้งการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปด้านนอก
  • ควบคุมความมัน ดูแลสิว ดูแลปัญหาการระคายเคือง
  • เสริมการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น Barrier ผิว
  • เป็นสารตั้งต้นให้ NAD และ NADP ที่เป็นส่วนสำคัญในการทำงานหลายๆ อย่างของผิว จึงมีประโยชน์ในเชิง anti-aging

ในภาพรวมเซรั่มนี้ค่อนข้างเด่นเรื่อง whitening คือ เก็บกลไกการสร้าง-ส่งผ่านเม็ดสีได้ค่อนข้างครบ

  • Hexapeptide-2 ยับยั้งที่ก่อนจะเกิดการสร้างเมลานิน ผู้ผลิตสารเคลมว่าโครงสร้างบางส่วนคล้ายกับฮอร์โมน alpha-MSH เลยไปจับกับตัวรับของ alpha-MSH บนเซลล์สร้างเม็ดสีแทน ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีไม่โดนกระตุ้น นอกจากนี้ยังกล่าวถึงประสิทธิภาพในการดูแลริ้วรอยเพิ่มเติม
  • Arbutin ยับยั้งเอนไซม์สร้างเม็ดสี tyrosinase
  • Ferulic acid เป็น antioxidant ที่ดี

มีวิตามินและสารสกัดจากพืชอีกหลายๆ ชนิด สารพัดพืชผักสมุนไพรผลไม้สมชื่อ Smoothie ของนาง เอาจริงๆ พวกนี้ดูแลผิวได้อย่างครอบคลุม แม้ว่าพอดูจากลำดับแล้วก็อาจจะไม่ได้แบบว่าเป็นตัวหลัก แต่ก็น่าจะให้ประโยชน์ที่ดีอยู่ ส่วนตัวมองว่าได้ B3 + Hexapeptide-2 ก็คือคุ้มฉ่ำแล้ว

ในส่วนของคอลลาเจนที่เขาเคลม อันนี้เราไม่ทราบขนาดว่าใหญ่มากน้อยแค่ไหน เขาเคลมว่า “นาโนคอลลาเจน” เลยตีรวมเป็นเรื่องชุ่มชื้นไปก่อน

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง เซรั่มมีส่วนผสมที่เด่นด้าน whitening โดยไปดูแลการสร้างเม็ดสีได้หลากหลายกลไกพร้อมกัน ซึ่ง Hexapeptide-2 มีกลไกการออกฤทธิ์ที่น่าสนใจอยู่ รวมกับสารสกัดจากพืช และวิตามินอีกหลายๆ ชนิด ให้ประโยชน์ในการดูแลผิวได้หลายอย่าง แม้ว่าจากลำดับดูเหมือนจะได้มาไม่เยอะ แต่ก็ขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ในเรื่องเนื้อสัมผัส ตัวเซรั่มทำมาบางเบา มีส่วนผสมของน้ำมันอยู่นิดหน่อยเลยไม่แห้งจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้เหนอะหนะ เลเยอร์ลงรูทีนง่าย ใช้งานง่าย ด้วยความที่เราไม่ได้มีปัญหาจุดด่างดำในช่วงนี้เลยไม่แน่ใจเรื่องของประสิทธิภาพ whitening แต่รู้สึกว่า นางช่วย maintain สุขภาพผิวให้คงเดิมได้ดี ขอให้ไป 5 ฟลาสก์

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/9zqjgGt0qk

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มดูแลปัญหาริ้วรอย Ultimate Anti-Wrinkle and Brightening Booster Serum สูตรไม่มี retinol ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Baobab callus culture lysate

ทางเพจเคยนำเสนอรีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมมอยส์เจอไรเซอร์ Youth-Full จากแบรนด์ LaLaaCram ไปเมื่อช่วงก่อน ตามลิงค์นี้นะคะ

>>Click<<

วันนี้ขอหยิบเอาผลิตภัณฑ์น้องใหม่ของแบรนด์ ที่ได้ไปซุ่มเงียบทดลองใช้มาเดือนเศษๆ น้องเป็นเซรั่มที่ออกแบบมาเพื่อดูแลริ้วรอยและชะลอวัย โดยเลือกใช้ส่วนผสมได้อย่างลงตัว

น้องมีชื่อว่า Ultimate Anti-Wrinkle and Brightening Booster Serum 

มาในหน้าตาแบบนี้นะคะ

ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้มีความน่าสนใจในการเลือกใช้ส่วนผสม และทางแบรนด์ก็ได้นำเอาไปทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครมาด้วย โดยทำการทดสอบในอาสาสมัครอายุ 40 – 60 ปี จำนวน 33 คน โดยสถาบัน DermScan ASIA ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำ

ผลพบว่า

  • 88% ของผู้ใช้รู้สึกว่าผิวดูกระจ่างใสขึ้นใน 7 วัน
  • 96% ของผู้ใช้รู้สึกว่าริ้วรอยแลดูจางลงใน 14 วัน
  • การประเมินด้วยเครื่องมือ Primos พบว่า 100% ของอาสาสมัครมีริ้วรอยร่องลึกจางลงอย่างเห็นได้ชัดเจนใน 28 วัน

ก็คือ ถือว่าน่าสนใจมาก

เนื้อเซรั่มเป็นเนื้อน้ำนม ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม

เกลี่ยง่าย บางเบา แค่ยังชุ่มชื้นผิวอยู่ ให้ความรู้สึกเย็นและสบายผิว

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวมคือเป็นเซรั่มชะลอวัยตัวตึงที่อัดส่วนผสมมาเยอะมาก เพื่อดูแลปัญหาที่เกิดจากอายุ มีการเลือกใช้กรดอะมิโนหลากหลายชนิด ซึ่งทำหน้าที่เป็น NMF (Natural moisturizing factor) จับน้ำให้ผิว โดยเวลาเราอายุเพิ่มขึ้น สัดส่วนของ NMF ก็จะเปลี่ยนแปลงไป ถ้ามีการเติม NMF ลงไป ก็น่าจะได้ประโยชน์เรื่องผิวชุ่มชื้นและแข็งแรงได้อีกทาง นอกจากนี้ผิวอาจหยิบเอากรดอะมิโนไปใช้ได้ตามความต้องการ

ในส่วนของการเติมน้ำ นอกจาก NMF แล้ว ยังเสริมมาด้วย Hyaluronic acid และอนุพันธ์หลากหลายฟอร์ม มากันทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ ตัวเคลือบ ตัวเกาะ เพื่อเสริมกระบวนการเก็บน้ำให้ผิว

แล้วช่วยฟื้นฟู Barrier ด้วย Ceramides complex ที่เบลนด์ Ceramides หลากหลายชนิดเข้ารวมกับ Cholesterol + Phytosphingosine

พร้อม Soothing แบบฉ่ำๆ ด้วย Cica + Bisabolol + Panthenol + Dipotassium glycyrrhizate

มาถึงกลุ่มของสารที่ดูแลปัญหา Aging

มาถึงกลุ่มของสารที่ดูแลปัญหา Aging

  • Adansonia digitata callus culture lysate (2%) ตัวนี้น่าสนใจมาก มาในชื่อ BaoliftTM จาก Vyrtus biotech ที่กลไกการออกฤทธิ์ที่น่าสนใจ ภายใต้คอนเซปท์ Fit-Skin concept โดยไปออกฤทธิ์ผ่าน Exerkines เหมือนเราไปออกกำลังมา แล้วผิวดี กวาดรางวัลมามากมายจากหลากหลายงานแฟร์ทางด้านเครื่องสำอาง

โดยนวัตกรรมนี้พูดถึงเรื่อง “Skin-Fascia-Muscle axis” ซึ่งปกติเวลาเราออกกำลังจะมีพวกสาร Exerkines ที่ให้ประโยชน์กับผิวหลายๆ ทาง โดยเฉพาะเรื่องความกระชับของผิว

     ทางผู้ผลิตวัตถุดิบมีการพูดถึง extracellular ATP หรือ eATP ที่เวลาออกกำลังกาย นางจะออกมาแล้วไปมีผลต่อหลายๆ กลไก ทั้งการปลดปล่อยสารสื่อประสาท ฮอร์โมน รวมไปถึงการสื่อสารระหว่างชั้นหนังกำพร้ากับ Fibroblast และมีประโยชน์ในการกระตุ้นเส้นใย extracellular matrix ให้กระชับ

     นอกจากนี้เวลาออกกำลังกายจะมีการปลดปล่อย mitochondria derived peptides หรือ MOTS-C ที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ในขณะเดียวกันจะมีประโยชน์กับผิวโดยไปเพิ่มคอลลาเจนให้ผิวแน่นขึ้น

     ผลเทสต์ในอาสาสมัครพบว่า ผิวมีความกระชับขึ้น และมีริ้วรอยลดเลือนลง

  • Bakuchiol ที่ความเข้มข้น 1% สารนี้จัดเป็นสารในกลุ่ม meroterpene พบได้ในพืช เช่น Psoralea corylifolia มีรายงานถึงความสามารถในการออกฤทธิ์คล้ายวิตามินเอ (Int J Cosmet Sci. 2014 Jun;36(3):221-30.) มีการทดสอบชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจ ทดสอบในกลุ่มอาสาสมัครที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย โดยให้ทา Bakuchiol 1% วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าให้ประโยชน์ในการดูแลปัญหาด้าน aging ได้ดี โดยไม่พบอาการระคายเคือง (J Drugs Dermatol. 2020;19(12):1181-1183.) มีอีกชิ้นที่น่าสนใจ อยากเล่า เป็นงานตีพิมพ์เมื่อปี 2019 เปรียบเทียบประสิทธิภาพของ Bakuchiol 0.5% ทาวันละ 2 ครั้ง และ Retinol 0.5% ทาวันละครั้ง เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่า ให้ประสิทธิภาพไม่ต่างกัน แต่พบว่ากลุ่มที่ทา Retinol มีความรู้สึกว่าผิวแห้ง และพบการระคายเคืองได้มากกว่า (Br J Dermatol. 2019;180(2):289-296.)
  • Double peptide complex ที่เบลนด์ Acetyl hexapeptide-8 ที่ให้ผลคลายริ้วรอยชั่วคราว ร่วมกับ Palmitoyl pentapeptide-4 ที่เสริมสร้างการผลิตคอลลาเจนและเส้นใยใน dermis ให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น ไม่หย่อนคล้อย เมื่อใช้ร่วมกัน ในทางทฤษฎีก็จะช่วยคลายริ้วรอยชั่วคราวในระยะสั้น และค่อยๆ ซัพพอร์ตการสร้างเส้นใยออกมาในระยะยาว
  • เสริม Niacinamide อีก 5% ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของ NADH, NADPH ที่ใช้ทำหน้าที่หลายอย่าง จึงให้ประโยชน์ในเชิงการชะลอวัย ดูแลปัญหาริ้วรอย พร้อมๆ ไปกับการดูแลเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ ความแข็งแรงของชั้นผิว ดูแลและลดการระคายเคือง

พัฒนามาในเบสที่เป็นมิตรกับผิว

มาให้คะแนนเซรั่มกัน

  1. สารบำรุง เซรั่มตัวนี้มาในส่วนผสมนวัตกรรมอย่าง Baolift ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ออกฤทธิ์ผ่าน Skin-Fascia-Muscle axis ที่คิดว่าค่อนข้างใหม่ คือ ทำให้ผิวกระชับ ให้ประโยชน์คล้ายกับการออกกำลังกาย เสริมมาด้วย Bakuchiol เปปไทด์ เพื่อดูแลปัญหาริ้วรอยได้อย่างลงตัว มาพร้อมสารบำรุงอื่นๆ ที่ให้ประโยชน์ได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสีผิวไม่สม่ำเสมอ การระคายเคือง ความชุ่มชื้นของผิว และผิวแข็งแรง ครบทุกปัญหาที่เรามักพบเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ตัวเซรั่มมาในเนื้อที่บางเบาไม่หนักมาก เลเยอร์ลงรูทีนง่าย ในด้านของความชุ่มชื้น สำหรับคนผิวผสม-แห้ง อาจจะต้องมีครีมมาทับอีกชั้น ในด้านของการใช้งานส่วนตัวมองว่าเซรั่มนี้ทำมาได้ค่อนข้างดี ผิวนุ่มเนียนขึ้น และเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการใช้เซรั่มที่ไม่มีเรตินอยด์ ให้ไป 5 ฟลาสก์

และอยากบอกว่า ถ้าใช้เซรั่มกับครีมคู่กัน จะยิ่งเริ่ดขึ้นไปอีกนะคะ

ทาเซรั่มก่อน แล้วทาครีมทับเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ LaLaaCram ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้เปิดหูเปิดตา และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/lalaacramthailand

ทางไปช้อปปิ้งเซรั่ม

Shopee https://s.shopee.co.th/4q6ei5FVof

Lazada https://s.lazada.co.th/s.ABOBo?cc

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มไฮยาตึงตึงสายกวาดรางวัลจากเกาหลี จาก Torriden DIVE IN Serum

Blog นี้จะมารีวิวเซรั่มไฮยาตัวตึงจาก Torriden กันนะคะ

น้องมีชื่อเต็มๆ ว่า Dive In Low Molecular Hyaluronic Acid Serum

ตัวตึงในหมู่พส.เกาหลี กวาดรางวัล Olive Young Awards หมวด Essence/Serum มา 2 ปี ซ้อน

และความน่าสนใจคือ ไฮยาที่ใช้เป็นไฮยาเกรด Vegan และได้รับ certified vegan ด้วย

อันนี้จะเป็นหน้าตาของน้องนะคะ

ส่วนนี้จะเป็นกล่องค่ะ

เซรั่มมาในเนื้อกำลังดี ไม่หนืดไป ไม่เหลวไป

เวลาเกลี่ย น้องจะให้ฟีลลื่นๆ ในช่วงแรก ก่อนจะเซ็ตตัวเป็นฟิล์มบางๆ ที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล ชุ่มชื้น และเย็นสบายผิว

ตัวผลิตภัณฑ์มีผลทดสอบในอาสาสมัครด้วยในเรื่องของการเติมความชุ่มชื้นให้ผิวหลายๆ ระดับ และประสิทธิภาพในการเพิ่มความชุ่มชื้นที่ยาวนาน

(Image from Torriden Official Shopee Mall)

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวมพระเอกของผลิตภัณฑ์ก็เป็น ไฮยา 5 ชนิด ซึ่งจะมีทั้งตัวที่เคลือบ ตัวที่เกาะผิว ตัวที่ซึม เพื่อดูดจับน้ำและเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวในหลายๆ ระดับไปพร้อมๆ กัน

สำหรับสารบำรุงอื่น ที่เข้ามาเสริมเรื่องการจับน้ำ จะเป็นน้ำตาล Trehalose ที่จับน้ำได้เก่งเหมือนกัน ควบคู่ไปกับ Beta-glucan ซึ่งตัวนี้มีคุณสมบัติเป็น prebiotic เป็นอาหารให้แก่จุลินทรีย์ดีๆ บนผิว ให้ผิวแข็งแรงได้อีกทาง

ดูแล Barrier ผิวให้แข็งแรงเก็บกักน้ำได้ดีขึ้นด้วย Ceramide NP และ Cholesterol

เสริมสารสกัดที่เด่นเรื่อง Soothing หลายชนิด ได้แก่

  • Madecassoside + Madecassic acid ที่แยกได้จากบัวบก มีประโยชน์ต่อผิวหลายประการ รวมทั้ง Soothing
  • Panthenol ที่ดูแลผิวไปพร้อมๆ กับเพิ่มความชุ่มชื้น และเสริมกระบวนการฟื้นฟู Barrier ผิวตามธรรมชาติ
  • Allantoin
  • Betaine
  • สารสกัดจาก Portulaca Oleracea Extract มีประโยชน์ต่อผิวหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดูแลการระคายเคือง ความชุ่มชื้น และ มีคุณสมบัติ antioxidant เสริม
  • สารสกัดจาก Paeonia Suffruticosa Root Extract ก็มีประโยชน์ต่อผิวหลายอย่างเช่นกัน เช่น antioxidant รวมไปถึง soothing, whitening
  • Scutellaria Baicalensis Root Extract ซึ่งประกอบด้วยพฤกษเคมีที่ประโยชน์หลายชนิด และมีรายงานวิจัยสนับสนุนถึงคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ ทั้งในระดับหลอดทดลอง และในหนูทดลอง และมีคุณสมบัติในการกดสาร cytokines ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการแพ้ (J Ethnopharmacol. 2012; 141(1):345-9.)

เสริม Antioxidant ด้วยสารสกัดจาก Malachite

มี Witch hazel อยู่อีกนิดๆ คุมมัน กระชับรูขุมขน

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ในภาพรวม สารบำรุงเด่นด้วยไฮยาหลายชนิดที่ไล่ระดับกันมาช่วยเติมน้ำให้ผิว มาพร้อมการพร้อม Soothing จากสารบำรุงอื่นๆ พร้อมดูแลฟื้นฟู Barrier ให้แข็งแรง ด้วย Ceramide + Cholesterol มี AOX นิดๆ จาก Malachite เสริม โดยรวมขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ทำมาได้ค่อนข้างดี ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ตัวเซรั่มจะมีความลื่นนิดๆ แต่จะชอบเวลาเกลี่ย และเมื่อเซ็ตตัวให้ความรู้สึกเคลือบเป็นฟิล์มบางๆ ที่รู้สึกเย็นสบายผิว ผิวนุ่มลื่น ทาครีมทับอีกชั้นก็สบายผิวได้ทั้งวัน ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านด้วยนะคะ ที่ติดตามรับชมมาจนจบ

ขออนุญาตแนบทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/2VhVLuaRu6

https://s.lazada.co.th/s.zgUF7?cc

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มผลัดผิว พีลลิ่งพีลใจ Y.O.U 6% Acid Renewal Peeling Serum ราคาจุ๊บจิ๊บส่วนผสมใหญ่โต

การมีเซรั่มผลัดผิว พีลลิ่งพีลใจซักชิ้นในหมวดสเปเชียลแคร์ประจำสัปดาห์ มันดีนะคะ โดยเฉพาะสำหรับคนวัย 30 ขึ้นไปที่วงจรการสร้าง-ผลัดออกของผิว (Skin cycle) จะเริ่มยาวนานขึ้นจาก 28 วัน ในช่วงวัยรุ่น เป็น 30 – 35 วัน และพบว่า เมื่ออายุเพิ่มขึ้น Skin cycle จะยาวขึ้นเรื่อยๆ เพราะผิวสร้างออกมาได้น้อยลงด้วยส่วนหนึ่ง

ถ้าเรามีพวก Peeling เบาๆ มาเสริมให้ผิวผลัดได้ตามปกติ ก็เป็นการดูแลผิวให้มีความ Glass Glow ได้ เพียงแต่ต้องใช้ด้วยความใจเย็น และระมัดระวัง อย่าไปผลัดเยอะเกิน (Over exfoliate) จนผิวบอบบางแพ้ง่าย

ไหนๆ จะ พีลแล้ว ก็พีลให้คุ้มค่า เลือกอันที่ส่วนผสมปังๆ ก็น่าสนใจดีค่ะ

Blog นี้เลยขอหยิบเอาเซรั่มผลัดผิวของ Y.O.U 6% Acid Renewal Peeling Serum จริงๆ ทางแบรนด์มี 2 ความเข้มข้น คือ 6% กับ 12% แต่ส่วนตัวเลือกใช้อัน 6%

น้องมาในขวดแก้วหน้าตาแบบนี้นะคะ

ส่วนตัวจะชอบ YOU ตรงเขาทำ mapping เพื่ออธิบายประโยชน์ที่จะได้จากผลิตภัณฑ์ อันนี้ชอบมาก

อย่างตัวสูตร 6% นี่ถ้าดูตาม mapping คือ เขาจะเคลมเรื่องสิว (12% เคลมเรื่องริ้วรอย) รองลงมาจะเป็นเรื่องสิวเสี้ยน + ดูแลรูขุมขนกว้าง ต่อมาจะเป็นเรื่องกระจ่างใส และปรับให้ผิวเรียบเนียน และแถมกรุบกริบเรื่อง Barrier ผิว

สำหรับผลิตภัณฑ์นี้ก็จะมีผลทดสอบในอาสาสมัครด้วย

(ภาพจาก Y.O.U Official Shopee Mall)

ไม่บ่อยนักที่เราจะเห็นว่าผลิตภัณฑ์กลุ่ม Peeling มีผลเทสต์ว่าลดรอยแดงได้ ซึ่งตัวนี้ก็มีผลเทสต์ว่าลดรอยแดงได้ 35% นะคะ

ส่วนผลทดสอบในด้านอื่นๆ ทดสอบในอาสาสมัคร 33 คน ให้ใช้ผลิตภัณฑ์จำนวน 3 ครั้ง ประเมินด้วยกล้อง VISIA พบว่า

  • ปรับสภาพผิวที่ไม่เรียบเนียนได้ 65%
  • ลดขนาดรูขุมขนกว้างได้ 60%
  • ลดเลือนริ้วรอยได้ 23%
  • ปริมาณน้ำมันลดลง 27%

ส่วนผสมของน้องเป็นดังนี้

ในภาพรวมก็คือสารบำรุงจัดมาค่อนข้างฉ่ำ ถ้าในกลุ่มของ Organic acids จะแบ่งได้ 3 กลุ่มหลักๆ ได้แก่

  • AHA เป็นตัวเบลนด์ของกรดอินทรีย์หลายชนิด ได้แก่ Malic acid, Mandelic acid, Glycolic acid, Lactic acid, Citric acid, Tartaric acid เบลนด์มาที่แต่ละตัวจะมีขนาดโมเลกุลแตกต่างกันไป เหมือนเป็นการบาลานส์ระดับการผลัดผิวและความอ่อนโยน (คหสต.) รวมกันแล้วอยู่ในระดับความเข้มข้น 4.85%
  • BHA คือ salicylic acid เด่นในแง่ของการลดการอุดตันในรูขุมขน ใส่มาที่ 1.08%
  • PHA เป็นตัว Gluconolactone ที่เด่นในแง่ของการดูแลสิว และ Lactobionic acid ผลัดผิวอย่างอ่อนโยน ใส่มาที่ 0.07%

รวมเป็น 6% Acids ตามฉลาก และยังเสริมสารผลัดผิวอย่าง HEPES (Hydroxyethylpiperazine Ethane Sulfonic Acid) เข้ามาอีกตัว

มีกรดผลัดผิวแล้ว มาดูกลุ่มของตัวดูแลอาการระคายเคืองกันบ้าง ในส่วนผสมชุดนี้เลือกใช้ Symsitive® (4-t-Butylcyclohexanol) ที่เด่นเรื่องการลดอาการระคายเคือง เสริมมาด้วย Panthenol + Dipotassium Glycyrrhizate ที่เด่นเรื่องการดูแลการระคายเคือง Betaine ที่เติมน้ำให้ผิวได้ด้วย มาพร้อม สารสกัดจาก Aloe ชะเอม คาโมมายล์ และ Cica

ผลัดแล้ว Barrier ยังแข็งแรง เพราะมี Ceramides หลากหลายตัว (Ceramide NP, Ceramide NS, Ceramide AP, Ceramide AS, Ceramide EOP) + Cholesterol + Phytosphingosine

แถมๆ phospholipids เป็นน้ำมันบำรุงที่ซึมผิวได้มานิดนึง

เติมน้ำด้วย Hyaluronic acid และอนุพันธ์ หลากหลายฟอร์ม

ในส่วนของสารบำรุงอื่น ที่น่าสนใจได้แก่

  • Carnosine ได้ประโยชน์เรื่อง Anti-glycation ดูแลปัญหาผิวเสียจากน้ำตาล
  • Palmitoyl Tripeptide-5 เสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน
  • ได้ประโยชน์ด้าน Whitening ดูแลปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ จาก Alpha-arbutin และ Tranexamic acid

ในภาพรวมก็คือน้องไม่ใช่แค่ Peeling ธรรมดา แต่มาในสารบำรุงแบบครบถ้วน ดูแลผิวได้หลายปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของริ้วรอย สีผิวไม่สม่ำเสมอ การดูแลปัญหาสิว และมีตัวดูแลเรื่องอาการระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้น มาในเบสแบบน้ำ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง AHA 4% ก็สามารถออกฤทธิ์ในการผลัดผิวได้ในค่า pH ที่เหมาะสม เสริม BHA ในความเข้มข้นที่ยังให้ผลดูแลปัญหาการอุดตัน มีตัวลดการระคายเคือง เสริม Barrier ให้แข็งแรง พร้อมเติมน้ำ และสารบำรุงที่ให้ประโยชน์ในเชิงริ้วรอย และสีผิวไม่สม่ำเสมอ ดังนั้นจะมาเป็น Peeling เหมือนกันไม่ได้! เอาไปเลย 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ส่วนตัวจะใช้สัปดาห์ละครั้ง ตอนกลางคืน ในวันที่ใช้จะไม่ใช้ Retinoids อื่น เพื่อเลี่ยงปัญหาระคายเคืองผิว โดยรวมมองว่าน้องทำมาได้ดี ตอบโจทย์ ดูแลปัญหาผิวให้ผิวมีความเรียบเนียนได้ดี ส่วนเรื่องสิวตัวเองไม่ค่อยมีอยู่แล้ว ในภาพรวมก็คือค่อนข้างชอบในเนื้อสัมผัส และฟินิชผิวที่ได้หลังใช้ไปซักระยะ ผิวจะโกลว์สวยขึ้น ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณทุกท่านนะคะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

แนบลิงค์ไปช้อปปิ้ง

Shopee https://s.shopee.co.th/6VD9qpLVqd

Lazada https://s.lazada.co.th/s.B2dHG?cc

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มเพื่อผิวกระจ่างใส LumiLYS[C] จาก So’Bio Etic แล้วจะอึ้งเหมือนดิฉัน ว่า Certified organic แต่ mechanism เริ่ดมงลง 10 10

สำหรับ Blog นี้จะมาวิเคราะห์ส่วนผสมของเซรั่มที่พึ่งออกใหม่ในไลน์ Lumilys [C] ของ So Bio Etic กัน

โดยน้องมาในหน้าตาแบบนี้

ส่วนนี้เป็นแพคเกจ จะมีความเหลือบรุ้งแวววาว ทำไมต้องเหลือบรุ้งแวววาว เดี๋ยวมาดูกัน

เนื้อเซรั่มมาในเบสแบบน้ำนม มีกลิ่นหอมนวลๆ

เกลี่ยได้ง่าย ให้ความชุ่มชื้นสูง

เซรั่มตัวนี้มีสารบำรุงหลายชนิดที่เสริมกันได้อย่างลงตัว เพื่อดูแลปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ เสริมความกระจ่างใสตามธรรมชาติของผิว

ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัคร หญิง จำนวน 21 คน จากคะแนนความพึงพอใจพบว่า

  • เมื่อใช้ได้ 2 สัปดาห์ ผิวสว่างกระจ่างใสมากขึ้น
  • 4 สัปดาห์ จุดด่างดำดูจางลง
  • 8 สัปดาห์ 90% ของอาสาสมัคร รู้สึกว่าจุดด่างดำจางลงอย่างชัดเจน

จากผลการประเมินในห้องปฏิบัติการ พบว่า

  • 4 สัปดาห์ จุดด่างดำสีจางลง 11.5% และ สีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น 24.5%
  • 8 สัปดาห์ จุดด่างดำสีจางลง 29.5% และ สีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น 56.6%

ในด้านของส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวมน้องมาในเบสแบบน้ำนม มีส่วนผสมของน้ำมันบำรุงผิวจากธรรมชาติ ส่วนผสมที่เลือกมาค่อนข้างเป็นมิตรทั้งกับผิวและกับสิ่งแวดล้อม สูตรนี้ได้รับการรับรอง Certified Organic จาก Cosme Bio ประเทศฝรั่งเศส

ในด้านสารบำรุงที่เด่นเรื่อง Whitening จะมี Highlight ingredient เป็น สารสกัดจากสาหร่ายสีรุ้ง Cystoseira tamariscifolia extract แบรนด์เคลมว่าเก็บด้วยมือจากพื้นที่ทะเลฝรั่งเศส และได้รับเคลม Organic ในส่วนของการออกฤทธิ์ กลไกการออกฤทธิ์ครบ ตั้งแต่ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ ของกระบวนการสังเคราะห์เม็ดสี

  • ต้นน้ำ: ลด POMC ซึ่งเป็นโปรตีนตั้งต้นของ MSH ที่เป็นฮอร์โมนตัวแม่ที่จะไปกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสี (melanocyte) ทำงานต่อไป  นอกจากนี้สารสกัดยังไปกระตุ้น AGRP gene ยีนนี้จะสร้าง AGRP ออกมา แล้วไป Block การจับของ MSH กับ Melanocortin ทำให้เม็ดสีไม่สร้าง ผลรวมก็คือ melanocyte ไม่โดนกระตุ้น
  • กลางน้ำ: ยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase และชะลอไม่ให้ถุง melanosome ใน melanocyte เจริญจนเป็นถุงพร้อมส่งออกไปหนังกำพร้า
  • ปลายน้ำ: ลดการส่งผ่าน melanosome ที่มีเม็ดสีไม่ให้ออกมายังหนังกำพร้า พร้อม กระตุ้นการสลายตัวของถุงเม็ดสีในหนังกำพร้า

พอเป็นสาหร่ายสีรุ้งก็เลยมีแพคเกจเหลือบแวววาวสีสวยแบบนี้ค่ะ

สำหรับสารบำรุงอื่นๆ ที่ให้ประโยชน์ในด้านการดูแลสีผิวไม่สม่ำเสมอก็จะมี

  • Ascorbyl glucoside (AA2G) เป็นวิตามินซีฟอร์มที่ละลายน้ำได้ดี ความคงตัวดีทั้งต่ออุณหภูมิ และ ทน pH ได้ในช่วงกว้าง (Huang et al., Bioorg Med Chem Lett 2013;23(6):1583-1587.) ดูดซึมผ่านผิวได้ เมื่อลงผิวจะกลายร่างเป็น Ascorbic acid (AA) ได้ บางการศึกษาว่าการว่า AA2G มีฤทธิ์ยาวนานกว่า AA เพราะมาจากผิวเราค่อยๆ ตัด Glucose ออก ได้ AA มาทีละน้อยๆ ในด้านของประสิทธิภาพ นั้น มีผลการทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงชนิดต่างๆ พบว่า AA2G มีคุณสมบัติเป็น Whitening โดยไปลดการสร้างเม็ดสี กระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน ประสิทธิภาพเหมือน LAA แต่ออกฤทธิ์ได้นานกว่า ปกป้องเซลล์ผิวจากรังสี UVB ได้ดีตามความเข้มข้นที่เพิ่มขึ้น (Dose dependent) และลดการอักเสบที่เกิดต่อเนื่องมาจากรังสี UV และ เป็น Antioxidant ที่ดี (Enescu et al., J Cosmet Dermatol. 2022;21:2349–2359; Kumano, et al., J Nutr Sci Vitaminol (Tokyo) 1998;44(3):345-359.) ซึ่งทางแบรนด์เคลมว่าใช้อยู่ที่ความเข้มข้น 3%
  • สารสกัดจากหัวและดอก Lily (Lilium candidum) ซึ่งมีสารในกลุ่ม Polyphenol สูง เป็น antioxidant และ ยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่สร้างเม็ดสี จึงได้ทั้งประโยชน์ในเชิงการชะลอวัย และดูแลปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ

นอกจากนี้ยังเสริม Witch hazel leaf water ที่เด่นเรื่องของการกระชับรูขุมขน (astringent) ว่านหางจระเข้ ดูแลเรื่องความชุ่มชื้น และการระคายเคือง และกรดอะมิโน arginine ที่ช่วยเติมน้ำให้ผิว

ในส่วนของการปรับเนื้อให้มีความไม่มันเยิ้มนั้นใช้ ผงจากแกลบข้าว (Rice hull powder) ซึ่งช่วยดูดซับน้ำมันและความมันส่วนเกิน และปรับ finish ให้ matte พร้อมนุ่มนวลขึ้นอีก 1 เสต็ป ด้วย Lauroyl lysine

สำหรับน้ำหอมนั้นแบรนด์เคลมว่าเป็น 100% natural fragrance ค่ะ

มาให้คะแนนกัน

  1. สารบำรุง ในด้าน Whitening การดูแลสีผิวไม่สม่ำเสมอนั้น ถือว่าจัดมาได้ครบทั้งกระบวนการสร้าง-ส่งออกเม็ดสี ด้วยสารสกัดจากสาหร่ายสีรุ้ง เสริม ascorbyl glucoside และ สารสกัดจาก Lily เสริมคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้น ดูแลการระคายเคือง และดูแลเรื่องความมันบนผิวได้อีกหน่อย ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ทำมาได้ดี ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ เอาจริงๆ ทางนี้ว่า น้องเหมาะมากสำหรับการใช้กลางคืน แล้วใช้คู่กับตัวไนท์ครีมของเขาด้วยนะ คือ ฉ่ำมาก ได้แน่เลยคือ ความชุ่มชื้น ส่วนด้านผิวกระจ่างใส มันจะแบบว่าเสริมออร่า เสริมความสว่าง แบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้ขาวแบบหวือหวา แต่สวย จนคนทักว่าผิวดูดี ในส่วนของกลางวัน ถ้าอากาศร้อนมากๆ หรือชื้นมากๆ คิดว่าน้องชุ่มชื้นไปหน่อย แต่ถ้าใครผิวแห้งน่าจะชอบ ถ้านับแค่ใช้กลางคืนก็ขอให้ไปเลย 5 ฟลาสก์

ไหนๆ ก็เมนชั่นถึงไนท์ครีมแล้ว

มาค่ะ ซักนิด ตัวไนท์ครีมมีชื่อว่า Gentle peeling cream มาในหน้าตาแบบนี้

เนื้อครีมจะมีความหนักขึ้นมาเล็กน้อย

ตอนเกลี่ยจะขึ้นขาวได้เล็กน้อยซึ่งเป็นลักษณะปกติของการขึ้นเนื้อครีมด้วยสารที่ certified natural/organic นะคะ เมื่อเกลี่ยเสร็จแล้วจะได้ฟินิชที่ชุ่มชื้นดี

สำหรับส่วนผสมของสูตรครีมเป็น

ในภาพรวมก็คือสารบำรุงชุดหลักจะเหมือนตัว Serum แต่จุดที่เพิ่มเติมเข้ามาคือ

  • สารสกัดจาก Sea fennel (Crithmum maritimum extract) อันนี้แบรนด์เคลมเรื่องผลัดผิวอย่างอ่อนโยน ดูแลเรื่องความกระจ่างใส และดูแลริ้วรอย
  • เพิ่มน้ำมันบำรุงผิว โดยมีส่วนผสมของน้ำมันทานตะวัน Castor, Shea butter เข้ามา

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ So’Bio ด้วยนะคะ ที่ส่งสินค้าดีๆ มาในกลไกใหม่ๆ แปลกตา มาให้ได้รู้จัก และได้เปิดหูเปิดตาว่า สูตร Certified organic สามารถทำอะไรที่มันมีกลไกการออกฤทธิ์แบบซับซ้อนได้จริง และมาพร้อมผลทดสอบในอาสาสมัคร อันนี้ชอบมาก

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ So’Bio เลยนะคะ

https://www.facebook.com/tipchapter35

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.lazada.co.th/s.yOjCS?cc

https://s.shopee.co.th/8AL1X6YQJO

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญมาจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่ม Madagascar Centella สูตร Tone brightening Capsule Ampoule จากแบรนด์ Skin1004

ก่อนหน้านี้ทางเพจเคยนำเสนอรีวิวเซรั่ม Madagascar Centella ampoule ของแบรนด์ Skin1004 แบรนด์สายคลีนจากเกาหลีไป

(สามารถติดตามได้ที่ลิงค์นี้นะคะ >>Click<<)

วันนี้ขอหยิบเอาอีกสูตรที่ได้ลองมาสักพักใหญ่ๆ จนขึ้นขวดที่ 2 แล้วมารีวิว วิเคราะห์ส่วนผสมกันต่อ

น้องเป็นสูตรที่ออกแบบมาเพื่อดูแลเรื่องปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ได้อย่างลงตัวเลย

สูตรนี้มีชื่อว่า Tone brightening Capsule Ampoule ซึ่งมีหน้าตาแบบนี้

ส่วนนี้จะเป็นภาพกล่องค่ะ

ตัวนี้ทางแบรนด์มีผลเทสต์ในอาสาสมัครด้วยค่ะ โดยพบว่า อาการสีผิวไม่สม่ำเสมอ (Hyperpigmentation) ดีขึ้น วัดจากพื้นที่ของจุดด่างดำ (area) ลดลง 39.44% และปริมาณเม็ดสี melanin ลดลง 5.72% ใน 2 สัปดาห์

สำหรับตัวส่วนผสมหลักที่หน้าเว็บ Official เกาหลี เคลม จะเป็น B3 (Niacinamide) 4% Tranexamic acid 2% และใช้ MadeWhite™ เก็บในแคปซูล

โดยเซรั่มนี้จะมาในเนื้อแบบใส มีความหนืดเล็กน้อย ไม่มีกลิ่นเนื่องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม และ จะมีเม็ดแคปซูล/เม็ดบีดส์สีขาวกระจายอยู่

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ฟีลชุ่มกว่า มีความเคลือบกว่าเมื่อเทียบกับสูตรแอมพูลนางฟ้าตัวแรก พอเขาซึม/แห้งไปก็จะไม่เหลือความหนึบหรือความเหนอะหนะไว้

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 6 ก็ถือว่าใกล้เคียงกับผิวอยู่

มาดูส่วนผสมแบบเต็มกันค่ะ

ในภาพรวมน้องมาในเซรั่มเบสแบบน้ำ ที่ไม่มีส่วนผสมของซิลิโคน และแอลกอฮอล์

สำหรับประโยชน์ของสารบำรุงต่างๆ เป็นประมาณนี้

  • สารสกัดจากใบบัวบก หรือ Cica ประกอบด้วยสารพฤกษเคมีที่สำคัญในกลุ่ม Triterpenoids ที่สำคัญ 4 ชนิด ได้แก่ asiaticoside, madecassoside, asiatic acid และ madecassic acid ที่สามารถออกฤทธิ์ได้ผ่านหลายระบบและกลไก (Park KS. Evid Based Complement Alternat Med. 2021:5462633.) ซึ่งให้ประโยชน์ได้หลายด้านไม่ว่าจะเป็น Antioxidant, ลดการอักเสบระคายเคือง เสริมการสมานแผล เสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน
  • คอมบิเนชั่นของ Aqua (and) Pentylene Glycol (and) Madecassoside แทนด้วยสีบานเย็น คือ ชุดส่วนผสมของ MadeWhite™ ซึ่งข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่า สารนี้มีคุณสมบัติในการดูแลจุดด่างดำ และการระคายเคืองไปพร้อมๆ กัน (Ref: TDS MadeWhite™)
  • Niacinamide แบรนด์เคลมว่าใส่มาที่ 4% ซึ่งตัวนี้มีประโยชน์ที่ดีกับผิวหลายอย่าง เช่น เป็น Whitening ผ่านกลไกการยับยั้งการส่งผ่านเม็ดสีที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปภายนอก ดูแลเรื่องการระคายเคือง เสริมการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น barrier ผิว ควบคุมสมดุลการสร้าง sebum ดูแลปัญหาสิว
  • Tranexamic acid (TXA) แบรนด์เคลมว่าใส่มาที่ 2% มีรายงานว่า TXA สามารถยับยั้ง Plasmin ปกติ Plasmin เป็นตัวตั้งต้นก่อนจะไปกระตุ้นฮอร์โมน α-MSH (Melanocyte stimulating hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นให้ Melanocyte ทำงานเพิ่มขึ้น (J Am Acad Dermatol 2011;October:699-714.) การทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่า TXA ไปลดการสร้าง tyrosinase enzyme และโปรตีนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดสี และเสริมกระบวนการ Autophagy ของถุงเก็บเม็ดสี Melanosome ทำให้สีผิวจางลง (J Dermatol Sci. 2017;88(1):96-102.)
  • คอมบิเนชั่นของ Xylitylglucoside, Anhydroxylitol และ Xylitol มีชื่อทางการค้าว่า Aquaxyl วัตถุดิบนี้ผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่ามีประโยชน์ในการเสริมกลไกการเก็บกักน้ำของผิวตามธรรมชาติ และช่วยรักษาสมดุลของน้ำในผิว โดยออกฤทธิ์เสริมการสังเคราะห์โปรตีน Aquaporin ที่เป็นเหมือนประตูเขื่อน กั้นน้ำและ glycerol ไม่ให้หลุดรอดออกไปข้างนอก
  • 3-O-ethyl ascorbic acid เป็นฟอร์มหนึ่งของวิตามินซี ที่มีความเด่นด้าน Whitening โดยยับยั้งการสร้างเม็ดสี และเสริมการยับยั้ง MSH ที่เป็นฮอร์โมนที่จะมากระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีในขั้นแรก (Chen et al., Free Radic Biol Med. 2021 Sep;173:151-169) และเป็น antioxidant ที่ดี
  • Lactobacillus ferment ได้จากการหมักจุลินทรีย์ Lactobacillus อาจเคลมในเรื่องของ postbiotic ให้ผิวแข็งแรงได้

ส่วนผสมอื่นๆ เลือกมาได้ค่อนข้างดี และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ในด้านของการเป็น Whitening คิดว่าออกแบบมาได้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่ต้นน้ำ ก่อนเกิดการสร้างเม็ดสี ด้วย TXA กลางน้ำ คือยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ด้วยวิตซี และปลายน้ำ คือ B3 ที่บล็อคไม่ให้เม็ดสีที่สร้างเสร็จแล้วออกไปภายนอก สูตรทำมาได้ค่อนข้างอ่อนโยน และมีตัว Cica มาช่วยเรื่อง Soothing ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ น้องเป็นเซรั่มที่เนื้อบางเบา ไม่เหนอะหนะ จะมีความชุ่มชื้นและหนักกว่าแอมพูลนางฟ้าสูตรออริจินอล แต่ก็ไม่ได้ลื่น เมือก หรือทิ้งฟิล์มกวนผิว สามารถเอาลงรูทีนได้ง่าย ใช้งานสะดวก จะติก็แค่พกพาลำบากหน่อยเวลาเดินทาง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมาหักคะแนนเนอะ เอาไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

แนบทางไปช้อปปิ้ง

Lazada https://s.lazada.co.th/s.DENgz?cc

Shopee https://s.shopee.co.th/AA4eQqeWBP

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่ม Soybean panthenol ampoule จาก Round Lab

Blog นี้เราจะมาวิเคราะห์ส่วนผสมของเซรั่ม Soybean Panthenol Ampoule จากแบรนด์ Round Lab กัน

ซึ่งน้องมีหน้าตาแบบนี้

ส่วนนี้จะเป็นหน้าตาของกล่อง

เนื้อสัมผัสจะเป็นแบบน้ำนม มีความหนืดเล็กน้อย

เกลี่ยง่าย ให้ฟีลบางเบา ไม่เหนอะหนะ

ก่อนจะไปดูส่วนผสม มาดูเคลม และผลเทสต์ของผลิตภัณฑ์ก่อนนะคะ

สำหรับตัว Soybean panthenol ampoule นี้ ทางแบรนด์เคลมว่า ใช้ Panthenol ที่เก็บกักไว้ในนีโอโซม ซึ่งการเอาไปเก็บนีโอโซมก็จะช่วยเสริมการดูดซึมได้

ซึ่งก็จะสอดคล้องกับผลเทสต์ในอาสาสมัครเพศหญิง จำนวน 22 คน ช่วงอายุ 28 – 64 ว่าสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นในผิวที่หลายๆ ระดับ ได้ในการทาเพียงครั้งเดียว

นอกจากนี้การทาเพียงครั้งเดียว ยังปรับ texture ผิวให้เรียบเนียน และลดการเกิดขุยผิว ซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่าผิวชุ่มชื้นขึ้น

และการใช้ 2 สัปดาห์ ช่วยให้ Barrier ผิวแข็งแรงขึ้น วัดจากค่าการระเหยของน้ำออกจากผิว หรือ Trans-epidermal water loss (TEWL) ที่ลดลง

จากผลเทสต์เหล่านี้ก็ถือว่าเป็นเซรั่มวิตามินบี 5 ที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

มาดูส่วนผสมกัน

ในภาพรวมก็คือ เป็นเบสแบบน้ำนม มีส่วนผสมของพวก Fatty ester อยู่รวมกับเบสน้ำ ไม่มีแอลกอฮอล์ และซิลิโคน ในส่วนของสารบำรุงก็จะมี

  • Panthenol หรือ โปรวิตามินบี 5 ที่มีข้อมูลสนับสนุนว่า สามารถดูดซึมผ่านผิวหนังได้ มีคุณสมบัติเป็น Moisturizer ที่ดี เพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยผิวกักเก็บน้ำโดยไปลดการระเหยของน้ำออกจากผิว ให้ผิวนุ่ม ยืดหยุ่น เสริมกระบวนการสมานแผล (Wound healing) ลดการอักเสบระคายเคือง ลดรอยแดง (Ebner et al., Am J Clin Dermatol. 2002;3(6):427-33.) แบรนด์เคลมเป็น Panthenol ที่เก็บในนีโอโซม ความเข้มข้น 50,000 ppm คำนวณกลับมาเป็น 5% ในสูตร
  • สารสกัดจากถั่วเหลือง ซึ่งแบรนด์เคลมว่า ใช้ถั่วเหลือง Black soybean ซึ่ง ประกอบด้วย anthocyanin และ isoflavones สูงกว่าถั่วเหลืองปกติถึง 19.5 เท่า โดยปกติสารสกัดจากถั่วเหลืองก็จะเด่นในด้านของ antioxidant จากพวก isoflavones ส่วนประโยชน์แบบละเอียดอาจจะต้องย้อนไปดูกรรมวิธีการสกัดอีกที
  • ไขมันที่เป็นองค์ประกอบของ Barrier ผิว และสารตั้งต้น มี Ceramides, cholesterol, fatty acid อยู่ครบ โดยตัวที่น่าสนใจ คือ Tetraacetylphytosphingosine มีข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่า สามารถเสริมการสังเคราะห์ Glucosylceramides ที่เป็นสารตั้งต้นของ Ceramides ได้ดีกว่า และมีประโยชน์ในเชิงด้านของการดูแลการอักเสบระคายเคือง
  • Ulmus Davidiana Root Extract มีงานวิจัยระบุว่าประกอบด้วย Polysaccharide พบว่ามีประสิทธิภาพในการเพิ่มความชุ่มชื้นเทียบเท่า Hyaluronic acid ลดสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบ ในระดับเซลล์เพาะเลี้ยง (J Cosmet Sci. 2006;57(5):355-67.) อีกงานวิจัยกล่าวว่า มีสารกลุ่ม Flavan-3-ols ที่สามารถป้องกันการเกิด Glycation ของโปรตีนได้ (Planta Med. 2008; 74(15):1800-2.)
  • Amaranthus Caudatus Seed Extract สารสกัดจาก Amaranth มีรายงานว่าเป็น Antioxidant (Nahrung. 2002; 46(3):184-6.) ข้อมูลจากผู้ผลิตบอกว่า สารสกัดส่วนเมล็ดของ Amaranth ประกอบด้วยน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวปริมาณสูง และมี Squalane

นอกจากนี้มี Adenosine ดูแลเรื่องชะลอวัย ริ้วรอย เติมน้ำด้วย Hya และมีวิตามินอี เป็น antioxidant

ในภาพรวมก็คือ ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างครบ เด่นเรื่อง Soothing พร้อมฟื้นฟู Barrier ผิว เสริมความชุ่มชื้น รองๆ ได้เรื่อง antioxidant เข้ามา

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ในส่วนของสารบำรุงตัวหลักจะเป็น Panthenol ที่บรรจุใน niosome เพื่อเสริมการดูดซึม มีผลทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัคร เสริมมาด้วยสารสกัดจากธรรมชาติหลายชนิด เด่นเรื่อง Soothing พร้อมฟื้นฟู Barrier ผิว เสริมความชุ่มชื้น มาพร้อมไขมันที่เป็นองค์ประกอบของ Barrier ผิว และสารตั้งต้น ในภาพรวมให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ในภาพรวมคือน้องเป็นเซรั่ม B5 ที่ทำมาในเนื้อบางเบา ไม่เหนอะหนะ สามารถเอาเข้ารูทีนได้ง่าย ในเรื่องของความสบายผิว ดูแลการระคายเคืองส่วนตัวคิดว่าน้องทำมาได้ค่อนข้างดี ในด้านความชุ่มชื้นถ้าผิวแห้งมากคิดว่าต้องเสริมมอยส์อื่นเพิ่มเติม แต่ถ้าผิวมันคิดว่าน่าจะเอาอยู่ ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

แนบทางไปช้อปปิ้ง

Lazada https://s.lazada.co.th/s.EUDZG?cc

Shopee https://s.shopee.co.th/5fbTPHWnEf

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิวไนท์เซรั่มนวัตกรรมใหม่ Melatonik จาก ISDIN มาพร้อมนวัตกรรมที่เปิดระบบ HIF-1

มันจะมีเซรั่มอยู่ตัวหนึ่ง ที่พรีเมี่ยมสุด พรีเมี่ยมกว่าเพื่อนๆ ในแบรนด์ ISDIN นั่นก็คือน้อง Melatonik นั่นเองค่ะ มันจะขนาดไหน Blog นี้จะมาแกะส่วนผสมกันนะคะ

น้องมาในกล่องแบบหรูหราเลย

ด้านในเป็นขวดแก้วแบบมีหลอดหยด

ตัวเซรั่มเป็นเบสแบบน้ำมัน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ

เกลี่ยได้ง่าย ไม่เหนอะหนะ แต่จะให้ฟีลวาวๆ แบบน้ำมันบำรุงผิว

สำหรับความพิเศษของเซรั่มนี้ก็คือ เขามาในคอนเซปท์ Beauty sleep เน้นการฟื้นฟูผิวในยามนอนหลับด้วยการผสานส่วนผสม 3 ชนิด คือ Melatonin, Bakuchiol และ Vitamin C

จุดเด่นของน้องคือ ส่วนผสมคอมบิเนชั่นนี้มีผลการทดสอบรองรับว่าออกฤทธิ์ผ่านระบบ Hypoxia-inducible factor 1 หรือ HIF-1

ระบบนี้มีอยู่ทั่วไปในร่างกายเรา เป็นชุดของโปรตีนที่จะเปิดการทำงานเมื่อปริมาณของ oxygen น้อยลง เมื่อเปิดการทำงานแล้วจะควบคุมยีนอื่นๆ อีกหลายตัว เพื่อตอบสนองและปรับตัวในสภาวะที่ oxygen น้อยๆ นั้น รวมถึงปรับเรื่อง metabolism ที่จากเดิมเราใช้ออกซิเจน ให้ปรับมาในโหมดไม่ใช้ออกซิเจน (anaerobic metabolism) (Yale J Biol Med. 2007;80(2):51–60.)

ในผิวหนังของเราก็มีระบบ HIF-1 เหมือนกัน ทำหน้าที่ควบคุมกระบวนการสร้างเส้นเลือดใหม่ (angiogenesis) การอักเสบ การสมานแผล การทำงานของเซลล์ Keratinocyte ในหนังกำพร้า เสริมระบบภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันตัวเอง เสริม Barrier ผิว โดยผ่านการควบคุมหลายๆ ยีนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการต่างๆ ภายในผิว

ถ้าระบบ HIF-1 ที่ผิวทำงานผิดปกติไปก็จะส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น เพิ่มการอักเสบ อาจนำไปสู่ผิวอักเสบแบบ atopic, สะเก็ดเงิน การสมานแผลช้าลง

การทดลองในหนูทดลอง และใน Keratinocyte มนุษย์ที่เพาะเลี้ยง พบว่า ถ้าเราไปดัดแปลงระบบ HIF-1alpha ให้ทำงานน้อยลง/ไม่ทำงาน จะนำไปสู่ภาวะ aging ด้วย ผิวหนังจะมีความบางลง (atrophy) มีการอักเสบเพิ่มขึ้น โครงสร้างของ laminin-332 (Ln-332) และ integrins ที่อยู่ที่ชั้น basement membrane จะอ่อนแอลง ส่งผลให้เกิดริ้วรอยตามมา และยังทำให้เซลล์ผิวหนังเจริญช้าลง (J Cell Sci. 2011;124(Pt 24):4172-83.)

ในปี 2018 มีการกล่าวถึงการเสริมการทำงานให้ระบบ HIF-1alpha เพื่อฟื้นฟูสภาพผิว (Skin rejuvenation) โดยถ้าไปเสริมได้ จะส่งผลให้ ผิวหนังรักษาสมดุลตัวเองได้ดี มีการสร้างหลอดเลือดใหม่เพื่อลำเลียงสารอาหารมาเลี้ยงผิว ซัพพอร์ตการทำงานตามปกติของผิว เสริมการสร้างคอลลาเจน อิลาสตินใหม่ๆ ซึ่งถือว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียว (Plast Reconstr Surg. 2018;141(4):600e-607e.)

เวลาเราโดนรังสี UV เยอะๆ ระบบ HIF-1 ทำงานได้น้อยลง เลยเป็นส่วนหนึ่งของการเกิด aging ด้วยอีกทาง

ทีนี้เราลองมาดูส่วนผสมใน Melatonik กับการเปิดระบบ HIF-1alpha กันบ้าง

  • การทดสอบในผิวหนังมนุษย์ (ex vivo skin explant) พบว่าคอมบิเนชั่นของ Melatonin, Bakuchiol และ Vitamin C ฟอร์ม ascorbyl palmitate ทำงานร่วมกัน (synergism) เพื่อมาเปิดระบบ HIF-1alpha และฟื้นฟูสภาพผิว ฟื้นฟูระบบ HIF-1alpha ให้กลับมาทำงานปกติ แล้วส่งผลต่อให้การสร้างคอลลาเจนมีเพิ่มขึ้น เสริมการสร้างเส้นเลือดใหม่เพื่อลำเลียงสารอาหาร เพิ่มความสามารถของ Barrier ผิว และ ปรับสมดุล metabolism ระดับเซลล์ (Cell Mol Biol. 2018; 65(8):39–47.)

พอมีงานวิจัยนี้ออกมา ก็คือทราบกลไกแล้วว่า คอมบิเนชั่นนี้คือจึ้งมาก เปิด HIF-1 และรีเคลม คืนสภาพ HIF-1 ที่มันน้อยลงเพราะ UV กลับมาได้ เขาก็เริ่มมาศึกษาต่อแล้วค่ะ

  • งานวิจัยถัดมาเริ่มทำในอาสาสมัคร มี 5 การทดลองย่อย รวมใช้อาสาสมัครหญิง 103 คน ทดสอบตั้งแต่ 28 วัน – 84 วัน (3 เดือน) ก็เจอว่า รอยแดงลดลง (สื่อถึงการอักเสบลดลง) ริ้วรอยลดลง ความกระชับผิวเพิ่มขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้นในผิวได้ 12 ชม. หลังทา และมีความปลอดภัยที่ดี มีการทดสอบในอาสาสมัครผิวมันด้วย (J Cosmet Dermatol. 2019;18(3):806-814.)
  • การศึกษาต่อมา ทำในเซลล์เพาะเลี้ยง ทำ 2 เซลล์ คือ Keratinocyte (เซลล์ในหนังกำพร้า) และ Fibroblast (เซลล์ที่สร้างคอลลาเจนและอื่นใด) และทำในผิวหนังมนุษย์ (ex vivo) พบว่าปริมาณของ Filaggrin ที่จะสลายตัวเป็น NMF หรือ อาจกลายเป็นเปลือกหุ้มเซลล์ขี้ไคล (cornified envelope) เพิ่มขึ้น และปริมาณของ Aquaporin-3 ก็เพิ่มขึ้น ผลคือ ผิวแข็งแรงขึ้น เก็บความชุ่มชื้นได้มากขึ้น ปริมาณของ Collagen I ก็เพิ่มขึ้น ลดปริมาณของเซลล์ที่เสียหายเพราะ UV (sunburn cells) ในหนังมนุษย์ ก็คือฟื้นฟูด้วยอีกหนึ่ง (Dermatol Ther (Heidelb). 2020;10:191–202)
  • ทำในอาสาสมัครอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้มีตรวจชิ้นเนื้อด้วย ทำในอาสาสมัคร 24 คน 12 สัปดาห์ อีก 12 คน ใช้ต่อจนครบ 24 สัปดาห์ (นานมาก) ผลการทดลองก็คือจึ้งมาก Texture ผิว จุดด่างดำ รอยแดง สีผิว complexion พวกเส้นริ้วตื้นๆ ริ้วรอย อาการแสดงจากแสงแดด จุดด่างดำต่างๆ ดีขึ้นหมดเลย ที่น่าสนใจก็คือ ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าบนหน้าผาก และ เส้นร่องแก้ม (marionette lines) ก็ดีขึ้น (J Cosmet Dermatol. 2020;19(4):884-890)

เห็นส่วนผสมพี่เรียบๆ แต่วิจัยเพียบนะคะ

ในภาพรวมน้องเป็นเซรั่มเบสออยล์ ที่มีส่วนผสมของเบสน้ำนิดหน่อย โดยออยล์ที่เลือกใช้เป็นออยล์ชนิดบำรุง อย่าง Caprylic/capric triglyceride ซึ่งซึมผิวได้ ไม่เหนอะหนะ เสริมมากับ Dicaprylyl carbonate ที่บางเบาเช่นกัน และใช้ Alcohol เข้ามาลดความเหนอะหนะอีก 1 สเต็ป

เราจะเริ่มที่คอมบิเนชั่นของ Melatonin, Bakuchiol และ Vitamin C ฟอร์ม ascorbyl palmitate ทำงานร่วมกัน (synergism) เพื่อมาเปิดระบบ HIF-1alpha และฟื้นฟูสภาพผิว ฟื้นฟูระบบ HIF-1alpha ให้กลับมาทำงานปกติ แล้วส่งผลต่อให้การสร้างคอลลาเจนมีเพิ่มขึ้น เสริมการสร้างเส้นเลือดใหม่เพื่อลำเลียงสารอาหารมาเลี้ยงและดูแลผิว เพิ่มความสามารถของ Barrier ผิว และ ปรับสมดุล metabolism ระดับเซลล์ (Cell Mol Biol. 2018; 65(8):39–47.)

ซึ่งปกติแล้ว Melatonin เองก็เป็น Antioxidant ที่มีฤทธิ์ดี Bakuchiol เองก็เด่นหลายอย่างทั้งในด้านการชะลอวัยคล้าย Retinoids แต่ไม่มีอาการระคายเคือง มาเจอกับวิตามินซีอีก 3 ฟอร์ม คือ Ascorbyl palmitate, Ascorbyl tetraisopalmitate และ Ascorbic acid ซึ่งเป็น Antioxidant ที่ดีเหมือนกันหมด

เสริมความคงตัวให้ระบบด้วย Tocopherol (วิตามินอี)

มาให้คะแนนกัน

  1. สารบำรุง คอมบิเนชั่นของ Melatonin, Bakuchiol และ Vitamin C ฟอร์ม ascorbyl palmitate ทำงานร่วมกัน เปิดและฟื้นฟูการทำงานของระบบ HIF-1 มีงานวิจัยรองรับ และมีผลทดสอบในอาสาสมัครที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำทางผิวหนัง แต่ละตัวก็มีคุณสมบัติที่ดีในการดูแลผิว เอามาเสริมกันได้อย่างลงตัว และที่สำคัญกลไกของ HIF-1 ก็ยังเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ในวงการ และแลดูเหมือนจะให้ผลที่ดีด้วยสิ ให้คะแนนความนวัตกรรม 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ มีแอลกอฮอล์ แต่ด้วยเบสเป็นน้ำมัน เลยไม่น่ากังวลเท่าไหร่ ส่วนตัวเป็นผิวผสม-แห้ง ก็ใช้ได้ไม่มีปัญหาอะไร แต่ต้องหักคะแนนตามระเบียบ รับไป 4 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ในเซรั่มขวดนี้มันจะมีอยู่หลายชอบ ไม่ว่าจะเป็น ชอบ 1 ชอบเรื่องการดึงเอาระบบ HIF-1 มาพูดถึงในทางสกินแคร์ ชอบ 2 ชอบความงานวิจัยมากมายที่มายืนยันว่าคอมบิเนชั่นของชั้นเนี่ย เปิดระบบนี้ได้จริง ชอบ 3 ส่วนผสมมาแบบค่อนข้างคลีน น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรม ด้านการใช้งาน ไม่ได้เยิ้ม ไม่ได้วาว ไม่ได้เหนอะหนะ ส่วนตัวเอามาทาหลังทาครีมเสร็จ แล้วก็นั่งทำอะไรเรื่อยเปื่อยอีกสักพักก่อนเข้านอน ตื่นมาก็ผิวชุ่มชื้นดีไม่ได้เยิ้ม รับไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ และขอบคุณทางแบรนด์สำหรับผลิตภัณฑ์ Melatonik ขวดนี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ ISDIN สาขาประเทศไทย ได้โดยตรงเลยนะคะ

Facebook https://www.facebook.com/ISDINTHAILAND/

ทางไปช้อปปิ้ง

Lazada https://s.lazada.co.th/s.vo0HD?cc

Shopee https://s.shopee.co.th/2Ve5GROTMK

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญมาจากทางแบรนด์ ISDIN ประเทศไทย การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่ม AcneVit Forte ดูแลสิวแบบเสริม AOX มาพร้อมสารบำรุงฉ่ำ

วันนี้ขอเอาเซรั่มดูแลสิวแบบไม่ต้องมี BHA มาวิเคราะห์ส่วนผสมกันค่ะ

น้องก็คือ Acnevit เจ้าเก่าที่ปรับสูตรใหญ่ มาใหม่ฉ่ำมาก 

กลับมาคราวนี้ มาในสูตร Forte จัดเต็มแบบสับแบบฉ่ำ 

ตัวนี้เป็นหน้าตาสูตรใหม่นะคะ 

ทบทวนความจำกับสูตรเดิมซักหน่อย

พอได้เห็นแล้วบางคนถึงกับร้องอ๋อเลยทีเดียว ตัวนี้ฉันเคยใช้

สูตรใหม่นี้ปรับออกมาได้ค่อนข้างดี ครบ และเหมาะมากในการดูแลปัญหาผิวมันค่ะ ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาวิเคราะห์ส่วนผสมกันต่อไปนะคะ

ส่วนนี้จะเป็นตัวกล่องของผลิตภัณฑ์ บนหน้ากล่องก็คือชัดเจน โปร่งใส ใส่อะไรบ้าง กี่%

เปิดกล่องมาน้องจะอยู่ในช่องแบบนี้นะคะ

ปล. อันนี้แอบแกะใช้ไปแล้ว ถ้าเป็นขวดใหม่ ตัววงแหวนสีฟ้าจะติดสนิทค่ะ ก็เหมือนเป็นการการันตีสินค้าอย่างหนึ่ง ว่าสินค้าชิ้นนี้โดนแกะมาก่อนถึงมือเราหรือเปล่า

เนื้อเป็นเซรั่มสีน้ำนม มีกลิ่นเฉพาะตัว ซึ่งเป็นกลิ่นของสารบำรุง/ส่วนผสมในสูตรนะคะ น้องไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม

เกลี่ยได้ง่าย จะมีความเคลือบๆ นิดๆ แต่ไม่ถึงกับเหนอะหนะ

มาดูส่วนผสมกันนะคะ

ในภาพรวมเป็นเซรั่มที่มาในเบสน้ำนม ไม่มีซิลิโคน แอลกอฮอล์ และสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ในด้านสารบำรุง เรียกได้ว่าจัดมาค่อนข้างเยอะ

เริ่มด้วย กลุ่มที่ให้ประโยชน์กับสิวก่อนเลย

คอมบิเนชั่นของ Nordihydroguaiaretic Acid และ Oleanolic Acid ร่วมกับสารอื่น มีชื่อว่า AC.NETTM มีเคลมจากผู้ผลิตว่าสามารถยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้องกับสิว ทั้ง C. acnes และ ยีสต์ M. Furfur ที่อาจทำให้รูขุมขนอักเสบ มีผลทดสอบว่าสามารถควบคุมการสร้างน้ำมัน ลดจำนวนสิวในอาสาสมัคร หรือ Sebum ผ่านการยับยั้งเอนไซม์ 5α-reductase ลดการอักเสบระคายเคือง ปรับสมดุลการแบ่งตัวของเซลล์ Keratinocyte ในหนังกำพร้า

คอมบิเนชั่นของ Caprylic/Capric triglycerides กับ Ethyl Linoleate และ Hexylresorcinol คือ Synactin® AC ใส่มาแบบสับที่ 3% ออกฤทธิ์ผ่านหลายๆ กลไก ในการดูแลสิว ไม่ว่าจะเป็น

  1. ควบคุม/ปรับสมดุลการทำงานของต่อมไขมัน
  2. ลดจำนวนแบคทีเรียในต่อมไขมัน
  3. ปรับสมดุลการสร้าง-เจริญ ของ Keratinocyte ในรูขุมขน และ เสริม Barrier ให้แข็งแรง
  4. ลดการอักเสบระคายเคือง
  5. ลดโอกาสเกิดจุดด่างดำหลังสิวหาย ผ่านการลด Post-inflammatory hyperpigmentation

เสริมวิตามินบี 3 เข้ามา 2% ซึ่งมีประโยชน์ต่อผิวหลายประการ

กลุ่มถัดมาเป็นด้าน Whitening ใส่เข้ามาเพื่อดูแลปัญหารอยสิว

ได้แก่ Tranexamic acid (TXA) ใช้ 3% เต็ม max ของการเป็นเครื่องสำอาง มีรายงานว่า TXA สามารถยับยั้ง Plasmin ปกติ Plasmin เป็นตัวตั้งต้นก่อนจะไปกระตุ้นฮอร์โมน α-MSH (Melanocyte stimulating hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นให้ Melanocyte ทำงานเพิ่มขึ้น (J Am Acad Dermatol 2011;October:699-714.) การทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่า TXA ไปลดการสร้าง tyrosinase enzyme และโปรตีนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดสี และเสริมกระบวนการ Autophagy ของถุงเก็บเม็ดสี Melanosome ทำให้สีผิวจางลง (J Dermatol Sci. 2017;88(1):96-102.)

ใช้ร่วมกับ Bakuchiol (Sythenol® A) ใส่มา 1% Bakuchiol นี้นอกจากจะให้ประโยชน์แบบวิตามินเอแล้ว แล้วยังมีจุดเด่นอื่นๆ เช่น สามารถต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว (C. acnes) รวมไปถึงเชื้อ Staphylococcus aureus ที่ทำให้เกิดหนอง ยับยั้งเอนไซม์ 5α-reductase ยับยั้งกระบวนการอักเสบผ่านการยับยั้งเอนไซม์ Cyclooxygenase (COX) และ Lipoxygenase ซึ่งถือว่าโดดเด่นไม่เบา

ในด้านสิว มีงานวิจัยเมื่อปี 2021 ทดสอบประสิทธิภาพครีมที่มี Bakuchiol 0.5% ในอาสาสมัครที่เป็นสิว และเป็นรอยดำจากสิว (PIH) โดยให้ทาวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่า จำนวนสิวลดลง รอยดำลดลง (J Drugs Dermatol. 2021;20(3):307-310.)

กลุ่มถัดมาเป็นพวก Antioxidant สารที่ดูแลไมโครไบโอม และส่วนผสมอื่นๆ

ขอเริ่มที่

Acetyl Zingerone (Synoxyl® AZ) จัดมา 1% เป็น Antioxidant ที่น่าสนใจ จัดอยู่ในกลุ่ม Physical quencher ที่สามารถรีไซเคิล ฟื้นฟูตัวเองกลับมาได้เมื่อเจออนุมูลอิสระ ทำให้ได้คุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระได้ยาวนาน มีคุณสมบัติในการจับอิออนโลหะ (Ion chelator) ซึ่งเวลามีอิออนโลหะ จะสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดอนุมูลอิสระได้ผ่านปฏิกิริยาชื่อ Fenton reaction ปกป้องผิวจากรังสี UV โดยวัดจากจำนวน DNA ที่เสื่อมสภาพกลายเป็น CPD ลดลง ตัวมันเองทนต่อแสง UV ด้วยอีก 1 กรุบ (Photostable)

มีงานวิจัยตีพิมพ์รองรับในวารสาร Antioxidants (Meyer et al., Antioxidants 2023, 12(6), 1168) และส่วนผสมนี้ยังมีข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบว่าเป็นมิตรกับ Microbiome ด้วย

Symsitive (4-butyl resorcinol) ลดความรู้สึกระคายเคืองผิว ผ่านการลดความไวในการตอบสนองที่ระบบประสาทรับความรู้สึกร้อน TRPV-1 ทำให้เรารู้สึกสบายผิว มีการทดสอบประสิทธิภาพของครีมที่มี 4-t-Butylcyclohexanol ในการลดการระคายเคืองของผู้ป่วยที่มีอาการผิวอักเสบบริเวณรอบปาก โดยให้ทาครีมดังกล่าวเป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น รวมถึงมีค่าความชุ่มชื้น และมีการระเหยของน้ำออกจากผิว (TEWL) ลดลง แสดงให้เห็นว่า Barrier ผิวกลับมามีสุขภาพที่ดีขึ้น (J Cosmet Dermatol. 2020;19(6):1409-1414)

Silymarin (สารสกัดจาก Milk thistle หรือ Silybum marianum extract) ซึ่งมีประโยชน์หลายอย่าง มีหลายรายงานที่พูดถึงคุณสมบัติในการดูแลปัญหาฝ้า

PrebiulinTM FOS เป็นตัวเบลนด์ของ Inulin และ Fructose มีประโยชน์เป็น Prebiotic ที่สนับสนุนการเจริญของจุลินทรีย์เจ้าบ้าน รวมถึงให้ประโยชน์ในด้านความชุ่มชื้น

เสริมมาด้วยสารสกัดจากบัวบก (Centella asiatica extract) ที่ให้ประโยชน์หลายประการ ทั้งด้าน antioxidant สมานแผล ดูแลเรื่องรอยแผลเป็นจากสิว

ในภาพรวมก็คือดูแลสิวได้ครบ ทั้งปรับสมดุลไมโครไบโอม ควบคุมความมัน ดูแลรอยดำ รอยแดง รอยแผลเป็นจากสิว โดยไม่ต้องใช้ BHA ซึ่งอันนี้เป็นจุดเด่นมาก

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ส่วนผสมของสารบำรุงที่ทางแบรนด์เลือกมาเสริมกันได้อย่างลงตัว และดูแลปัญหาสิวได้ครบ จบทั้งหมด ทั้งปรับสมดุลไมโครไบโอม ควบคุมความมัน ดูแลรอยดำ รอยแดง รอยแผลเป็นจากสิว โดยไม่ต้องใช้ BHA คนผิวบอบบางแพ้ง่ายก็น่าจะใช้ได้ ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีส่วนผสมที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาสิว แต่ก็ใช้หวังผลเรื่อง Antioxidant โดยตัวเองชอบ Synoxyl® AZ อยู่พอควร เลยเอามาใช้ทั้งเช้า-เย็น เนื้อค่อนข้างเบา แทรกลงรูทีนได้ง่าย เรื่องของการคุมมันคิดว่าทำมาได้ดีอยู่ แต่ไม่ถึงกับแห้งจนแห้งเกินไป ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Acnevit/Biobalance ประเทศไทย นะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/BiobalanceOfficialThailand

ทางไปช้อปปิ้ง

แอพส้ม https://s.shopee.co.th/2fvumyvIHZ

แอพฟ้า https://s.lazada.co.th/s.GsqAl?cc

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

#AcnevitForte

#เซรั่มAoxของคนผิวมันเป็นสิวง่าย

#เซรั่มลดสิวเพื่อผิวบอบบางไม่ง้อAHABHA

#เซรั่มลดสิวไม่ทิ้งรอยAllInOneAcneClear