Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เซรั่มไวท์เทนนิ่ง White Aurora 5D Dark Spot Brightening & Barrier Recovery AOX จาก LaLaaCram

บ้าน LaLaaCram เรียกได้ว่าออกสกินแคร์มาทีพี่อึ้งเหมือนกันนะ ล่าสุดตัว whitening ของทางแบรนด์ที่เดบิวท์ไซซ์ทดลอง 7 ml มาเมื่อช่วงต้นเดือน พ.ค. ตอนนี้นางได้เปิดตัวไซซ์จริง 30 ml แล้วค่ะ

น้องมีชื่อว่า White Aurora 5D Dark Spot Brightening & Barrier Recovery AOX

มาในหน้าตาแบบนี้นะคะ

ส่วนนี้เป็นแพคเกจค่ะ

เนื้อสัมผัสเป็นเซรั่มเนื้อน้ำนม ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม

เกลี่ยได้ง่าย ซึมไว แห้งไว ไม่เหนอะหนะ แต่ยังคงความชุ่มชื้นอยู่

ก่อนไปดูส่วนผสม

อยากเล่าคอนเซปท์ของผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้กันก่อน

  • ดูแลปัญหาจุดด่างดำพร้อมกันถึง 5 กลไก สมชื่อ 5D
  • ใช้ระบบนำส่งชั้นนำ เพื่อเสริมการดูดซึมสาร
  • ผ่านการทดสอบทั้งประสิทธิภาพในห้องแลปมาตรฐานจากภาครัฐ และ ผ่านการทดสอบการระคายเคืองในอาสาสมัครโดยแพทย์ผิวหนัง

เรามาดูผลเทสต์ของเซรั่มชิ้นนี้กัน

อย่างที่เราเคยคุยกันว่า หลายๆ ครั้ง การทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เรามักจะเจอการอ้างอิงผลเทสต์จากวัตถุดิบ มีไม่มากที่เอาตัวผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปไปทดสอบ

ทำไมการทดสอบกับ product จริงถึงสำคัญ

เพราะว่าเวลาเราเอา active หลายๆ ชนิดมาเบลนด์ผสมกันในเบส มันอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างที่เรามองไม่เห็น ได้ทั้งในเชิงการเสริมฤทธิ์กันทำให้ผลิตภัณฑ์เก่งขึ้น และในเชิงทำให้ฤทธิ์ลดลง ทีนี้ทางที่เราจะรู้ได้ก็คือการทำการทดลองกับสินค้าจริง

และใช่ค่ะ LaLaaCram เอาผลิตภัณฑ์ที่เป็นสินค้าจริงไปทดสอบประสิทธิภาพเหมือนที่ดิฉันได้เล่าให้ฟังในเคสของน้องมอยส์ Youth-Full บน Blog ก่อนนะคะ

(เผื่อใครพลาดแล้วอยากตาม https://miyeonthereviewer.com/2026/05/21/lalaacram-youthfull2026/)

ทีนี้กับน้อง White Aurora ทางแบรนด์ก็ได้ทดสอบกับหน่วยงานรัฐชั้นนำที่มีมาตรฐาน

เป็นผลการทดสอบประสิทธิภาพในระดับเซลล์ ถึง 2 ด้านด้วยกัน โดยทำการทดสอบในเซลล์ melanoma ที่เป็นเซลล์มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในงานวิจัยนะคะ

พบว่า ผลิตภัณฑ์สามารถยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินได้ถึง 27.84% และ ยับยั้งการสร้าง melanosome ซึ่งเป็นถุงเก็บเมลานิน ที่จะนำส่งออกไปยังผิวชั้นบน เกิดเป็นสีผิวได้ถึง 27.73% เลยทีเดียว

(หมายเหตุ ภาพดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อการสื่อสารโดยง่าย ตำแหน่งของเซลล์ไม่ได้จัดเรียงอย่างถูกต้องตามหลักการทางวิทยาศาสตร์)

นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังเอาผลิตภัณฑ์ไปทดสอบการแพ้และระคายเคืองโดยแพทย์ผิวหนัง โดยมีค่า MCII = 0.38 ซึ่งหมายถึงอาจจะระคายเคืองได้เล็กน้อย แต่ก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะว่าในสูตรมี PHA ที่ช่วยผลัดผิวให้มีประสิทธิภาพในการดูแลปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอได้ดีขึ้น

ส่วนตัวได้ลองตั้งแต่ช่วงเดบิวท์ไซซ์ 7 ml จนมาได้ไซซ์ใหม่ 30 ml ก็ไม่เจอว่าระคาย หรือไม่สบายผิวนะ โอเคเลยล่ะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

จากส่วนผสมเรียกได้ว่าค่อนข้างแน่นเลยทีเดียวนะคะ

เราจะมาดูกันเป็นกลุ่มๆ เริ่มจาก กลุ่ม whitening ในภาพจะใช้สีม่วงค่ะ

  • Acetyl glycyl beta-alanine หรือ Genowhite ข้อมูลจากทางผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้มีคุณสมบัติในด้าน Whitening ผ่านหลายกลไก เช่น
    • ลดการสร้างเม็ดสีผิวผ่านการยับยั้งตัวตั้งต้น MITF ที่จะไปกระตุ้นให้มีการสังเคราะห์เอนไซม์ Tyrosinaseลดการสร้าง Endothelin-1 ที่สร้างออกมาจากผนังหลอดเลือด ซึ่งจะไปกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสี สร้างเมลานินออกมา
    • ลดการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปข้างนอก (Melanosome transfer) ผ่านการลดการสังเคราะห์โปรตีน Melanophillin ที่เป็นตัวสำคัญในขั้นตอนนี้
  • Undecylenoyl phenylalanine ภายใต้เทรด Sephiwhite MSH ที่ไปยับยั้งการทำงานของฮอร์โมน MSH ที่เป็นตัวต้นกำเนิดก่อนเซลล์สร้างเม็ดสีจะเริ่มทำงาน
  • Alpha-arbutin ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผ่านการยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ที่ encap มาคู่กับ resveratrol ได้อย่างสวยงาม
  • Tranexamic acid หรือ TXA ที่มีกลไกหลากหลาย โดย มีรายงานว่า TXA สามารถยับยั้ง Plasmin ปกติ Plasmin เป็นตัวตั้งต้นก่อนจะไปกระตุ้นฮอร์โมน α-MSH (Melanocyte stimulating hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นให้ Melanocyte ทำงานเพิ่มขึ้น (J Am Acad Dermatol 2011;October:699-714.) การทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่า TXA ไปลดการสร้าง tyrosinase enzyme และโปรตีนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดสี และเสริมกระบวนการ Autophagy ของถุงเก็บเม็ดสี Melanosome ทำให้สีผิวจางลง (J Dermatol Sci. 2017;88(1):96-102.) ตัวนี้ทางแบรนด์ใช้แบบ encap เพื่อเสริมการนำส่ง

ทำงานร่วมกับ Antioxidant (AOX) ในกลุ่มสารสีบานเย็น

  • Glutathione เป็น AOX ที่นอกจากจะช่วยกำจัดอนุมูลอิสระแล้ว ยังยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ tyrosinase และซัพพอร์ตการสร้างเมลานินชนิด pheomelanin ที่มีสีอ่อนกว่าเมลานินปกติ คือ Eumelanin
  • Resveratrol เป็น AOX ในกลุ่ม polyphenol ธรรมชาติที่มีประโยชน์หลายอย่าง การทดสอบในหนูทดลองพบว่า Resveratrol สามารถลดการสร้างโปรตีนที่เกี่ยวกับการสร้างเม็ดสี Melanin ได้หลายชนิด รวมทั้งยับยั้งการสังเคราะห์ Tyrosinase ได้ด้วย และยังให้ผลลดการสร้างสีผิวหลังจากถูกกระตุ้นด้วยรังสี UVB ได้ (Biomol Ther (Seoul). 2014; 22(1):35-40.) รวมถึงให้ประโยชน์ในการดูแลการระคายเคือง
  • Tocopheryl acetate อนุพันธ์ของวิตามินอี ที่เป็น AOX ชนิดละลายได้ในไขมัน

เสริม Niacinamide แบรนด์เคลมที่ 3% มีประโยชน์ในการดูแลผิวหลายอย่าง ถ้าเป็นในเชิง whitening นางจะมีผลในการลดการส่งผ่าน melanin ที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมาด้านนอก รวมถึงให้ประโยชน์ในการซัพพอร์ตการสร้างไขมันที่เป็น Barrier ผิว

จับมือมากับกลุ่ม Soothing ที่มีทั้ง cica และ allantoin พวกนี้จะดูแลในเชิง whitening แบบอ้อมๆ แต่ก็สำคัญ เพราะว่า ถ้ามันเกิดกระบวนการอักเสบขึ้นภายใน มันจะไปเหนี่ยวนำให้เกิดการสร้างสีผิวต่อไปในภายหลัง

Peeling เบาๆ เผยผิวใสด้วย Gluconolactone ซึ่งเป็น PHA

Ectoin เติมน้ำและปกป้องผิวจากสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีประโยชน์หลากหลาย กลไกหลัก คือ มันจะดึงน้ำมารวมตัวกับมันกลายเป็น hydrocomplex ที่ปกป้องผิวให้มีปริมาณน้ำเหมาะสม และทำงานได้ตามปกติ เสริมการทำงานของ lipid barrier รวมถึงมีข้อมูลว่า Ectoine ให้ประโยชน์เป็น Whitening ได้อีก โดยไป block ผลจาก MSH ไม่ให้กระตุ้นให้เกิดการสร้าง Melanin ออกมาเมื่อเจอรังสี UV (Antioxidants (Basel). 2020;9(1):63.)

เติมน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นด้วย Hyaluronate หลากหลายอนุพันธ์ ร่วมกับ Polyglutamic acid ที่จะสลายตัวปลดปล่อย glutamic acid ที่เป็น natural moisturizing factor (NMF) ช่วยผิวจับน้ำ มาพร้อม urea และ glucose ที่เป็น NMF เช่นกัน

จากส่วนผสมนี้ ทางแบรนด์ได้สรุปมาเป็น 5 เทคนิค หรือ 5D ในการดูแลปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอตามภาพค่ะ

(หมายเหตุ ภาพดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อการสื่อสารโดยง่าย โดยในความเป็นจริง melanocyte จะอยู่ที่ฐานล่างสุดของชั้นหนังกำพร้า ที่เรียก stratum basale)

ซึ่งเซรั่มนี้ไม่ใช่แค่ Whitening ธรรมดา แต่ออกแบบมาให้ฟื้นฟู Barrier ผิวไปด้วยเพื่อให้ผิวแข็งแรง และดูกระจ่างใสไปพร้อมๆ กัน ภายใต้ชื่อ “5D Barrier-Care Brightening + AOX”

มาให้คะแนนกันค่ะ

  1. สารบำรุง เรียกได้ว่าออกแบบมาให้เสริมฤทธิ์กันได้อย่างลงตัว ตั้งแต่ต้นน้ำ ตอนเมลานินยังไม่เกิด ไปจนถึงปลายน้ำ คือ เมลานินสร้างเสร็จแล้ว ไม่ให้ออกไปด้านนอก และช่วยผลัดผิวเอาผิวหมองคล้ำเก่าๆ ที่กองค้างไว้ออกไป เสริมสารเติมน้ำเพิ่มความชุ่มชื้น และกลุ่มไขมันที่ดูแล Barrier ผิวให้แข็งแรง ครบมาก ครบจริง เอาไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ จะมี Ethylhexyl palmitate ติดมาในลำดับกลางๆ แต่อยู่หลัง Polysorbate 80 ที่เป็นตัวผสานเนื้อครีม ที่เราใส่กันน้อย สารตัวนี้มีแนวโน้มอุดตันได้ แต่คิดว่าไม่น่าเสี่ยงมาก เพราะว่าความเข้มข้นในสูตรน้อย และยังมี PHA จะช่วย peeling ได้อีกทาง ขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ส่วนตัวชอบลูกเล่นในการ Formulate ด้วยเทคนิค 5D ที่เลือกสารที่ให้ประโยชน์ในการดูแลปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอได้อย่างลงตัว มาจับมือร่วมกับความเป็น moisturizer เติมน้ำ พร้อมกับฟื้นฟู Barrier ผิว และยังมีการทดสอบประสิทธิภาพกับ product จริง ซึ่งจะสอดคล้องกับการใช้งานจริงๆ มากกว่า ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ LaLaaCream ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้เปิดหูเปิดตา และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/lalaacramthailand

ทางไปช้อปปิ้ง

Shopee https://s.shopee.co.th/6fey1N6bt4

Lazada https://s.lazada.co.th/s.ZS3N0r?c=u&t=p-iHfQPIC-s2ExFqIa

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

#LaLaaCram #ลาลาแครม #whiteaurora5D

Image

รีวิว/อัพเดทผลเทสต์สุดปังของน้อง LaLaaCram Youth-Full Advanced Skin Renewal Serum + Moisturizer รับปี 2026

💚เรามีมอยส์ตัวหนึ่งที่ทำออกมาได้ดีมาก และก็เป็นลูกรักของใครหลายคน

อยู่มาวันหนึ่ง ทางแบรนด์เกิดอยากจะปรับสูตร แต่ลูกค้ารักสูตรนี้แล้ว ทางแบรนด์เลยทุ่มเทงบวิจัยค้นคว้าเพิ่มขึ้นว่า ครีมสูตรนี้มีประโยชน์อะไรที่พอจะเพิ่มเติมให้ลูกค้าได้บ้าง และวันนี้เราจะมาดูผลเทสต์แบบใหม่แบบสับของน้องมอยส์คนนี้กัน

น้องคนนี้ก็คือ Youth-Full Advanced Skin Renewal Serum + Moisturizer นั่นเองค่ะ ปรับแพคเกจเดิมจาก กระปุกมาเป็นขวดแบบนี้นะคะ

ส่วนนี้จะเป็นกล่องโฉมใหม่นะคะ

เนื้อครีมเหมือนเดิม คือ เป็นกึ่งเซรั่มเจล กึ่งครีม เนื้อค่อนข้างชุ่มผิว และเนื่องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม เราจะได้กลิ่นวัตถุดิบอยู่จางๆ

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความรู้สึกเย็น สบาย มีความรู้สึกว่าชุ่มชื้นดี แต่ไม่ถึงกับเหนอะหนะ เมื่อทิ้งไว้ซักพักจะเหลือสัมผัสนุ่มอยู่

💚 เรามาดูผลเทสต์เรื่อง Anti-aging 4 กลไกกัน ซึ่งการทดสอบนี้คือการทดสอบกับผลิตภัณฑ์จริงเลย ไม่ใช่แค่เอาวัตถุดิบมาทดสอบ และผ่านการทดสอบโดยหน่วยงานรัฐชั้นนำที่มีมาตรฐาน

🤍 กลไกที่ 1 และ กลไกที่ 2 การเสริมสร้างคอลลาเจน และอิลาสติน

คอลลาเจนนั้นเป็นเส้นใยสำคัญ ที่ให้ประโยชน์ในด้านความกระชับและความแข็งแรงของชั้นผิว (Firm and

strength)

ส่วนอิลาสตินเป็นเส้นใยที่ให้ประโยชน์ในเชิงความยืดหยุ่น

โดยทำการทดสอบแบบ in vitro กับเซลล์ไฟโบรบลาสต์มนุษย์

พบว่า Youth-Full Advanced Skin Renewal Serum + Moisturizer สามารถเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน

และอิลาสติน ได้ตามความเข้มข้นที่ทดสอบ (dose related)

🤍 กลไกที่ 3 ประสิทธิภาพในการต่อต้าน senescent cells

เท้าความก่อนค่ะ Fibroblast คือเซลล์สำคัญในชั้น Dermis ทำหน้าที่สร้างคอลลาเจน อิลาสติน และซ่อมแซมผิวเมื่อเกิดความเสียหาย แต่เมื่อ fibroblast เจอความเครียดสะสมไม่ว่าจะจาก UV มลภาวะ หรือแค่เวลาที่ผ่านไป DNA ภายในเซลล์เริ่มเสียหายสะสมจนถึงจุดที่ซ่อมไม่ได้ เซลล์จึงหยุดแบ่งตัว แต่มันไม่ยอมตาย กลายร่างเป็นsenescent cells ที่เราเปรียบเปรยว่าเป็นเซลล์ซอมบี้

พวกนี้นอกจากจะไม่ทำงานสร้างคอลลาเจนแบบเดิมแล้ว แต่ก็ไม่ตายออกไปให้เซลล์ใหม่มาแทนที่ แถมพวกนางยังไม่ได้อยู่เฉยๆ ปลดปล่อยสารกลุ่ม SASP หรือ Senescence-Associated Secretory Phenotype สารเหล่านี้เช่นพวกที่เกี่ยวกับการอักเสบ และเอนไซม์ MMP ที่ไปย่อยทำลายเส้นใยข้างเคียง แถมนำส่งสัญญาณให้เพื่อนๆ

ข้างเคียงกลายเป็นซอมบี้ไปด้วย

เหมือนเวลาซอมบี้แพร่พิษใส่คนปกติให้กลายเป็นซอมบี้แบบมันแหละ

ทีนี้ผลทดสอบ พบว่า Youth-Full Advanced Skin Renewal Serum + Moisturizer สามารถลดปริมาณเซลล์ซอมบี้ลงได้ (มีคุณสมบัติต้านเซลล์แก่ หรือ anti-senescence)

🤍 กลไกที่ 4 Skin proliferation and regeneration

พบว่าเซรั่ม Youth-Full Advanced Skin Renewal Serum + Moisturizer สามารถเสริมการแบ่งตัวของ

Fibroblast ซึ่งจะให้ประโยชน์สืบเนื่องไปสู่การฟื้นฟูผิว เนื่องจาก Fibroblast เป็นเสมือนช่างก่อสร้างของผิว 

💚 จะเห็นได้ว่าจากผลเทสต์ทั้งหมดนี้แล้ว Youth-Full Advanced Skin Renewal Serum + Moisturizer คนเดิมของเรานั้นมีความสามารถหลากหลายในการดูแลปัญหาผิว

และยังผ่านการทดสอบทางคลินิกโดยสถาบัน DermScan Asia ว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองในอาสาสมัคร (ค่า Mean irritation index = 0.01 แปลว่าไม่ระคายเคือง)

ทีนี้กลับมาที่ส่วนผสม ซึ่งเป็นคอมบิเนชั่นที่ทางแบรนด์คัดเลือกมาอย่างลงตัว

💚 ในภาพรวม คือ ถ้ามองในแง่ของมอยส์เจอไรเซอร์ที่เสริม Barrier ผิว น้องทำมาได้ค่อนข้างครบถ้วนเลย คือมีทั้งกลุ่มของไขมันที่เป็น Barrier อย่างพวก Ceramide, Cholesterol และกรดไขมันจากธรรมชาติ ร่วมกับสารจับน้ำตามธรรมชาติ หรือ Natural moisturizing factor (NMF) ที่เป็นกรดอะมิโน น้ำตาล กรดอินทรีย์ มีสารกลุ่ม Hyaluron หลากหลายชนิดที่มีประโยชน์ในการเติมและอุ้มน้ำให้ผิว และเสริมมาด้วยกลุ่มสารที่ดูแลปัญหาเรื่องการระคายเคืองผิวเพราะ Barrier ที่ไม่แข็งแรง และสำหรับคนที่กลัวว่ามอยส์เจอร์นี้จะมันเยิ้มเกินไป ทางแบรนด์ใช้สารสกัดจากเห็ด Fomes ตัดเข้ามาให้ประโยชน์ในด้านการควบคุมความมันกระชับรูขุมขน คือเรียกได้ว่าทำมาพร้อมและคำนึงถึง user ทุกกลุ่มมาก

สารบำรุงเปิดมาด้วย Niacinamide ที่ให้ประโยชน์โดดเด่นหลายประการ ทั้งในเชิงการเสริมการฟื้นฟู Barrier ผิว ควบคุมความมัน ในเชิง whitening ผ่านการยับยั้งการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปภายนอก และในเชิงของการดูแลการระคายผิว แบรนด์จัดมาเลยแบบสวยๆ 5%

สารบำรุงกลุ่ม Soothing ก็ไม่น้อยหน้า ด้วยส่วนผสมของสารสกัดจาก Oatmeal ที่โดดเด่นในด้านนี้และมีคุณสมบัติพิเศษในการเสริมความแข็งแรงให้กับผิว จูงมือมากับ Cica, Allantoin, Dipotassium glycyrrhizate ว่านหางจระเข้

มี Bifida ferment lysate เป็น postbiotic ที่เด่นในเชิงการเสริมกระบวนการฟื้นฟูผิว พร้อมทั้ง soothing และเสริมความแข็งแรงให้แก่ผิว

สำหรับท่านที่สนใจสามารถดูส่วนผสมทั้งหมดตามภาพ

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ LaLaaCram ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้เปิดหูเปิดตา และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/lalaacramthailand

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มดูแลปัญหาริ้วรอย Ultimate Anti-Wrinkle and Brightening Booster Serum สูตรไม่มี retinol ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Baobab callus culture lysate

ทางเพจเคยนำเสนอรีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมมอยส์เจอไรเซอร์ Youth-Full จากแบรนด์ LaLaaCram ไปเมื่อช่วงก่อน ตามลิงค์นี้นะคะ

>>Click<<

วันนี้ขอหยิบเอาผลิตภัณฑ์น้องใหม่ของแบรนด์ ที่ได้ไปซุ่มเงียบทดลองใช้มาเดือนเศษๆ น้องเป็นเซรั่มที่ออกแบบมาเพื่อดูแลริ้วรอยและชะลอวัย โดยเลือกใช้ส่วนผสมได้อย่างลงตัว

น้องมีชื่อว่า Ultimate Anti-Wrinkle and Brightening Booster Serum 

มาในหน้าตาแบบนี้นะคะ

ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้มีความน่าสนใจในการเลือกใช้ส่วนผสม และทางแบรนด์ก็ได้นำเอาไปทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครมาด้วย โดยทำการทดสอบในอาสาสมัครอายุ 40 – 60 ปี จำนวน 33 คน โดยสถาบัน DermScan ASIA ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำ

ผลพบว่า

  • 88% ของผู้ใช้รู้สึกว่าผิวดูกระจ่างใสขึ้นใน 7 วัน
  • 96% ของผู้ใช้รู้สึกว่าริ้วรอยแลดูจางลงใน 14 วัน
  • การประเมินด้วยเครื่องมือ Primos พบว่า 100% ของอาสาสมัครมีริ้วรอยร่องลึกจางลงอย่างเห็นได้ชัดเจนใน 28 วัน

ก็คือ ถือว่าน่าสนใจมาก

เนื้อเซรั่มเป็นเนื้อน้ำนม ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม

เกลี่ยง่าย บางเบา แค่ยังชุ่มชื้นผิวอยู่ ให้ความรู้สึกเย็นและสบายผิว

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวมคือเป็นเซรั่มชะลอวัยตัวตึงที่อัดส่วนผสมมาเยอะมาก เพื่อดูแลปัญหาที่เกิดจากอายุ มีการเลือกใช้กรดอะมิโนหลากหลายชนิด ซึ่งทำหน้าที่เป็น NMF (Natural moisturizing factor) จับน้ำให้ผิว โดยเวลาเราอายุเพิ่มขึ้น สัดส่วนของ NMF ก็จะเปลี่ยนแปลงไป ถ้ามีการเติม NMF ลงไป ก็น่าจะได้ประโยชน์เรื่องผิวชุ่มชื้นและแข็งแรงได้อีกทาง นอกจากนี้ผิวอาจหยิบเอากรดอะมิโนไปใช้ได้ตามความต้องการ

ในส่วนของการเติมน้ำ นอกจาก NMF แล้ว ยังเสริมมาด้วย Hyaluronic acid และอนุพันธ์หลากหลายฟอร์ม มากันทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ ตัวเคลือบ ตัวเกาะ เพื่อเสริมกระบวนการเก็บน้ำให้ผิว

แล้วช่วยฟื้นฟู Barrier ด้วย Ceramides complex ที่เบลนด์ Ceramides หลากหลายชนิดเข้ารวมกับ Cholesterol + Phytosphingosine

พร้อม Soothing แบบฉ่ำๆ ด้วย Cica + Bisabolol + Panthenol + Dipotassium glycyrrhizate

มาถึงกลุ่มของสารที่ดูแลปัญหา Aging

มาถึงกลุ่มของสารที่ดูแลปัญหา Aging

  • Adansonia digitata callus culture lysate (2%) ตัวนี้น่าสนใจมาก มาในชื่อ BaoliftTM จาก Vyrtus biotech ที่กลไกการออกฤทธิ์ที่น่าสนใจ ภายใต้คอนเซปท์ Fit-Skin concept โดยไปออกฤทธิ์ผ่าน Exerkines เหมือนเราไปออกกำลังมา แล้วผิวดี กวาดรางวัลมามากมายจากหลากหลายงานแฟร์ทางด้านเครื่องสำอาง

โดยนวัตกรรมนี้พูดถึงเรื่อง “Skin-Fascia-Muscle axis” ซึ่งปกติเวลาเราออกกำลังจะมีพวกสาร Exerkines ที่ให้ประโยชน์กับผิวหลายๆ ทาง โดยเฉพาะเรื่องความกระชับของผิว

     ทางผู้ผลิตวัตถุดิบมีการพูดถึง extracellular ATP หรือ eATP ที่เวลาออกกำลังกาย นางจะออกมาแล้วไปมีผลต่อหลายๆ กลไก ทั้งการปลดปล่อยสารสื่อประสาท ฮอร์โมน รวมไปถึงการสื่อสารระหว่างชั้นหนังกำพร้ากับ Fibroblast และมีประโยชน์ในการกระตุ้นเส้นใย extracellular matrix ให้กระชับ

     นอกจากนี้เวลาออกกำลังกายจะมีการปลดปล่อย mitochondria derived peptides หรือ MOTS-C ที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ในขณะเดียวกันจะมีประโยชน์กับผิวโดยไปเพิ่มคอลลาเจนให้ผิวแน่นขึ้น

     ผลเทสต์ในอาสาสมัครพบว่า ผิวมีความกระชับขึ้น และมีริ้วรอยลดเลือนลง

  • Bakuchiol ที่ความเข้มข้น 1% สารนี้จัดเป็นสารในกลุ่ม meroterpene พบได้ในพืช เช่น Psoralea corylifolia มีรายงานถึงความสามารถในการออกฤทธิ์คล้ายวิตามินเอ (Int J Cosmet Sci. 2014 Jun;36(3):221-30.) มีการทดสอบชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจ ทดสอบในกลุ่มอาสาสมัครที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย โดยให้ทา Bakuchiol 1% วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าให้ประโยชน์ในการดูแลปัญหาด้าน aging ได้ดี โดยไม่พบอาการระคายเคือง (J Drugs Dermatol. 2020;19(12):1181-1183.) มีอีกชิ้นที่น่าสนใจ อยากเล่า เป็นงานตีพิมพ์เมื่อปี 2019 เปรียบเทียบประสิทธิภาพของ Bakuchiol 0.5% ทาวันละ 2 ครั้ง และ Retinol 0.5% ทาวันละครั้ง เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่า ให้ประสิทธิภาพไม่ต่างกัน แต่พบว่ากลุ่มที่ทา Retinol มีความรู้สึกว่าผิวแห้ง และพบการระคายเคืองได้มากกว่า (Br J Dermatol. 2019;180(2):289-296.)
  • Double peptide complex ที่เบลนด์ Acetyl hexapeptide-8 ที่ให้ผลคลายริ้วรอยชั่วคราว ร่วมกับ Palmitoyl pentapeptide-4 ที่เสริมสร้างการผลิตคอลลาเจนและเส้นใยใน dermis ให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น ไม่หย่อนคล้อย เมื่อใช้ร่วมกัน ในทางทฤษฎีก็จะช่วยคลายริ้วรอยชั่วคราวในระยะสั้น และค่อยๆ ซัพพอร์ตการสร้างเส้นใยออกมาในระยะยาว
  • เสริม Niacinamide อีก 5% ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของ NADH, NADPH ที่ใช้ทำหน้าที่หลายอย่าง จึงให้ประโยชน์ในเชิงการชะลอวัย ดูแลปัญหาริ้วรอย พร้อมๆ ไปกับการดูแลเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ ความแข็งแรงของชั้นผิว ดูแลและลดการระคายเคือง

พัฒนามาในเบสที่เป็นมิตรกับผิว

มาให้คะแนนเซรั่มกัน

  1. สารบำรุง เซรั่มตัวนี้มาในส่วนผสมนวัตกรรมอย่าง Baolift ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ออกฤทธิ์ผ่าน Skin-Fascia-Muscle axis ที่คิดว่าค่อนข้างใหม่ คือ ทำให้ผิวกระชับ ให้ประโยชน์คล้ายกับการออกกำลังกาย เสริมมาด้วย Bakuchiol เปปไทด์ เพื่อดูแลปัญหาริ้วรอยได้อย่างลงตัว มาพร้อมสารบำรุงอื่นๆ ที่ให้ประโยชน์ได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสีผิวไม่สม่ำเสมอ การระคายเคือง ความชุ่มชื้นของผิว และผิวแข็งแรง ครบทุกปัญหาที่เรามักพบเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ตัวเซรั่มมาในเนื้อที่บางเบาไม่หนักมาก เลเยอร์ลงรูทีนง่าย ในด้านของความชุ่มชื้น สำหรับคนผิวผสม-แห้ง อาจจะต้องมีครีมมาทับอีกชั้น ในด้านของการใช้งานส่วนตัวมองว่าเซรั่มนี้ทำมาได้ค่อนข้างดี ผิวนุ่มเนียนขึ้น และเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการใช้เซรั่มที่ไม่มีเรตินอยด์ ให้ไป 5 ฟลาสก์

และอยากบอกว่า ถ้าใช้เซรั่มกับครีมคู่กัน จะยิ่งเริ่ดขึ้นไปอีกนะคะ

ทาเซรั่มก่อน แล้วทาครีมทับเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ LaLaaCram ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้เปิดหูเปิดตา และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/lalaacramthailand

ทางไปช้อปปิ้งเซรั่ม

Shopee https://s.shopee.co.th/4q6ei5FVof

Lazada https://s.lazada.co.th/s.ABOBo?cc

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เปี่ยมไปด้วยความรัก LaLaaCram Youth-Full advanced renewal serum + moisturizer

สวัสดีค่ะทุกท่าน

วันนี้มีรีวิวและวิเคราะห์ส่วนผสม Skincare น้องใหม่จากแบรนด์ LaLaaCram (ลา-ลา-แคลม) มาฝากกันค่ะ

แบรนด์ LaLaaCram เป็นแบรนด์ที่พัฒนาขึ้นมาโดยอิงจากประโยชน์ที่ยั่งยืนและความสุขที่ผู้บริโภคจะได้รับจากการใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกของแบรนด์อย่าง Youth-Full Advanced Skin Renewal Serum + Moisturizer นั้นพัฒนามาในรูปแบบของ 2 in 1 serum + moisturizer เพื่อลดขั้นตอนในการบำรุงผิว หรือ Skincare regimen แต่ยังคงประโยชน์สูงสุดที่เราจะได้รับจากการใช้ผลิตภัณฑ์

ตัวผลิตภัณฑ์มุ่งเน้นไปที่การดูแลเรื่องของ Barrier ผิว พร้อมทั้งให้คุณสมบัติในการปกป้องและดูแลปัญหาต่างๆ ของผิวที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตประจำวันไปพร้อมๆ กัน โดยอาศัยส่วนผสมของสารบำรุงผิวหลากหลายชนิดที่เลือกมาเป็นอย่างดี และมีหลักฐานรองรับว่าให้ประโยชน์กับผิว

หน้าตาผลิตภัณฑ์จะเป็นลักษณะกล่องสีเงินประมาณนี้ค่ะ

ตัวภาชนะบรรจุก็มาในสีเงินเช่นกันค่ะ

ความประทับใจแรกเมื่อเราแกะกล่อง คือ เมื่อเห็นคำโปรยด้านในค่ะ

ซึ่งมันตรงกับคอนเซปท์ของเราที่เราชอบพูดเสมอว่า เวลาทำเครื่องสำอางก็เหมือนทำอาหาร ให้ใส่ความรักลงไปด้วย ทางแบรนด์เองก็เช่นกัน ใส่ความรักลงไปหมดใจพร้อมๆ กับ ส่วนผสมที่เชื่อถือได้


ภาชนะบรรจุเป็นชนิด Airless pump ปกป้องเนื้อผลิตภัณฑ์จากการปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อม

เมื่อเรากด เนื้อครีมก็จะออกมาค่ะ

ตัวครีมจะดูเหมือนเป็นกึ่งๆ เจลครีม เนื้อค่อนข้างชุ่มผิว และเนื่องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม เราจะได้กลิ่นวัตถุดิบอยู่จางๆ

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความรู้สึกชุ่มชื้นผิว เมื่อทิ้งไว้ประมาณ 2 นาทีจะซึม/แห้งไป ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ

ก่อนไปดูส่วนผสมอยากบอกว่า ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ผ่านการทดสอบการแพ้และการระคายเคืองจากบริษัท Dermscan ซึ่งเป็นบริษัททดสอบเกี่ยวกับเครื่องสำอางชั้นนำของประเทศ พบว่าไม่ระคายเคืองในอาสาสมัครค่ะ

แม้จะเป็นรายละเอียดเล็กๆ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ และความรักที่ทางแบรนด์มีให้

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

สำหรับส่วนผสมของผลิตภัณฑ์จะเห็นได้ว่ามีอยู่ค่อนข้างเยอะ และส่วนใหญ่จะเป็นสารที่มีประโยชน์ในการบำรุงผิว ซึ่งส่วนตัวได้แบ่งเป็นสีๆ ตามประโยชน์หรือกลุ่มของสาร

ในภาพรวม คือ ถ้ามองในแง่ของมอยส์เจอไรเซอร์ที่เสริม Barrier ผิว น้องทำมาได้ค่อนข้างครบถ้วนเลย คือมีทั้งกลุ่มของไขมันที่เป็น Barrier อย่างพวก Ceramide, Cholesterol และกรดไขมันจากธรรมชาติ ร่วมกับสารจับน้ำตามธรรมชาติ หรือ Natural moisturizing factor (NMF) ที่เป็นกรดอะมิโน น้ำตาล กรดอินทรีย์ มีสารกลุ่ม Hyaluron หลากหลายชนิดที่มีประโยชน์ในการเติมและอุ้มน้ำให้ผิว และเสริมมาด้วยกลุ่มสารที่ดูแลปัญหาเรื่องการระคายเคืองผิวเพราะ Barrier ที่ไม่แข็งแรง และสำหรับคนที่กลัวว่ามอยส์เจอร์นี้จะมันเยิ้มเกินไป ทางแบรนด์ใช้สารสกัดจากเห็ด Fomes ตัดเข้ามาให้ประโยชน์ในด้านการควบคุมความมันกระชับรูขุมขน คือเรียกได้ว่าทำมาพร้อมมาก มาดูไปทีละกลุ่มกันเลยนะคะ

  • สีเขียว แทนด้วยกลุ่มของไขมันที่เป็น Barrier ผิว ที่เป็นสูตรผสมของ Ceramide NP; Ceramide AP; Ceramide EOP; Phytosphingosine; Cholesterol; Sodium Lauroyl Lactylate; Carbomer; Xanthan Gum รู้จักกันในนามชื่อทางการค้าว่า SK Influx จากบริษัท Evonik เจ้าพ่อแห่งวงการ Ceramides ในทางเครื่องสำอาง สารชุดนี้ทางผู้ผลิตวัตถุดิบได้ทดสอบประสิทธิภาพทั้งในระดับหลอดทดลองและในระดับอาสาสมัคร มีความโดดเด่นในแง่ของการเสริม Barrier และดูแลปัญหาผิวแห้งต่างๆ
  • สีชมพู เป็น Hyaluronic acid และอนุพันธ์ รวมทั้งหมด 8 รูปแบบที่ประสานกันอย่างลงตัว บางตัวเกาะติดเป็นฟิล์มแล้วให้ความชุ่มชื้น ให้ความรู้สึกสบายผิว บางตัวก็ตัวเล็กหน่อยลงไปเติมน้ำและเสริมการกักเก็บน้ำที่หลายๆระดับความลึกของชั้นผิวชั้นนอก
  • สีน้ำตาล เป็นกลุ่มของ Moisturizer ที่ดูแลผ่านกระบวนการเติมน้ำเช่นกัน แบ่งได้เป็นกลุ่มย่อยๆ คือ พวกกรดอะมิโน ซึ่งมีด้วยกันหลากหลายชนิด น้ำตาล Glucose และกรดอินทรีย์ ที่พบเป็นองค์ประกอบของ NMF และยังมีสารเพิ่มความชุ่มชื้นที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น
    • Polyglutamic acid ซึ่งเป็นโพลิเมอร์ของกรดอะมิโน Glutamic อันนี้พบได้ตามธรรมชาติผ่านกระบวนการหมัก เช่นในการหมักนัตโตะ (ถั่วหมักสไตล์ญี่ปุ่น) ก็จับน้ำให้กับผิวได้คล้ายๆ กับ Hya ทางผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่า เวลา PGA ลงไปในหนังชั้นนอกนางจะถูกผิวเราย่อยแล้วปลดปล่อยเอา Glutamic acid ตัวน้อยๆ ออกมา ทำหน้าที่เป็น NMF ได้อีกต่อหนึ่ง
    • สารสกัดจากคาราจีแนน ที่เป็นสาหร่ายชนิดหนึ่ง ถ้าไม่นับคุณสมบัติในการเพิ่มเนื้อสัมผัสให้กับครีมแล้ว สารสกัดนี้เมื่อผ่านกรรมวิธีการสกัดด้วยวิธีจำเพาะ ก็จะมีประโยชน์ที่เด่นในด้านของการเติมน้ำ และยังมีประโยชน์เสริมไปในทางการเป็น Antioxidant ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าวสารสกัดดังกล่าวยังมีประโยชน์ในการเสริมการสังเคราะห์คอลลาเจนตามธรรมชาติของผิว
    • โปรวิตามินบี 5 ที่นอกจากเพิ่มความชุ่มชื้นแล้วก็ยังมีประโยชน์อีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นด้านของการดูแลเรื่องการระคายเคือง และการฟื้นฟูสภาพผิว
  • สีน้ำเงิน เป็นกลุ่มของสารที่ดูแลเรื่องการระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว หรือ Soothing effect มีทั้งกลุ่มของ Oatmeal ที่โดดเด่นในด้านนี้และมีคุณสมบัติพิเศษในการเสริมความแข็งแรงให้กับผิว พวก Allantoin, Dipotassium glycyrrhizate ว่านหางจระเข้ และอีกตัวที่อยากกล่าวถึงคือ Hydroxyacetophenone ซึ่งมีชื่อทางการค้าว่า Symsave H เป็นสารที่มีประโยชน์หลายอย่าง (Muti-functional) ทั้งในแง่ของการขึ้นสูตรเป็นสารช่วยในตำรับโดยให้ประโยชน์เป็นสารเพิ่มประสิทธิภาพของสารกันเสีย และยังเป็นสารบำรุง โดยให้คุณสมบัติเป็น Antioxidant และเสริมในด้านการดูแลเรื่องการระคายเคืองผิว
  • สีม่วง เป็นกลุ่มของสารบำรุงที่มีประโยชน์อื่นๆ มีด้วยกัน 3 ตัว ได้แก่
    • Bifida ferment lysate ตอนนี้เทรนด์ Postbiotic มา น้องนับเป็น 1 ใน Postbiotic คือเป็นสารที่ได้จากการสกัดเอาระบบที่เลี้ยงแบคทีเรียสายพันธุ์ Prebiotic กลุ่ม Bifidobacterium ซึ่งมีประโยชน์หลายประการต่อผิว ในแง่ของการชะลอวัย ฟื้นฟูและปรับสภาพผิว
    • Fomes officinalis (mushroom) extract เป็นสารสกัดจากเห็ดที่มีประโยชน์ในการดูแลเรื่องปัญหาความมันส่วนเกิน และมีประโยชน์ในการดูแลเรื่องรูขุมขนกว้าง
    • สารสกัดจากบัวบก ที่มีประโยชน์กับผิวมากมาย โดยหลักๆ ก็เด่นไปทางด้านการชะลอวัยลดเลือนริ้วรอย
  • ปิดท้ายด้วยวิตามินบี 3 ที่มีประโยชน์กับผิวหลายประการ กล่าวโดยย่อคือ น้องเป็นส่วนประกอบของโคเอนไซม์กลุ่ม NAD/NADP ที่เสริมกระบวนการต่างๆ ตามธรรมชาติของผิว จึงมีประโยชน์กับผิวหลายด้าน และน้องยังมีประโยชน์ในการเป็น Whitening โดยไปยับยั้งกระบวนการส่งผ่าน Melanin ที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมาข้างนอก รวมทั้งมีประโยชน์ในการดูแลเรื่องการระคายเคือง ปัญหาสิว และเสริมการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น Barrier ผิว

สำหรับส่วนผสมอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าคัดเลือกมาอย่างดี และไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง มีด้วยกันหลากหลายกลุ่ม ซึ่งทำงานเสริมกันอย่างลงตัวในการดูแลปัญหาของผิว โดยเน้นไปที่ด้านของ Barrier ความชุ่มชื้นของผิว การระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว และอาจได้ประโยชน์ไปในถึงด้านของการชะลอวัย ลดเลือนริ้วรอยให้แลดูจางลง และ Whitening รับไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวได้ทดลองใช้อยู่ประมาณ 3 อาทิตย์ โดยเสริมเข้ามาใน Regimen ปกติ มีความประทับใจในด้านของเนื้อครีมที่แลดูชุ่มฉ่ำ แต่ก็ไม่แห้งจนเกินไปและไม่มันเยิ้มจนเกินไป โดยรวมค่อนข้างชอบ ส่วนคนผิวแห้งมากๆ ในวันที่อากาศแห้งมาก อาจจะต้องเสริมครีมทับอีกชั้นหนึ่ง ระหว่างที่ใช้จะมีช่วงหนึ่งที่มากทม. แล้วเอาน้องลงมาด้วย ระหว่างวันคือฟีลแบบกำลังดีเลย ไม่แห้งไป ไม่เยิ้มไป เหงื่อออกก็ไม่รู้สึกว่าเป็นเมือก โดยรวมชอบเนื้อครีมและความชุ่มชื้นที่ได้รับ ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ LaLaaCram ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้ทดลองใช้ และมาแนะนำแบรนด์ที่มีคอนเซปท์น่ารักๆ มาให้รู้จัก และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

Facebook: https://www.facebook.com/Lalaacram24

Line: @LaLaaCram

และสำหรับท่านที่สนใจสินค้าสามารถตามไปส่องได้ที่ร้านค้า Official ของทางแบรนด์เลยนะคะ

Shopee: https://invol.co/clalt0l

Lazada: https://invol.co/clalt1e

Disclaimer/Conflict of Interest: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ LaLaaCram การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ