[Cosme-Diagnosis] รีวิวจัดเต็ม ไวท์เทนนิ่งไทยๆ Skin secret ดีงามไม่แพ้ของนอก

[Cosme-Diagnosis] รีวิวจัดเต็ม ไวท์เทนนิ่งไทยๆ Skin secret ดีงามไม่แพ้ของนอก

วันนี้มี่แวะมารีวิวไวท์เทนนิ่งของคนไทย ที่ส่วนผสมหรูหราไม่แพ้ของนอกให้ชมกันค่ะ

ผลิตภัณฑ์ที่จะรีวิววันนี้มีชื่อว่า Skin Secret Brightening serum ค่ะ

ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ออกแบบมาสำหรับทุกสภาพผิว ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม และสารกันเสียกลุ่ม Parabens ซึ่ง สารกันเสียกลุ่มนี้หลายๆประเทศ Ban เพราะเคยมีรายงานว่าสารพวกนี้ไปเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งบางประเภทได้

มาดูกันดีกว่าค่ะ

ss 1

ตัวผลิตภัณฑ์บรรจุในกล่องกระดาษ เรียบง่าย ดูหรูหรา สะอาดตา มีคำโปรยบนกล่องว่า “Correcting the uneven skin tone, dark spots, and acne clear. Restores skin health and scar from photodamage” แปลเป็นไทยว่า ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดจุดด่างดำ ลดสิว ช่วยฟื้นฟูสุขภาพผิวและริ้วรอยที่เกิดจากแสงแดด

ขวดเป็นขวดทรงกระบอกสี่เหลี่ยม น่าจะเป็นอคริลิกใสคล้ายคริสตัล ข้างในมีกระบอกสีเงินอุ้มผลิตภัณฑ์ข้างในไว้อีกชั้นหนึ่ง

ss 2

ลักษณะเนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นซีรัมใสๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เกลี่ยง่าย ดูดซึมไวค่ะ

ss 6

พอดูดซึมหมด ก็จะไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้บนผิว

ss 3

ค่า pH ก็กำลังดีกับผิวพอดี อยู่ที่ประมาณ 5

ss 4

ลองมาดูส่วนผสมกันดีกว่านะคะ

ss 5

จากลำดับส่วนผสมจะเห็นว่า Niacinamide หรือวิตามินบี 3 มาเป็นลำดับที่ 3 ก่อน Propanediol กับ Glycerin ที่เป็นสารดูดน้ำเสียอีก สารอื่นๆก็ให้ผลเรื่องของการเป็นไวท์เทนนิ่งได้ดี

ปกติเราจะแบ่งสารส่วนผสมในเครื่องสำอางเป็น 3 กลุ่ม ค่ะ

1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ

2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวอุ้มและเก็บสารออกฤทธิ์ไว้

3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

ลองมาไล่ไปทีละตัวเลยดีกว่า

คุณสมบัติสารแต่ละตัวแยกตามหน้าที่

1.Actives ได้แก่
– Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261
– Undecylenoyl phenylalanine มีชื่อทางการค้าว่า Sepiwhite MSH ของบริษัท Seppic มีประโยชน์เป็น Whitening โดยไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ alpha-MSH ซึ่งปกติมีหน้าที่กระตุ้นให้ไทโรซิเนสทำงาน ให้มีการสร้างเมลานินมากขึ้น และไปกระตุ้นกระบวนการ Melanosome transfer ซึ่งเป็นกระบวนการสุดท้ายที่เอาเมลานินที่สร้างเสร็จเข้าสู่เซลล์ผิวและเห็นเป็นสีผิว ตัวนี้มีเทคโนโลยี Vectorized amino acid ที่เอากรดอะมิโนมาจับกับโครงสร้างอื่นที่เป็นสายยาวๆ เพื่อให้โมเลกุลละลายในไขมันได้มากขึ้น เพิ่มความคงตัวและการดูดซึมเข้าผิว ข้อมูลจากบริษัท ชี้ว่า มีประสิทธิภาพสูงมากในการยับยั้งกระบวนการสร้างเมลานินแบบครบวงจรเมื่อยืนยันกับข้อมูลจากงานวิจัยสองฉบับ คือ J Cosmet Dermatol. 2009;8(4):260-6. ทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัคร เป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่าประสิทธิภาพในการช่วยให้ผิวขาวจะดีขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับ Niacinamide กับอีกงานวิจัยที่ทดสอบกับอาสาสมัคร เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่ามีประสิทธิภาพทำให้จุดด่างดำต่างๆจางลง (Clin Exp Dermatol. 2010;35(5):473-6)
– Mandelic acid เป็นสารในกลุ่ม AHA ชนิดหนึ่ง ให้ผลเร่งการผลัดเซลล์ผิว บางแหล่งข้อมูลบอกว่าให้ผลลดการอักเสบ และมีคุณสมบัติระงับเชื้อได้ด้วย มีการทดสอบเชิงคลินิกกับอาสาสมัครที่เป็นสิว พบว่าถ้าใช้ Mandelic acid ร่วมกับ Salicylic acid จะให้ผลลดสิว และรอยจากสิวได้เป็นอย่างดี (Dermatol Surg. 2009;35(1):59-65.)
– Aminobutyric acid ปกติสารนี้ในรูปแบบของ Gamma-aminobutyric acid (GABA) เป็นสารสื่อประสาทที่สร้างในสมอง ทำหน้าที่เป็นตัวระงับการทำงานที่มากเกินไป การใช้รูปแบบทาภายนอกมีรายงานกล่าวว่า สามารถฟื้นฟู Barrier ผิวที่เสียหายไปได้ (J Invest Dermatol. 2002;119(5):1041-7.) ลดการอักเสบ และช่วยเร่งการสมานแผล (J Microbiol Biotechnol. 2007;17(10):1661-9.) ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าการใช้ GABA ในเครื่องสำอางสำหรับทาภายนอก จะช่วยคลายกล้ามเนื้อ ให้ผลคล้าย Botox ได้ แต่ยังไม่มีรายงานการวิจัยรองรับ
– Lactic acid สารในกลุ่ม AHA ที่ได้จากการหมักนมด้วยจุลินทรีย์บางชนิด การออกฤทธิ์ขึ้นกับค่า pH โดยอาจจะให้ผลเป็นตัวเพิ่มความชุ่มชื้น หรือ ผลัดเซลล์ผิว สำหรับตัว Lactic ใน pH ประมาณ 4 จะให้ผลกระตุ้นการสังเคราะห์ Ceramide ในผิวได้ ซึ่ง Ceramide ทำหน้าที่เป็น Barrier function รักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
– Epilobium angustifolium extract สารสกัดจาก Willow herb มีรายงายเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพ (Curr Drug Targets. 2013; 14(9):986-91.) ฤทธิ์ในการปกป้องคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวไม่ให้ถูกทำลายจากรังสี UV และช่วยให้เซลล์ Fibroblast ที่สร้างคอลลาเจนมีชีวิตยืนยาวขึ้น (ปกติคนที่อายุเพิ่มขึ้นเซลล์พวกนี้จะค่อยๆหายไป) (Gen Physiol Biophys. 2013; 32(3):347-59.) สารประกอบ Oenothein B ที่พบในพืชนี้มีประโยชน์เป็น Anti-oxidant และ Anti-inflammatory ที่ดี (Phytomedicine. 2011; 18(7):557-60.) และยังมีฟลาโวนอยด์อื่นๆที่เคยมีรายงานว่าสามารถยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสได้
– Nonapeptide-1 มีชื่อทางการค้าว่า Melanostatin 5 เป็นเปปไทด์ที่ออกฤทธิ์ต่อต้านฮอร์โมน MSH (Melanocyte stimulating hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นเซลล์ที่ชื่อ Melanocyte ให้เกิดการสร้างเมลานินออกมา
– Rumex occidentalis extract สารสกัดจากพืชชนิดหนึ่งในอเมริกาเหนือ มีรายงานการทดสอบประสิทธิภาพในการเป็น Whitening เมื่อใช้คู่กับ 1,18-octadecen-9-dioic acid (18-ODA) พบว่าอาสาสมัครที่ใช้มีผิวที่ขาวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (Int J Cosmet Sci. 2012;34(6):575-81.) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารนี้ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ได้แรงกว่า Arbutin และ Hydroquinone และให้ผลลดรอยแดงได้ด้วย (ข้อมูลจาก Tyrostat ของ Lucas Meyer Cosmetics)
– Betaglucan มีประโยชน์เรื่องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ลดการอักเสบ ปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน และช่วยลดริ้วรอย
– Tocopherol คือ วิตามินอี มีประโยชน์เป็น Antioxidant แต่ส่วนมากมักจะให้ผลปกป้องสารในผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสื่อมเพราะออกซิเจนในอากาศ
– Phenylethyl resorcinol อนุพันธ์ของ Resorcinol มีชื่อทางการค้าว่า Symwhite 377 มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวขาวผ่านการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่เป็นตัวสร้างเมลานิน และเป็น Antioxidant ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารนี้ให้ผลเป็น Whitening ได้ดีกว่า Beta-arbutin 100 เท่า (แต่ปกติ Beta-arbutin ก็มีฤทธิ์น้อยอยู่แล้ว) การศึกษาในอาสาสมัคร เมื่อใช้ครีมที่มีส่วนผสมของสารนี้กับสาร Whitening อื่นๆ เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่าผิวขาวขึ้น (J Cosmet Dermatol. 2013;12(1):12-7.) ช่วยลดรอยฝ้าในอาสาสมัครได้ (J Cosmet Dermatol. 2011;10(3):189-96.)
– Arctostaphylos uva ursi extract สารสกัดจาก Bearberry ส่วนของใบมีรายงานว่ามีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียบางชนิด มีรายงานว่าส่วนของเปลือกและใบพบสาร Arbutin ที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวผ่านการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase (Phytochem Anal. 2009;20(5):416-20.)
– Prunus serotina bark extract สารสกัดจากเปลือกต้นเชอร์รี่ ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าให้ผลเป็น Astringent (กระชับรูขุมขน) และให้ความรู้สึกสบายผิว
– Lonicera japonica กับ Lonicera caprifolium extract สารสกัดจากดอกสายน้ำผึ้ง ให้ผลเป็น Preservatives (สารกันเสีย)

2.Base ถ้าดูจากส่วนผสมก็มีทั้งน้ำและน้ำมัน แต่พอดูจากเนื้อผลิตภัณฑ์เป็นรูปแบบเจลใส (Hydrogel) ประกอบด้วยน้ำ และสารอื่นที่ละลายได้ในน้ำ ได้แก่ Propanediol และ Glycerin ให้ผลดูดน้ำให้กับผิว
– สารไขมันอย่างน้ำมันถั่วเหลืองกับ Capric/caprylic triglycerides ให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว

3.Additives ได้แก่
3.1 Emulsifier/Surfactant ได้แก่ Polyglyceryl-4 caprate ให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ด้วย และ Phosphatidyl choline เป็นอีกชื่อหนึ่งของ lecithin ตัวนี้นอกจากผลผสานน้ำมันให้อยู่กับน้ำได้ อาจจะช่วยเรื่องการเก็บกักสารไว้ในระบบนำส่งได้ด้วย
3.2 สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Dextran กับ Xanthan gum
3.3 Preservatives ได้แก่ สารสกัดจากดอกสายน้ำผึ้งสองตัว กับ Benzyl alcohol
3.4 สารปรับ pH ได้แก่ Sodium hydroxide
3.5 น้ำมันหอมระเหยจากพืช ได้แก่ Lavender, Sandalwood, กระดังงา เป็นน้ำมันหอมระเหยที่ค่อนข้างโอเค ไม่ได้สุ่มเสี่ยงเหมือนพวก Citrus
* ในตำรา Aromatherapy จะระบุคุณสมบัติของ Lavender oil ในเรื่องของคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อต่างๆ ลดการอักเสบ และช่วยสมานแผล ทำให้น่าจะมีผลช่วยเรื่องสิวได้ด้วยค่ะ

ถึงเวลาให้คะแนน

1.Actives เรียกได้ว่ามาเต็ม และมากันหลายกลไกเลยทีเดียวในการเป็น Whitening ทำให้น่าจะได้ผลที่ดีเพราะสารออกฤทธิ์กันคนละจุด ช่วยเสริมฤทธิ์กันในการช่วยให้ผิวขาวขึ้น แต่ในส่วนผสมมี AHA อยู่ด้วย อาจจะทำให้ผิวบางได้ ถ้าใช้บ่อยๆ แต่ถ้าดูจากค่า pH ก็ถือว่าไม่ได้รุนแรงมากเกินไป อาจจะใช้แค่ก่อนนอน หรือ วันเว้นวัน ก็น่าจะให้ผลดีอยู่ จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์

2.Base ถ้าดูจากเนื้อสัมผัส น่าจะจัดอยู่ในกลุ่ม Hydrogel ในส่วนผสมประกอบด้วย Propanediol กับ Glycerin เป็นสารดึงน้ำให้ผิวอยู่ ตอนนี้ตัว Propanediol เรียกได้ว่ากำลังอยู่ในกระแสของตลาดเลยทีเดียว เพราะนางออกมาเพื่อต้าน Propylene glycol ด้วยคุณสมบัติที่คล้ายกัน แต่ตัวนางเหนือกว่าในด้านความปลอดภัย และในด้านของแหล่งกำเนิด เพราะ Propanediol สามารถได้จากการหมักข้าวโพด ซึ่งถือว่าเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญคือไม่มีแอลกอฮอล์ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

3.Additives ตัวนี้ปราศจากสารกันเสียประเภท Parabens ไม่มีซิลิโคน และไม่มีน้ำหอม (โดยใช้น้ำมันหอมระเหยจากพืชมาแต่งกลิ่นแทน) อีกอย่างคือเรียกได้ว่าไม่มีสารกันเสีย เพราะใช้สารสกัดจากดอกสายน้ำผึ้งกับสารหอมอย่าง Benzyl alcohol แทน สารอื่นๆก็ไม่มีพิษไม่มีภัยอะไรกับผิว บางตัวยังมีประโยชน์พิเศษให้กับผิว จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

4.คะแนนการใช้งาน ผลิตภัณฑ์เกลี่ยง่าย ดูดซึมค่อนข้างไว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ แต่เนื้อสัมผัสจะเหลวไปนิดนึง หลังจากใช้มาได้ประมาณ 2 สัปดาห์ รู้สึกว่าจุดด่างดำจางลงไปบ้าง ขอให้ 4 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณทางแบรนด์ Skin Secret ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ทดลองใช้

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เฟสบุคแฟนเพจของผลิตภัณฑ์เลยค่ะ 🙂

https://www.facebook.com/skinsecret.skincare

ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนจบค่ะ แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้า สวัสดีค่ะ

Review Holika Holika Aloe 99% soothing gel

Review Holika Holika Aloe 99% soothing gel

วันนี้มี่เอา Aloe gel 99% ตัวหนึ่งมารีวิวให้ชมกันค่ะ

Aloe ตัวนี้มี่ไปเจอที่เกาหลี ตอนไปเที่ยวเมื่อเดือนมิถุนายน ปีที่แล้วพอดีเลยค่ะ ก็ไม่ได้อะไรมาก เห็นขวดมันสวยดีเลยซื้อมาค่ะ

ราคาที่เกาหลีอยู่ที่ 5900 วอน/250 ml ประมาณสองร้อยบาท ตก ml ละไม่ถึงบาท คุ้มมากๆ

หลังจากนั้นก็พรีออร์เดอร์มาใช้เรื่อยๆ จนตอนนี้ย่างเข้าหลอดที่สามแล้วค่ะ

นางมีชื่อว่า Aloe 99% Soothing gel ของ Holika Holika

มี่เรียกย่อๆเอง ว่า Aloe 99

เคยจัดอันดับตัวนี้เป็น Miyeon’s favorites 2014 ด้วยค่ะ ( Link: The best of 2014)

มาดูแพคเกจก่อนดีกว่าค่ะ

aloe 1-re

แพคเกจเป็นรูปใบว่านหางจรเข้ น่ารัก ฟรุ้งฟริ้ง มุ้งมิ้ง

สังเกตคำว่า “Holika Holika” ด้วยนะคะ

เมื่อประมาณปลายปี ไปเดินเล่นที่ร้านเครื่องสำอางสีชมพู ที่ห้างหนึ่งเชียงใหม่ ไปสะดุดกับขวดแบบนี้เข้า เกือบสอยละนะคะ ดีนะ ที่อ่านทัน แม่เจ้า นางเป็น Helika ค่ะ เกือบไปแล้ว

แต่แอบพลิกดูส่วนผสมนาง ก็ดูโอเคนะคะ เพียงแต่ ไม่รู้สินะ จะได้เฮ หรือเปล่า

ดูชื่อกันดีๆนะคะสาวๆ

ลองมาดูเนื้อสัมผัสดีกว่าค่ะ นางจะเป็นเจลยืดๆ เหมือนเมือกๆ ใสๆ กลิ่นคล้ายๆแตงกวา ทราบมาทีหลังว่าเป็นสารแต่งกลิ่น ก็แอบเสียใจนิดนึง แต่ก็ไม่เป็นไร ก็ให้ความรู้สึกดีไปอีกแบบ

aloe 5-re

มันจะลื่น เกลี่ยค่อนข้างง่าย แต่แห้งช้านิดนึง แล้วจะรู้สึกหนึบๆ บนผิวอยู่บ้างค่ะ

จะพยายามถ่ายความชุ่มของมันให้เห็น แต่มันไม่ติด เลยสาดแฟลชใส่ ทีนี้ชัดเลยค่ะ แฉะเชียว

aloe 3-re-horz

ซักประมาณ 3-5 นาทีก็จะแห้งสนิทค่ะ

ถ้าอยากฟินกว่านั้น บีบใส่ถ้วยเล็กๆ แล้วแช่ตู้เย็นไว้ แล้วเอามาโปะบนหน้า แล้วเอาผ้าก๊อซ หรือสำลี หรือแผ่นมาสค์ชีทเปล่าๆ แปะทับกลายเป็นมาสค์อโล จะฟินมากค่ะ

เวลาทำงานมาเหนื่อยๆ แปะเสร็จแล้วไปนอน เปิดเพลงเบาๆ หายเป็นปลิดทิ้งเชียวค่ะ

ดูกันมาเยอะ มาดูคำโปรยของผลิตภัณฑ์ดีกว่านะคะ

ตัวนี้ที่ Official Canada website ของ Holika Holika บอกว่า

“99 % fermented aloe vera leaf juice is contained.

  • Fermented contents maximize the effect of activating components like aloesin. So it helps your skin to be clear & healthy”

เค้าบอกว่าเค้าเอา Aloe ไปหมัก ทำให้สารออกฤทธิ์ดีขึ้น

อันนี้จริงไหม จริงค่ะ การหมัก จุลินทรีย์จะไปทำให้เกิดกระบวนการ Bio-conversion เปลี่ยนแปลงสารต่างๆของพืช ส่วนใหญ่ก็จะมีฤทธิ์เพิ่มขึ้นค่ะ

คุณสมบัติของ Aloe ที่มีรายงานการวิจัยสนับสนุนแล้วก็ได้แก่ Whitening, ลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง และเพิ่มความชุ่มชื้นค่ะ

ลองมาดูส่วนผสมดีกว่าค่ะ

ตัวนี้ส่วนผสมเป็นภาษาเกาหลีทั้งหมดเลย

ตัวมี่กำลังหัดสะกดฮันกึล (อักษรภาษาเกาหลี) ได้ซักพักแล้วค่ะ เลยลองแกะดู ก็พอจะได้ข้อมูลดังรูปนี้ค่ะ

aloe สผส

ปกติเราจะแบ่งสารส่วนผสมในเครื่องสำอางเป็น 3 กลุ่ม ค่ะ
1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวอุ้มและเก็บสารออกฤทธิ์ไว้
3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

ลองมาไล่ไปทีละตัวเลยดีกว่า

คุณสมบัติสารแต่ละตัวแยกตามหน้าที่
1.Actives ได้แก่
– สารสกัดจากว่านหางจรเข้ (Aloe vera extract) ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น การลดการระคายเคือง ช่วยให้ความรู้สึกสบายผิว
– สารสกัดจากดอกบัว ช่วยเรื่องริ้วรอย
– สารสกัดจากบัวบก ช่วยเรื่องริ้วรอย การสมานแผล ลดการเกิดแผลเป็น
– สารสกัดจากไผ่ ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น
– สารสกัดจากแตงกวา ใบข้าวโพด ใบกะหล่ำปลี แตงโม ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นเช่นกัน

2.Base ไม่มีอะไรเลย นอกจากน้ำอโล

3.Additives มีอยู่ไม่กี่อย่าง ได้แก่
3.1 emulsifier PEG-60 Hydrogenated castor oil ช่วยเรื่องช่วยให้ผลิตภัณฑ์ใส
3.2 สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Sodium polyacrylate กับ Carbomer
3.3 สารปรับ pH ได้แก่ Triethanolamine
3.4 preservative ได้แก่ Phenoxyethanol
3.5 สารแต่งกลิ่น

แล้วก็เกิดคำถาม เมื่อใช้ Aloe ไป 99% แล้วที่เหลือนี่ มันอัดกันเข้ามาได้ขนาดนี้เลยหรือ Carbomer กว่าจะหนืดได้ก็ 0.2-0.3% เข้าไปละ Phenoxyethanol ก็ควรใส่อย่างน้อย 0.5% ที่เหลือคงเป็นสารสกัด อย่างละนิดอย่างละหน่อย แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะเนาะ

คะแนน
1. Actives มีอยู่หลายตัว ให้ผลประโยชน์กับผิวรอบด้าน โดยเน้นหนักไปที่ผลการให้ความชุ่มชื้น และการลดการระคายเคืองของผิว ขอให้ 5 ฟลาสก์
2. Base ไม่มี เลยไม่ขอให้คะแนน
3. Additives มีอยู่หลายชนิดเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร และก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร และก็ไม่เคยหักคะแนนน้ำหอมในผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ไม่ใช่พวกครีมทาใต้ตามาก่อน ก็เลยให้ไป 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน ตามที่ได้บรรยายสรรพคุณไปแล้วในหลายๆกระทู้ จึงขอให้ 5 ฟลาสก์ค่ะ

คะแนน aloe

สำหรับวันนี้ก็มีแค่นี้ค่ะ แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้า ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนจบนะคะ

เอาไปใช้ทาผิวไหม้แดดหลังสงกรานต์ได้เลยแหละ

See you again~

รีวิววิเคราะห์เจาะลึกส่วนผสม BHA Music toner จากแบรนด์ Skin Talk เวชสำอางของเกาหลี

รีวิววิเคราะห์เจาะลึกส่วนผสม BHA Music toner จากแบรนด์ Skin Talk เวชสำอางของเกาหลี

วันนี้จะมารีวิว BHA music toner ของ Skin Talk ให้ชมกันค่ะ

 

แบรนด์ Skin Talk นั้นเป็นแบรนด์เวชสำอางจากประเทศเกาหลี ปัจจุบันมีผู้นำเข้ามาจำหน่ายในไทยแบบถูกต้องตามกฎหมายแล้วนะคะ 🙂

bha 1

ปกติมี่จะเป็นคนเก็บกล่องและขวดผลิตภัณฑ์ไว้นะคะ บางอันก็น่ารักควรค่าแก่การสะสมจริงๆค่ะ

ความประทับใจแรกของมี่กับผลิตภัณฑ์ ก็คือเรื่อง Tamper-proof แปลเป็นไทยง่ายๆว่า ภาชนะบรรจุที่มีลักษณะพิเศษที่สามารถถูกทำลายไปได้เมื่อเปิดใช้

 

bha 2

 

จะเห็นว่าดูแล้วมีความปลอดภัย และรู้สึกถึงความเชื่อมันในตัวสินค้าได้เลยค่ะ

เนื้อสัมผัสจะเป็นของเหลวใส มีกลิ่นหอมอ่อนๆเบาๆ แห้งค่อนข้างไว หลังแห้งจะรู้สึกหนึบๆนิดนึงค่ะ ไม่ได้แห้งแล้วกรอบไปเลยเหมือนโทนเนอร์บางอย่าง

 

bha 3

 

ตอนแห้งแล้วค่ะ

bha 4

ลองมาดูกล่องดีกว่านะคะ

เป็นกล่องสีน้ำเงิน คาดด้วยสีส้ม/ดำ ดูเรียบง่าย แต่ก็หรูหราค่ะ

bha 5

ค่า pH ของผลิตภัณฑ์อยู่ที่ราวๆ 4-5 ก็ไม่ได้โหดร้ายอะไรกับผิวจนเกินไปค่ะ

bha 6

ลองมาดูส่วนผสมกันดีกว่านะคะ

bha 7

จากลำดับส่วนผสมจะเห็นว่าสิ่งที่มาอันแรกคือ Camellia sinensis หรือเรียกสั้นๆว่า “น้ำชา”

ทำไมต้องน้ำชา???

เพราะในใบชาประกอบด้วยสารสำคัญหลายๆอย่าง ในตระกูล Polyphenols เช่น Flavonoids, Catechins รวมไปถึงสารที่ชื่อว่า Tannin เจ้า Tannin นี้มีคุณสมบัติดีๆหลายอย่างค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติในการชะลอวัย เป็น Antioxidant และเป็น Astringent (คำนี้เป็นภาษาทางเภสัชกรรม แปลว่าฝาดสมาน แปลไปแล้วก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเพิ่มขึ้น ผลนี้ช่วยเรื่องการกระชับรูขุมขน และควบคุมความมันค่ะ)

ถึงดูส่วนผสมเหมือนจะธรรมดา แต่ความยากอยู่ที่ การนำเอาน้ำชามาใส่แล้วผลิตภัณฑ์มีความคงตัวค่ะ ซึ่งทำได้ค่อนข้างยากเลยทีเดียว การที่ทำได้โดยไม่ได้ใช้สารกันเสียที่รุนแรง ถือว่าค่อนข้างเก่งเลยค่ะ

อ้อ ครั้งแรกที่ใช้จะรู้สึกยุบยิบๆนิดหน่อยนะคะ แต่ครั้งถัดๆมาก็ไม่รู้สึกอะไร เหมือนเช็ดโทนเนอร์ทั่วไปค่ะ

เรามาดูรายละเอียดและคุณสมบัติของส่วนผสมไปด้วยกันเลยดีกว่าค่ะ

ปกติเราจะแบ่งสารส่วนผสมในเครื่องสำอางเป็น 3 กลุ่ม ค่ะ
1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวอุ้มและเก็บสารออกฤทธิ์ไว้
3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

ลองมาไล่ไปทีละตัวเลยดีกว่า

คุณสมบัติสารแต่ละตัวแยกตามหน้าที่

1.Actives ได้แก่

-Camellia sinensis leaf water คือ น้ำชา ที่กล่าวไปเมื่อครู่

-Lactobacillus/Kelp ferment filtrate มีอีกชื่อว่า Sea kelp bioferment ไม่มีข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง แต่ปกติในระหว่างการหมักด้วย Lactobacillus มักจะได้ผลิตภัณฑ์เป็น Lactic acid ออกมาด้วยเสมอ และสารที่มีอยู่ในพืชที่เอามาหมักด้วยจะเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างให้มีขนาดเล็กลง ทำให้ดูดซึมเข้าผิวได้มากขึ้น เรียกว่ากระบวนการ Bioconversion

ตัว Kelp เป็นสาหร่ายสีน้ำตาลชนิดหนึ่ง มีแร่ธาตุอยู่หลายชนิด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว และช่วยเรื่องปรับสภาพผิว

-Chlorella ferment คือ สารที่ได้จากการหมักสาหร่ายสีเขียวสายพันธ์ Chlorella สาหร่ายนี้มีรายงานการวิจัยกล่าวถึงผลในการ Anti-aging โดยมีผลต่อการทำงานของ Antioxidant enzyme ในเซลล์ Fibroblast (BMC Complement Altern Med. 2013; 13:210.)

-Portulaca oleracea extract สารสกัดจากคุณนายตื่นสาย มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์กระตุ้นการสมานแผล (Wound healing) (J Ethnopharmacol. 2003; 88(2-3):131-6.) ลดการอักเสบ (J Ethnopharmacol. 2000; 73(3):445-51.) และมีคุณสมบัติเป็น Antioxidant (J Med Plants Res. 2011; 5(9):1589-1593)

-Hydrolyzed collagen Collagen เป็นเส้นใยที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิวหนัง Hydrolyzed collagen เป็นคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการทางเคมีเพื่อให้มีขนาดที่เล็กลง อาจจะดูดซึมเข้าผิวได้บ้าง ขึ้นกับขนาดของมัน ถ้าตัวเล็กๆก็จะดูดซึมได้ ให้ผลช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและริ้วรอย แต่ถ้าตัวใหญ่หน่อย ก็จะเคลือบอยู่ภายนอกผิว ให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้นกับผิว

-Allantoin สารที่พบในรากคอมเฟรย์ มีประโยชน์ช่วยลดการแพ้ ลดการระคายเคือง และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง มีรายงานการวิจัยสนับสนุนเรื่องคุณสมบัติในการช่วยสมานแผล (Acta Cir Bras. 2010;25(5):460-6.)

-Rosmarinus officinalis extract คือ สารสกัดจากโรสแมรี่ มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านการอักเสบ (J Agric Food Chem. 2011; 59(8):3674-85.) Antioxidant (Nat Prod Res. 2008; 22(1):76-90.) และมีผลฆ่าเชื้อแบคทีเรีย/ราบางชนิดได้

-Oryza sativa seed water คือ น้ำที่ได้จากข้าว ปกติถ้าเป็นข้าวสายพันธ์ที่มีสี เช่น ข้าวแดง ข้าวดำ ก็จะให้ผลเป็น Antioxidant ที่ดี แต่ถ้าเป็นข้าวขาว ก็จะช่วยเรื่องความชุ่มชื้น การลดการคายเคือง และช่วยให้ความรู้สึกสบายผิว

-Betaine อนุพันธ์ของกรดอะมิโน Glycine มีชื่อทางเคมีว่า Trimethylglycine พบในหัวบีท มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง และช่วยให้สัมผัสที่ดีเวลาทา

-Camellia sinensis powder คือ ผงของชา คาดว่าน่าจะใช้ตอนเตรียมน้ำชา

-Salicylic acid เป็นสารในกลุ่ม BHA สารกลุ่มนี้ละลายได้ดีในไขมัน มีผลช่วยลดไขมันอุดตัน ลดการเกิดสิว ลดการอักเสบ และช่วยเรื่องการผลัดผิว ข้างกล่องบอกว่าใส่มา 0.2%

-Citric acid เป็นสารในกลุ่ม AHA สารกลุ่มนี้ละลายได้ดีในน้ำ มีผลช่วยผลัดผิว และเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ข้างกล่องบอกว่าใส่มา 0.5%

2.Base หลักๆคือน้ำชา ร่วมกับสารดึงน้ำอย่าง Glycerin และ 1,2-Hexanediol สารตัวนี้สามารถระงับการเจริญของเชื้อได้ด้วย

3.Additives มีค่อนข้างน้อยชนิด ได้แก่

3.1สารปรับ pH คือ Sodium hydroxide ตัวนี้เราเห็นว่าเค้าใส่ เราอย่าไปคิดว่ามันจะอันตรายอย่างนั้นอย่างนี้ สรรพสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ล้วนมีอันตราย ถ้าใช้ในความเข้มข้นสูงๆ อันนี้ใส่มาแค่ปรับ pH ใส่มาน้อยนิด จนแทบจะไม่ได้มีผลอะไรกับผิว ลองดูจากค่า pH ก็ได้ แค่ราวๆ 4-5 เอง เพราะฉะนั้นไม่ต้องวิตกกับ Sodium hydroxide หรือพวก Potassium hydroxide ในสูตรเครื่องสำอาง

3.2Emulsifier มี PEG-40 Hydrogenated castor oil ใช้เป็นตัวทำให้สารละลายใส มีผลเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ด้วย

3.3Preservative นับ 1,2-Hexanediol ที่เป็นสารดูดน้ำไว้ด้วย ร่วมกับสารจับโลหะ EDTA

ถึงเวลาให้คะแนน

1.Actives ตัวผลิตภัณฑ์มีชื่อว่า BHA Music toner แต่ไม่ได้มีแค่ BHA มีเสริมมาด้วย AHA สารสกัดจากพืชต่างๆ น้ำชาที่มีประโยชน์เรื่อง Antioxidant และ Tannin และสารสกัดจาก Portulaca ที่ช่วยลดการอักเสบ และช่วยสมานแผล โดยรวมจึงถือว่าเหมาะมากกับการดูแลสิว แต่ถึงไม่มีสิวก็ใช้ได้ เพราะส่วนผสมชุดนี้ช่วยเรื่องการผลัดผิวแบบอ่อนโยน ด้วยส่วนผสมของ AHA 0.5% กับ BHA 0.2% ทำให้เราสามารถใช้ได้ทุกวันเพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันในรูขุมขน แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็ยังอยากได้ Antioxidant เสริมเข้ามาอีกซักตัว น่าจะสมบูรณ์แบบเลย จุดนี้จึงขอให้ 4 ฟลาสก์

2.Base หลักๆเป็นน้ำ และไม่ใช่น้ำธรรมดา แต่เป็นน้ำชา ไม่มีน้ำมัน ไม่มีซิลิโคน ไม่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งส่วนมากผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับดูแลเรื่องสิว หรือผิวอุดตัน มักจะมี Alcohol เพื่อช่วยละลายไขมัน แต่สูตรนี้ไม่มี ทำให้คนผิวแห้งที่ผิวไม่เรียบ สามารถเอามาใช้ได้ด้วย จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

3.Additives เรียกได้ว่ามีค่อนข้างน้อยชนิด ไม่มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน ไม่มีซิลิโคน ไม่มี Surfactant รุนแรง จึงนับว่าค่อนข้างเป็นมิตรกับผิว แล้วก็ไม่รู้จะไปหักคะแนนอะไร ก็เลยขอให้ 5 ฟลาสก์

4.การใช้งาน ตัวโทนเนอร์ทำความสะอาดผิวได้หมดจด ขนาดว่าล้างหน้า 3 ขั้นตอน คือ Cleansing water, oil และ Foam ใช้โทนเนอร์นี้เช็ดยังสามารถเอาอะไรบางอย่างออกมาจากผิวได้อีก ซึ่งโทนเนอร์ตัวเก่าไม่ได้เป็นแบบนี้ หลังจากใช้มาได้เกือบๆสองอาทิตย์ พบว่าผิวเรียบเนียนขึ้น ผิวที่แตกลอกเป็นขุยลดลง สิวหินบนหน้าผาก ก็หายไป แล้วก็ช่วยให้แต่งหน้าได้เรียบเนียนขึ้น จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์เช่นกันค่ะ

 

bha 8

 

ยังไม่จบค่ะ ขอเอาภาพที่ไม่น่าชมเท่าไหร่มาให้ชมค่ะ เป็นสำลีที่เช็ดหลังจากล้างหน้าจนสะอาดแล้ว

ปกติมี่จะเป็นคนล้างหน้า 3 step ค่ะ เริ่มจาก Cleansing water, Cleansing oil และก็ Foam ล้างหน้าค่ะ

สมัยก่อนพอเช็ดโทนเนอร์ก็ไม่ได้มีอะไรติดมากับสำลี จนกระทั่งได้มาใช้โทนเนอร์ตัวนี้

 

bha 9

 

จะเห็นว่ายังมีสีน้ำตาลอ่อนๆ หลุดออกมาด้วยค่ะ

อีกรูปขอเปรียบเทียบผิวจริงให้ดูค่ะ ก่อนใช้ กับหลังใช้ 2 อาทิตย์ อาจจะน่ากลัวนิดนึง กล้องไอโฟนเก็บรายละเอียดได้ชัดกว่าที่ตาเห็นอีกค่ะ ตัวเองยังกลัวเลย (ฮาาา)

 

ก่อนใช้ vs หลังใช้-edit

 

 

ก่อนใช้ ผิวแห้งและลอกเยอะมาก มีสิวหินเม็ดเล็กๆ อยู่สองเม็ด พอใช้ไปเรื่อยๆ ผิวก็หายลอก แต่งหน้าได้ดีขึ้น จนเกือบครบสองอาทิตย์ สิวหินเม็ดนั้นก็หายไป และรอยแดงบนใบหน้าก็น้อยลง

ปล. แสงตอนที่ถ่ายอาจจะไม่เท่ากันค่ะ จริงๆไม่ได้ขาวขึ้นนะคะ

นี่ก็เลยเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่รักมาก เพราะช่วยเอาสิวหินที่ดักดานอยู่บนหน้ามาเกือบครึ่งปีออกไปได้

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เวบไซต์ Derm Skin Store เลยนะคะ

ลิงค์ …. http://www.dermskinstore.com/
ขอบคุณค่ะที่ติดตามมาจนจบ แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้า สวัสดีค่ะ

 

[Review] Tarte Amazonian clay full coverage foundation

[Review] Tarte Amazonian clay full coverage foundation

วันนี้แวะเอารองพื้นของ Tarte มารีวิวให้ชมกันค่ะ

Tarte เป็นแบรนด์ที่มี่สนใจตั้งแต่ตอนเริ่มหัดแต่งหน้าใหม่ๆ ใน Youtube channel ของคุณ Maya mia นางจะใช้ผลิตภัณฑ์ของ Tarte เยอะมาก ตอนแรกๆก็ยังไม่มีในไทย แต่หลังๆมานี่ Sephora เอาเข้ามาขาย ก็เลยไปจัดมาค่ะ

โฉมหน้าของถุงชอปเดือนมีนาคม 2558 ที่ผ่านมา

IMG_1473-re

ค่อยๆทะยอยๆรีวิวกันไปทีละอย่างนะคะ

ตอนไปเดินที่ร้าน Sephora พนักงานค่อนข้างน่ารักค่ะ หลังจากมี่ไปด้อมๆมองๆแถวเชลฟ์ของ Tarte นางก็มาถามว่า “มีอะไรให้ช่วยไหมคะคุณผู้หญิง” ก็เลยขอให้นางเลือกสีรองพื้นให้

หลังจากสวอทช์กันไปซักพักหนึ่ง ก็เลยได้สีนี้มาค่ะ Light-Medium Sand เลือกเป็น Undertone ของผิวมาเฉดนึง

โฉมหน้าของแพคเกจค่ะ

tarte-re

เป็นหลอดพลาสติค ฝาเป็นไม้ มีลายหรูหราทรงคุณค่า

ราคา 1590 บาทค่ะ

เนื้อข้างในจะไม่ถือว่าข้นมากจนเกินไป เม็ดสีค่อนข้างแน่นกว่าที่คิดไว้

IMG_1513-re

เกลี่ยค่อนข้างง่าย แต่ตอนลงกับหน้าจริงๆต้องใช้วิธีกดๆเหมือนลง Concealer ค่ะ ลากๆแบบรองพื้นทั่วไปไม่ได้ มันจะเป็นคราบ

สวอชให้ดูที่แสงปกติค่ะ

IMG_1514-re

แสงแฟลช

IMG_1515-re

แสงนีออน

IMG_1516-re

การปกปิด

tarte 1-re2-horz

ก็ถือว่าปกปิดได้ค่อนข้างดีนะคะ กลบสีน้ำตาลได้หมด เหลือแต่สีดำไว้นิดๆ

สำหรับวันนี้มีแค่นี้ค่ะพบกันใหม่คราวหน้า สวัสดีค่ะ