Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เซรั่มวิตามินซีฟอร์มใหม่ Bis-Glyceryl ascorbate จากบ้าน Kisocare VC 30 serum

Blog นี้มานำเสนอวิตามินซีฟอร์มที่น่าสนใจ แต่ยังไม่ค่อยมีการพูดถึงในวงการเท่าไหร่ เป็นอนุพันธ์ที่ดัดแปลงโครงสร้างของ Ascorbic acid ด้วย Glycerin 2 ตัว ได้เป็น Bis-glyceryl ascorbate ตัวออริจินอลเป็นสิทธิบัตรของ Seiwa Kasei ชื่อ iVC™ DGA (ชื่อเดิม Amitose DGA)

แล้วในที่สุดเราก็เจอเซรั่ม VC30 Serum จากบ้าน Kisocare นั่นเอง วิตามินซีฟอร์มนี้มันเป็นอย่างไร เดี๋ยวเรามาดูรายละเอียดกันอีกทีค่ะ

แพคเกจก็จะคุมโทนอยู่ค่ะ

ส่วนนี้เป็นกล่อง

เนื้อสัมผัสเป็นเบสน้ำ มีความหนักขึ้นมานิดนึง แต่ไม่มาก ไม่ถึงกับหนึบ

เกลี่ยง่าย ให้ฟีลดี ไม่หนึบ

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 4 นะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้

เปิดมาด้วย Bis-glyceryl ascorbate ซึ่งก็คือ iVC™ DGA ของ Seiwa Kasei ตัวนี้นางเป็นวิตามินซีชนิดไม่มีประจุ ที่เอา Glycerin 2 ตัวมาจับกับโครงสร้างเมนของ Ascorbic acid ซึ่งเด่นเรื่องความคงตัว สีไม่เปลี่ยน ไม่เหลืองเวลาลงสูตรน้ำใส หรือเจล สำหรับประสิทธิภาพ นอกจากเรื่องของ Antioxidant, เป็นส่วนหนึ่งในการซัพพอร์ตการสร้างคอลลาเจนของผิว เป็น whitening แล้ว นางยังให้ประโยชน์เสริมเรื่องชุ่มชื้นเข้ามาด้วยอีก (เพราะในโมเลกุลมี Glycerin เวลาลงผิว ผิวจะตัดโครงสร้างออกมาได้ Glycerin; proposed mechanism) ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของวิตามินซีฟอร์มนี้

ส่วนผลงานตีพิมพ์ในเชิงเครื่องสำอางยังมีน้อย งานที่มีจะเด่นไปในเชิงการลดการเกิด Hand-foot syndrome (กลุ่มอาการมือและเท้าอักเสบ) ในคนไข้มะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด  

ส่วนผสมอื่นๆ ที่เสริมเข้ามา ได้แก่

  • กลุ่มสารสกัดที่เด่นเรื่อง soothing เช่น Scutellaria baicalensis, ชะเอม, คาโมมายล์, Cica
  • กลุ่มสารสกัดที่เด่นเรื่อง Antioxidant เช่น ชาเขียว, โรสแมรี่, Polygonum cuspidatum

เสริมการเติมน้ำด้วย Sodium hyaluronate และเสริม antioxidant ด้วยวิตามินอี ฟอร์ม Tocopherol

ในภาพรวมถือว่าเป็น vitamin C ฟอร์มที่น่าสนใจ และค่อนข้างใหม่ ถ้าถามว่าจะเลือกอันไหนดีระหว่าง L-ascorbic acid (LAA) กับ Bis-Glyceryl ascorbate (DGA) ต้องบอกว่า เลือกยากน่าดู เพราะตัวหนึ่งก็เป็นตำนาน อีกตัวก็พัฒนามาแก้เกมและข้อจำกัดของรุ่นพี่ที่เป็นตำนาน แล้วทำได้ดีด้วยสิ

แนบทางไปช้อปปิ้ง

Shopee https://s.shopee.co.th/70Esfcg9AA

Lazada https://s.lazada.co.th/s.Z2J2Vt?cc&t=p-i69WyUX-sQCdXd0

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญมาจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มแดง Red Smoothie serum 8 จากแบรนด์ Arencia

Blog นี้มารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมของเซรั่มแดงจากบ้าน Arencia กัน

น้องมีชื่อเต็มๆ ว่า Red Smoothie serum 8

ที่มีเคลมเรื่อง Niacinamide 8% + Collagen & peptide ส่วนผสมเป็นอย่างไรเดี๋ยวเราไปดูกัน

ตัวน้องมาในหน้าตาแบบนี้นะคะ

เนื้อเซรั่มเป็นสีแดง ซึ่งจากส่วนผสมเขาไม่ได้ใส่สี นี่น่าจะเป็นสีของสารสกัดค่ะ

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ซึมไว แห้งไว ไม่เหนอะหนะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวมจะเป็นเซรั่มเบสน้ำนม ที่มีส่วนของ Isononyl isononanoate ที่เป็นออยล์สังเคราะห์กลุ่ม fatty ester ซึ่งมีเนื้อบางเบา ให้ผิวนุ่ม

ส่วนผสมหลักจะเป็น Niacinamide หรือวิตามินบี 3 ตามเคลม 8%

ซึ่งวิตามินบี 3 มีประโยชน์ที่ดีหลายอย่าง

  • เรื่องของ whitening ผ่านการยับยั้งการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปด้านนอก
  • ควบคุมความมัน ดูแลสิว ดูแลปัญหาการระคายเคือง
  • เสริมการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น Barrier ผิว
  • เป็นสารตั้งต้นให้ NAD และ NADP ที่เป็นส่วนสำคัญในการทำงานหลายๆ อย่างของผิว จึงมีประโยชน์ในเชิง anti-aging

ในภาพรวมเซรั่มนี้ค่อนข้างเด่นเรื่อง whitening คือ เก็บกลไกการสร้าง-ส่งผ่านเม็ดสีได้ค่อนข้างครบ

  • Hexapeptide-2 ยับยั้งที่ก่อนจะเกิดการสร้างเมลานิน ผู้ผลิตสารเคลมว่าโครงสร้างบางส่วนคล้ายกับฮอร์โมน alpha-MSH เลยไปจับกับตัวรับของ alpha-MSH บนเซลล์สร้างเม็ดสีแทน ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีไม่โดนกระตุ้น นอกจากนี้ยังกล่าวถึงประสิทธิภาพในการดูแลริ้วรอยเพิ่มเติม
  • Arbutin ยับยั้งเอนไซม์สร้างเม็ดสี tyrosinase
  • Ferulic acid เป็น antioxidant ที่ดี

มีวิตามินและสารสกัดจากพืชอีกหลายๆ ชนิด สารพัดพืชผักสมุนไพรผลไม้สมชื่อ Smoothie ของนาง เอาจริงๆ พวกนี้ดูแลผิวได้อย่างครอบคลุม แม้ว่าพอดูจากลำดับแล้วก็อาจจะไม่ได้แบบว่าเป็นตัวหลัก แต่ก็น่าจะให้ประโยชน์ที่ดีอยู่ ส่วนตัวมองว่าได้ B3 + Hexapeptide-2 ก็คือคุ้มฉ่ำแล้ว

ในส่วนของคอลลาเจนที่เขาเคลม อันนี้เราไม่ทราบขนาดว่าใหญ่มากน้อยแค่ไหน เขาเคลมว่า “นาโนคอลลาเจน” เลยตีรวมเป็นเรื่องชุ่มชื้นไปก่อน

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง เซรั่มมีส่วนผสมที่เด่นด้าน whitening โดยไปดูแลการสร้างเม็ดสีได้หลากหลายกลไกพร้อมกัน ซึ่ง Hexapeptide-2 มีกลไกการออกฤทธิ์ที่น่าสนใจอยู่ รวมกับสารสกัดจากพืช และวิตามินอีกหลายๆ ชนิด ให้ประโยชน์ในการดูแลผิวได้หลายอย่าง แม้ว่าจากลำดับดูเหมือนจะได้มาไม่เยอะ แต่ก็ขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ในเรื่องเนื้อสัมผัส ตัวเซรั่มทำมาบางเบา มีส่วนผสมของน้ำมันอยู่นิดหน่อยเลยไม่แห้งจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้เหนอะหนะ เลเยอร์ลงรูทีนง่าย ใช้งานง่าย ด้วยความที่เราไม่ได้มีปัญหาจุดด่างดำในช่วงนี้เลยไม่แน่ใจเรื่องของประสิทธิภาพ whitening แต่รู้สึกว่า นางช่วย maintain สุขภาพผิวให้คงเดิมได้ดี ขอให้ไป 5 ฟลาสก์

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/9zqjgGt0qk

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มดูแลปัญหาริ้วรอย Ultimate Anti-Wrinkle and Brightening Booster Serum สูตรไม่มี retinol ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Baobab callus culture lysate

ทางเพจเคยนำเสนอรีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมมอยส์เจอไรเซอร์ Youth-Full จากแบรนด์ LaLaaCram ไปเมื่อช่วงก่อน ตามลิงค์นี้นะคะ

>>Click<<

วันนี้ขอหยิบเอาผลิตภัณฑ์น้องใหม่ของแบรนด์ ที่ได้ไปซุ่มเงียบทดลองใช้มาเดือนเศษๆ น้องเป็นเซรั่มที่ออกแบบมาเพื่อดูแลริ้วรอยและชะลอวัย โดยเลือกใช้ส่วนผสมได้อย่างลงตัว

น้องมีชื่อว่า Ultimate Anti-Wrinkle and Brightening Booster Serum 

มาในหน้าตาแบบนี้นะคะ

ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้มีความน่าสนใจในการเลือกใช้ส่วนผสม และทางแบรนด์ก็ได้นำเอาไปทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครมาด้วย โดยทำการทดสอบในอาสาสมัครอายุ 40 – 60 ปี จำนวน 33 คน โดยสถาบัน DermScan ASIA ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำ

ผลพบว่า

  • 88% ของผู้ใช้รู้สึกว่าผิวดูกระจ่างใสขึ้นใน 7 วัน
  • 96% ของผู้ใช้รู้สึกว่าริ้วรอยแลดูจางลงใน 14 วัน
  • การประเมินด้วยเครื่องมือ Primos พบว่า 100% ของอาสาสมัครมีริ้วรอยร่องลึกจางลงอย่างเห็นได้ชัดเจนใน 28 วัน

ก็คือ ถือว่าน่าสนใจมาก

เนื้อเซรั่มเป็นเนื้อน้ำนม ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม

เกลี่ยง่าย บางเบา แค่ยังชุ่มชื้นผิวอยู่ ให้ความรู้สึกเย็นและสบายผิว

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวมคือเป็นเซรั่มชะลอวัยตัวตึงที่อัดส่วนผสมมาเยอะมาก เพื่อดูแลปัญหาที่เกิดจากอายุ มีการเลือกใช้กรดอะมิโนหลากหลายชนิด ซึ่งทำหน้าที่เป็น NMF (Natural moisturizing factor) จับน้ำให้ผิว โดยเวลาเราอายุเพิ่มขึ้น สัดส่วนของ NMF ก็จะเปลี่ยนแปลงไป ถ้ามีการเติม NMF ลงไป ก็น่าจะได้ประโยชน์เรื่องผิวชุ่มชื้นและแข็งแรงได้อีกทาง นอกจากนี้ผิวอาจหยิบเอากรดอะมิโนไปใช้ได้ตามความต้องการ

ในส่วนของการเติมน้ำ นอกจาก NMF แล้ว ยังเสริมมาด้วย Hyaluronic acid และอนุพันธ์หลากหลายฟอร์ม มากันทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ ตัวเคลือบ ตัวเกาะ เพื่อเสริมกระบวนการเก็บน้ำให้ผิว

แล้วช่วยฟื้นฟู Barrier ด้วย Ceramides complex ที่เบลนด์ Ceramides หลากหลายชนิดเข้ารวมกับ Cholesterol + Phytosphingosine

พร้อม Soothing แบบฉ่ำๆ ด้วย Cica + Bisabolol + Panthenol + Dipotassium glycyrrhizate

มาถึงกลุ่มของสารที่ดูแลปัญหา Aging

มาถึงกลุ่มของสารที่ดูแลปัญหา Aging

  • Adansonia digitata callus culture lysate (2%) ตัวนี้น่าสนใจมาก มาในชื่อ BaoliftTM จาก Vyrtus biotech ที่กลไกการออกฤทธิ์ที่น่าสนใจ ภายใต้คอนเซปท์ Fit-Skin concept โดยไปออกฤทธิ์ผ่าน Exerkines เหมือนเราไปออกกำลังมา แล้วผิวดี กวาดรางวัลมามากมายจากหลากหลายงานแฟร์ทางด้านเครื่องสำอาง

โดยนวัตกรรมนี้พูดถึงเรื่อง “Skin-Fascia-Muscle axis” ซึ่งปกติเวลาเราออกกำลังจะมีพวกสาร Exerkines ที่ให้ประโยชน์กับผิวหลายๆ ทาง โดยเฉพาะเรื่องความกระชับของผิว

     ทางผู้ผลิตวัตถุดิบมีการพูดถึง extracellular ATP หรือ eATP ที่เวลาออกกำลังกาย นางจะออกมาแล้วไปมีผลต่อหลายๆ กลไก ทั้งการปลดปล่อยสารสื่อประสาท ฮอร์โมน รวมไปถึงการสื่อสารระหว่างชั้นหนังกำพร้ากับ Fibroblast และมีประโยชน์ในการกระตุ้นเส้นใย extracellular matrix ให้กระชับ

     นอกจากนี้เวลาออกกำลังกายจะมีการปลดปล่อย mitochondria derived peptides หรือ MOTS-C ที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ในขณะเดียวกันจะมีประโยชน์กับผิวโดยไปเพิ่มคอลลาเจนให้ผิวแน่นขึ้น

     ผลเทสต์ในอาสาสมัครพบว่า ผิวมีความกระชับขึ้น และมีริ้วรอยลดเลือนลง

  • Bakuchiol ที่ความเข้มข้น 1% สารนี้จัดเป็นสารในกลุ่ม meroterpene พบได้ในพืช เช่น Psoralea corylifolia มีรายงานถึงความสามารถในการออกฤทธิ์คล้ายวิตามินเอ (Int J Cosmet Sci. 2014 Jun;36(3):221-30.) มีการทดสอบชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจ ทดสอบในกลุ่มอาสาสมัครที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย โดยให้ทา Bakuchiol 1% วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าให้ประโยชน์ในการดูแลปัญหาด้าน aging ได้ดี โดยไม่พบอาการระคายเคือง (J Drugs Dermatol. 2020;19(12):1181-1183.) มีอีกชิ้นที่น่าสนใจ อยากเล่า เป็นงานตีพิมพ์เมื่อปี 2019 เปรียบเทียบประสิทธิภาพของ Bakuchiol 0.5% ทาวันละ 2 ครั้ง และ Retinol 0.5% ทาวันละครั้ง เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่า ให้ประสิทธิภาพไม่ต่างกัน แต่พบว่ากลุ่มที่ทา Retinol มีความรู้สึกว่าผิวแห้ง และพบการระคายเคืองได้มากกว่า (Br J Dermatol. 2019;180(2):289-296.)
  • Double peptide complex ที่เบลนด์ Acetyl hexapeptide-8 ที่ให้ผลคลายริ้วรอยชั่วคราว ร่วมกับ Palmitoyl pentapeptide-4 ที่เสริมสร้างการผลิตคอลลาเจนและเส้นใยใน dermis ให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น ไม่หย่อนคล้อย เมื่อใช้ร่วมกัน ในทางทฤษฎีก็จะช่วยคลายริ้วรอยชั่วคราวในระยะสั้น และค่อยๆ ซัพพอร์ตการสร้างเส้นใยออกมาในระยะยาว
  • เสริม Niacinamide อีก 5% ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของ NADH, NADPH ที่ใช้ทำหน้าที่หลายอย่าง จึงให้ประโยชน์ในเชิงการชะลอวัย ดูแลปัญหาริ้วรอย พร้อมๆ ไปกับการดูแลเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ ความแข็งแรงของชั้นผิว ดูแลและลดการระคายเคือง

พัฒนามาในเบสที่เป็นมิตรกับผิว

มาให้คะแนนเซรั่มกัน

  1. สารบำรุง เซรั่มตัวนี้มาในส่วนผสมนวัตกรรมอย่าง Baolift ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ออกฤทธิ์ผ่าน Skin-Fascia-Muscle axis ที่คิดว่าค่อนข้างใหม่ คือ ทำให้ผิวกระชับ ให้ประโยชน์คล้ายกับการออกกำลังกาย เสริมมาด้วย Bakuchiol เปปไทด์ เพื่อดูแลปัญหาริ้วรอยได้อย่างลงตัว มาพร้อมสารบำรุงอื่นๆ ที่ให้ประโยชน์ได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสีผิวไม่สม่ำเสมอ การระคายเคือง ความชุ่มชื้นของผิว และผิวแข็งแรง ครบทุกปัญหาที่เรามักพบเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ตัวเซรั่มมาในเนื้อที่บางเบาไม่หนักมาก เลเยอร์ลงรูทีนง่าย ในด้านของความชุ่มชื้น สำหรับคนผิวผสม-แห้ง อาจจะต้องมีครีมมาทับอีกชั้น ในด้านของการใช้งานส่วนตัวมองว่าเซรั่มนี้ทำมาได้ค่อนข้างดี ผิวนุ่มเนียนขึ้น และเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการใช้เซรั่มที่ไม่มีเรตินอยด์ ให้ไป 5 ฟลาสก์

และอยากบอกว่า ถ้าใช้เซรั่มกับครีมคู่กัน จะยิ่งเริ่ดขึ้นไปอีกนะคะ

ทาเซรั่มก่อน แล้วทาครีมทับเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ LaLaaCram ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้เปิดหูเปิดตา และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/lalaacramthailand

ทางไปช้อปปิ้งเซรั่ม

Shopee https://s.shopee.co.th/4q6ei5FVof

Lazada https://s.lazada.co.th/s.ABOBo?cc

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มผลัดผิว พีลลิ่งพีลใจ Y.O.U 6% Acid Renewal Peeling Serum ราคาจุ๊บจิ๊บส่วนผสมใหญ่โต

การมีเซรั่มผลัดผิว พีลลิ่งพีลใจซักชิ้นในหมวดสเปเชียลแคร์ประจำสัปดาห์ มันดีนะคะ โดยเฉพาะสำหรับคนวัย 30 ขึ้นไปที่วงจรการสร้าง-ผลัดออกของผิว (Skin cycle) จะเริ่มยาวนานขึ้นจาก 28 วัน ในช่วงวัยรุ่น เป็น 30 – 35 วัน และพบว่า เมื่ออายุเพิ่มขึ้น Skin cycle จะยาวขึ้นเรื่อยๆ เพราะผิวสร้างออกมาได้น้อยลงด้วยส่วนหนึ่ง

ถ้าเรามีพวก Peeling เบาๆ มาเสริมให้ผิวผลัดได้ตามปกติ ก็เป็นการดูแลผิวให้มีความ Glass Glow ได้ เพียงแต่ต้องใช้ด้วยความใจเย็น และระมัดระวัง อย่าไปผลัดเยอะเกิน (Over exfoliate) จนผิวบอบบางแพ้ง่าย

ไหนๆ จะ พีลแล้ว ก็พีลให้คุ้มค่า เลือกอันที่ส่วนผสมปังๆ ก็น่าสนใจดีค่ะ

Blog นี้เลยขอหยิบเอาเซรั่มผลัดผิวของ Y.O.U 6% Acid Renewal Peeling Serum จริงๆ ทางแบรนด์มี 2 ความเข้มข้น คือ 6% กับ 12% แต่ส่วนตัวเลือกใช้อัน 6%

น้องมาในขวดแก้วหน้าตาแบบนี้นะคะ

ส่วนตัวจะชอบ YOU ตรงเขาทำ mapping เพื่ออธิบายประโยชน์ที่จะได้จากผลิตภัณฑ์ อันนี้ชอบมาก

อย่างตัวสูตร 6% นี่ถ้าดูตาม mapping คือ เขาจะเคลมเรื่องสิว (12% เคลมเรื่องริ้วรอย) รองลงมาจะเป็นเรื่องสิวเสี้ยน + ดูแลรูขุมขนกว้าง ต่อมาจะเป็นเรื่องกระจ่างใส และปรับให้ผิวเรียบเนียน และแถมกรุบกริบเรื่อง Barrier ผิว

สำหรับผลิตภัณฑ์นี้ก็จะมีผลทดสอบในอาสาสมัครด้วย

(ภาพจาก Y.O.U Official Shopee Mall)

ไม่บ่อยนักที่เราจะเห็นว่าผลิตภัณฑ์กลุ่ม Peeling มีผลเทสต์ว่าลดรอยแดงได้ ซึ่งตัวนี้ก็มีผลเทสต์ว่าลดรอยแดงได้ 35% นะคะ

ส่วนผลทดสอบในด้านอื่นๆ ทดสอบในอาสาสมัคร 33 คน ให้ใช้ผลิตภัณฑ์จำนวน 3 ครั้ง ประเมินด้วยกล้อง VISIA พบว่า

  • ปรับสภาพผิวที่ไม่เรียบเนียนได้ 65%
  • ลดขนาดรูขุมขนกว้างได้ 60%
  • ลดเลือนริ้วรอยได้ 23%
  • ปริมาณน้ำมันลดลง 27%

ส่วนผสมของน้องเป็นดังนี้

ในภาพรวมก็คือสารบำรุงจัดมาค่อนข้างฉ่ำ ถ้าในกลุ่มของ Organic acids จะแบ่งได้ 3 กลุ่มหลักๆ ได้แก่

  • AHA เป็นตัวเบลนด์ของกรดอินทรีย์หลายชนิด ได้แก่ Malic acid, Mandelic acid, Glycolic acid, Lactic acid, Citric acid, Tartaric acid เบลนด์มาที่แต่ละตัวจะมีขนาดโมเลกุลแตกต่างกันไป เหมือนเป็นการบาลานส์ระดับการผลัดผิวและความอ่อนโยน (คหสต.) รวมกันแล้วอยู่ในระดับความเข้มข้น 4.85%
  • BHA คือ salicylic acid เด่นในแง่ของการลดการอุดตันในรูขุมขน ใส่มาที่ 1.08%
  • PHA เป็นตัว Gluconolactone ที่เด่นในแง่ของการดูแลสิว และ Lactobionic acid ผลัดผิวอย่างอ่อนโยน ใส่มาที่ 0.07%

รวมเป็น 6% Acids ตามฉลาก และยังเสริมสารผลัดผิวอย่าง HEPES (Hydroxyethylpiperazine Ethane Sulfonic Acid) เข้ามาอีกตัว

มีกรดผลัดผิวแล้ว มาดูกลุ่มของตัวดูแลอาการระคายเคืองกันบ้าง ในส่วนผสมชุดนี้เลือกใช้ Symsitive® (4-t-Butylcyclohexanol) ที่เด่นเรื่องการลดอาการระคายเคือง เสริมมาด้วย Panthenol + Dipotassium Glycyrrhizate ที่เด่นเรื่องการดูแลการระคายเคือง Betaine ที่เติมน้ำให้ผิวได้ด้วย มาพร้อม สารสกัดจาก Aloe ชะเอม คาโมมายล์ และ Cica

ผลัดแล้ว Barrier ยังแข็งแรง เพราะมี Ceramides หลากหลายตัว (Ceramide NP, Ceramide NS, Ceramide AP, Ceramide AS, Ceramide EOP) + Cholesterol + Phytosphingosine

แถมๆ phospholipids เป็นน้ำมันบำรุงที่ซึมผิวได้มานิดนึง

เติมน้ำด้วย Hyaluronic acid และอนุพันธ์ หลากหลายฟอร์ม

ในส่วนของสารบำรุงอื่น ที่น่าสนใจได้แก่

  • Carnosine ได้ประโยชน์เรื่อง Anti-glycation ดูแลปัญหาผิวเสียจากน้ำตาล
  • Palmitoyl Tripeptide-5 เสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน
  • ได้ประโยชน์ด้าน Whitening ดูแลปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ จาก Alpha-arbutin และ Tranexamic acid

ในภาพรวมก็คือน้องไม่ใช่แค่ Peeling ธรรมดา แต่มาในสารบำรุงแบบครบถ้วน ดูแลผิวได้หลายปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของริ้วรอย สีผิวไม่สม่ำเสมอ การดูแลปัญหาสิว และมีตัวดูแลเรื่องอาการระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้น มาในเบสแบบน้ำ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง AHA 4% ก็สามารถออกฤทธิ์ในการผลัดผิวได้ในค่า pH ที่เหมาะสม เสริม BHA ในความเข้มข้นที่ยังให้ผลดูแลปัญหาการอุดตัน มีตัวลดการระคายเคือง เสริม Barrier ให้แข็งแรง พร้อมเติมน้ำ และสารบำรุงที่ให้ประโยชน์ในเชิงริ้วรอย และสีผิวไม่สม่ำเสมอ ดังนั้นจะมาเป็น Peeling เหมือนกันไม่ได้! เอาไปเลย 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ส่วนตัวจะใช้สัปดาห์ละครั้ง ตอนกลางคืน ในวันที่ใช้จะไม่ใช้ Retinoids อื่น เพื่อเลี่ยงปัญหาระคายเคืองผิว โดยรวมมองว่าน้องทำมาได้ดี ตอบโจทย์ ดูแลปัญหาผิวให้ผิวมีความเรียบเนียนได้ดี ส่วนเรื่องสิวตัวเองไม่ค่อยมีอยู่แล้ว ในภาพรวมก็คือค่อนข้างชอบในเนื้อสัมผัส และฟินิชผิวที่ได้หลังใช้ไปซักระยะ ผิวจะโกลว์สวยขึ้น ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณทุกท่านนะคะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

แนบลิงค์ไปช้อปปิ้ง

Shopee https://s.shopee.co.th/6VD9qpLVqd

Lazada https://s.lazada.co.th/s.B2dHG?cc

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่ม Snail retinol ขั้นกว่าของเรตินอล คือ เรตินอลผสมเมือกหอยทาก จาก Dr.G

Blog นี้ขอมารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่ม Retinol จากแบรนด์ Dr.G กัน

น้องเป็นเซรั่มเรตินอลที่ผสมเมือกหอยทากลงไปด้วย เอาจริงๆ คือ เมือกหอยทากนี่เหมือนจะดูเอาท์ แต่ว่ามันก็มีงานวิจัยอยู่หลายฉบับที่บอกว่าเมือกหอยทากที่นำมาจากหอยทากสายพันธุ์ Cryptomphalus aspersa มีประโยชน์ในการดูแลผิวหลายประการ และมีการทดสอบในอาสาสมัครถึงประสิทธิภาพด้านริ้วรอยอยู่ เมื่อเอามาจับมือกับเรตินอล เลยกลายเป็นคู่หู perfect pair ที่น่าสนใจอีกคู่หนึ่ง

เซรั่มมาในหน้าตาแบบนี้ค่ะ

ส่วนกล่องเราแอบประทับใจตรงที่มีอักษรเบรลล์พิมพ์ปั๊มนูนอยู่ด้วย อันนี้คือน่ารักมากอ่ะ

ตัวผลิตภัณฑ์นี้เคลมว่ามีการใช้เทคโนโลยี Double Liposome ซึ่งปกติ Liposome เป็นระบบการนำส่งแบบถุงผนังสองชั้นที่เตรียมจาก phospholipid เป็นสารหลัก มีการจัดเรียงโครงสร้างคล้ายเยื่อหุ้มเซลล์ เลยมีประโยชน์ในการเสริมการนำส่งสารบำรุงเข้าสู่ผิว

เนื้อเซรั่มสีออกครีมๆ มีกลิ่นหอม

เกลี่ยได้ง่าย ให้ความชุ่มชื้นสูง

ตัวผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในผู้หญิงอายุ 30 – 59 คน จำนวน 21 คน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ โดยสถาบัน P&K Skin Clinical Research Center (Ref: Dr.G Korea Official Website) โดยทางนี้เลือกมา 2 parameters คือ ริ้วรอยบนหน้าผาก กับ ร่องแก้ม

พบว่า ให้ผลดีอยู่นะคะ โดยเมื่อให้กลุ่มอาสาสมัครหญิงอายุ 30 – 59 ใช้เป็นเวลา 4 สัปดาห์ อาสาสมัครจะมีริ้วรอยบริเวณหน้าผากตื้นขึ้น 108.7% และร่องแก้มตื้นขึ้น 128.3% คือถือว่าดีงามมาก

และก็มีอีกจุดที่ประทับใจ คือ เราไม่ค่อยเห็นว่ามีการทดสอบการเสริมฤทธิ์กันระหว่าง product อื่นในไลน์เดียวกัน เมื่อใช้ร่วมกัน แต่ Dr.G ทำค่ะ พบว่า ใช้ Ampoule คู่กับครีมได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นทั้งในด้านชุ่มชื้น ริ้วรอยรอบดวงตา ดูแลสีผิวไม่สม่ำเสมอ และในภาพด้านล่างคือ ผลการยกกระชับ (Lifting)

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

ส่วนผสมก็คืออัดแน่นอัดฉ่ำตามสไตล์เกาหลี

ในด้านสารบำรุงก็มีอยู่หลายตัวเหมือนกัน

สำหรับกลุ่ม Retinoids จะมีด้วยกัน 2 ตัว คือ HPR กับ Retinol ซึ่ง HPR สามารถออกฤทธิ์ได้เลย และ Retinol เวลาลงผิวจะถูกแปรสภาพก่อน จึงจะออกฤทธิ์ได้

ประโยชน์ของ Retinoid ค่อนข้างกว้าง ตั้งแต่ปรับสมดุลการสร้าง-เจริญของผิวในหนังกำพร้า เสริมการสร้างคอลลาเจน และเส้นใยที่เป็นประโยชน์ในการดูแลด้านความกระชับ ผิวเรียบเนียน รวมไปถึงเรื่องปรับสมดุลความมัน ดูแลปัญหาสิว และได้ประโยชน์เรื่องปรับสมดุลเม็ดสีด้วยอีกทาง

ในส่วนของวิตามินและสารกลุ่มใกล้เคียงในตำรับ ได้แก่

  • Niacinamide ดูแลผิวได้หลายประการ ทั้งในด้านของสีผิว การระคายเคือง ผิวแข็งแรง
  • Tocopherol หรือ วิตามินอี เป็น antioxidant ที่ละลายได้ในไขมัน
  • Hydroxydecyl Ubiquinone มีอีกชื่อว่า Idebenone เป็นสารสังเคราะห์เลียนแบบ Coenzyme Q10 มีขนาดเล็กกว่า จึงมีการเคลมว่าดูดซึมได้ดีกว่า เป็น antioxidant อีกตัวที่ละลายได้ในไขมัน

สารที่มีประโยชน์อื่นในการดูแลด้านริ้วรอยและชะลอวัย ได้แก่

  • Snail secretion filtrate หรือ เมือกหอยทาก เป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ มีประวัติการใช้มาเนิ่นนาน มีงานวิจัยตีพิมพ์มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2010s โดยในเมือกหอยทากจะประกอบด้วยสารในกลุ่ม Glycosaminoglycans (GAGs) ที่เด่นในเรื่องความชุ่มชื้น และมีประโยชน์อื่นๆ กับผิว อย่างข้อมูลที่มีจะเป็นทั้งในด้านของการสมานแผล, antioxidant, มีผลต่อการแบ่งตัวของ fibroblast จึงให้ประโยชน์ในการดูแลริ้วรอย รวมไปถึงการดูแลสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ (mentioned in Nguyen et al. J Cosmet Dermatol. 2020;19(7):1555-1569.)
  • Dioscorea Japonica Root Extract สารสกัดจาก Glutinous yam ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่ามีคุณสมบัติเป็น antioxidant และเสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน
  • Adenosine มีประโยชน์ในการดูแลปัญหาริ้วรอย
  • Ferulic acid เป็น antioxidant ที่ดี ข้อมูลจาก Systematic review (ซึ่งเป็นการรวบรวมงานวิจัยที่มีมาก่อนหน้ามาวิเคราะห์) ล่าสุดเมื่อเดือน พ.ค. 2025 กล่าวว่า Ferulic acid มีศักยภาพที่ดีในการนำมาใช้ในทางเครื่องสำอาง มีฤทธิ์ลดการอักเสบระคายเคือง เพื่อดูแลปัญหารอยแดง สีผิวไม่สม่ำเสมอ ยับยั้งเอนไซม์ MMP ที่ไปย่อยคอลลาเจน พร้อมๆ กับสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนใหม่ จึงให้ประโยชน์ในการดูแลริ้วรอย (Roux et al. J Clin Aesthet Dermatol. 2025;18(5):38-42.) และมีผลทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงว่า เมื่อใช้คู่กับ Retinol สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลปัญหา Photoaging และกระบวนการอักเสบ จากรังสี UVB ได้ (Aging (Albany NY). 2024;16(8):7153-7173.)
  • Palmitoyl Pentapeptide-4 เป็นเปปไทด์จากกรดอะมิโน 5 ตัว ที่มาจับกับกรดไขมัน palmitic เพื่อให้ดูดซึมได้ดีขึ้น มีประโยชน์ในการกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน อิลาสติน และ Glycosaminoglycan ในผิว และมีโครงสร้างที่คล้ายกับ Precursor ของ Collagen type I ตัวนี้มีงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการรองรับ (Int J Cosmet Sci. 2005;27(3):155-60)

Soothing/Calming ดูแลการระคายเคืองด้วยส่วนผสมหลายชนิด เช่น Beta-glucan, Biosaccharide gum-1, Allantoin, Betaine และ Cica

เสริมไขมันที่เป็นน้ำมันบำรุงผิวจากธรรมชาติ และมีคอลลาเจน + ไฮยา ที่เติมน้ำให้ผิว

ส่วนของเบสมาแบบซับซ้อน ให้เนื้อสัมผัสที่ดี แห้งไวแต่ยังคงชุ่มชื้นอยู่ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง เป็นเซรั่มที่เลือกเอาสารที่โดดเด่นในการดูแลริ้วรอย ชะลอวัย เข้ามาด้วยกัน ทั้งในส่วนของการเลือกใช้ Retinol + HPR มาจับคู่กับเมือกหอยทาก และ Ferulic acid มาพร้อมกับตัวที่ดูแลการระคายเคือง ไขมันทดแทนผิว และสารเพิ่มความชุ่มชื้น ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างครบ ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ในด้านเนื้อสัมผัสค่อนข้างทำมาได้ดี เกลี่ยง่ายให้ความชุ่มชื้นสูง ใช้แล้วสบายผิว แต่ส่วนตัวคิดว่ากลิ่นออกมาแรงไปนิดนึง แต่ก็ไม่เคยหักคะแนน้ำหอมนะ ส่วนในด้านประสิทธิภาพ ตัวเองก็ใช้เรตินอยด์มานานมาก ตัวนี้ก็คือเมนเทนผิวได้ดี ก็คือชอบ ขอให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

แนบลิงค์ช้อปปิ้ง

Shopee https://s.shopee.co.th/AUjDnObWlc

Lazada https://s.lazada.co.th/s.BahvV?cc

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่ม Madagascar Centella สูตร Tone brightening Capsule Ampoule จากแบรนด์ Skin1004

ก่อนหน้านี้ทางเพจเคยนำเสนอรีวิวเซรั่ม Madagascar Centella ampoule ของแบรนด์ Skin1004 แบรนด์สายคลีนจากเกาหลีไป

(สามารถติดตามได้ที่ลิงค์นี้นะคะ >>Click<<)

วันนี้ขอหยิบเอาอีกสูตรที่ได้ลองมาสักพักใหญ่ๆ จนขึ้นขวดที่ 2 แล้วมารีวิว วิเคราะห์ส่วนผสมกันต่อ

น้องเป็นสูตรที่ออกแบบมาเพื่อดูแลเรื่องปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ได้อย่างลงตัวเลย

สูตรนี้มีชื่อว่า Tone brightening Capsule Ampoule ซึ่งมีหน้าตาแบบนี้

ส่วนนี้จะเป็นภาพกล่องค่ะ

ตัวนี้ทางแบรนด์มีผลเทสต์ในอาสาสมัครด้วยค่ะ โดยพบว่า อาการสีผิวไม่สม่ำเสมอ (Hyperpigmentation) ดีขึ้น วัดจากพื้นที่ของจุดด่างดำ (area) ลดลง 39.44% และปริมาณเม็ดสี melanin ลดลง 5.72% ใน 2 สัปดาห์

สำหรับตัวส่วนผสมหลักที่หน้าเว็บ Official เกาหลี เคลม จะเป็น B3 (Niacinamide) 4% Tranexamic acid 2% และใช้ MadeWhite™ เก็บในแคปซูล

โดยเซรั่มนี้จะมาในเนื้อแบบใส มีความหนืดเล็กน้อย ไม่มีกลิ่นเนื่องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม และ จะมีเม็ดแคปซูล/เม็ดบีดส์สีขาวกระจายอยู่

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ฟีลชุ่มกว่า มีความเคลือบกว่าเมื่อเทียบกับสูตรแอมพูลนางฟ้าตัวแรก พอเขาซึม/แห้งไปก็จะไม่เหลือความหนึบหรือความเหนอะหนะไว้

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 6 ก็ถือว่าใกล้เคียงกับผิวอยู่

มาดูส่วนผสมแบบเต็มกันค่ะ

ในภาพรวมน้องมาในเซรั่มเบสแบบน้ำ ที่ไม่มีส่วนผสมของซิลิโคน และแอลกอฮอล์

สำหรับประโยชน์ของสารบำรุงต่างๆ เป็นประมาณนี้

  • สารสกัดจากใบบัวบก หรือ Cica ประกอบด้วยสารพฤกษเคมีที่สำคัญในกลุ่ม Triterpenoids ที่สำคัญ 4 ชนิด ได้แก่ asiaticoside, madecassoside, asiatic acid และ madecassic acid ที่สามารถออกฤทธิ์ได้ผ่านหลายระบบและกลไก (Park KS. Evid Based Complement Alternat Med. 2021:5462633.) ซึ่งให้ประโยชน์ได้หลายด้านไม่ว่าจะเป็น Antioxidant, ลดการอักเสบระคายเคือง เสริมการสมานแผล เสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน
  • คอมบิเนชั่นของ Aqua (and) Pentylene Glycol (and) Madecassoside แทนด้วยสีบานเย็น คือ ชุดส่วนผสมของ MadeWhite™ ซึ่งข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่า สารนี้มีคุณสมบัติในการดูแลจุดด่างดำ และการระคายเคืองไปพร้อมๆ กัน (Ref: TDS MadeWhite™)
  • Niacinamide แบรนด์เคลมว่าใส่มาที่ 4% ซึ่งตัวนี้มีประโยชน์ที่ดีกับผิวหลายอย่าง เช่น เป็น Whitening ผ่านกลไกการยับยั้งการส่งผ่านเม็ดสีที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปภายนอก ดูแลเรื่องการระคายเคือง เสริมการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น barrier ผิว ควบคุมสมดุลการสร้าง sebum ดูแลปัญหาสิว
  • Tranexamic acid (TXA) แบรนด์เคลมว่าใส่มาที่ 2% มีรายงานว่า TXA สามารถยับยั้ง Plasmin ปกติ Plasmin เป็นตัวตั้งต้นก่อนจะไปกระตุ้นฮอร์โมน α-MSH (Melanocyte stimulating hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นให้ Melanocyte ทำงานเพิ่มขึ้น (J Am Acad Dermatol 2011;October:699-714.) การทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่า TXA ไปลดการสร้าง tyrosinase enzyme และโปรตีนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดสี และเสริมกระบวนการ Autophagy ของถุงเก็บเม็ดสี Melanosome ทำให้สีผิวจางลง (J Dermatol Sci. 2017;88(1):96-102.)
  • คอมบิเนชั่นของ Xylitylglucoside, Anhydroxylitol และ Xylitol มีชื่อทางการค้าว่า Aquaxyl วัตถุดิบนี้ผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่ามีประโยชน์ในการเสริมกลไกการเก็บกักน้ำของผิวตามธรรมชาติ และช่วยรักษาสมดุลของน้ำในผิว โดยออกฤทธิ์เสริมการสังเคราะห์โปรตีน Aquaporin ที่เป็นเหมือนประตูเขื่อน กั้นน้ำและ glycerol ไม่ให้หลุดรอดออกไปข้างนอก
  • 3-O-ethyl ascorbic acid เป็นฟอร์มหนึ่งของวิตามินซี ที่มีความเด่นด้าน Whitening โดยยับยั้งการสร้างเม็ดสี และเสริมการยับยั้ง MSH ที่เป็นฮอร์โมนที่จะมากระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีในขั้นแรก (Chen et al., Free Radic Biol Med. 2021 Sep;173:151-169) และเป็น antioxidant ที่ดี
  • Lactobacillus ferment ได้จากการหมักจุลินทรีย์ Lactobacillus อาจเคลมในเรื่องของ postbiotic ให้ผิวแข็งแรงได้

ส่วนผสมอื่นๆ เลือกมาได้ค่อนข้างดี และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ในด้านของการเป็น Whitening คิดว่าออกแบบมาได้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่ต้นน้ำ ก่อนเกิดการสร้างเม็ดสี ด้วย TXA กลางน้ำ คือยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ด้วยวิตซี และปลายน้ำ คือ B3 ที่บล็อคไม่ให้เม็ดสีที่สร้างเสร็จแล้วออกไปภายนอก สูตรทำมาได้ค่อนข้างอ่อนโยน และมีตัว Cica มาช่วยเรื่อง Soothing ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ น้องเป็นเซรั่มที่เนื้อบางเบา ไม่เหนอะหนะ จะมีความชุ่มชื้นและหนักกว่าแอมพูลนางฟ้าสูตรออริจินอล แต่ก็ไม่ได้ลื่น เมือก หรือทิ้งฟิล์มกวนผิว สามารถเอาลงรูทีนได้ง่าย ใช้งานสะดวก จะติก็แค่พกพาลำบากหน่อยเวลาเดินทาง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมาหักคะแนนเนอะ เอาไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

แนบทางไปช้อปปิ้ง

Lazada https://s.lazada.co.th/s.DENgz?cc

Shopee https://s.shopee.co.th/AA4eQqeWBP

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

MiniReview Astella Advanced intense soothing serum เซรั่มสายสบายผิวที่ออกแบบมาได้อย่างลงตัว

เป็นเซรั่มเนื้อออกไปในโทนเจลครีม เนื้อดูเหมือนจะหนัก แต่พอเกลี่ยแล้วให้ฟีลบางเบามาก ไม่มีความเหนอะเลย แต่จะสัมผัสได้ถึงความเคลือบๆ ปกป้องผิวนิดหน่อย

ในด้านส่วนผสมเรียกได้ว่าเลือกมา Balance กันมาก

ตัว Soothing จะเป็น Defensil® Plus ที่มีผลเทสต์ในอาสาสมัครถึงเรื่องคุณสมบัติในการดูแลกระบวนการอักเสบต่างๆ โดยอาศัยกรดไขมัน และ Phytosterols จากพืชเป็นสารสำคัญหลัก

ในด้านความชุ่มชื้น

มี Aquaxyl® ที่เด่นเรื่องของการเก็บกักน้ำผ่าน Aquaporin-3 และ ปิดประตู Tight junction รวมถึงเสริมการสร้าง Filaggrin ที่จะกลายเป็น NMF มาจับน้ำตามธรรมชาติต่อไป มาคู่กับ Tridermol® Hydrant เป็นสารสกัดจากสาหร่ายสีแดง ที่จะก่อฟิล์มบนผิวเพื่อปกป้องผิวจากมลภาวะ และ ลดการระเหยน้ำออกจากผิว พร้อมคุณสมบัติเสริมด้าน Antioxidant และการดูแลการระคายเคือง

เสริมกระบวนการผลัดผิวแบบอ่อนโยนตามธรรมชาติด้วย Gluconobacter/honey ferment filtrate เป็นน้ำผึ้งหมักกับจุลินทรีย์สายพันธุ์ Gluconobacter ที่พบได้ตามธรรมชาติ ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า มีคุณสมบัติในการเสริมกระบวนการผลัดผิวตามธรรมชาติ โดยไปกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ Cathepsin D ที่เป็นเอนไซม์ที่ค่อยๆ ตัดกาว Desmosome ที่ยึดเอาเซลล์ขี้ไคลเอาไว้ด้วยกันให้หลุดทีละน้อยๆ ผิวก็จะเกิดการผลัดทิ้งไปได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ทิ้งขุย

สารบำรุงอีกชุด คือ Seboclear MP (INCI name: Propanediol and bioflavonoids) ตัวนี้เป็น prenylated bioflavonoids จากพืช ดูแลปัญหาสิวได้หลายอย่าง ตั้งแต่ควบคุมความมันผ่านกลไกหลัก 2 กลไก คือ ยับยั้งการทำงานของ 5alpha-reductase ที่เป็นตัวเปลี่ยนฮอร์โมนเพศชาย Testosterone ให้กลายเป็น DHT ที่มีฤทธิ์แรงขึ้น ไปกระตุ้นต่อมไขมันให้สร้างน้ำมันมากขึ้น อีกกลไก คือ ไปลดการเจริญของเซลล์ Sebocyte ที่เก็บไขมันและเจริญมากเกินไปในต่อมไขมันให้กลับมาสู่ขนาดปกติ นอกจากนี้ยังควบคุมการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของเชื้อก่อสิว C. acnes และปรับสมดุลไมโครไบโอมผิว และมีคุณสมบัติด้าน Antiaging โดยมีฤทธิ์คล้าย Retinoids ทดสอบในอาสาสมัครหญิง 21 คน พบว่าความกระชับและความยืดหยุ่นผิวเพิ่มขึ้น ริ้วรอยตื้นขึ้น (Hettwer et al., Personal Care Europe. June 2018)

ในภาพรวมก็คือ น้องไม่ใช่แค่ Soothing ธรรมดา แต่เป็น Soothing ที่มาพร้อมการควบคุมความมัน ดูแลปัญหาสิว และเป็น antiaging ในตัว จึงถือว่าน่าสนใจมาก

ทางไปช้อปปิ้ง https://s.lazada.co.th/s.EoH4M?cc

Disclaimer: received as gift, self-opinion

Image

วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่ม AcneVit Forte ดูแลสิวแบบเสริม AOX มาพร้อมสารบำรุงฉ่ำ

วันนี้ขอเอาเซรั่มดูแลสิวแบบไม่ต้องมี BHA มาวิเคราะห์ส่วนผสมกันค่ะ

น้องก็คือ Acnevit เจ้าเก่าที่ปรับสูตรใหญ่ มาใหม่ฉ่ำมาก 

กลับมาคราวนี้ มาในสูตร Forte จัดเต็มแบบสับแบบฉ่ำ 

ตัวนี้เป็นหน้าตาสูตรใหม่นะคะ 

ทบทวนความจำกับสูตรเดิมซักหน่อย

พอได้เห็นแล้วบางคนถึงกับร้องอ๋อเลยทีเดียว ตัวนี้ฉันเคยใช้

สูตรใหม่นี้ปรับออกมาได้ค่อนข้างดี ครบ และเหมาะมากในการดูแลปัญหาผิวมันค่ะ ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาวิเคราะห์ส่วนผสมกันต่อไปนะคะ

ส่วนนี้จะเป็นตัวกล่องของผลิตภัณฑ์ บนหน้ากล่องก็คือชัดเจน โปร่งใส ใส่อะไรบ้าง กี่%

เปิดกล่องมาน้องจะอยู่ในช่องแบบนี้นะคะ

ปล. อันนี้แอบแกะใช้ไปแล้ว ถ้าเป็นขวดใหม่ ตัววงแหวนสีฟ้าจะติดสนิทค่ะ ก็เหมือนเป็นการการันตีสินค้าอย่างหนึ่ง ว่าสินค้าชิ้นนี้โดนแกะมาก่อนถึงมือเราหรือเปล่า

เนื้อเป็นเซรั่มสีน้ำนม มีกลิ่นเฉพาะตัว ซึ่งเป็นกลิ่นของสารบำรุง/ส่วนผสมในสูตรนะคะ น้องไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม

เกลี่ยได้ง่าย จะมีความเคลือบๆ นิดๆ แต่ไม่ถึงกับเหนอะหนะ

มาดูส่วนผสมกันนะคะ

ในภาพรวมเป็นเซรั่มที่มาในเบสน้ำนม ไม่มีซิลิโคน แอลกอฮอล์ และสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ในด้านสารบำรุง เรียกได้ว่าจัดมาค่อนข้างเยอะ

เริ่มด้วย กลุ่มที่ให้ประโยชน์กับสิวก่อนเลย

คอมบิเนชั่นของ Nordihydroguaiaretic Acid และ Oleanolic Acid ร่วมกับสารอื่น มีชื่อว่า AC.NETTM มีเคลมจากผู้ผลิตว่าสามารถยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้องกับสิว ทั้ง C. acnes และ ยีสต์ M. Furfur ที่อาจทำให้รูขุมขนอักเสบ มีผลทดสอบว่าสามารถควบคุมการสร้างน้ำมัน ลดจำนวนสิวในอาสาสมัคร หรือ Sebum ผ่านการยับยั้งเอนไซม์ 5α-reductase ลดการอักเสบระคายเคือง ปรับสมดุลการแบ่งตัวของเซลล์ Keratinocyte ในหนังกำพร้า

คอมบิเนชั่นของ Caprylic/Capric triglycerides กับ Ethyl Linoleate และ Hexylresorcinol คือ Synactin® AC ใส่มาแบบสับที่ 3% ออกฤทธิ์ผ่านหลายๆ กลไก ในการดูแลสิว ไม่ว่าจะเป็น

  1. ควบคุม/ปรับสมดุลการทำงานของต่อมไขมัน
  2. ลดจำนวนแบคทีเรียในต่อมไขมัน
  3. ปรับสมดุลการสร้าง-เจริญ ของ Keratinocyte ในรูขุมขน และ เสริม Barrier ให้แข็งแรง
  4. ลดการอักเสบระคายเคือง
  5. ลดโอกาสเกิดจุดด่างดำหลังสิวหาย ผ่านการลด Post-inflammatory hyperpigmentation

เสริมวิตามินบี 3 เข้ามา 2% ซึ่งมีประโยชน์ต่อผิวหลายประการ

กลุ่มถัดมาเป็นด้าน Whitening ใส่เข้ามาเพื่อดูแลปัญหารอยสิว

ได้แก่ Tranexamic acid (TXA) ใช้ 3% เต็ม max ของการเป็นเครื่องสำอาง มีรายงานว่า TXA สามารถยับยั้ง Plasmin ปกติ Plasmin เป็นตัวตั้งต้นก่อนจะไปกระตุ้นฮอร์โมน α-MSH (Melanocyte stimulating hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นให้ Melanocyte ทำงานเพิ่มขึ้น (J Am Acad Dermatol 2011;October:699-714.) การทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่า TXA ไปลดการสร้าง tyrosinase enzyme และโปรตีนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดสี และเสริมกระบวนการ Autophagy ของถุงเก็บเม็ดสี Melanosome ทำให้สีผิวจางลง (J Dermatol Sci. 2017;88(1):96-102.)

ใช้ร่วมกับ Bakuchiol (Sythenol® A) ใส่มา 1% Bakuchiol นี้นอกจากจะให้ประโยชน์แบบวิตามินเอแล้ว แล้วยังมีจุดเด่นอื่นๆ เช่น สามารถต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว (C. acnes) รวมไปถึงเชื้อ Staphylococcus aureus ที่ทำให้เกิดหนอง ยับยั้งเอนไซม์ 5α-reductase ยับยั้งกระบวนการอักเสบผ่านการยับยั้งเอนไซม์ Cyclooxygenase (COX) และ Lipoxygenase ซึ่งถือว่าโดดเด่นไม่เบา

ในด้านสิว มีงานวิจัยเมื่อปี 2021 ทดสอบประสิทธิภาพครีมที่มี Bakuchiol 0.5% ในอาสาสมัครที่เป็นสิว และเป็นรอยดำจากสิว (PIH) โดยให้ทาวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่า จำนวนสิวลดลง รอยดำลดลง (J Drugs Dermatol. 2021;20(3):307-310.)

กลุ่มถัดมาเป็นพวก Antioxidant สารที่ดูแลไมโครไบโอม และส่วนผสมอื่นๆ

ขอเริ่มที่

Acetyl Zingerone (Synoxyl® AZ) จัดมา 1% เป็น Antioxidant ที่น่าสนใจ จัดอยู่ในกลุ่ม Physical quencher ที่สามารถรีไซเคิล ฟื้นฟูตัวเองกลับมาได้เมื่อเจออนุมูลอิสระ ทำให้ได้คุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระได้ยาวนาน มีคุณสมบัติในการจับอิออนโลหะ (Ion chelator) ซึ่งเวลามีอิออนโลหะ จะสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดอนุมูลอิสระได้ผ่านปฏิกิริยาชื่อ Fenton reaction ปกป้องผิวจากรังสี UV โดยวัดจากจำนวน DNA ที่เสื่อมสภาพกลายเป็น CPD ลดลง ตัวมันเองทนต่อแสง UV ด้วยอีก 1 กรุบ (Photostable)

มีงานวิจัยตีพิมพ์รองรับในวารสาร Antioxidants (Meyer et al., Antioxidants 2023, 12(6), 1168) และส่วนผสมนี้ยังมีข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบว่าเป็นมิตรกับ Microbiome ด้วย

Symsitive (4-butyl resorcinol) ลดความรู้สึกระคายเคืองผิว ผ่านการลดความไวในการตอบสนองที่ระบบประสาทรับความรู้สึกร้อน TRPV-1 ทำให้เรารู้สึกสบายผิว มีการทดสอบประสิทธิภาพของครีมที่มี 4-t-Butylcyclohexanol ในการลดการระคายเคืองของผู้ป่วยที่มีอาการผิวอักเสบบริเวณรอบปาก โดยให้ทาครีมดังกล่าวเป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น รวมถึงมีค่าความชุ่มชื้น และมีการระเหยของน้ำออกจากผิว (TEWL) ลดลง แสดงให้เห็นว่า Barrier ผิวกลับมามีสุขภาพที่ดีขึ้น (J Cosmet Dermatol. 2020;19(6):1409-1414)

Silymarin (สารสกัดจาก Milk thistle หรือ Silybum marianum extract) ซึ่งมีประโยชน์หลายอย่าง มีหลายรายงานที่พูดถึงคุณสมบัติในการดูแลปัญหาฝ้า

PrebiulinTM FOS เป็นตัวเบลนด์ของ Inulin และ Fructose มีประโยชน์เป็น Prebiotic ที่สนับสนุนการเจริญของจุลินทรีย์เจ้าบ้าน รวมถึงให้ประโยชน์ในด้านความชุ่มชื้น

เสริมมาด้วยสารสกัดจากบัวบก (Centella asiatica extract) ที่ให้ประโยชน์หลายประการ ทั้งด้าน antioxidant สมานแผล ดูแลเรื่องรอยแผลเป็นจากสิว

ในภาพรวมก็คือดูแลสิวได้ครบ ทั้งปรับสมดุลไมโครไบโอม ควบคุมความมัน ดูแลรอยดำ รอยแดง รอยแผลเป็นจากสิว โดยไม่ต้องใช้ BHA ซึ่งอันนี้เป็นจุดเด่นมาก

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ส่วนผสมของสารบำรุงที่ทางแบรนด์เลือกมาเสริมกันได้อย่างลงตัว และดูแลปัญหาสิวได้ครบ จบทั้งหมด ทั้งปรับสมดุลไมโครไบโอม ควบคุมความมัน ดูแลรอยดำ รอยแดง รอยแผลเป็นจากสิว โดยไม่ต้องใช้ BHA คนผิวบอบบางแพ้ง่ายก็น่าจะใช้ได้ ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีส่วนผสมที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาสิว แต่ก็ใช้หวังผลเรื่อง Antioxidant โดยตัวเองชอบ Synoxyl® AZ อยู่พอควร เลยเอามาใช้ทั้งเช้า-เย็น เนื้อค่อนข้างเบา แทรกลงรูทีนได้ง่าย เรื่องของการคุมมันคิดว่าทำมาได้ดีอยู่ แต่ไม่ถึงกับแห้งจนแห้งเกินไป ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Acnevit/Biobalance ประเทศไทย นะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/BiobalanceOfficialThailand

ทางไปช้อปปิ้ง

แอพส้ม https://s.shopee.co.th/2fvumyvIHZ

แอพฟ้า https://s.lazada.co.th/s.GsqAl?cc

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

#AcnevitForte

#เซรั่มAoxของคนผิวมันเป็นสิวง่าย

#เซรั่มลดสิวเพื่อผิวบอบบางไม่ง้อAHABHA

#เซรั่มลดสิวไม่ทิ้งรอยAllInOneAcneClear

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มเรตินอลสุดปัง Y.O.U Advanced retinol serum ด้วยนวัตกรรมส่วนผสม 2.0% Retinoid complex

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มเรตินอลที่น่าสนใจ จาก Y.O.U Advanced retinol serum

โดยในซีรี่ส์นี้ทางดิฉันได้รับเกียรติจากแบรนด์ให้เป็น Product ambassador เอง และมีอีเวนท์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ไปเมื่อ 11 มกราคม 2568 ที่ผ่านมานะคะ

ใน Blog นี้ เราจะมาดูความดีงามของเซรั่มตัวนี้กัน

น้องมาในหน้าตาแบบนี้

ซึ่งขวดเป็นขวดปั๊มแบบ Airless ที่จะปกป้องเนื้อสูตรจากอากาศและเพิ่มความคงตัวให้แก่เนื้อสารได้ส่วนหนึ่ง และในการใช้งาน ตัวขวดจะกำหนดปริมาณที่เหมาะสมในการทา คือ 1 ปั๊ม ก็เพียงพอแล้ว

เนื้อเป็นกึ่งๆ เจลครีม

(หมายเหตุ ปริมาณในภาพเป็นเพียงการแสดงให้เห็นเนื้อสัมผัส กดออกมาไม่ถึง 1 ปั๊ม)

เกลี่ยได้ง่าย ซึมไวแห้งไวไม่เหนอะหนะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ

ในด้านของเทคโนโลยีในซีรี่ส์ Advanced retinol นี้ ทางแบรนด์ Y.O.U ทำมาได้ค่อนข้างดี เรามาดูไปทีละประเด็นค่ะ

3X Retinoid complex เป็นการเลือกใช้ Retinoids 3 ฟอร์มมาเบลนด์กัน เพื่อให้ได้ประโยชน์ในการบำรุงได้ยาวนาน ได้แก่ Retinyl palmitate, Retinol และ Hydroxypinacolone retinoate (HPR) 

ภาพด้านล่างทำมาคร่าวๆ นะคะ

ประเด็นถัดมาที่น่าสนใจ คือ ตัว Retinol ที่ทางแบรนด์ใช้เก็บกักในแคปซูลชนิด Multi-layer เพื่อให้ปลดปล่อยเอาเรตินอลออกมาช้าๆ และเพื่อเสริมความคงตัวให้เรตินอล

หน้าตาแคปซูลประมาณนี้

การเก็บกักด้วยแคปซูลนี้ยังมีประโยชน์ในการเสริมการดูดซึม โดยทางแบรนด์ได้ทดสอบในผิวหนังมนุษย์ที่ตัดออกมาเลี้ยงในห้องทดลอง

อาสาสมัครหญิง อายุ 37 ปี

ทาตำรับ 3 ชนิด คือ ตำรับที่มีเรตินอล เซรั่ม Y.O.U และ ครีมเบส (Negative control) เป็นเวลา 8 ชั่วโมงตรวจหา Retinol ด้วยเทคนิค Raman spectroscopy 

สีน้ำเงิน คือ มี Retinol น้อย สีเข้าใกล้แดง คือ มี Retinol อยู่สูง

ก็เจอว่าเซรั่ม Y.O.U ดูดซึมได้ค่อนข้างดี

ส่วนผสมทั้งหมดเป็นดังนี้

ในภาพรวมเรียกได้ว่าสารบำรุงจัดมาค่อนข้างเต็ม และค่อนข้างครบสำหรับการเป็นเซรั่มสำหรับชะลอวัยที่ดีสักชิ้น

รายละเอียดสารบำรุงแต่ละตัวเป็นดังนี้

เริ่มที่กลุ่มของเรตินอล มีด้วยกัน 3 ฟอร์ม ดังเคลม 3X Retinoid complex ตามที่ได้นำเสนอไปด้านบน

  • Retinyl palmitate เป็นเรตินอลเอสเทอร์ ที่จับกับกรดไขมัน palmitic เวลาลงผิว ผิวเราจะย่อย ได้เป็น Retinol หรือ อาจจะเก็บไว้ก่อนก็ได้
  • Retinol ตัวนี้ทางแบรนด์เคลมว่ามาในรูปแบบของไมโครแคปซูล เพื่อปกป้องไม่ให้น้องสลายตัว เรตินอลนี้เวลาจะออกฤทธิ์ต้องแปรสภาพ อารมณ์แบบ กลายร่าง 2 ขั้นตอนก่อน ก็จะใช้เวลานิดหน่อย ตั้งแต่ค่อยๆ ปล่อยออกมาจากแคปซูล จนค่อยๆ เปลี่ยนรูปไปก่อนออกฤทธิ์
  • Hydroxypinacolone retinoate หรือ HPR อันนี้พอจะมีข้อมูลอยู่ว่าออกฤทธิ์ได้เลย และประสิทธิภาพก็ไม่เบา พร้อมทั้งมีการระคายเคืองต่ำ

ประโยชน์ของเรตินอลในด้านเครื่องสำอาง ค่อนข้างกว้าง ทั้งในด้านของสิว ริ้วรอย ปรับสมดุลการสร้าง-เจริญ-ผลัดผิว เป็นที่ยอมรับในวงการ และมีงานวิจัยสนับสนุนค่อนข้างมากว่ามีประโยชน์

ขอยกมา 1 งานวิจัยที่ตัวเองรู้สึกชอบ และค่อนข้างชัดเจน ครอบคลุม คือ งานวิจัยของ Shao และคณะ เมื่อปี 2017 (Shao et al., Int J Cosmet Sci. 2017;39(1):56-65.) ตีพิมพ์ลงในวารสาร International Journal of Cosmetic Science ใช้อาสาสมัครที่มีอายุเฉลี่ย 76 ปี จำนวน 12 คน ให้ทาเรตินอล 0.4% ลงบริเวณก้น ซึ่งเป็นบริเวณที่ไม่โดนแสงเลย เป็นเวลา 7 วัน เทียบกับผลิตภัณฑ์เบส เพื่อตัดผลรบกวนจาก UV ในการศึกษาประสิทธิภาพด้าน Anti-aging ของเรตินอล

พบว่า

  • ผิวหนังชั้น Epidermis (หนังกำพร้า) มีความหนาตัวเพิ่มขึ้น โดยมีการแบ่งตัวของเซลล์ Keratinocyte เพิ่มขึ้น
  • ปริมาณเส้นใย Extracelular matrix (ECM) ในชั้นหนังแท้เพิ่มขึ้น โดยไปกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ให้สร้าง collagen, fibronectin และ elastin ออกมา
  • การไหลเวียนของเลือดมาเลี้ยงผิวดีขึ้น ผ่านการกระตุ้นการสร้างเซลล์เยื่อบุหลอดเลือด (Endothelial cells)

ก็คือครบเลยทั้งผิว ได้หมด

ถัดมา มี Retinol แล้ว มาดู Anti-aging อื่นในสูตรบ้าง

  • Carnosine เป็น Dipeptide ที่มีฤทธิ์ Antioxidant และต่อต้านกระบวนการ Glycation ซึ่งหมายถึง ปฏิกิริยาที่น้ำตาล เช่น กลูโคส ไปจับกับโปรตีน เช่น คอลลาเจน แล้วเกิดการเรียงโครงสร้างจนได้ผลิตภัณฑ์สุดท้าย เรียกว่า Advanced glycation end products; AGEs ตัวนี้ทำให้การทำงานของโปรตีนเดิมเสื่อมไป เช่น ถ้าเป็นคอลลาเจน ก็ขาดความกระชับเหมือนคอลลาเจนฟอร์มธรรมชาติ และยังไปกระตุ้นตัวรับจำเพาะ เรียก Receptors for AGEs หรือ RAGEs ส่งผลให้เกิดการปลดปล่อยอนุมูลอิสระ และไปเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบผ่านระบบ NF-kB (Cell Mol Biol (Noisy-le-grand). 1998 Nov;44(7):1013-23.)
  • Bakuchiol เป็น Phytoretinol ที่ได้จากธรรมชาติ มีการออกฤทธิ์คล้ายเรตินอล คือ เด่นในแง่ของการชะลอวัย ลดเลือนริ้วรอย รวมถึงดูแลปัญหาสิว

Peptides ต่างๆ และคอลลาเจน

  • Oligopeptide-1 หรือ Epidermal growth factor (EGF) ตัวนี้เด่นในด้านของการเสริมการแบ่งตัวของผิวในชั้นหนังกำพร้า
  • Acetyl hexapeptide-8 คลายริ้วรอยให้จางลง
  • Palmitoyl Pentapeptide-4 หรือ Pal-KTTKS มีประโยชน์ในการเสริมสังเคราะห์คอลลาเจน อิลาสติน และ Glycosaminoglycan ในผิว และมีโครงสร้างที่คล้ายกับ Precursor ของ Collagen type I ตัวนี้มีงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการรองรับ (Int J Cosmet Sci. 2005;27(3):155-60)
  • Hexapeptide-9 เป็นสารในกลุ่ม signaling peptide ที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณให้ผิวเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนชนิดต่างๆ รวมถึงโปรตีนต่างๆในชั้น Dermis และเพิ่มการยึดเกาะของเซลล์ผิวในชั้นหนังกำพร้า ให้แข็งแรงมากขึ้น
  • Acetyl Tetrapeptide-9 เสริมกระบวนการสร้าง Lumican ซึ่งเป็นเส้นใยบริเวณรอยต่อของชั้นหนังกำพร้ากับหนังแท้ และเสริมการสร้างคอลลาเจน
  • Acetyl Tetrapeptide-11 เสริมกระตุ้นการสังเคราะห์ Syndecan-1 ซึ่งเป็นสารที่มีผลเกี่ยวกับการทำงาน การสื่อสารระหว่างเซลล์ และการเกาะติดกันของเซลล์ นอกจากเรื่องผิวกระชับ ยืดหยุ่น ยังได้ประโยชน์ในเรื่องของผิวโกลว์ขึ้น และสีผิวสม่ำเสมอขึ้น
  • Nonapeptide-1 ตัวนี้เป็น Whitening โดยไปต่อต้านฮอร์โมน alpha-MSH (Melanocyte stimulating hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีให้สร้างเมลานินออกมา เมื่อ่ฮอร์โมนโดนยับยั้ง เม็ดสีก็จะโดนสร้างน้อยลง
  • คอลลาเจน 3 แบบ ได้แก่ Soluble collagen, Collagen, Collagen amino acids

พอพูดถึงเรตินอล แล้วก็กังวลเรื่องระคายเคืองใช่ไหม นี่เลยค่ะ เขาจัดมาเรียบร้อย กลุ่มที่ดูแลการระคายเคือง

  • 4-t-Butylcyclohexanol หรือที่รู้จักกันในวงการว่า Symsitive® มีประโยชน์ในการลดความรู้สึกระคายเคืองผิว ผ่านการลดความไวในการตอบสนองที่ระบบประสาทรับความรู้สึกร้อน TRPV-1 ทำให้เรารู้สึกสบายผิว มีการทดสอบประสิทธิภาพของครีมที่มี 4-t-Butylcyclohexanol ในการลดการระคายเคืองของผู้ป่วยที่มีอาการผิวอักเสบบริเวณรอบปาก โดยให้ทาครีมดังกล่าวเป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น รวมถึงมีค่าความชุ่มชื้น และมีการระเหยของน้ำออกจากผิว (TEWL) ลดลง แสดงให้เห็นว่า Barrier ผิวกลับมามีสุขภาพที่ดีขึ้น (J Cosmet Dermatol. 2020;19(6):1409-1414)
  • Dipotassium glycyrrhizate ตัวนี้ได้จากรากชะเอม มีความเด่นในการดูแลการอักเสบ และการระคายเคืองเช่นกัน
  • Palmitoyl Tripeptide-8 มีข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่า มีคุณสมบัติในการต่อต้านกระบวนการอักเสบที่เกิดจากระบบเส้นประสาท ดูแลอาการระคายเคือง คันยุบยิบ ทั้งจากรังสี UV และระบบภูมิคุ้มกันของผิว
  • Althaea officinalis root extract หรือ สารสกัดจากราก Marshmallow เด่นในด้านให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing)
  • สารสกัดจากถั่วเขียว Phaseolus Radiatus Seed Extract มีประโยชน์หลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือด้าน Soothing

เสริมตัววิตามินบี 3 ก็ให้ประโยชน์กับผิวในหลายๆ ด้านพร้อมๆ กัน ทั้งชะลอวัย whitening และ ผิวแข็งแรง

เติมน้ำด้วย Hya + Sodium polyglutamate + arginine และ Glyceryl glucoside ที่ทำงานร่วมกับ Glycerin ในการเพิ่มความชุ่มชื้นและเสริมการสังเคราะห์ตัว Aquaporin ที่ช่วยผิวเก็บน้ำ

คืนไขมันด้วยน้ำมัน Buriti (Mauritia flexuosa fruit oil) ที่พบในบราซิล อุดมไปด้วยแคโรทีนอยด์ที่เป็น Antioxidant และมีกรดไขมันที่มีประโยชน์กับผิว มาพร้อม Ceramide อีกหลายชนิดให้ผิวแข็งแรง

ส่วนผสมอื่นๆ ก็คือ ทำมาได้ดีหมด ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง เป็นเซรั่มเรตินอยด์ที่ใช้เรตินอยด์ทั้งหมด 3 ฟอร์ม มีการเก็บกักไว้ในแคปซูล และมีการทดสอบประเมินการดูดซึมเรตินอลเข้าผิว เสริมสารบำรุงที่ให้ประโยชน์ต่อผิวครบทุกด้านจบทุกปัญหาผิว มาพร้อมสารที่ดูแลการระคายเคือง และเสริม Barrier ผิวให้แข็งแรง ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ส่วนตัวก็คือใช้เรตินอลมานาน อารมณ์แบบ Expert user แล้ว ก็ไม่ได้เจอปัญหาการระคายเคืองจากผลิตภัณฑ์ ตัวเนื้อเซรั่มทำมาได้ค่อนข้างดี ฟีลดีไม่หนักมากไป ไม่เบาไป แทรกเข้ารูทีนได้ง่าย เลเยอร์คู่กับตัวอื่นๆ ได้ง่ายไม่เจอปัญหา เอามาทำเทคนิค Retinol sandwich ลงมอยส์ก่อน แล้วทาเรตินอล แล้วลงมอยส์ทับก็ดี ในภาพรวมก็ค่อนข้างชอบ ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Y.O.U สาขาประเทศไทยที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้ลองใช้ และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

ทางไปช้อปปิ้ง

Shopee https://s.shopee.co.th/50KJkLqmaC

Lazada https://s.lazada.co.th/s.uk8qX?cc

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม แฝดน้อง Melasyl ใน L’Oréal Glycolic bright anti-dark spot brightening serum

Blog นี้ขอหยิบเอาเซรั่ม MelasylTM แฝดน้องจาก L’Oréal มารีวิวและวิเคราะห์ส่วนผสมกันค่ะ

น้องมีชื่อเต็มๆ ว่า Glycolic bright anti-dark spot brightening serum ซึ่งมีเคลมส่วนผสมเป็น 8% MelasylTM + Glycolic acid + Niacinamide

หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

ส่วนนี้จะเป็นกล่องของผลิตภัณฑ์ วิบวับแวววาว

เนื้อเซรั่มสีชมพู มีความหนืดเล็กน้อย กลิ่นหอม

เกลี่ยง่าย ให้ฟีลชุ่มชื้น ลื่นผิว ซึมไว แห้งไว จะลื่นๆ นิดหน่อย แต่ไม่เหนอะหนะ

ตัวนี้ใช้ Melasyl เป็นเทคโนโลยีสิทธิบัตรของทาง L’Oréal ซึ่งผ่านการค้นคว้าวิจัยแบบเดียวกับวงการยา คือ เริ่มจากสารที่มีโอกาสจะ active เรียกว่า Lead เป็นแสนๆ สาร เอามาสกรีนผ่าน software จนได้สารเดียวที่สามารถจับกับสารตั้งต้นในการสังเคราะห์เมลานินของผิวได้อย่างแนบแน่น แล้วทำให้การสังเคราะห์เมลานินหยุดชะงักลง

สูตรโครงสร้างของ Melasyl หรือ INCI name (ชื่อกลางในวงการเครื่องสำอาง) 2-Mercaptonicotinoyl glycine; 2-MNG) มีหน้าตาประมาณนี้

2-MNG จะจับกับสารตั้งต้นในกระบวนการสร้างเมลานินได้ค่อนข้างครบ

นอกจากจดในสิทธิบัตรแล้ว ล่าสุดในปี 2024 ที่ผ่านมา 2-MNG มีผลงานตีพิมพ์อธิบายกลไกต่างๆ ในวารสาร Pigment Cell & Melanoma Research ซึ่งเป็นวารสารที่มี impact ในวงการเม็ดสีค่อนข้างสูง (Sextius, et al. Pigment Cell & Melanoma Research. 2024;37(4):462-479.)

จุดเด่นของกลไกการออกฤทธิ์แบบนี้ก็คือ ไม่ไปรบกวนการทำงานของเมลาโนไซต์ (เซลล์สร้างเม็ดสี)

สำหรับส่วนผสมแบบเต็ม เป็นดังนี้

ในด้านของส่วนผสมเรียกได้ว่าทำมาได้ค่อนข้างดี

  • Melasyl หรือ 2-Mercaptonicotinoyl glycine เป็นสารนวัตกรรมที่ออกฤทธิ์เป็น whitening ด้วยกลไกแบบใหม่ แบบสับ โดยไปจับสารตั้งต้นในการสังเคราะห์เม็ดสีเมลานิน ทำให้การสังเคราะห์เมลานินหยุดลง
  • เสริมมาด้วย Niacinamide หรือ วิตามินบี 3 ซึ่งมีประโยชน์กับผิวหลายๆ ประการ ถ้าเป็นด้าน Whitening สารนี้จะไปขัดขวางการส่งผ่าน Melanin ที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปภายนอก และให้ประโยชน์อื่นๆ เสริม เช่น ลดการอักเสบระคายเคือง คุมความมัน เสริมการสังเคราะห์ Barrier ผิว
  • Caffeine มีประโยชน์ต่อผิวหลายอย่าง เช่น เป็น Antioxidant, ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV (Indian J Dermatol. 2023;68(5):546–550.)
  • ผลัดผิวภายนอก ด้วย HEPES ร่วมกับ Glycolic acid (เป็น AHA) และ Capryloyl salicylic acid (เป็น LHA)
  • ลดการระคายเคืองด้วย Biosaccharide gum-1
  • เติมน้ำด้วย Hyaluronic acid
  • เสริม Antioxidant ด้วยวิตามินอี 2 ฟอร์ม คือ Tocopheryl acetate และ Tocopherol

ในเบสจะมีส่วนผสมของ Alcohol แต่ก็ไม่ได้ทำให้ส่วนตัวรู้สึกว่าแห้งหรือระคายเคือง ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะว่าในสูตรจะมี Caprylyl methicone ที่เคลือบผิวได้อยู่

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ในชุดส่วนผสมนี้มีสาร Whitening อยู่ 3 ส่วนหลัก คือ ยับยั้งการสร้างเม็ดสีด้วย Melasyl ขัดขวางการส่งผ่านเม็ดสีด้วย B3 และผลัดผิวด้วย HEPES-AHA-LHA พร้อมดูแลการระคายเคืองด้วย Biosaccharide gum-1 เติมน้ำด้วย Hya และมีวิตามินอี + Caffeine เป็น Antioxidant ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ในเบสมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เลยขอหัก 1 คะแนน เหลือ 4 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ตัวเซรั่มเนื้อดูเหมือนหนืด ลื่น แต่เกลี่ยง่าย เอาลงรูทีนได้ง่าย ทางแบรนด์เคลมว่าใช้ได้ทั้งเช้าเย็น ซึ่งถ้าทาเช้า จะต้องใช้กันแดดด้วย และพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด เพราะว่า AHA ผลัดผิว ทำให้ผิวไวต่อแดดได้ง่ายขึ้น ส่วนตัวเลือกทาเฉพาะกลางคืน ขวด 15 ml 1 ขวด ก็ใช้ได้นานอยู่เกือบๆ 2 เดือน เคยได้โปร ชิ้นที่ 2 1 บาท ที่วัตสันมาก็คือเริ่ด ให้ไป 5 ฟลาสก์

ขอบคุณทุกท่านนะคะที่ติดตามรับชมมาจนจบนะคะ พบกันใหม่ Blog ถัดไป สวัสดีค่ะ

ทางไปชอปปิ้ง

แอพส้ม https://s.shopee.co.th/3ArU6cGHSd

แอพฟ้า https://s.lazada.co.th/s.t23Li?cc

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ