Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมครีมน้ำแตกผสมสารสกัดจากใยแมงมุม โดดเด่นด้วยคอนเซปท์ Early aging จากแบรนด์ Dermanour กับ Golden Spider Lifting Cream และ Serum

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวครีมและเซรั่มที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ

เดี๋ยวนี้เขามีการสกัดเอา Peptide จากแมงมุมมาใช้ในเครื่องสำอางกันแล้วนะคะ

ผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจที่ใช้ Peptide จากใยแมงมุมนี้มาจากแบรนด์ Dermanour (เดอร์มาเนอร์) นางเป็นแบรนด์ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม และสุขภาพโดยใช้แนวความคิดด้านชีวเวชสำอางจากธรรมชาติร่วมกับเทคโนโลยีชั้นสูง และองค์ความรู้ทางการแพทย์ด้านความงาม และสุขภาพจากศาสตร์ต่างๆเพื่อวัตถุประสงค์ในการสร้างประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ และความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้บริโภคค่ะ

ผลิตภัณฑ์มีชื่อเต็มๆว่า Dermanour Golden Spider Lifting Cream และ Serum ค่ะ ซึ่งมีหน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

02-re

นางมากันในกล่องสีน้ำเงินตัดกับขาว

 

ตัวครีมเป็นกระปุกสีชมพูค่ะ

03-re

ส่วนตัวซีรั่มมาในขวดปั๊มสีชมพูค่ะ

01-re

เนื้อครีมมาในรูปแบบครีมน้ำแตก (Water drop) ซึ่งมีความบางเบา ไม่เหนอะหนะ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและเคลือบปกป้องผิวได้ดีค่ะ

d 5

d 6

ตอนเกลี่ยจะเกลี่ยได้ง่าย และมีน้ำคายออกมาจากเนื้อครีม เราเลยเรียกเป็น Water drop ค่ะ จะให้ความรู้สึกสดชื่น และเย็นสบายผิว

d 7

ค่า pH มี่วัดจากน้ำที่คายออกมาจากเนื้อครีมนะคะ

d 8

อยู่ที่ราวๆ 6 – 7 ค่ะ

เรามักจะมีความเชื่อว่า pH ของเครื่องสำอางควรจะอยู่ที่ 5.5 แต่ความจริงก็ไม่ได้จำเป็นต้องเป็นอย่างนั้นเสมอไปค่ะ ผิวของคนเราจะมีค่า pH ที่ประมาณ 5 – 6 เฉลี่ย 5.5 และมีระบบบัฟเฟอร์ ที่ช่วยปรับให้ค่า pH ลงมาสมดุลในช่วงนี้ตลอด ดังนั้นไม่ว่าเราจะทาอะไรลงไป ผิวคนปกติก็จะปรับค่า pH กลับมาที่เดิมได้ค่ะ แค่เลี่ยงพวกที่มีค่า pH เว่อร์วัง แบบเป็นเบสแรง ค่ามากกว่า 12 หรือเป็นกรดแรงๆ น้อยกว่า 3 ก็จะทำให้เกิดการระคายเคืองได้ และคนที่ต้องระวังและ Serious เรื่องค่า pH จะเป็นกลุ่มของคนที่เป็นโรคผิวหนัง หรือเป็นผิวบอบบางแพ้ง่าย หรือเป็นเด็กทารก เพราะระบบ Buffer ในผิวของเขาเหล่านี้ทำงานได้ไม่ค่อยสมบูรณ์ค่ะ

 

ส่วนตัวซีรั่มก็จะมาในเนื้อที่บางเบากว่า เป็นของเหลวใส คล้ายเจล

d 9

แต่ตัวซีรั่มจะแผ่กระจายบนผิวได้ดีกว่าเจลทั่วไป และมีความชุ่มชื้นอยู่ค่อนข้างมากค่ะ

d 10

ค่า pH ของเนื้อเบสซีรั่มอยู่ที่ราวๆ 6 ค่ะ

d 11

ตรงข้างกล่องก็จะมี Claim ถึงการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยไว้อยู่ค่ะ

  • 60% ของอาสาสมัครมีรอยตีนกาลดลง
  • 85% ของอาสาสมัครมีผิวที่เรียบเนียนขึ้น
  • 51% ของอาสาสมัครมีผิวหน้ายกกระชับขึ้น
  • 37% ของอาสาสมัครมีผิวขาวกระจ่างใสขึ้น

และก็มีเคลมเรื่องของปกป้องมลพิษ 3 อย่างหลักในเขตเมือง คือ ไอเสียรถยนต์ มลพิษทางอากาศ และควันบุหรี่

ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ได้ผ่านการทดสอบความปลอดภัย (Safety Test) ด้วยสถาบัน Dermscan Asia ในอาสาสมัครอายุ 19 – 57 ปี ว่าไม่ระคายเคืองผิวค่ะ

d n 5.JPG

มี่ลองวัดผิวของมี่ด้วยเครื่อง BIA ดู ตัวครีมก็ถือว่าทำมาได้ดีนะคะ

ค่าความชุ่มชื้น ก่อนทาครีมอยู่ที่ระดับ +2 หลังทาครีม ขึ้นเป็น +3

ค่าความนุ่ม ก่อนทาครีมจะอยู่ที่ระดับ +2 หลังทาครีมขึ้นเป็น +3

ค่าปริมาณน้ำมันของผิว ก่อนทาครีมและหลังทาครีมไม่เปลี่ยนแปลงค่ะ อาจจะเพราะว่าตัวครีมไม่ได้มีส่วนของน้ำมันอยู่ หรือเพราะค่ามัน max ของเครื่องมือแล้วก็เป็นไปได้

วัดผิว

ถ้าถามว่าเครื่อง BIA นี้น่าเชื่อถือแค่ไหน ส่วนตัวมี่คิดว่าน่าเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง เพราะลองวัดผิวหลายๆบริเวณ ค่าที่ได้ก็ไม่เท่ากัน อย่างวัดต้นขา ซึ่งจะแห้งมากเว่อร์ ค่าความชื้นกับความมันก็จะติดลบ พอเอามาวัดหน้า ค่าความชื้นกับค่าความมันก็จะเพิ่มขึ้นอยู่ในช่วง + ค่ะ ถ้าเราลองวัดผิวที่เดียวกันซ้ำๆ ค่าที่ได้ก็จะออกมาใกล้เคียงกันค่ะ แต่ก็ได้ในระดับ Home use นะคะ คงยังไม่ถูกต้องมากถึงขนาดหยิบเอาไปวัดผิวอะไรในงานวิจัยได้

BIA นี่ย่อมาจาก Bioelectric impedance analysis เป็นการวัดแรงต้านทางทางไฟฟ้าขององค์ประกอบต่างๆในผิว ซึ่งจะมีทั้งน้ำ ที่นำไฟฟ้าได้ และไขมัน ที่ไม่นำไฟฟ้าค่ะ

 

ถ้าลองพูดถึงผลเสียของมลภาวะอากาศต่อผิวนั้น มีอยู่หลายรูปแบบค่ะ ซึ่งมี่เคยได้อัพโหลดบทความเกี่ยวกับ Pollution ไว้แล้ว เป็นลิงค์นี้นะคะ https://cosmeknowledge.wordpress.com/2018/01/05/bt-pollution/

 

สรุปได้ย่อๆ ว่า มลภาวะในอากาศ นั้นสามารถทำให้ผิวเราเกิดผลเสียได้ 4 ประการหลักๆ คือ อักเสบ เหี่ยว ดำ และ เสื่อม

  • อักเสบ คือ การที่มลภาวะเหล่านี้ซึมลงไปในผิวแล้วกระตุ้นให้เกิดการสร้างสารก่อการอักเสบในตระกูลของพวก Interleukins ขึ้นมา ซึ่งจะมีผลทำให้ผิวเราเกิดการอักเสบต่างๆมากมาย
  • เหี่ยว เมื่อมลภาวะลงไปในผิวจะไปเหนี่ยวนำให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้นมาในผิว ที่จะมีผลทำให้เอนไซม์ MMP ทำงานเพิ่มขึ้น เอนไซม์นี้เป็นเอนไซม์ที่ไปย่อยสลายคอลลาเจนและอิลาสตินในผิว ทำให้ผิวเหี่ยวและเกิดเป็นริ้วรอยตามมา
  • ดำ อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากมลภาวะสามารถไปเหนี่ยวนำให้เซลล์สร้างเม็ดสีผิว สร้างเม็ดสีผิวมากขึ้น ทำให้ผิวดำคล้ำ หรือ เกิดเป็นจุดด่างดำ
  • เสื่อม มลภาวะทำลาย Barrier ผิว ทำให้ Barrier ผิวเสื่อมลง ผิวจะแพ้ได้ง่ายขึ้น

 

น่ากลัวเลยทีเดียว

จริงอยู่ที่เราสามารถป้องกันมลภาวะได้หลายวิธี แต่การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Claim เกี่ยวกับด้าน Anti-pollution นั้นก็เป็นวิธีหนึ่งที่ทำได้ง่ายค่ะ

 

อีกจุดหนึ่งที่สำคัญคือ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีคอนเซปท์ที่เป็น Early aging หรือ Pre-aging ซึ่งเป็นการดูแลผิวก่อนที่จะเริ่มเกิดความแก่ขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีอายุระหว่าง 25 – 35 ปีค่ะ เป็นช่วงวัยทำงานตอนต้นพอดี

 

 

มาทั้งทีไม่วิเคราะห์ส่วนผสมคงไม่ได้ วันนี้ขอวิเคราะห์ส่วนผสมแบบละเอียดจัดเต็มเลยนะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส cream

วันนี้เรามารีวิวกันแบบละเอียด แจงจัดหนักทุกส่วนผสมเลยนะคะ

ถ้าเราพิจารณากันจะพบว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแทบทุกชนิดจะประกอบด้วยส่วนหลักๆ 3 ส่วน คือ

  1. Actives คือ สารบำรุง เป็นส่วนที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติที่ดี รวมไปถึงมีประโยชน์ทางชีวภาพ
  2. Base คือ เนื้อหลักของผลิตภัณฑ์ บางทีอาจเรียกว่า Vehicle
  3. Additive คือ สารที่ช่วยเสริมให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติที่ดี มีความน่าใช้ และมีความปลอดภัย

 

มี่ได้ทำสีส่วนผสมสารบำรุงไว้หลายๆสีนะคะ เดี๋ยวจะบอกอีกทีว่าแต่ละสีมีประโยชน์อะไรบ้าง

 

มาดูรายละเอียดส่วนผสมแต่ละตัวกันเลยนะคะ

  1. Actives กลุ่มของสารบำรุง มีอยู่หลายตัวเลยทีเดียวค่ะ
  • สีม่วง: พระเอกของเรา SR-spider polypeptide-1 ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่สกัดออกมาจากใยแมงมุม ซึ่งว่ากันว่าเป็นเส้นใยที่แข็งแรงที่สุด ทางแบรนด์เคลมว่า ใช้เส้นใยสีทองจากใยแมงมุมสายพันธ์ Araneus diadematus ซึ่งผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่าเมื่อทาลงผิว นางจะไปเรียงตัวเป็นฟิล์มบางๆบนผิว ทำหน้าที่เป็นเสมือน Barrier ช่วยโอบอุ้มและพยุงผิวเอาไว้ พร้อมปกป้องผิวจากสิ่งแวดล้อม สารเคมีที่อาจก่อการระคายเคืองแก่ผิว รวมถึงเชื้อโรคต่างๆไม่ให้ทำร้ายผิวได้
  • สีชมพู: ส่วนผสมของ Maltodextrin กับ Swertia chirata extract ตัวนี้เป็นวัตถุดิบนำเข้าจากฝรั่งเศสค่ะ วัตถุดิบนี้คือเจ้า SWT-7 ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีที่สกัดจากต้น Indian gentian (Swertia chirata) วัตถุดิบนี้ได้รับรางวัลเหรียญเงินส่วนผสมยอดเยี่ยม (Best ingredient Silver) จากงาน In-cosmetics เมื่อปี 2015 ด้วยค่ะ เอ๊ะทำไมแค่สารสกัดธรรมดาเบๆถึงได้รางวัล Silver มาดูรายละเอียดกันค่ะ

วัตถุดิบนี้ถึงจะดูพื้นๆ แต่ไม่ธรรมดาเลยค่ะ เพราะทางบริษัทมีผลการทดสอบทั้งในระดับหลอดทดลองและระดับอาสาสมัคร มีกลไกการออกฤทธิ์ที่ค่อนข้างซับซ้อนและโดดเด่นค่ะ โดยมี Claim ว่าสามารถส่งเสริมให้ผิวเราสร้าง Stem cell และ Growth factor ออกมา โดยไม่จำเป็นต้องไปนำส่งอะไรให้วุ่นวายยุ่งยาก และยังมีคุณสมบัติเสริมการฟื้นฟูตัวเองของผิวได้อีก

การทดสอบในระดับหลอดทดลองพบว่ามีผลเสริมการสังเคราะห์ KGF (Keratinocyte growth factor) ซึ่งเป็น Growth factor ของเซลล์ผิวในหนังกำพร้า ทำให้ชั้นผิวหนาตัวขึ้น

swt 1

(Image from Lucas Meyer Cosmetics)

 

การทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงที่มีการทำให้เซลล์เกิดความเสียหาย พบว่าสารนี้สามารถเสริมการฟื้นฟูตัวเองออกมาทดแทนเซลล์ที่เสียหายไป

swt 2

(Image from Lucas Meyer Cosmetics)

 

การทดสอบในอาสาสมัครอายุ 45 – 60 ปี จำนวน 17 คน ให้อาสาสมัครทาครีมที่มีสารนี้เทียบกับครีมเบส วันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น เป็นเวลา 28 วัน พบว่าอาสาสมัครมีริ้วรอยลดลงตั้งแต่ 7 วันแรกค่ะ

swt 3

(Image from Lucas Meyer Cosmetics)

     เมื่อใช้ต่อจนครบ 28 วันก็มีริ้วรอยลดลง และผิวพรรณเรียบเนียนขึ้นค่ะ

swt 4

(Image from Lucas Meyer Cosmetics)

ถือว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียว (เอกสารอ้างอิง TDS SWT-7, Lucas Meyer Cosmetics)

  • สิเขียว: Biosaccharide gum-4 คาร์โบไฮเดรตที่ได้จากการหมักจุลินทรีย์ มีประโยชน์ในการปกป้องผิวจากสารเคมีต่างๆ รวมถึงพวกมลภาวะ โดยตัวมันไปสร้างฟิล์มเคลือบไว้ที่ผิวชั้นนอกไม่ให้สิ่งเหล่านี้มาสัมผัสผิวโดยตรง ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารนี้สามารถลดการเกิดอนุมูลอิสระภายในเซลล์เมื่อผิวหนังเพาะเลี้ยงสัมผัสกับ 5 และช่วยปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำลายเพราะอนุมูลอิสระได้ และมีประโยชน์ในการเสริมการปกป้องรังสี UV และสารเคมีบางชนิด ตัวนี้ทางแบรนด์ Claim ว่า ใส่มาในความเข้มข้นที่ให้ผลดีในการป้องกัน pm 2.5 กันทั้งอนุภาคควันบุหรี่ ไอเสียรถยนต์ และมลพิษทางอากาศ
  • สีส้ม: สูตรผสมของ Water (and) Argania Spinosa Kernel Extract (and) Sodium Cocoyl Glutamate (and) Carbomer มีชื่อทางการค้าว่า Argatensil นำเข้ามาจากฝรั่งเศส ผู้ผลิตเคลมว่าสารนี้มีคุณสมบัติลดริ้วรอย และช่วยให้ผิวเรียบเนียน
  • สีฟ้า: สารบำรุงอื่นๆ ได้แก่
    • Hydrolyzed soy protein เป็นโปรตีนถั่วเหลืองที่ผ่านการย่อยให้มีขนาดเล็กลง มีประโยชน์เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
    • Snail secretion filtrate หรือ เมือกหอยทาก มีการทดสอบเชิงคลินิกสนับสนุนถึงประสิทธิภาพในการลดริ้วรอย (Cosmetic Dermatology. 2009; 22(5):250 and Journal of drugs in dermatology. 2013; 12(4):456.)
    • Wine หรือไวน์ ประกอบด้วยสาร Resveratrol ซึ่งเป็น antioxidant ที่ดี
    • Tocopherol หรือวิตามินอี เป็น antioxidant

 

2. ส่วนของ Base ประกอบด้วย สารกลุ่มน้ำ กลุ่มน้ำมัน และซิลิโคน

  1. ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ และสารเพิ่มความชุ่มชื้นที่ละลายน้ำได้ อย่าง Propylene glycol, Butylene glycol, Triethyleneglycol, Dipropylene glycol, PEG-10 พวกนี้เรียกว่าเป็น Humectant ทำหน้าที่เพิ่มความชุ่มชื้นโดยการดูดน้ำให้ผิว อาจนับรวมเอาพวก Hexanediol, Ethyl hexanediol มารวมไว้ก็ได้
  2. ส่วนของน้ำมัน มีน้ำมันสังเคราะห์อย่าง C12-15 alkyl benzoate เป็นตัวช่วยละลายสารบางชนิดในครีม
  3. ส่วนของซิลิโคน มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแบบระเหยได้ และแบบเคลือบผิวปกป้องรักษาความชุ่มชื้น ได้แก่ Cyclopentasiloxane, Dimethicone, Dimethicone/PEG-10/15 crosspolymer, PEG-10 dimethicone, Phenyl trimethicone, Dimethiconol, Dimethicone crosspolymer พวกนี้ทำหน้าที่ขึ้นเบสให้มีความบางเบา

ตัวที่น่าสนใจคงหนีไม่พ้นตัวหลักที่ทำให้เกิดเนื้อน้ำแตก หรือ Waterdrop อย่างเจ้า Dimethicone/PEG-10/15 crosspolymer นั่นเองค่ะ

3. ส่วนประกอบอื่นๆ หรือ Additives ได้แก่

  1. สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Acacia gum, Caesalpinia gum, Xanthan gum และ Carbomer
  2. Surfactant และ Emulsifier มีเจ้า Sodium cocoyl glutamate ที่ติดมากับตัว Argatensil
  3. สารกันเสีย ได้แก่ Phenoxyethanol, Sodium benzoate และอาจนับรวม 1,2-Hexanediol เข้ามาด้วย
  4. สารจับโลหะ ได้แก่ Disodium EDTA ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสารกันเสีย และความคงตัวของตำรับ
  5. น้ำหอม
  6. อื่นๆ ได้แก่ Sodium citrate อาจใส่มาเพื่อปรับ pH และ เกลือ หรือ Sodium chloride จำเป็นต่อการเกิดเนื้อแบบ Water drop

 

ในบทสรุปครีมนี้จะมาในเบสแบบอิมัลชั่นชนิดซิลิโคนในน้ำ s/w ที่ประกอบด้วย น้ำ และซิลิโคนเป็นหลัก ใส่วนผสมของสารบำรุงอยู่หลายชนิด ให้ประโยชน์ไปในด้านการลดริ้วรอยเป็นหลัก รองลงมาคือด้านความชุ่มชื้น ต่อต้านมลภาวะ และชะลอวัย ซึ่งส่วนผสมที่ใส่มาถือว่าเลือกมาได้ดี ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ในส่วนของเซรั่มก็จะทำมาคล้ายกัน เพียงแต่เปลี่ยนเบสเป็นเบสแบบที่มีน้ำเยอะหน่อย เสริมซิลิโคนมานิดหน่อยเพื่อให้ Feeling ดี

มาให้คะแนนกันดีกว่า

  1. สารบำรุง มีสารบำรุงหลายชนิด นำเข้ามาจากต่างประเทศ มีคุณสมบัติเด่นในด้านของการลดริ้วรอย ซึ่งทางผู้ผลิตวัตถุดิบมีการทดสอบประสิทธิภาพเอาไว้ทั้งในระดับหลอดทดลองและในระดับอาสาสมัคร ประโยชน์รองๆคือ มีประโยชน์ในด้านความชุ่มชื้น ต่อต้านมลภาวะ ซึ่งผลของมลภาวะนั้นก็สามารถทำให้ผิวอักเสบ เกิดริ้วรอย จุดด่างดำ รวมถึง Barrier ผิวเสื่อมสภาพลงไปได้ โดยตัวนี้มีสารที่ให้คุณสมบัติในการปกป้องมลภาวะ และเสริมสารที่ให้คุณสมบัติในการลดริ้วรอยไปพร้อมๆกัน ถ้าพิจารณาในด้านของการเป็น Anti-pollution และเป็น Pre-aging แล้ว ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี สำหรับผู้ที่มีอายุ 25 – 35 ค่ะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ในตัวเบส มีส่วนของสาร Humectant ที่ดูดจับน้ำให้ผิว และมีสารเคลือบปกป้องผิวกันน้ำระเหยออกไป ส่วนผสมอื่นๆไม่ได้มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวมี่มีผิวแห้ง ตัวครีมถือว่ามีสัมผัสที่บางเบา ไม่เหนอะหนะมากเกินไป แต่ก็ไม่ได้ทำให้หน้าแห้งมากเกินไป ส่วนตัวเซรั่มอาจจะแห้งไปซักหน่อย ต้องหาครีมมอยส์เจอร์มาทาทับอีกชั้นหนึ่งค่ะ ทั้งสองตัวนี้คนผิวมันน่าจะชอบ เพราะไม่เหนอะหนะเลย และให้ความรู้สึกสดชื่น สบายผิว ส่วนด้านริ้วรอย ส่วนตัวมี่ไม่ได้มีริ้วรอยอะไรเยอะ ที่จะรู้สึกก็เรื่องผิวนุ่ม เรียบเนียน และเต่งตึงค่ะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

คะแนน new.jpg

สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณทางแบรนด์ Dermanour ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/Dermanour/

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Dermanour การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

#ของเล่นใหม่บ้านมียอน รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Cleansing water เกาหลี จากแบรนด์ Faith in Face Truly กับ watery cleansing water

ขึ้นชื่อว่าบ้านมียอน งานโอปป้าต้องมาค่ะ

ไปเดินเล่น Watsons มา บังเอิญไปเจอ Cleansing water ของแบรนด์ Faith in Face เจ้าเก่าที่เคยใช้ นางปรับแพคเกจโฉมใหม่ กำลังจัดโปรโมชั่นแลกซื้อในราคาลด 50% ขวดตั้ง 500 ml เหลือราคาไม่ถึงสองร้อย ลองใช้ได้ซักพักก็แบบว่า เอ้อ ของเค้าดีจริงๆสมคำร่ำลือ วันนี้เลยเอามารีวิวจัดเต็มซะหน่อย

แบรนด์ faith in face หรือขอย่อว่า FiF นะคะ แบรนด์นี้เป็นแบรนด์เกาหลีที่ดังมาจากผลิตภัณฑ์มาสค์หน้าหลายๆสูตรค่ะ

 

โฉมหน้าของ Truly watery cleansing water จาก FiF แพคเกจใหม่เป็นแบบนี้ค่ะ

fif 3

ในตัวแพคเกจใหม่นี้นางปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้นเป็น 500 ml ค่ะ มาในโทนสีชมพูเหมือนเดิม

 

ตัวน้ำยาเป็นน้ำยาแบบใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เพราะไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม

ทางแบรนด์ Claim ว่า ได้ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนัง และทดสอบการแพ้และการระคายเคืองแล้วว่าทำให้เกิดการแพ้และการระคายเคืองได้ต่ำ (Hypoallergenic) ค่ะ

 

ลองใช้งานกันเลยดีกว่า เริ่มจากการป้ายรองพื้น อายไลน์เนอร์ มาสคาร่า และลิปสติกลงบนแขนก่อน

fif 5

จากนั้นก็หยดน้ำยาใส่สำลี

ความประทับใจแรกเมื่อแกะขวดจะใช้คือ อ้าว ทำไมน้ำยาไม่ไหลออกมา ลองส่องดู อ๋อ เขามี Seal เพื่อความสะอาดและความปลอดภัยไว้อีกชั้นด้านในด้วย น้อยเคสนักนะคะที่จะเห็น cleansing water ซีลปิดขวดแบบนี้

fif 4

หยดน้ำยาลงบนสำลีให้พอชุ่ม

fif 6

ลากผ่านบริเวณที่ลงผลิตภัณฑ์ไว้ก่อนหน้า 2 ครั้ง

fif 7

ออกดีใช้ได้เลยนะคะนี่ เอารองพื้นออกมาได้หมดเลย ส่วนลิป กับ มาสคาร่าและอายไลน์เนอร์จะเหลืออยู่นิดหน่อย

เทน้ำยาลงบนสำลีให้พอชุ่ม และโปะลงไปบนผิวประมาณ 10 วินาที

fif 8

ก่อนลากออกอีกรอบค่ะ

fif 9

ใช้ได้เลยทีเดียว หมดเกลี้ยง ไร้ที่ติ

ลองใช้งานจริงก็จะได้ผลลัพธ์ตามภาพค่ะ

fif 10

ชุบสำลีด้วยน้ำยาให้พอชุ่ม แปะที่เปลือกตาไว้ 10 วินาทีแล้วลากออก พวกอายแชโดว์จะออกจนหมดจด พร้อมกับมาสคาร่าบางส่วนค่ะ ส่วนที่เหลือเราจะใช้คอตตอนบัดช่วยอีกครั้ง

ส่วนพวก Base makeup นี่ สามารถเก็บออกได้ดีเลยค่ะ

ส่วนตัวมี่จะเช็ดหน้าแค่ครั้งเดียวและไปล้างต่อนะคะ ไม่ได้เช็ดวนไปจนสำลีไม่ติดสี

 

สำหรับค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 ค่ะ ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

fif 11

มาถึงช่วงของการวิเคราะห์ส่วนผสมแล้วค่ะ

ส่วนผสม:

ส่วนผสม fif

วันนี้เรามารีวิวกันแบบละเอียด แจงจัดหนักทุกส่วนผสมเลยนะคะ

ถ้าเราพิจารณากันจะพบว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแทบทุกชนิดจะประกอบด้วยส่วนหลักๆ 3 ส่วน คือ

  1. Actives คือ สารบำรุง เป็นส่วนที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติที่ดี รวมไปถึงมีประโยชน์ทางชีวภาพ
  2. Base คือ เนื้อหลักของผลิตภัณฑ์ บางทีอาจเรียกว่า Vehicle
  3. Additive คือ สารที่ช่วยเสริมให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติที่ดี มีความน่าใช้ และมีความปลอดภัย

 

แต่เพราะเป็น Cleansing water เลยจะขอโยกเอาสารทำความสะอาดมาเป็นพระเอกในวันนี้นะคะ

ส่วนของสารทำความสะอาด มี่แทนด้วยสีชมพูค่ะ มีด้วยกัน 3 ตัว ได้แก่ PEG-6 caprylic/capric triglycerides, PEG-7 glyceryl cocoate, Polyglyceryl-10 laurate ซึ่งทุกตัวเป็นชนิดที่ไม่มีประจุ มีความอ่อนโยน

  • ขอกล่าวถึงตัว PEG-6 caprylic/capric triglycerides ซักหน่อยนะคะ สารทำความสะอาดตัวนี้เหมือนเป็นสารทำความสะอาดในดวงใจของมี่เลยค่ะ มี่เคยยกมานำเล่าให้ฟังถึงคุณสมบัติเด่นของเขา (ตามลิงค์นี้ค่ะ https://cosmeknowledge.wordpress.com/2018/02/25/ingredients-peg6cct/) โดยสรุป สารนี้ตัวผู้ผลิตวัตถุดิบเรียกว่าเป็น Hydrophilic emollient หมายถึง สารกลุ่มไขมันที่ทำให้ผิวนุ่มชนิดละลายน้ำ มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวนุ่ม แต่ถ้าพิจารณาตามโครงสร้าง นางก็อาจจะถูกจัดเป็นสารทำความสะอาดที่มีความอ่อนโยนสูง และมีข้อมูลความปลอดภัยที่ค่อนข้างดี รวมถึงมีการใช้ในผลิตภัณฑ์ Skincare แบบ Leave-on ดังนั้นจึงน่าจะ Leave-on ทิ้งไว้บนผิวโดยไม่ต้องไปล้างออกได้

 

  1. กลุ่มของสารบำรุง วันนี้มี่ทำไว้หลายเฉดสีเลยค่ะ เรามาดูกันทีละสีเลยนะคะ
    • สีฟ้า เป็นกลุ่มของสารสกัดจากผลมะนาวเหลือง (Lemon) มะนาวเขียว (Lime) และ แอปเปิ้ล ค่ะ ซึ่งสารสกัดจากผลเหล่านี้ จะประกอบด้วยวิตามินหลายชนิด ซึ่งมีประโยชน์เป็น Antioxidant และบำรุงผิวในด้านอื่นๆ และในผลยังมีส่วนผสมของ AHA ตามธรรมชาติ ซึ่งมีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
    • สีม่วง เป็นกลุ่มของสารสกัดจากดอกไม้ และน้ำดอกไม้ทั้งหมด 8 ชนิด ได้แก่
      • สารสกัดจากดอกลาเวนเดอร์ ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า ประกอบด้วยสารพฤกษเคมีหลายชนิด เช่น Rosmarinic acid, Luteolin and Apigenin มีประโยชน์เป็น Antioxidant เป็นสารลดการอักเสบ และเป็น Whitening ได้ด้วย รวมถึงน้ำจากดอกลาเวนเดอร์ยังมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อได้
      • สารสกัดจากดอกบัว ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าประกอบด้วยสารในกลุ่ม Flavonoids มีประโยชน์ในการเป็น Antioxidant และลดการอักเสบระคายเคือง มีรายงานการวิจัยกล่าวว่าสารสกัดจากดอกบัว สามารถยับยั้งเอนไซม์ DOPA-oxidase ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสังเคราะห์เมลานินของผิว ยับยั้งเอนไซม์ Elastase ที่ไปย่อยสลายอิลาสตินในผิว และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง (Kor J Chem En. 2011;28(2):424-427)
      • สารสกัดจากดอก Tiger lily ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่ามีคุณสมบัติลดการอักเสบและระคายเคืองของผิว
      • สารสกัดจากกล้วยไม้ Cymbidium glandiflorum ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่าเป็น Moisturizer ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น
      • น้ำกุหลาบ (Rosa damascena flower water) มีคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว และเพิ่มความชุ่มชื้น
      • น้ำดอกคาโมมายล์ (Chamomila recutita flower water) มีคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว
      • น้ำดอก Immortelle (Helichrysum italicum) เป็นพืชในวงศ์เดียวกับดาวเรือง มีงานวิจัยกล่าวถึงคุณสมบัติในการต่อต้านการแพ้ การอักเสบ และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์บางจำพวก (Int J Antimicrob Agents. 2001; 17(6):517-20.)
      • น้ำดอก Calendula ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่ามีประโยชน์ในการลดการอักเสบระคายเคืองของผิว
  • กลุ่มสีน้ำเงิน เป็นสารบำรุงอื่นๆ ได้แก่
    • สารสกัดจากใบชา มีรายงานวิจัยอยู่ค่อนข้างมาก เช่น เป็น antioxidant เป็น Moisturizer ลดริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว (Dermatol Ther. 2013;26(3):267-71.) และยังมีรายงานถึงคุณสมบัติในการสมานแผล (Evid Based Complement Alternat Med. 2013;2013:386734.)
    • สารสกัดจากใบ Peppermint ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารสกัดจากใบ Peppermint มีประโยชน์ในการลดการอักเสบและระคายเคืองของผิว เป็น Antioxidant และให้ความรู้สึกเย็นแก่ผิว ซึ่งจะทำให้รู้สึกสบายผิวและลดอาการคัน
    • สารสกัดจากใบ Lingon berry (Vaccinium citis-Idaea leaf extract) มีรายงานว่าเป็น Antioxidant (Antioxidants 2016;5(17). doi:10.3390/antiox5020017)
    • Colostrum ส่วนของน้ำนมสีเหลืองของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมซึ่งประกอบด้วยวิตามิน และ Growth factors หลายชนิด ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่ามีคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว ชะลอวัย ลดริ้วรอย
  1. ส่วนของเนื้อหลักผลิตภัณฑ์ มาในรูปแบบน้ำ ประกอบด้วยน้ำ และสารดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวอย่าง Propanediol และ Butylene glycol ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน แอลกอฮอล์และซิลิโคน
  2. ส่วนของสารปรุงแต่งอื่นๆ หรือ Additives
    • Buffer ทำหน้าที่ควบคุมค่า pH ของผลิตภัณฑ์ให้คงที่ ในที่นี้คือ Citric acid และ Sodium citrate
    • สารกันเสีย ได้แก่ Phenoxyethanol
    • สารจับโลหะ ได้แก่ Disodium EDTA มีคุณสมบัติช่วยจับโลหะเพื่อเพิ่มความคงตัวของตำรับ และเสริมประสิทธิภาพสารกันเสีย

 

สรุป ในภาพรวม Truly watery cleanser มาในเบสที่เป็นแบบน้ำ ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน แอลกอฮอล์ และซิลิโคน ใช้สารทำความสะอาดชนิดไม่มีประจุ มีความอ่อนโยนสูง บางที่อาจเรียกเป็น Hydrophilic emollient  เสริมสารบำรุงมาหลายชนิด เป็นกลุ่มของดอกไม้ ผลไม้ และสารบำรุงอื่นๆ เน้นไปที่ด้านการลดการอักเสบระคายเคือง ช่วยให้รู้สึกสบายผิว เสริมมาด้วยด้านการเป็น Antioxidant เพิ่มความชุ่มชื้น Whitening และอาจจะได้เรื่องริ้วรอยนิดหน่อย

โดยรวมถือว่าเป็น Cleansing water ที่น่าสนใจดีค่ะ

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ

  1. สารทำความสะอาด ใช้ PEG-6 caprylic/capric glycerides เป็นสารทำความสะอาดหลัก มีความอ่อนโยนสูง เสริมมาด้วยสารทำความสะอาดอีก 2 ชนิด ได้แก่ PEG-7 glyceryl cocoate, Polyglyceryl-10 laurate ซึ่งทั้งหมดเป็นชนิดที่ไม่มีประจุ และมีความอ่อนโยนต่อผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. สารส่วนผสมอื่นๆ ในด้านของสารบำรุง เน้นไปที่สารบำรุงที่มีคุณสมบัติลดการอักเสบและระคายเคือง พร้อมให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect) เป็นหลัก เสริมประโยชน์ด้านอื่นๆ เป็น Antioxidant เพิ่มความชุ่มชื้น Whitening ตามๆกันมา ตัวเบส นางมาในเบสของน้ำ ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน แอลกอฮอล์ และซิลิโคน ส่วนประกอบอื่นๆมีเท่าที่จำเป็น คือมีแค่ Buffer และสารกันเสีย ตัวนี้อารมณ์ 2 in 1 เป็นได้ทั้ง Cleanser ทำความสะอาด และ Toner เตรียมผิว ถือว่าทำมาได้ดีนะคะ ไม่มีที่หักคะแนนให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบ Cleansing water ที่ใช้ PEG-6 caprylic/capric glycerides เป็นสารทำความสะอาดหลัก อยู่แล้ว พอมาเจอตัวนี้เข้าไป ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี ทั้งในแง่ของความรู้สึกตอนใช้งาน และ Afterfeel หลังใช้งาน เจ้า Cleansing water ตัวนี้จะค่อนข้างนุ่มผิว ไม่แห้งตึง ไม่เป็นเมือก และไม่เหนียวเหนอะหนะ ด้านของความสามารถในการทำความสะอาดถือว่าทำมาได้ดีค่ะ ค่อนข้างประทับใจ รับไปเลย 5 ฟลาสก์

 

คะแนน fif

สำหรับวันนี้คงต้องลากันไปแค่นี้ และสุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

ทะลายกรุรีวิวกันแดด Scinic (ไซน์นิค) ยก 5 สูตร พร้อมแนะนำวิธีเลือกใช้ตามสไตล์มียอน

สวัสดีค่ะ

กันแดดนี่เสมือนเป็นไอเทมสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย เพราะรังสี UV จากแสงแดดนั้นส่งผลเสียมากมายกับผิวเรา ไม่ว่าจะเป็นแก่ก่อนวัย สีผิวไม่สม่ำเสมอ กระดำกระด่าง จนไปถึงอาจเกิดมะเร็งผิวหนังได้เลยทีเดียว

แล้วนี่ยิ่งกลางฤดูร้อน แดดยิ่งรุนแรงเข้าไปอีกค่ะ

วันนี้มี่เลยเอากันแดดของ Scinic หรือ ไซน์นิค แบรนด์ดังจากเกาหลี นางออกกันแดดมา 5 สูตร ในกลุ่มของ Enjoy sun เพื่อตอบโจทย์ชีวิตของเราๆ เรียกได้ว่าครอบคลุมทุกความต้องการ และสภาพผิวเลยทีเดียวค่ะ อยากให้อ่านรีวิวจนจบ เพราะแบรนด์นี้เค้ากล้านำเข้ามาขายที่ไทยในราคาเท่ากับที่เกาหลีเลย ไม่ต้องเสียเวลาหิ้วให้หนักให้เสียเวลา

หน้าตาของพวกนางเป็นดังนี้ค่ะ

sun 3.JPG

นางเป็น 5 ศรีพี่น้อง มาด้วยกัน 5 สูตร เริ่มจาก

  • Waterproof sun cream หลอดสีฟ้าคาดส้มแดง เป็นกันแดดสูตรกันน้ำกันเหงื่อ มาในเนื้อเอสเซนส์บางเบา ซึมง่าย ไม่เหนอะหนะ มีค่า SPF 50+ และ PA++++ มาในคอนเซปท์ “กันแดดสูตรกันน้ำกันเหงื่อ”
  • Tone up sun cream หลอดสีขาว มีแถบสีชมพู/เทาด้านล่าง ตัวนี้เป็นสูตรผสม Pigment ช่วยปรับสภาพสีผิวให้กระจ่างใส ใช้เป็น Makeup base ได้ในตัว มีค่า SPF50+ และ PA++++ เช่นเดียวกัน มาในคอนเซปท์ “บล็อกแดด ผิวไบรท์ ไม่หลอกตา”
  • Silky pore sun milk ตัวนี้มาในขวดสีขาว ฝาเขียว เป็นเบสแบบเนื้อน้ำนม บางเบา ซึมง่าย แห้งไวไม่เหนอะหนะ ไม่หนักผิว เหมาะกับผิวมัน มีค่า SPF50+ PA+++ มาในคอนเซปท์ “กันแดดน้ำนมพรางรูขุมขน”
  • Safe shield sun cream นางมาในหลอดสีน้ำเงินคาดเขียวเหลือง เป็นกันแดดเนื้อเอสเซนส์ ซึมไว ไม่เหนอะหนะ เหมาะกับผิวแพ้ง่าย มีค่า SPF50+ PA++++ มาในคอนเซปท์ “Block แสงขั้นสุด ซึมไวใน 5 วิ”
  • Perfect daily sun cream มาในหลอดสีส้มคาดแดงอันร้อนแรง เป็นเบสแบบครีม เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ มีค่า SPF50+ PA+++ ตัวนี้นางเป็นตัว Top ติด Best seller ที่เกาหลี ได้รางวัลจากรายการ Beauty talk เมื่อปี 2017 มาในคอนเซปท์ “กันแดดในอุดมคติ”

 

เปรียบเทียบเนื้อของกันแดดทั้ง 5 ตัวซักหน่อย

sun 1.jpg

 

sun 2

ถ้าพูดถึงส่วนผสมที่สำคัญที่สุดของเครื่องสำอางป้องกันแสงแดด ก็คงหนีไม่พ้น สารกันแดด โดยสารกันแดดมีด้วยกัน 2 รูปแบบหลักๆ คือ สารกันแดดชนิดกายภาพ (Physical sunscreen) และ สารกันแดดเคมี (Chemical sunscreen)

  • สารกันแดดกายภาพ จะเป็นกลุ่มของ Titanium dioxide และ Zinc oxide ทำหน้าที่สะท้อนกระจายรังสี UV ออกไป
  • สารกันแดดเคมี จะเป็นกลุ่มของสารเคมี ทำหน้าที่ดูดซับรังสี UV เอาไว้ แล้วคายออกไป

 

ถ้าพิจารณาตามกลไกของสารกันแดด สารกันแดดเคมีที่มีการดูดซับรังสีไว้กับตัวและคายพลังงานออกมา ย่อมจะต้องเสื่อมลง จึงต้องทาทับทุกๆ 2 ชั่วโมง เมื่อออกแดดนานๆ หรือโดนแดดจัดๆ ส่วนกันแดดแบบกายภาพนั้นตามกลไกคือเขาจะสะท้อนรังสีออกไป ถ้าเราไม่ไปล้างไปเช็ด หรือเหงื่อไม่ออก มันก็จะอยู่บนผิว สะท้อนรังสีได้ยาวนานกว่า

 

มี่เคยอัพรายละเอียดเรื่องแสงแดดและกันแดดไว้ ถ้าใครสนใจไปตามอ่านได้ที่ https://cosmeknowledge.wordpress.com/2014/09/09/sun-and-sunscreen/ เลยค่ะ

 

มาดูรายละเอียดทีละสูตรเลยนะคะ

  • สูตร Waterproof

ถ้าเราพูดถึงกันแดดกันน้ำ เรามักจะจิตนาการถึงกันแดดเหนียวๆ หนักๆ ที่ทาก่อนลงไปทะเล หรือก่อนลงน้ำ ผิดคาดเลย กันแดดตัวนี้เนื้อเบามาก เบาจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นกันแดดกันน้ำ นางพลิกมิติและการรับรู้ถึงกันแดดและกันน้ำไปเลย ด้วยเนื้อเบา ซึมไว เกลี่ยง่าย ไม่เป็นปื้นขาว มาพร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ

waterproof

ในด้านส่วนผสม นางมาในกันแดดแบบเคมี มาในเบสชนิดอิมัลชั่นของน้ำและซิลิโคน ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เสริมสารบำรุงมาหลายชนิด เน้นไปที่ด้านการลดการอักเสบและระคายเคืองของผิว มีส่วนของไขมันจากธรรมชาติที่ช่วยทดแทนไขมันจำเป็นให้แก่ผิว และมีส่วนผสมของสารสกัดพืชที่ช่วยเสริมปกป้องผิวจากรังสี UV

 

แต่ถึงจะเป็นสูตรกันน้ำ ก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องใช้ตอนจะไปว่ายน้ำ หรือ ไปทะเล หรือจะสงกรานต์ แต่ก็สามารถใช้ได้แบบ Everyday โดยเฉพาะหน้าร้อน ที่เหงื่อออกเยอะๆ เพราะเนื้อกันแดดไม่ได้หนักผิวเลย

 

 

  • สูตร Tone Up

เป็นกันแดดที่มีส่วนผสมของ Pigment ที่ช่วยอำพรางสีผิวและปรับสภาพผิวให้กระจ่างใสขึ้นมา 1 Step ใช้แทน Makeup base ได้ดี เนื้อกันแดดจะข้นขึ้นมานิดหน่อย ตอนแรกลงอาจจะดูขาวนิด แต่พอเกลี่ยไปจะกลืนไปกับสีผิว ไม่ขาววอก ไม่เทา ไม่ลอย  ตัวนี้มีกลิ่นน้ำหอมจางมากๆ แทบจะไม่ได้กลิ่นค่ะ

 

tone

ดูแบบนี้อาจจะไม่ชัด ลองจัดให้ดูแบบจริงจังเลยดีกว่าค่ะ

ผิวรวม

ในด้านของส่วนผสม นางเป็นกันแดดลูกผสมกายภาพ/เคมี มาด้วยเบสอิมัลชั่น ที่มีน้ำ น้ำมัน และซิลิโคนนิดหน่อยพอกรุบกริบ นางมีส่วนผสมของสารบำรุงอยู่หลายชนิด ให้ประโยชน์ไปในทางด้าน Whitening, ต่อต้านอนุมูลอิสระ เป็น antioxidant ชะลอวัย ลดการอักเสบระคายเคือง รวมไปถึงด้านริ้วรอยก็มี Adenosine มาช่วยด้วยอีกส่วน

 

 

 

  • สูตร Safe shield เซฟชิลด์

ตัว Safe shield นี้มาในบสแบบเนื้อครีมที่ค่อนข้างบางเบา สมกับที่แบรนด์เรียกเป็นกันแดดเนื้อเอสเซนส์ เกลี่ยง่าย ซึมไว ภายในระยะเวลา 5 วิ ไม่เหนอะหนะไม่หนักผิว มีกลิ่นอ่อนๆ ทางแบรนด์เคลมว่ากันน้ำกันเหงื่อได้ด้วยหละ

safe shiled

ในด้านส่วนผสม นางเป็นกันแดดแบบลูกผสมกายภาพ/เคมี มาในเบสแบบอิมัลชั่นที่มีส่วนผสมของ น้ำ น้ำมัน แบะซิลิโคนนิดหน่อยพอกรุบกริบ เสริมสารบำรุงมาหลายชนิด ให้ประโยชน์ในด้านของการลดการอักเสบ ระคายเคือง เป็น Antioxidant และให้ความรู้สึกสบายผิว

 

 

  • สูตร Perfect daily

ที่ทางแบรนด์ว่าเป็นกันแดดในอุดมคติ นางได้รับรางวัล Best seller จากรายการ Beauty Talks พอได้ลองก็เข้าใจเลยว่าทำไมได้มา นางมาในเบสแบบเนื้อครีมนุ่มแน่น เกลี่ยง่าย ให้สัมผัสนุ่ม ไม่หนักผิว ตอนแรกเกลี่ยอาจจะดูเหมือนมีปื้นขาวนิดๆ แต่พอเกลี่ยไปซักครู่ ก็จะหายไปหมด สีขาวๆเหล่านั้นก็คือเม็ดของกันแดดกายภาพนั่นเองค่ะ พอเขาเรียงตัวบนผิวเสร็จ ด้วยขนาดเล็กมาก นางก็จะไม่มีความทึบแสงให้เราเห็น

perfect

นางเป็นกันแดดแบบผสมกายภาพ/เคมี มาในเบสกันแดดแบบอิมัลชั่น ประกอบด้วย น้ำ และซิลิโคนนิดหน่อยพอกรุบกริบ มีส่วนของน้ำมันสังเคราะห์อยู่นิดหน่อย ช่วยเคลือบผิวไม่ให้แห้งตึง เสริมสารบำรุงมามากมายหลายชนิด เด่นไปที่ด้านการเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบระคายเคือง ช่วยให้ผิวแข็งแรง

 

  • Silky pore sun milk

เป็นกันแดดแบบน้ำนม ที่มีความต่างจากพี่น้อง คือนางมาในขวด เนื้อจะค่อนข้างเหลว เหมือนน้ำนม เกลี่ยง่าย ซึมไว แห้งไวไม่เหนอะหนะ น่าจะเหมาะกับคนที่มีผิวมัน ตัวส่วนผสมจะช่วยอำพรางรูขุมขนได้อีกทาง ช่วยให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนขึ้น

 

milk

ในด้านส่วนผสม นางมาในเบสแบบอิมัลชั่น  ทีป่ระกอบด้วยซิลิโคน กับน้ำ ตัวนี้จะมีแอลกอฮอล์อยู่ด้วย เพื่อให้กันแดดแห้งไว ไม่เหนอะหนะ และตอนแอลกอฮอล์ระเหยไปนางจะให้ความรู้สึกเย็นพร้อมกระชับรูขุมขนไปในตัว ส่วนตัวมี่มีผิวแห้งตกบ่ายมาก็จะแห้งตึงหน่อยๆ จึงน่าจะเหมาะกับผิวมันค่ะ

 

ก่อนจะไปวิเคราะห์ส่วนผสมมาตอบคำถามก่อน

กันแดดไซน์นิค มีตั้ง 5 สูตร ใช้อันไหนดี?

อันนี้ไปเอาของแบรนด์มาค่ะ

scinic fb-20180327-01

(ที่มา Scinic)

 

 

ตามความเห็นของมี่นะคะ มี่ทำตารางสรุปจุดเด่นให้ตามนี้ค่ะ

table

มาทั้งทีไม่วิเคราะห์ส่วนผสมคงไม่ได้ แต่จะวิเคราะห์หมดทั้ง 5 ตัวก็เกรงจะยาวยืดไปจนไม่น่าอ่าน เลยขอหยิบเอาสูตรที่ชอบที่สุด คือ สูตร Safe Shield มาวิเคราะห์ส่วนผสมให้ชมกันค่ะ

สผส sun

วันนี้มี่ทำสีส่วนผสมไว้ 3 สีค่ะ

  • สีส้ม เป็นกันแดดชนิดกายภาพ อย่าง Titanium dioxide ซึ่งพวกนี้จะออกฤทธิ์สะท้อนรังสี UV ออกไปแบบไม่จำเพาะเจาะจง นางมีความคงตัวค่อนข้างดี ถ้าเหงื่อไม่ออกไม่ไปล้างไปเช็ด นางก็จะยังคงเรียงตัวอยู่บนผิวสะท้อนรังสีต่อไป
  • สีฟ้า เป็นกันแดดชนิดเคมี มีด้วยกัน 4 ชนิด กันได้ครบถ้วนทั้ง UVA และ UVB ได้แก่
    • Homosalate ช่วยกรองรังสีในช่วง UVB
    • Ethylhexyl salicylate ช่วยกรองรังสีในช่วง UVB
    • Diethylamino hydroxybenzoylhexyl benzoate ช่วยกรองรังสีในช่วง UVA
    • Bis-Ethylhexyloxyphenol methoxyphenyl triazine ช่วยกรองรังสีในช่วงกว้างทั้ง UVA และ UVB
  • สีเขียว เป็นสารบำรุง มีอยู่หลายชนิดเลยค่ะ
    • Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีประโยชน์ด้าน Whitening ลดการอักเสบระคายเคือง
    • Adenosine มีประโยชน์ในเชิงการลดริ้วรอย
    • วิตามินอี เป็น Antioxidant
    • สารสกัดพืชทั้งหมด 8 ชนิด มีประโยชน์ในเชิงการเป็น Antioxidant ลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว

enjoysafeshieldsun_720_07.jpg

(ที่มา Scinic Korea)

ตัวเบสมาในเบสแบบอิมัลชั่น มีส่วนผสมของน้ำ ซิลิโคน และน้ำมันอยู่นิดหน่อย ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ สารที่ใช้เสี่ยงอุดตันน้อยมาก และมีข้อมูลความปลอดภัยที่ค่อนข้างดี สมกับที่เคลมว่าเหมาะกับ Sensitive skin

 

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ เป็นคะแนนของสูตร Safe shield เด้อ

  1. สารบำรุง รวมเอาสารกันแดดไว้ด้วย ในด้านของสารกันแดดก็ถือว่าทำมาได้ดี เป็นกันแดดแบบผสมกายภาพ/เคมี กันได้ครบถ้วนสมบูรณ์ดี เสริมสารบำรุงที่มีประโยชน์ในการลดการอักเสบระคายเคืองของผิว และ antioxidant ซึ่งจะช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ที่เล็ดรอดเข้าไปในผิวได้ ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่กันแดดได้ 100% อย่างไรก็ต้องมีรังสี UV เล็ดรอดเข้าผิวได้อยู่ดี การมีพวก antioxidant หรือสารลดการอักเสบพวกนี้ก็จะช่วยปกป้องผิวเราได้ค่ะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีจุดให้หักคะแนน ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ตัวกันแดดทำมาได้ค่อนข้างดี เนื้อนุ่ม เกลี่ยง่าย ไม่แห้งไม่มันเกินไปสำหรับผิวมี่ เรื่องกลิ่นก็ไม่ได้แรงจนฉุนไป กำลังซอฟท์ๆ ไม่กวนใจ ทาแล้วสามารถลงรองพื้นได้เลย ไม่เหนอะหนะ ไม่ตีกับรองพื้นจนเป็นคราบ โดยรวมขอให้คะแนนการใช้งานไว้ที่ 4 ฟลาสก์

คะแนน sun

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ไซน์นิค ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ไซน์นิค โดยตรงเลยนะคะ มีจำหน่ายที่วัตสัน ตอนนี้มีโปร ลดราคา เหลือแค่ 450 เท่านั้น ราคาเท่ากับที่เกาหลีคือ 15,000 วอนเลย สำหรับขนาด 50ml. ถือว่าคุ้มมาก

https://www.facebook.com/SCINICThailand/

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Scinic การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

 

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มสองพลังธรรมชาติ Galacto + Snail เพื่อฟื้นฟูผิว Inthana Skin Balancing Serum

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวเซรั่มฟื้นฟูผิวที่น่าสนใจมาฝากกันนะคะ เป็นผลิตภัณฑ์ Skin Balancing Serum จากแบรนด์ Inthana (อินทนา) นั่นเองค่ะ

แบรนด์ Inthana เป็นแบรนด์ ที่เน้นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมหลักมาจากธรรมชาติ คำนึงถึงประสิทธิภาพในการบำรุงผิวหน้าเป็นหลัก และต้องใช้แล้วเห็นผล ผลิตภัณฑ์ของอินทนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สำหรับทุกสภาพผิวแม้ผิวแพ้ง่าย สามารถเข้าถึงได้ในทุกช่วงอายุ เน้น working women เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ง่าย และครอบคลุมหลายปัญหาผิว เหมาะกับคนขี้เกียจทาผลิตภัณฑ์หลายๆชนิดและไม่ค่อยมีเวลา

เจ้าของแบรนด์เป็นรุ่นน้องที่รู้จักกัน เห็นแพคเกจน่ารักดี ก็เลยขอซื้อมาลอง พอลองแล้วเราก็แบบว่า เออ ดีนะ ก็เลยเอามารีวิวซักหน่อย

เซรั่มของแบรนด์มีหน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

in 1-1.JPG

มาในกล่องสีขาว คาดทอง มีลวดลายเป็นหยดน้ำที่มีพืชพรรณอยู่ภายในค่ะ

ตัวภาชนะมาในขวดแก้วสีขาวทึบแสง มีหลอดหยด นางมี 2 size นะคะ size ปกติ 30 ml และ size ทดลอง 5 ml ค่ะ

in 1-2

เนื้อเซรั่มเป็นแบบใส ไม่มีกลิ่นเพราะทางแบรนด์ไม่ได้ใส่น้ำหอม

in 3-1

เกลี่ยได้ง่าย ซึมไวแห้งไวไม่เหนอะหนะ

in 4-1

ในส่วนของค่า pH จะอยู่ที่ราวๆ 5 – 6 ค่ะ ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

in 5

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส in

วันนี้เรามารีวิวกันแบบละเอียด แจงจัดหนักทุกส่วนผสมเลยนะคะ

ถ้าเราพิจารณากันจะพบว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแทบทุกชนิดจะประกอบด้วยส่วนหลักๆ 3 ส่วน คือ

  1. Actives คือ สารบำรุง เป็นส่วนที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติที่ดี รวมไปถึงมีประโยชน์ทางชีวภาพ
  2. Base คือ เนื้อหลักของผลิตภัณฑ์ บางทีอาจเรียกว่า Vehicle
  3. Additive คือ สารที่ช่วยเสริมให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติที่ดี มีความน่าใช้ และมีความปลอดภัย

 

วันนี้มี่ได้ทำสีส่วนผสมสารบำรุงไว้ 2 สี คือ สีฟ้า กับ สีม่วง เดี๋ยวจะเล่ารายละเอียดต่อไปค่ะ

  1. สารบำรุง หรือ Actives ได้แก่
  • สีฟ้า: Galactomyces ferment filtrate หรือ GFF ตัวนี้นางเป็นสารที่แยกได้จากน้ำเลี้ยงยีสต์สายพันธ์ Galactomyces ซึ่งมีประโยชน์ในทางเครื่องสำอางหลายๆด้าน เช่น ความชุ่มชื้น เสริมการทำงานของผิวช่วยให้ผิวแข็งแรง ควบคุมความมัน Whitening รวมไปถึงด้านความยืดหยุ่นของผิวและริ้วรอย มีรายงานการวิจัยระบุว่าสามารถเพิ่มความแข็งแรงของ Barrier ที่ผิวหนังชั้นนอก โดยไปเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ Caspase-14 ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้ในการแปรสภาพโปรตีน Filaggrin ให้กลายเป็น กรดอะมิโนที่ทำหน้าที่เป็น Natural moisturizing factor หรือ NMF เพื่อช่วยในการดักจับน้ำรักษาความชุ่มชื้นของผิว (Arch Dermatol Res. 2013; 305(8):683-9.) มีคุณสมบัติลดการสังเคราะห์ Melanin และลดสภาวะ Oxidative stress ในเซลล์ Melanocyte (J Am Acad Dermatol. 2014; 70(5)S1:AB127.)
  • สีม่วง ได้แก่
    • Niacinamide รูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
    • Hamamelis virginiana extract คือ สารสกัดจาก Witch hazel สารสกัดจาก Witch hazel มีคุณสมบัติความเป็น Astringent ช่วยกระชับรูขุมขน ควบคุมความมัน สำหรับรายงานการวิจัยมีระบุถึงฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ (J Pharm Pharmacol. 1994; 46(4):286-90.)
    • Snail secretion filtrate หรือ สารสกัดจากเมือกหอยทาก ตัวนี้ไม่ใช่เมือกหอยทากธรรมดานะคะ เป็นสารสกัดจากเมือกหอยทากสายพันธุ์ Acusta despecta ที่พบได้ในเกาหลี จีน และญี่ปุ่น นำมาเลี้ยงด้วยโสมแดง เพื่อให้ในเมือกหอยทากมีสาร Saponin จากโสมอยู่ด้วย ซึ่งจะเสริมคุณสมบัติในการลดริ้วรอยของผิว ตัววัตถุดิบนำเข้ามาจากเกาหลี วัตถุดิบนี้มีสิทธิบัตรเกาหลีรองรับ ตัวผู้ผลิตได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัคร พบว่า มีผลช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว ช่วยให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้น SLS การทดสอบในระดับหลอดทดลองพบว่ามีผลเพิ่มการแบ่งตัวของเซลล์ Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์ที่สร้าง collagen ในผิว และปกป้องเซลล์เพาะเลี้ยงไม่ให้เกิดอันตรายจาก SLS
  1. ส่วนของเนื้อหลัก หรือ Base มาในเบสแบบน้ำ ใช้ GFF เป็นเบสหลัก เสริมมาด้วยสารดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวในกลุ่มที่เรียกว่า Humectant อย่าง Butylene glycol, Propylene glycol และ Glycerin อาจนับรวมเอาสารอย่าง 1,2-Hexanediol, Caprylyl glycol และ Ethyl hexanediol ซึ่งละลายในน้ำมันเข้ามาด้วย เบสนี้ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน แอลกอฮอล์ และซิลิโคน
  2. ส่วนผสมอื่นๆ หรือ Additives ได้แก่

3.1 สารกันเสียและสารเสริมประสิทธิภาพของสารกันเสีย ได้แก่ Phenoxyethanol, Chlorphenesin และ กลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพสารกันเสียอย่าง 1,2-Hexanediol, Caprylyl glycol และ Ethyl hexanediol

 

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ วันนี้ส่วนผสมมีไม่เยอะ มี่ขอตัดรวบเป็นให้คะแนน 2 หัวข้อ คือ ด้านส่วนผสม และด้านการใช้งานค่ะ

  1. ส่วนผสม ในด้านของสารบำรุง เรียกได้ว่า อาศัยเอา GFF เป็นตัวชูโรง ซึ่งเจ้า GFF นี้มีประโยชน์ในทางเครื่องสำอางหลายๆด้าน เช่น ความชุ่มชื้น เสริมการทำงานของผิวช่วยให้ผิวแข็งแรง ควบคุมความมัน Whitening รวมไปถึงด้านความยืดหยุ่นของผิวและริ้วรอย ทางแบรนด์จัดหนักจัดเต็มมาเป็นเบสหลักแทนน้ำที่ความเข้มข้น 79% เลยทีเดียว และยังเสริมมาด้วยสารบำรุงอีกหลายชนิด อย่างเจ้า B3 ที่ใส่ลงมานี่ก็มีประโยชน์กับผิวหลายด้านเหมือนกัน โดยรวม เซรั่มนี้ก็จะมีประโยชน์กับผิวหลายประการ ตามที่มีการ Claim ข้างกล่อง ได้แก่ ชุ่มชื้น กระชับรูขุมขน ผิวขาวกระจ่างใส ชะลอวัย ลดริ้วรอย ช่วยให้ผิวนุ่ม และยังเสริมเรื่องของการลดการอักเสบและให้ความรู้สึกสบายผิว รวมถึงอาจจะมีผลดีต่อสิวด้วย ในตัวเบส ทำมาในเบสแบบน้ำ ไม่มีน้ำมัน แอลกอฮอล์และซิลิโคน และสารองค์ประกอบอื่นที่ใช้ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เนื่องจากส่วนผสมของสารบำรุงอาจจะน้อยชนิดไปหน่อย แต่ก็ถือว่าบำรุงได้ครบถ้วนตามปัญหาผิว จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน ตัวเซรั่มจะออกมาเหลวไปนิดหนึ่ง อารมณ์จะคล้ายน้ำตบ ตบแล้วเกลี่ยได้ง่าย ชุ่มชื้นผิว ไม่เหนอะหนะ ซึมไวแห้งไว หยดลงบนฝ่ามือซัก 5 หยด วอร์มๆซักหน่อยแล้วตบลงบนหน้าเบาๆ ในด้านของความชุ่มชื้นคนที่มีผิวแห้งอาจจะยังไม่พอ ต้องทามอยส์เจอไรเซอร์เสริมอีกชั้นหนึ่ง ส่วนคนที่มีผิวมันคิดว่าน่าจะจบในขวดเดียวได้ สามารถใช้ได้ทั้งเช้าทั้งเย็น ส่วนตัวมี่ใช้มาประมาณ 2 อาทิตย์ ช่วงแรกที่สัมผัสได้จะเป็นเรื่องของความชุ่มผิว ผิวนุ่มนวล ตามมาก็จะเป็นเรื่องของการแต่งหน้าได้เรียบขึ้น รองพื้นตกร่องตกรูน้อยลง ส่วนเรื่อง whitening อาจจะเพราะช่วงนี้ไม่มีจุดด่างดำ เลยยังเห็นไม่ค่อยชัดค่ะ โดยรวมถือว่าค่อนข้างชอบ ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

คะแนน in

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/InthanaSkincare/

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตัวเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ