Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มสองพลังธรรมชาติ Galacto + Snail เพื่อฟื้นฟูผิว Inthana Skin Balancing Serum

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวเซรั่มฟื้นฟูผิวที่น่าสนใจมาฝากกันนะคะ เป็นผลิตภัณฑ์ Skin Balancing Serum จากแบรนด์ Inthana (อินทนา) นั่นเองค่ะ

แบรนด์ Inthana เป็นแบรนด์ ที่เน้นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมหลักมาจากธรรมชาติ คำนึงถึงประสิทธิภาพในการบำรุงผิวหน้าเป็นหลัก และต้องใช้แล้วเห็นผล ผลิตภัณฑ์ของอินทนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สำหรับทุกสภาพผิวแม้ผิวแพ้ง่าย สามารถเข้าถึงได้ในทุกช่วงอายุ เน้น working women เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ง่าย และครอบคลุมหลายปัญหาผิว เหมาะกับคนขี้เกียจทาผลิตภัณฑ์หลายๆชนิดและไม่ค่อยมีเวลา

เจ้าของแบรนด์เป็นรุ่นน้องที่รู้จักกัน เห็นแพคเกจน่ารักดี ก็เลยขอซื้อมาลอง พอลองแล้วเราก็แบบว่า เออ ดีนะ ก็เลยเอามารีวิวซักหน่อย

เซรั่มของแบรนด์มีหน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

in 1-1.JPG

มาในกล่องสีขาว คาดทอง มีลวดลายเป็นหยดน้ำที่มีพืชพรรณอยู่ภายในค่ะ

ตัวภาชนะมาในขวดแก้วสีขาวทึบแสง มีหลอดหยด นางมี 2 size นะคะ size ปกติ 30 ml และ size ทดลอง 5 ml ค่ะ

in 1-2

เนื้อเซรั่มเป็นแบบใส ไม่มีกลิ่นเพราะทางแบรนด์ไม่ได้ใส่น้ำหอม

in 3-1

เกลี่ยได้ง่าย ซึมไวแห้งไวไม่เหนอะหนะ

in 4-1

ในส่วนของค่า pH จะอยู่ที่ราวๆ 5 – 6 ค่ะ ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

in 5

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส in

วันนี้เรามารีวิวกันแบบละเอียด แจงจัดหนักทุกส่วนผสมเลยนะคะ

ถ้าเราพิจารณากันจะพบว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแทบทุกชนิดจะประกอบด้วยส่วนหลักๆ 3 ส่วน คือ

  1. Actives คือ สารบำรุง เป็นส่วนที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติที่ดี รวมไปถึงมีประโยชน์ทางชีวภาพ
  2. Base คือ เนื้อหลักของผลิตภัณฑ์ บางทีอาจเรียกว่า Vehicle
  3. Additive คือ สารที่ช่วยเสริมให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติที่ดี มีความน่าใช้ และมีความปลอดภัย

 

วันนี้มี่ได้ทำสีส่วนผสมสารบำรุงไว้ 2 สี คือ สีฟ้า กับ สีม่วง เดี๋ยวจะเล่ารายละเอียดต่อไปค่ะ

  1. สารบำรุง หรือ Actives ได้แก่
  • สีฟ้า: Galactomyces ferment filtrate หรือ GFF ตัวนี้นางเป็นสารที่แยกได้จากน้ำเลี้ยงยีสต์สายพันธ์ Galactomyces ซึ่งมีประโยชน์ในทางเครื่องสำอางหลายๆด้าน เช่น ความชุ่มชื้น เสริมการทำงานของผิวช่วยให้ผิวแข็งแรง ควบคุมความมัน Whitening รวมไปถึงด้านความยืดหยุ่นของผิวและริ้วรอย มีรายงานการวิจัยระบุว่าสามารถเพิ่มความแข็งแรงของ Barrier ที่ผิวหนังชั้นนอก โดยไปเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ Caspase-14 ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้ในการแปรสภาพโปรตีน Filaggrin ให้กลายเป็น กรดอะมิโนที่ทำหน้าที่เป็น Natural moisturizing factor หรือ NMF เพื่อช่วยในการดักจับน้ำรักษาความชุ่มชื้นของผิว (Arch Dermatol Res. 2013; 305(8):683-9.) มีคุณสมบัติลดการสังเคราะห์ Melanin และลดสภาวะ Oxidative stress ในเซลล์ Melanocyte (J Am Acad Dermatol. 2014; 70(5)S1:AB127.)
  • สีม่วง ได้แก่
    • Niacinamide รูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
    • Hamamelis virginiana extract คือ สารสกัดจาก Witch hazel สารสกัดจาก Witch hazel มีคุณสมบัติความเป็น Astringent ช่วยกระชับรูขุมขน ควบคุมความมัน สำหรับรายงานการวิจัยมีระบุถึงฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ (J Pharm Pharmacol. 1994; 46(4):286-90.)
    • Snail secretion filtrate หรือ สารสกัดจากเมือกหอยทาก ตัวนี้ไม่ใช่เมือกหอยทากธรรมดานะคะ เป็นสารสกัดจากเมือกหอยทากสายพันธุ์ Acusta despecta ที่พบได้ในเกาหลี จีน และญี่ปุ่น นำมาเลี้ยงด้วยโสมแดง เพื่อให้ในเมือกหอยทากมีสาร Saponin จากโสมอยู่ด้วย ซึ่งจะเสริมคุณสมบัติในการลดริ้วรอยของผิว ตัววัตถุดิบนำเข้ามาจากเกาหลี วัตถุดิบนี้มีสิทธิบัตรเกาหลีรองรับ ตัวผู้ผลิตได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัคร พบว่า มีผลช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว ช่วยให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้น SLS การทดสอบในระดับหลอดทดลองพบว่ามีผลเพิ่มการแบ่งตัวของเซลล์ Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์ที่สร้าง collagen ในผิว และปกป้องเซลล์เพาะเลี้ยงไม่ให้เกิดอันตรายจาก SLS
  1. ส่วนของเนื้อหลัก หรือ Base มาในเบสแบบน้ำ ใช้ GFF เป็นเบสหลัก เสริมมาด้วยสารดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวในกลุ่มที่เรียกว่า Humectant อย่าง Butylene glycol, Propylene glycol และ Glycerin อาจนับรวมเอาสารอย่าง 1,2-Hexanediol, Caprylyl glycol และ Ethyl hexanediol ซึ่งละลายในน้ำมันเข้ามาด้วย เบสนี้ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน แอลกอฮอล์ และซิลิโคน
  2. ส่วนผสมอื่นๆ หรือ Additives ได้แก่

3.1 สารกันเสียและสารเสริมประสิทธิภาพของสารกันเสีย ได้แก่ Phenoxyethanol, Chlorphenesin และ กลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพสารกันเสียอย่าง 1,2-Hexanediol, Caprylyl glycol และ Ethyl hexanediol

 

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ วันนี้ส่วนผสมมีไม่เยอะ มี่ขอตัดรวบเป็นให้คะแนน 2 หัวข้อ คือ ด้านส่วนผสม และด้านการใช้งานค่ะ

  1. ส่วนผสม ในด้านของสารบำรุง เรียกได้ว่า อาศัยเอา GFF เป็นตัวชูโรง ซึ่งเจ้า GFF นี้มีประโยชน์ในทางเครื่องสำอางหลายๆด้าน เช่น ความชุ่มชื้น เสริมการทำงานของผิวช่วยให้ผิวแข็งแรง ควบคุมความมัน Whitening รวมไปถึงด้านความยืดหยุ่นของผิวและริ้วรอย ทางแบรนด์จัดหนักจัดเต็มมาเป็นเบสหลักแทนน้ำที่ความเข้มข้น 79% เลยทีเดียว และยังเสริมมาด้วยสารบำรุงอีกหลายชนิด อย่างเจ้า B3 ที่ใส่ลงมานี่ก็มีประโยชน์กับผิวหลายด้านเหมือนกัน โดยรวม เซรั่มนี้ก็จะมีประโยชน์กับผิวหลายประการ ตามที่มีการ Claim ข้างกล่อง ได้แก่ ชุ่มชื้น กระชับรูขุมขน ผิวขาวกระจ่างใส ชะลอวัย ลดริ้วรอย ช่วยให้ผิวนุ่ม และยังเสริมเรื่องของการลดการอักเสบและให้ความรู้สึกสบายผิว รวมถึงอาจจะมีผลดีต่อสิวด้วย ในตัวเบส ทำมาในเบสแบบน้ำ ไม่มีน้ำมัน แอลกอฮอล์และซิลิโคน และสารองค์ประกอบอื่นที่ใช้ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เนื่องจากส่วนผสมของสารบำรุงอาจจะน้อยชนิดไปหน่อย แต่ก็ถือว่าบำรุงได้ครบถ้วนตามปัญหาผิว จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน ตัวเซรั่มจะออกมาเหลวไปนิดหนึ่ง อารมณ์จะคล้ายน้ำตบ ตบแล้วเกลี่ยได้ง่าย ชุ่มชื้นผิว ไม่เหนอะหนะ ซึมไวแห้งไว หยดลงบนฝ่ามือซัก 5 หยด วอร์มๆซักหน่อยแล้วตบลงบนหน้าเบาๆ ในด้านของความชุ่มชื้นคนที่มีผิวแห้งอาจจะยังไม่พอ ต้องทามอยส์เจอไรเซอร์เสริมอีกชั้นหนึ่ง ส่วนคนที่มีผิวมันคิดว่าน่าจะจบในขวดเดียวได้ สามารถใช้ได้ทั้งเช้าทั้งเย็น ส่วนตัวมี่ใช้มาประมาณ 2 อาทิตย์ ช่วงแรกที่สัมผัสได้จะเป็นเรื่องของความชุ่มผิว ผิวนุ่มนวล ตามมาก็จะเป็นเรื่องของการแต่งหน้าได้เรียบขึ้น รองพื้นตกร่องตกรูน้อยลง ส่วนเรื่อง whitening อาจจะเพราะช่วงนี้ไม่มีจุดด่างดำ เลยยังเห็นไม่ค่อยชัดค่ะ โดยรวมถือว่าค่อนข้างชอบ ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

คะแนน in

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/InthanaSkincare/

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตัวเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม น้ำตบกาแลกโต สูตรขาวใส Scinic first treatment essence สูตร Glowpick winner 2017

สวัสดีค่ะ

เมื่อกลางเดือนที่แล้ว มี่ได้เล่าให้ฟังว่าเดี๋ยวนี้เครื่องสำอางและ Skincare ของแบรนด์ Scinic จากเกาหลีมีวางจำหน่ายแบบถูกต้องตามกฎหมายในไทยแล้ว และจะทะยอยๆเอาตัวที่น่าสนใจของเค้ามารีวิวให้ได้ชมกัน

วันนี้ขอเปิดประเดิมด้วยน้ำตบกาแลคโตสูตรขาวใสของเค้า หรือ Scinic first treatment essence กันก่อนเลยค่ะ

ตัวนี้นางเป็น Essence ที่ใช้ Galactomyces ferment filtrate ในความเข้มข้นสูงถึง 90% แล้วเสริมมาด้วยสารบำรุงอีกหลายชนิดค่ะ เดี๋ยวไว้ไปวิเคราะห์ส่วนผสมกันอีกรอบนะคะ

น้ำตบจะมีหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

ess 1

ด้านในเป็นขวดแก้วนะคะ

ess 2

ซึ่งแก้วจะมีข้อดีเหนือกว่าพลาสติกคือ ยอมให้อากาศผ่านเข้าออกได้ยากกว่า จึงจะช่วยปกป้องสารสำคัญไว้ได้ดีกว่าค่ะ

ตัวน้ำตบมาในเนื้อแบบเหลว ใส อาจจะมีกลิ่นจางๆของวัตถุดิบอยู่ เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม

ess 3

เกลี่ยง่าย ซึมไว แห้งไว ไม่เหนอะหนะ ตบสนุก ตบแล้วลงสกินแคร์อันอื่นทับได้เลย

ess 4

ในส่วนของค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

ess 5

ก่อนจะไปดูวิเคราะห์ส่วนผสม อยากบอกว่า น้ำตบตัวนี้ได้รางวัลด้วยนะคะ นางได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมประเภท essence, ampoule และ serum ต่อกัน 2 ปีซ้อน

และได้รับรางวัล Glowpick 2017

พร้อมทั้งได้ตรา KFDA ด้าน Whitening และ Antiaging ค่ะ

ทางแบรนด์ยังบอกว่า นางเป็น Bestselling product บนเว็บ Naver และ ติดอันดับ 1 ในด้านยอดขายและการซื้อซ้ำในเกาหลีค่ะ

sci naver.jpg

ทางแบรนด์เคลมเรื่องของผลลัพธ์ 10 ประการ ใน 10 วัน ได้แก่

  • ผิวขาวกระจ่างใส เปล่งประกายออร่า
  • ผิวนุ่มชุ่มชื้น แต่งหน้าติดทน
  • ผิวกระชับเต่งตึง มีความยืดหยุ่น
  • ปลอบประโลมผิวที่อักเสบ แดง และยังเป็นเกราะป้องกันผิวจากแสงแดดหรือมลภาวะต่างๆ
  • เพิ่มความฉ่ำวาวให้ผิวสวยสุขภาพดีมีมิติ
  • ลดเลือนริ้วรอยร่องแก้ม หน้าผาก รอบดวงตา
  • ผิวเรียบเนียนดูอ่อนเยาว์
  • ผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วอย่างอ่อนโยน
  • เติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวที่ขาดน้ำ ต้นเหตุจองผิวแก่กว่าวัย
  • รูขุมขนกระชับ ผิวละเอียดเรียบเนียนดุจกระเบื้องเคลือบ

 

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส scinic

จากส่วนผสมวันนี้มี่ทำสีสารบำรุงไว้สองสีค่ะ

เริ่มจากสีฟ้า พระเอกของเรา Galactomyces ferment filtrate เป็นสารที่ได้จากการเลี้ยงยีสต์ Galactomyces ค่ะ

มีรายงานการวิจัยระบุว่าสามารถเพิ่มความแข็งแรงของ Barrier ที่ผิวหนังชั้นนอก โดยไปเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ Caspase-14 ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้ในการแปรสภาพโปรตีน Filaggrin ให้กลายเป็น กรดอะมิโนที่ทำหน้าที่เป็น Natural moisturizing factor หรือ NMF เพื่อช่วยในการดักจับน้ำรักษาความชุ่มชื้นของผิว (Arch Dermatol Res. 2013; 305(8):683-9.) มีคุณสมบัติลดการสังเคราะห์เม็ดสีผิว Melanin (J Am Acad Dermatol. 2014; 70(5)S1:AB127.)

พูดง่ายๆคือ เป็นตัวช่วยให้ผิวแข็งแรง อุ้มน้ำได้ดีขึ้น และเป็น Whitening ได้

 

ส่วนสีเขียว เป็นสารบำรุงอื่นๆที่เสริมเข้ามา มีอยู่ 6 ตัว ได้แก่

  • Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 อันนี้เราพูดถึงกันบ่อยมาก นางมีประโยชน์มากมายทั้ง เสริมการสังเคราะห์ไขมันทีเป็น Barrier ผิว ทั้งเป็น Whitening ผ่านการขัดขวางการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปข้างนอก และลดการอักเสบและระคายเคืองของผิว รวมไปถึงด้านสิวด้วย
  • Adenosine มีประโยชน์ในการชะลอวัย ลดริ้วรอย
  • สารสกัดจากราสเบอร์รี่ ประกอบด้วยน้ำตาล และวิตามินต่างๆ มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
  • กลุ่มสารบำรุงที่ม่ีประโยชน์ในการลดการอักเสบและระคายเคือง ได้แก่ สารสกัดจากชะเอม Purslane และน้ำทะเล

 

ในภาพรวมคือ สารบำรุงที่จัดมา เน้นไปที่ด้านของการช่วยให้ผิวแข็งแรง ชุ่มชื้น เก็บกักน้ำได้ดีขึ้น ลดการอักเสบและระคายเคือง รวมไปถึงด้าน Whitening และริ้วรอย

ส่วนตัวเบสเป็นแบบน้ำ ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ซิลิโคน และแอลกอฮอล์

ไม่มีน้ำหอม พาราเบน และสีสังเคราะห์

 

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ สำหรับวันนี้ส่วนผสมค่อนข้างน้อย เลยขอให้คะแนนเป็น 2 หัวข้อใหญ่ๆ คือ ส่วนผสม และการใช้งานนะคะ

  1. ส่วนผสม เป็นน้ำตบที่มาในเบส GFF ในความเข้มข้น 90% ซึ่ง GFF มีประโยชน์ในการช่วยให้ผิวแข็งแรง ชุ่มชื้น และ Whitening เสริมมาด้วยสารบำรุงอื่นๆ เน้นไปที่ด้านของการช่วยให้ผิวแข็งแรง ชุ่มชื้น เก็บกักน้ำได้ดีขึ้น ลดการอักเสบและระคายเคือง รวมไปถึงด้าน Whitening และริ้วรอย ในตัวเบสมีส่วนผสมของสารที่ช่วยดักจับน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน ตัวน้ำตบจะค่อนข้างเหลว ถ้าเทใส่มือแล้วตบเลยโดยตรงอาจจะเลอะเทอะได้นิดหน่อย ต้องกะปริมาณดีๆ ในด้านของความชุ่มชื้น ส่วนตัวมี่ผิวแห้งอาจจะต้องหา Moisturizer อื่นๆมาทับอีกชั้นหนึ่ง ถึงจะเพียงพอ ส่วนคุณสมบัติ 10 ประการ ตามที่แบรนด์เคลม หลังจากที่มี่ลองมาเกือบๆ 2 อาทิตย์ ถือว่า ได้ไป 8 จาก 10 ข้อ จะติดก็เรื่องริ้วรอย กับ Whitening จุดด่างดำ ซึ่งช่วงนี้เราไม่ค่อยมีอยู่แล้ว เลยเห็นไม่ค่อยชัด ส่วนด้านชุ่มชื้น นุ่มฟู เต่งตึง นี่ถือว่าปลื้มปริ่มมากค่ะ ขอให้ไป 4 ฟลาสก์

 

คะแนน ess

นางมาในขนาด 150 ml ราคา 1090 บาท ตกเป็น 7.27 บาท/ ml ที่สำคัญช่วงเดือนมีนาคม 2561 นี้ นางจัดโปร ชิ้นที่สองบาทเดียวอยู่ที่ Watsons นะคะ ถ้าซื้อโปรชิ้นที่ 2 บาทเดียว จะตกที่ 3.64 บาท/ml ถือว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว

watson

(Image from Watsons Thailand)

 

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Scinic ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ Scinic โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/SCINICThailand/

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Scinic การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ