รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัมน้ำแร่ไวท์เทนนิ่ง Sho original Expert whitening complex serum

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัมน้ำแร่ไวท์เทนนิ่ง Sho original Expert whitening complex serum

วันนี้มี่แวะเอารีวิวเซรัมน้ำแร่ที่น่าสนใจมารีวิววิเคราะห์ส่วนผสมให้ชมกันค่ะ

 

ผลิตภัณฑ์วันนี้คือ Sho original Expert whitening complex serum ค่ะ

 

sho 1

 

ในสเตปการเปิดขวดจะต้องหมุนฝามา 1 กึ๊กก่อน แล้วหัวปั๊มก็จะเด้งออกมาค่ะ

 

sho 2

 

ตัวเซรัมนั้นเป็นเนื้อกึ่งๆน้ำนม มีกลิ่นหอม

 

sho 3

 

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความชุ่มชื้นผิวดี ซึมไวไม่เหนอะหนะ

 

sho 4

 

วัดค่า pH กันซักหน่อยนะคะ

 

sho 5

 

ค่า pH อยู่ที่ประมาณ 4 – 5 ซึ่งเป็นช่วงที่สารหลายๆตัวมีความคงตัวดีค่ะ

 

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

 

สผส sho

 

ที่ข้างกล่องจะเห็นว่าทางแบรนด์ Claim ไว้ 7 ด้านด้วยกันค่ะ เรามาวิเคราะห์กันดีกว่าค่ะ

sho claim

 

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

  1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
  2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวอุ้มและเก็บสารออกฤทธิ์ไว้
  3. Additives หรือ ส่วนของสารปรุงแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

 

มาดูไปทีละกลุ่มเลยนะคะ

 

  1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ ได้แก่
  • N-acetyl glucosamine เป็นสารอนุพันธ์ของน้ำตาล เป็นองค์ประกอบของ Hyaluronic acid มีขนาดที่เล็กสามารถดูดซึมได้ เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังโดยดูดน้ำเข้าหาตัว มีรายงานการวิจัยกล่าวว่าสามารถควบคุมการผลัดเซลล์ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น (Int J Cosmet Sci. 2010;32(3):234.) กระตุ้นการสังเคราะห์ Collagen และ Hyaluronic acid ในผิว ช่วยชะลอการแก่ตัวของเซลล์ Fibroblast (Int J Cosmet Sci. 2013;35(5):472-6.) เมื่อใช้ร่วมกับ Niacinamide จะให้ผลลดจุดด่างดำได้ดีขึ้น (Br J Dermatol. 2010;162(2):435-41.)
  • Niacinamide รูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261) มีการทดสอบเชิงคลินิกพบว่า Niacinamide ที่ความเข้มข้น 4% มีประสิทธิภาพเทียบเท่า Clindamycin ในการรักษาสิว (Int J Dermatol. 2013;52(8):999-1004.)
  • Ascorbyl tetraisopalmitate ตัวนี้เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินซี มีความเป็นกรดต่ำ ซึมเข้าผิวดี ออกฤทธิ์ได้เนิ่นนาน นอกจากไปลดการสร้างเม็ดสีก็ยังเป็น Antioxidant และเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการสังเคราะห์คอลลาเจน
  • Gluconolactone อนุพันธ์ของน้ำตาล มีคุณสมบัติเป็น Multifunctional agent เป็นได้ทั้ง Additives ช่วยจับโลหะ เป็นสารระงับเชื้อจุลินทรีย์ และเป็น Active ingredients โดยช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เป็นสารในกลุ่ม Polyhydroxy acid (PHA) ให้คุณสมบัติการผลัดผิว (Exfoliant) คล้าย AHA แต่อ่อนโยน ระคายเคืองน้อยกว่า มีรายงานวิจัยสนับสนุนว่าการผลัดผิวของ PHA สามารถเพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่มความแข็งแรงของ Barrier ผิวหนัง และมีคุณสมบัติเป็น Antioxidant รวมทั้งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสารออกฤทธิ์ชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินเอ และไฮโดรควิโนนได้ดี ( 2004; 73(2 Suppl):3-13.) มีรายงานว่าสามารถเพิ่มผลการปกป้องรังสี UV ที่ผิวหนังได้ถึง 50% (Dermatol Surg. 2004; 30(2 Pt 1):189-95) การศึกษาทางคลินิกพบว่า Gluconolactone สามารถรักษาสิวได้เทียบเท่า Benzoyl peroxide ซึ่งเป็นยา แต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า (Australas J Dermatol. 1992; 33(3):131-4.)
  • Carnitine กรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่มีบทบาทในการ Metabolism ของไขมัน มีคุณสมบัติเป็น Moisturizer โดยการดึงน้ำเข้าหาตัว มีคุณสมบัติผลัดเซลล์ผิว (Exfoliation) นอกจากนี้ยังให้ผลเป็น Antioxidang และ Anti-inflammatory มีงานวิจัยกล่าวว่าการทา L-carnitine จะมีผลไปกระตุ้นให้เกิดกระบวนการ Beta-oxidation ของไขมันในเซลล์ Sebocyte ทำให้ไขมันลดลง ให้ผลควบคุมความมันของผิวหนัง (J Cosmet Dermatol. 2012; 11(1):30-6.)
  • Fomes officinalis extract เป็นสารสกัดจากเห็ดชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติช่วยควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว การทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดในอาสาสมัครซึ่งจัดโดยบริษัทผลิตวัตถุดิบ กล่าวว่าให้ผลกระชับรูขุมขนได้ในทันทีที่ทา และผลที่ได้ดีกว่า Witch hazel กับ Zinc (Technical data sheet: Laboratoires Serobiologiques)
  • Aloe barbadensis leaf juice powder ส่วนของวุ้นว่านหางจรเข้ที่ผ่านกรรมวิธีจนได้ในรูปแบบผง มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว
  • Lecithin สารในกลุ่ม Phospholipids ที่เป็นองค์ประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ผิว มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ทดแทนไขมันในผิวหนัง อาจจะใช้เป็นตัวสร้าง Liposome ซึ่งเป็นระบบนำส่งสารเข้าผิวรูปแบบหนึ่งได้
  • Tocopheryl acetate สารอนุพันธ์ของวิตามินอี มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant แต่ส่วนมากมักจะให้ประโยชน์ปกป้องสารในผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสื่อมสภาพเพราะอากาศ
  • Allantoin สารที่พบในรากคอมเฟรย์ มีประโยชน์ช่วยลดการแพ้ ลดการระคายเคือง และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง มีรายงานการวิจัยสนับสนุนเรื่องคุณสมบัติในการช่วยสมานแผล (Acta Cir Bras. 2010;25(5):460-6.)
  • 4-Butylresorcinol ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ทำให้เมลานินถูกสร้างมาน้อยลง ผิวขาวขึ้น การทดสอบในอาสาสมัครที่เป็นฝ้ากับครีมที่มีส่วนผสมของสารนี้ 1% เป็นเวลา 6-8 สัปดาห์ พบว่ารอยฝ้าจางลง และมีผลข้างเคียงน้อยมาก (Ann Dermatol. 2010; 22(1): 21–25.)
  • Sodium hyaluronate มีบทบาทเกี่ยวกับความชุ่มชื้นของผิวหนัง
  1. Base ส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็นส่วนของน้ำ และน้ำมัน

2.1 โดยส่วนของน้ำ คือ น้ำแร่ ว่ากันว่า ทางแบรนด์ใช้น้ำแร่จากเมือง Yangpyeong ของเกาหลี ซึ่งเป็นเมืองที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ น้ำที่นี่ก็จะสะอาด อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆที่มีประโยชน์กับผิว

ถึงแม้ว่าเรื่องประโยชน์ของน้ำแร่กับผิวนั้นยังไม่มีผู้ใดศึกษาไว้อย่างแน่ชัด แต่องค์ประกอบของแร่ธาตุที่อยู่ในน้ำแร่นั้นก็พอมีรายงานอยู่บ้าง เช่น Calcium จำเป็นต่อกระบวนการทำงานของผิว และความแข็งแรงของเซลล์ผิว Zinc เป็นองค์ประกอบของเอนไซม์หลายๆชนิดในผิว และมีคุณสมบัติควบคุมความมัน และสมานผิว เป็นต้น กับสารดูดน้ำให้ผิวอย่าง Propylene glycol

2.2 ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ น้ำมัน Jojoba ที่มีคุณสมบัติบางเบา ซึมผิวไว ไม่เหนอะหนะ

  1. Additives กลุ่มของสารปรุงแต่ง ได้แก่
    • สารเพิ่มความหนืด มี Sodium acrylates copolymer กับ Xanthan gum เป็นตัวเพิ่มความหนืด
    • Preservatives ได้แก่ สารจับโลหะ EDTA กับสารกันเสีย Chlorphenesin กับ Methylisothiazolinone
    • สารแต่งกลิ่น (Fragrance)

 

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. Actives สารที่ใช้ให้คุณสมบัติในการบำรุงผิวได้รอบด้าน ทั้ง Whitening moisturizer anti-aging และช่วยเรื่องความมัน กับรูขุมขน โดยรวมถือว่าค่อนข้างครบถ้วนและตรงตาม Claim จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base ในส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์นั้น ใช้น้ำแร่ล้วนๆ ไม่มีน้ำ เสริมมาด้วยสารดูดน้ำให้ผิว และสารไขมันเพิ่มคามชุ่มชื้น ซึ่งไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ แต่ยังขาดในส่วนของสารที่จะเคลือบผิวรักษาความชุ่มชื้นไว้ ถึงจะไม่มีก็มีข้อดีนะคะ คือ ถ้าไม่มีเนื้อครีมจะไม่เหนอะหนะค่ะ แต่จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์นะคะ
  3. Additives สารปรุงแต่งอื่นๆ มีเพียงสารเพิ่มความหนืด น้ำหอม และสารกันเสีย เท่านั้น ซึ่งถือว่าเลือกใส่มาเท่าที่จำเป็น ไม่มี Parabens ไม่มี Silicone และไม่มี Surfactant ใดๆ จึงไม่มีจุดให้หักคะแนน ได้ไป 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบที่คอนเซปท์เรื่องน้ำแร่ และแพคเกจที่ช่วยลดการปนเปื้อน และไม่เกะกะเลอะเทอะ ในส่วนของเนื้อสัมผัสก็ค่อนข้างบางเบา แต่ชุ่มชื้นผิวดี จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน sho

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

FB , IG , twitter : SHOskincare

https://www.facebook.com/SHOskincare/

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Sho ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Sho

รีวิววิเคราะห์ แผ่นแปะสิว Hydrocolloid จาก Mia care สูตร Day และ Night

รีวิววิเคราะห์ แผ่นแปะสิว Hydrocolloid จาก Mia care สูตร Day และ Night

วันนี้มี่จะแวะมารีวิวแผ่นแปะสิว Hydrocolloid จากแบรนด์ Miacare (ไมย์แคร์) ให้ชมกันค่ะ

ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของทาง BenQ ชื่อดังที่ผลิตคอมพิวเตอร์นั่นเองค่ะ

mia 1

 

ในไทยนำเข้าโดยบริษัทยูนิ-เพรสซิเดนท์ เจ้าเดียวกับที่นำเข้ามาสค์ My beauty diary ตัวดังจากไต้หวันนั่นเอง

 

สูตรที่มี่ได้มา มี 3 แบบนะคะ

แบบกล่องชมพู เป็นสูตรกลางวัน แบบกล่องฟ้า เป็นสูตรกลางคืน และแบบกล่องม่วง เป็นแบบทั้งกลางวันกลางคืนค่ะ

 

ก่อนจะไปรีวิว อยากเมาท์มอยสาระเรื่อง Hydrocolloid กันซักหน่อยนะคะ

 

คำว่า Colloid หมายถึงระบบการกระจายตัวรูปแบบหนึ่งที่มีของแข็งขนาดเล็กๆ กระจายอยู่ในของเหลว

 

ส่วน Hydrocolloid ก็เป็นคำที่สื่อว่า Colloid นี้อยู่ในน้ำค่ะ

ลักษณะก็ประมาณรูปนี้ค่ะ

hydrocolloid

ซึ่งเจ้าอนุภาคของแข็งขนาดเล็กๆนี้ มีความสามารถในการดูดซับของเหลวไว้ได้ในตัวมันเอง ประกอบกับความเล็ก ทำให้มีพื้นที่ผิวมากมายไว้คอยดูดซับ ก็จะช่วยดูดซับของเหลวจากตัวสิวไว้ได้ดีค่ะ

 

ช่วงนี้หน้าหนาวเลยไม่ค่อยมีสิว ขอรีวิวให้ดูบนแขนแทนนะคะ

เริ่มจากสูตร Day กล่องสีชมพูค่ะ

 

mia 3

กล่องหนึ่งจะมี 12 หลุม Sealed มาแบบดิบดี ประหนึ่งผ่าน Sterile มา

 

ตัวแผ่นจะค่อนข้างบาง แนบสนิทไปกับผิว แต่งหน้าทับได้ค่ะ

 

 

ส่วนตัว Night มาในกล่องสีฟ้านะคะ

 

mia 7

ตัวนี้กล่องหนึ่งก็มี 12 หลุม เช่นกันค่ะ ลักษณะแผ่นจะค่อนข้างหนากว่า ช่วยเพิ่มความสามารถในการดูดซับ

 

 

ในส่วนของประสิทธิภาพในการซับสิว มี่เคยเอามาแปะสิวที่อักเสบมีหนองอยู่ครั้งหนึ่ง ก็ดูดซับออกมาได้พอควรนะคะ เพียงแต่ถ้าอักเสบมาก อาจจะต้องเปลี่ยนแผ่นระหว่างวันค่ะ ส่วนตัวค่อนข้างชอบนะคะ

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ Miacare

Beauty News: เครื่องสำอางไลน์ผักจาก Innisfree เกาหลี

Beauty News: เครื่องสำอางไลน์ผักจาก Innisfree เกาหลี

ใจจริงก็อยากสวมรอยเป็นนักข่าว เขียน Beauty News มานานแล้วเหมือนกัน

 

ไหนๆก็ว่างๆ ขอจัดซักหน่อยค่ะ

 

Beauty News วันนี้ว่าด้วยเรื่องเครื่องสำอางผักค่ะ

 

กระแสของการใช้ผักในเครื่องสำอางนี่เค้ามาแรงมากกกกกกกกกก นะคะ แต่บ้านเรายังไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่

 

น่าจะเปิดตัวด้วย Nature republic ที่ทำ Product ผักออกมาหลายๆตัวอยู่

 

ตอนนี้มาถึงคอนเซปท์ผักจาก Innisfree บ้างแล้วค่ะ

 

ผัก-1

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

มีคอนเซปท์สวยๆว่า “Super food from Jeju”

 

แน่นอนว่าพอได้ยินคำว่า Jeju ปุ๊บ มี่ก็ไม่คิดอะไรละค่ะ ใจเอนเอียงไปมากกว่า 90%

 

ในไลน์นี้เลือกผัก/ผลไม้/ธัญพืชมาอยู่หลายตัวค่ะ ได้แก่

  1. Blueberry
  2. Kale (คะน้า)
  3. Broccoli
  4. Oat
  5. Red beet

 

แต่ละ Super foods ก็จะมี Product ต่างๆค่ะ มาดูไปทีละอาหารเลยนะคะ

 

ตัวแรก Blueberry นางใช้คอนเซปท์ว่า Rebalancing ค่ะ

 

เดาว่า เหมือนเป็นการปรับสภาพผิวให้คืนสู่สภาวะสมดุลนะคะ

 

จริงๆ Blueberry เองนี่เค้าก็จะมีพวก Anthocyanin ที่เป็น Antioxidant ดีมาก แต่เราไม่รู้ว่ามาอยู่ในขวดแล้วจะคงตัวอยู่ไหม เพราะสารกลุ่มนี้ความคงตัวค่อนข้างต่ำค่ะ แต่ที่ได้แน่นอนคือวิตามิน และน้ำตาล

 

ในไลน์นี้ ทำ Skin (เครื่องสำอางเกาหลี เทียบเท่า Essence, lotion น้ำญี่ปุ่น) และ Cream ค่ะ

 

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

 

ตัวที่สองเป็นคะน้าค่ะ

คะน้าใช้คอนเซปท์เรื่อง Anti-oxidant

ซึ่งคะน้าเองเค้าก็จะมีพวก Antioxidant อยู่จริงค่ะ

 

ในไลน์นี้ทำออกมา 3 ผลิตภัณฑ์ค่ะ คือ Skin, Lotion และ Cream

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

 

ตัวที่สามเป็น Broccoli ค่ะ

นางใช้คอนเซปท์เรื่อง Clearing เดาว่าเป็นตัวทำความสะอาดนะคะ เพราะผลิตภัณฑ์ที่นางทำออกมาก็คือกลุ่มทำความสะอาดค่ะ

 

แต่จริงๆแล้ว Broccoli เองก็เด่นเรื่อง Antioxidant เช่นกันค่ะ

 

ในไลน์นี้มี Toner กับ Lotion ค่ะ

 

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

 

ไลน์ที่ 4 เป็นข้าวโอ้ตนะคะ

มาด้วยคอนเซปท์ Mild moisture เดาๆว่าน่าจะเป็นแบบเพิ่มความชุ่มชื้น อ่อนโยน สำหรับคนเซ้นสิจนน่าถีบ เอ้ย Sensitive

 

จริงๆแล้ว Oat นี่งานวิจัยเกี่ยวกับการลดการแพ้ การระคายเคือง ลดการอักเสบในผิวเยอะมากกกกกกกกกกกกก และยังเป็น Antioxidant ด้วยค่ะ

 

โดยรวมคือมี่ว่า Oat ดีงามสุด ดูแพง ดู Organic ดูเลอค่า

 

ในส่วนของไลน์ Oat ทำออกมาเป็น Skin, Lotion และ Cream

 

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

 

ไลน์สุดท้ายมาจาก Red beet ค่ะ หรือบีทรูทนั่นเอง

มาด้วยคอนเซปท์ White-toning ค่ะ

 

ในบีทรูทนี่ก็คงไม่ต้องพูดถึง เพราะนางโดนยกให้เป็นอาหารสุขภาพลำดับต้นๆไปซะแล้วค่ะ นางมีพวก Anthocyanin เยอะมาก เป็น Antioxidant ที่ดี และช่วยเรื่องผิวขาวได้ด้วยค่ะ แต่ปัญหาคงเป็นเรื่องความคงตัวเช่นกันค่ะ

ในไลน์นี้ทำออกมาเป็น Lotion กับ Skin ค่ะ

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

 

คือยังไม่ทราบส่วนผสมนะคะเลยยังวิเคราะห์ละเอียดไม่ได้

 

ถ้าเอาอารมณ์คนผิวแห้งแบบมี่ตั้ง มี่ว่า Oat กับ คะน้า น่าสนใจนะคะ

 

ถ้าอยากได้ขาว ก็หันไปทาง Blueberry กับ Red beet

 

ส่วนผิวมันก็ Broccoli ค่ะ

 

ใครไปเกาหลีอย่าลืมถ่ายรูปส่วนผสมมาฝากน๊าาา พบกันใหม่โอกาสหน้าค่ะ สวัสดีค่ะ

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมจัดเต็ม มอยส์เจอไรเซอร์คุมสิว Acne away face moisturizing cream จากแบรนด์ Skin Will

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมจัดเต็ม มอยส์เจอไรเซอร์คุมสิว Acne away face moisturizing cream จากแบรนด์ Skin Will

วันนี้มี่แวะเอารีวิวเครื่องสำอางคุณภาพฝีมือคนไทยที่อัดแน่นด้วยส่วนผสมเลอค่ามาฝากกันค่ะ

คราวแล้วเราดูรีวิวตัว Vit c ของแบรนด์นี้ไป วันนี้เรามาดูตัว acne กันบ้างนะคะ ส่วนตัวมี่ว่าโอเคเลยหล่ะ

นั่นก็คือ Acne away face moisturizing cream จาก Skin Will เจ้าเก่าค่ะ

หน้าตาคล้ายๆกันค่ะ แต่ตัว Acne วันนี้จะเป็นหลอดสีฟ้า นะคะ

acne 2

 

ข้างในเป็นหลอดแบบมีจุดกดคล้ายตัว Vit C ค่ะ

 

acne 4

 

ในส่วนของเนื้อครีม เป็นครีมสีขาวค่ะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆบางๆแนวๆสมุนไพร

 

acne 6

 

ตัวครีมจะเกลี่ยค่อนข้างง่าย ชุ่มชื้นผิวค่อนข้างมาก ซึมไวปานกลางค่ะ แต่ก็ไม่ถึงกับมันหรือเหนอะหนะนะคะ

 

acne 6

 

วัด pH กันเล็กน้อย

 

acne 7

 

เหมือนเนื้อครีมมันไปเคลือกระดาษอยู่เลยอ่านยากนิดนึง
pH น่าจะอยู่ที่ประมาณ 5 ค่ะ ใกล้เคียงกับผิวดี

ก่อนจะไปดูส่วนผสมอยากบอกว่า เขาเน้น Claiming เรื่องของความเข้มข้นของส่วนผสมเช่นกันค่ะ
โดยใช้ Nicotinamide 5%, Sodium ascorbyl phosphate 5% และ Oligopeptide-10 3% เรียกได้ว่าใส่มาเต็ม max เลยทีเดียว

มาถึงส่วนผสมกันบ้างนะคะ

 

สผส

 

ปกติเราจะแบ่งส่วนประกอบของเครื่องสำอางเป็น 3 ส่วนหลักๆค่ะ ได้แก่

  1. สารออกฤทธิ์ หรือ Active ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษในการบำรุงผิว
  2. เนื้อหลัก หรือ Base เป็นส่วนเนื้อหลักที่โอบอุ้ม Active และเป็นตัวพา Active ไปหาผิว
  3. สารเติมแต่ง หรือ Additives ใส่เข้ามาเพื่อความน่าใช้ สวยงาม ปลอดภัย ฯลฯ

 

คุณสมบัติของสารต่างๆแยกตามหน้าที่

  1. กลุ่มสารออกฤทธิ์ ได้แก่
  • Nicotinamide เป็นชื่อพ้องของ Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261) มีการทดสอบเชิงคลินิกพบว่า Niacinamide ที่ความเข้มข้น 4% มีประสิทธิภาพเทียบเท่า Clindamycin ในการรักษาสิว (Int J Dermatol. 2013;52(8):999-1004.)
  • Sodium ascorbyl phosphate เป็นรูปแบบที่ละลายได้ในน้ำของวิตามินซี มีความคงตัวสูง มีประโยชน์เป็น Antioxidant, Whitening และเป็นส่วนประกอบในการสร้างคอลลาเจนของผิว
  • Boswellia serrata extract สารสกัดจากพืชชนิดหนึ่ง มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติในการลดการอักเสบอยู่ค่อนข้างมาก (Indian J Pharm Sci. 2011;73(3): 255–261.) มีการศึกษาเกี่ยวกับครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดนี้ว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอในการลดอาการอักเสบของคนไข้ Eczema และโรค Psoriasis ได้ดี (Clin Cosmet Investig Dermatol. 2014;7:321-7.) และยังช่วยลดริ้วรอยก่อนวัยได้ (Dermatol Ther. 2010;23 Suppl 1:S28-32.)
  • Honey extract ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
  • Oligopeptide-10 เปปไทด์จากพืชที่มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ เมื่อใช้ร่วมกับ Salicylic acid จะได้ประสิทธิภาพสูงขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องใช้ Salicylic acid ในความเข้มข้นสูง ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าใช้ Salicylic acid แค่เพียง 5% ก็ได้ประสิทธิภาพเพียงพอในการดูแลสิวแล้ว
  • Melaleuca alternifolia leaf oil น้ำมันหอมระเหยจาก Tea tree มีงานวิจัยค่อนข้างมากกล่าวถึงคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย รา และยีสต์หลายสายพันธ์ และมีประสิทธิภาพในการนำมาใช้ทาภายนอก
  • Camellia sinensis leaf extract สารสกัดจากชาเขียว มีรายงานวิจัยอยู่ค่อนข้างมาก เช่น เป็น antioxidant เป็น Moisturizer ลดริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว (Dermatol Ther. 2013;26(3):267-71.) และยังมีรายงานถึงคุณสมบัติในการสมานแผล (Evid Based Complement Alternat Med. 2013;2013:386734.) ในชาเขียวยังมีสารประกอบกลุ่ม Polyphenol หลายชนิดที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพหลายๆประการ
  • Aspathalus linerais extract สารสกัดจากชา Rooibos มีรายงานวิจัยกล่าวถึงคุณสมบัติในการเป็น antioxidant (Tradit Complement Med. 2015;5(3):174-8.) ต้านการอักเสบ ( 2015;38(4):1502-16.) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุถึงคุณสมบัติในการลดอักเสบ antioxidant ฆ่าเชื้อก่อสิว และช่วยให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect)
  • Salicylic acid เป็น BHA ช่วยสลายการอุดตัน และลดการอักเสบ
  • Poria cocos extract สารสกัดจากเห็ด Poria มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์การต้านการอักเสบ และสมานผิวที่เสียหาย (Skin Res Technol. 2006; 12(4):223-7.) มีรายงานถึงคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและรา นอกนั้นมีแต่รายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านมะเร็ง ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า เป็น Moisturizer, Astringent (กระชับรูขุมขน)
  1. กลุ่มเนื้อหลัก เป็นเนื้อครีมประกอบด้วยน้ำกับน้ำมัน ดังนี้
    • ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ, Butylene glycol และ Alcohol
    • ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ Oryza sativa bran oil คือ น้ำมันรำข้าว, Glyceryl monostearate, Cetyl alcohol, Glyceryl stearate, Mineral oil, C13-14 isoparaffin, Stearic acid, Shea butter
  2. กลุ่มสารเติมแต่ง ได้แก่
    • Cyclodextrin สารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ที่โครงสร้างเป็นโมเลกุลน้ำตาลกลูโคสมาจับกันเป็นวง สามารถใช้เป็นตัวนำพา (Carrier) สารต่างๆเข้าสู่ผิว หรือใช้เก็บกักห่อหุ้มสารสำคัญต่างๆไม่ให้ถูกทำลายจากสิ่งแวดล้อม และช่วยเพิ่มการละลายของสารบางชนิดได้
    • สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Dimethylacrylamide/acrylic acid/Polystyrene ethyl methacrylate copolymer ร่วมกับ Polyacrylamide และ Xanthan gum
    • สารทำครีม หรือ Emulsifier ได้แก่ PEG-100 stearate กับ Laureth-7
    • สารจับโลหะ คือ EDTA
    • สารกันเสีย คือ Phenoxyethanol

 

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. สารออกฤทธิ์ ถึงแม้ว่าเคลมหลักของผลิตภัณฑ์จะเป็นเรื่องการดูแลสิว แต่ความจริงแล้ว ถือว่ามีหลายๆอย่างเสริมเข้ามา ไม่ใช่แค่ฆ่าเชื้อสิวเพียงอย่างเดียว เช่น ช่วยให้ผิวแข็งแรง เป็น Antioxidant ช่วยชะลอวัย ช่วยเรื่องลดการอักเสบ รอยดำ รอยแดง ยังมีการเลือกใช้ Oligopeptide-10 ที่มาเสริมฤทธิ์กับ BHA ทำให้ไม่ต้องใช้ BHA ที่ความเข้มข้นสูงๆอันจะเสี่ยงต่อความระคายเคืองได้อีก จุดนี้เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์ ในส่วนของน้ำ มี Butylene glycol เป็นตัวเติมน้ำ มี Alcohol ติดมาในลำดับกลางๆ คือ Alcohol นี้ไม่ได้ฆ่าเชื้อเหมือนที่หลายๆคนเข้าใจ แต่มีส่วนเป็นตัวทำละลายในส่วนผสม และให้สัมผัสที่ดี ถึงแม้ว่า Alcohol จะทำให้หลายๆคนไม่สบายผิวได้ แต่ส่วนใหญ่คนผิวมันก็ไม่ค่อยมีปัญหากับ Alcohol หรือเปล่า ในส่วนของน้ำมัน มีส่วนของน้ำมันเคลือบปกป้องผิว และน้ำมันที่ซึมเข้าผิวได้ ถือว่าค่อนข้างครบถ้วน แต่ขอหักคะแนนของ Alcohol ไป เลยขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. ส่วนสารอื่นๆ ไม่มีตัวไหนเป็นพิษเป็นภัยอะไรกับผิว ตัวนี้ไม่มี Emulsifier ที่รุนแรง ไม่มีน้ำหอม ก็ไม่รู้จะหักคะแนนกับอะไร เลยได้ไป 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบเนื้อนะคะ เพราะมี่ผิวแห้ง แต่ก็มีสิวขึ้นบ้าง นานๆที พอได้ใช้ก็คือรู้สึกว่าชุ่มชื้นดีอยู่ค่ะ น่าจะกำลังเหมาะกับช่วงนี้เลยค่ะ เพราะอากาศเริ่มแห้งแล้ว เป็นอีกทางเลือกในการเพิ่มความชุ่มชื้นในหน้าหนาวแบบไม่ไปรบกวนสิว แต่ถ้าจะมาหวังผลแบบรวดเร็วทันใจแบบยาแต้มสิว ก็จะขอแนะนำให้ไปใช้ยาตามแพทย์แนะนำดีกว่านะคะ โดยรวมถือว่าค่อนข้างพอใจค่ะ ให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Skin will ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ ขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามอ่านมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ Skin Will เลยค่ะ

Facebook fanpage: https://www.facebook.com/SKINWILL/

Website: http://www.skinwill.com/store/

 

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Skin Will

Review Enchantress Concentrated Niacinamide 4% Solution for all concerns by Matheenan

Review Enchantress Concentrated Niacinamide 4% Solution for all concerns by Matheenan

วันนี้มี่แวะเอาซีรัม niacinamide หรือ วิตามินบี 3 มารีวิวให้ชมกันค่ะ

ผลิตภัณฑ์มีชื่อเต็มๆว่า Enchantress Concentrated Niacinamide 4% Solution for all concerns by Matheenan

บรรจุมาในแพคเกจน่ารักกุ๊กกิ๊กดูมีเสน่ห์ค่ะ

IMG_0039-re

ในส่วนของคำเคลมของแบรนด์เป็นดังนี้ค่ะ

IMG_0040-re1

ฝั่งซ้ายบอกว่าเป็นสูตรอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีสี ไม่มี Formaldehydes SLS, SLES ปรอท สเตียรอยด์ พาราเบน ไฮโดรควิโนน DMDM hydantoin

ส่วนฝั่งขวาเป็นส่วนผสมสำคัญที่ใช้ค่ะ

ตัวซีรัมมาในหลอดพลาสติกเนื้อหนา ฝาเป็นสีเงินค่ะ

IMG_0041-re

ตัวเนื้อซีรัมเป็นเนื้อใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น

tex 2

เกลี่ยค่อนข้างง่าย ซึมไว แห้งไว ไม่ทิ้งคราบเหนอะหนะใดๆไว้บนผิวเลยค่ะ

tex 1-re

วัดค่า pH กันดีกว่าค่ะ

IMG_2213-re

น่าจะอยู่ที่ราวๆ 4-5 นะคะ เป็นค่า pH ที่ทำให้สารออกฤทธิ์ในนี้มีความคงตัวสูงสุด และออกฤทธิ์ได้ดีสุดค่ะ

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

ส่วนผสม

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

1.Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ

2.Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวอุ้มและเก็บสารออกฤทธิ์ไว้

3.Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

ในส่วนของสารออกฤทธิ์ มีอยู่ 5 กลุ่มหลักๆ เพราะสารบางตัวมีคุณสมบัติได้หลายอย่างจึงอาจจะเจอหลายฤทธิ์ ได้แก่

1.สารเพิ่มความชุ่มชื้น ได้แก่ Beta-glucan ตัวนี้ยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ผิวแข็งแรงได้ด้วย, Hyaluronic acid, Niacinamide มีส่วนเพิ่มความชุ่มชื้นโดยไปเพิ่ม Barrier ผิว

2.Whitening ได้แก่ Niacinamide, 3-O Ethyl ascorbyl ether, Glutathione, Alpha-arbutin, Glycyrrhiza glabra root extract, Dipotassim glycyrrhizate

3.ลดการอักเสบ ได้แก่ Niacinamide, Aloe barbadensis leaf extract Glycyrrhiza glabra root extract, Dipotassim glycyrrhizate

4.Antioxidant ได้แก่ สารสกัดจากชาเขียว, 3-O Ethyl ascorbyl ether, Glutathione, Tocopherol กับ Tocopheryl acetate

5.ริ้วรอย ได้แก่ Vigna aconitifolia extract เป็นสารสกัดจากถั่ว Moth bean ที่หายาก ให้ผลช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวแบ่งตัวเพิ่มจำนวน เพิ่มการผลัดเซลล์ผิว สร้างคอลลาเจน และลดริ้วรอย

สำหรับ Niacinamide คิดว่าควรค่าแก่การกล่าวถึงอีกรอบ เพราะเป็นสารที่ให้คุณสมบัติมากมายหลายอย่าง เจ้า Niacinamide นี้เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว และให้ผลดีกับคนที่เป็นสิว โดยมีหลายๆรายงานบอกว่า Niacinamide 4% ให้ประสิทธิภาพในการรักษาสิวเทียบเท่ายาแผนปัจจุบันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังเพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)

มาให้คะแนนกันดีกว่า

1.Actives จากที่บรรยายไปในข้างบน จากที่บรรยายมาก็จะเห็นได้ว่าซีรัมหลอดนี้สามารถดูแลปัญหาผิวได้รอบด้าน ตั้งแต่เรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ สิว ริ้วรอย ผิวไม่แข็งแรง และยังช่วยชะลอวัยได้อีก จุดนี้จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

2.Base ส่วนเนื้อหลักก็มีน้ำกับสารดูดน้ำให้ผิวอย่าง Glycerin กับ Butylene glycol ที่ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว ที่สำคัญคือ ไม่มีน้ำมัน ไม่มีซิลิโคน ไม่มีแอลกอฮอล์ จึงถือว่าค่อนข้างเป็นมิตรกับผิว จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

3.Additives สารองค์ประกอบที่เหลือก็มีกันแค่เท่าที่จำเป็น คือ มีกันเสีย กับตัว Buffer คุมค่า pH ให้คงที่ และ Polysorbate 20 ที่น่าจะใส่มาเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใส สารพวกนี้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร จึงโดยรวมจึงถือว่าวางแผนมาได้ค่อนข้างดี ไม่มีน้ำหอม ไม่มี Surfactant ที่รุนแรง และไม่มีที่ให้หักคะแนน จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

4.การใช้งาน ตัวซีรัมตัวนี้เนื้อค่อนข้างเบา เกลี่ยง่าย ให้สัมผัสที่ดี ซึมไว แห้งไว ไม่เหนอะหนะ ไม่ทิ้งคราบอะไรไว้ตกค้างบนผิว ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ส่วนตัวมี่ใช้มาได้เกือบๆ 2 อาทิตย์ ก็รู้สึกว่าผิวนุ่มขึ้น สีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น พวกรอยสิวก็ดูหายไป จุดนี้ถือว่าประทับใจอยู่ค่ะ จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้อยากขอบคุณทางแบรนด์ Enchantress ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านค่ะที่ติดตามมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มตามสามารถติดต่อสอบถามได้ทางเฟสบุคของแบรนด์

http://www.facebook.com/ENCHANTRESS.Thailand

 

และทางเวบไซต์ http://www.enchantressthailand.com

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ Enchantress