Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม ISOI brightening serum จัดมาสวยๆ ด้วย 4 กุหลาบ (Rose oil, water, extract, PDRN)

Blog นี้ขอหยิบเอาเซรั่ม brightening ขวัญใจ พส.เกาหลีตัวดัง มาวิเคราะห์ส่วนผสมกันค่ะ

น้องก็คือ ISOI brightening serum นั่นเอง

มาในหน้าตาแบบนี้นะคะ

isoi brightening serum

สำหรับเซรั่มตัวนี้ก็เรียกได้ว่ากวาดรางวัลขวัญใจมหาชนมามากมาย และติดอันดับ 1 ใน Olive Young ถึง 10 ปีซ้อนเลยทีเดียว

เนื้อเป็นเจลใส มีกลิ่นหอมของ rose oil

เกลี่ยง่าย ให้ความชุ่มชื้นดี ไม่เหนอะหนะ

ตัวนี้ที่น่าสนใจคือมีผลทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัคร ทั้งในส่วนของการดูแลจุดด่างดำ ความชุ่มชื้น และ เรื่องรูขุมขนอยู่ด้วย เรียกได้ว่า มีชิ้นเดียว ได้หลายประโยชน์พร้อมๆ กัน

และยังผ่านการทดสอบในอาสาสมัครผิวบอบบาง และ ทดสอบว่าไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

เป็นเซรั่มที่มีส่วนผสมหลายกลุ่มเหมือนกันนะคะ

เนื่องจากเขาชูเรื่องของ Bulgarian rose เลยอยากดึงกลุ่มกุหลาบออกมาเล่าก่อนค่ะ

ในนี้จะเป็นตัวเบลนด์ของ Rose water, Rose oil, Rose extract และ Rose PDRN ซึ่งหลักๆ กลุ่มพวก rose water และ rose oil จะเด่นเรื่อง soothing ในส่วนของ rose extract อาจมี polyphenol ที่เป็น antioxidant ได้

สำหรับ rose PDRN ขอให้คุณสมบัติเรื่องชุ่มชื้น + soothing ไว้ก่อน

เสริมมาด้วยกลุ่มสาร soothing อื่นๆ เช่น Betaine, Allantoin, Panthenol, ร่วมกับกลุ่มของสารสกัดพืช เช่น สารสกัดจาก cica, พลูคาว, calendula และ Scutellaria baicalensis

ทีนี้ผลิตภัณฑ์นี้คือ brightening serum เนาะ

มาดูสารที่ให้ประโยชน์ในเรื่องการดูแลเม็ดสีกัน

  • Arbutin เป็นสารที่ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ซึ่งเป็นตัวหลักในการสร้างเม็ดสี
  • Niacinamide มีส่วนช่วยในเชิง brightening โดยไปขัดขวางการส่งผ่านเม็ดสีที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปภายนอก
  • 3-O Ethyl ascorbic acid เป็นอนุพันธ์ของวิตามินซีที่ว่ากันว่า มีความคงตัวที่ดีขึ้น นอกจากบทบาทแบบวิตามินซี คือ เป็น antioxidant แล้ว สารตัวนี้ค่อนข้างจะเก่งในเชิง brightening ได้หลากหลายกลไก (Chen et al., Free Radic Biol Med. 2021;173:151-169)
  • Ferulic acid เป็น antioxidant ที่ดีตัวหนึ่ง มีบทบาทในการปกป้องผิวจากรังสี UV ดูแลกระบวนการระคายเคือง และยับยั้งการสร้างเม็ดสี (อ้างอิงจากการกล่าวถึงใน Li et al. Chem Cent J. 2017;11:26.)
  • สารสกัดจากรากโบตั๋นและชะเอม ก็มีประโยชน์ในเชิง brightening เช่นกัน

ไม่มีส่วนผสมที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง เด่นไปในทาง soothing ให้ความรู้สึกสบายผิว ดูแลการระคายเคือง พร้อมๆ กับประโยชน์ในเชิง brightening จากสารบำรุงหลากหลายชนิด ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ส่วนตัวค่อนข้างชอบที่เนื้อของเซรั่ม ไม่ได้เบาไป ไม่ได้หนักไป เลเยอร์ไว้ฝั่งเบสน้ำ มีกลิ่นที่หอมตามธรรมชาติของ rose oil ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ ในด้านของ soothing คิดว่าทำมาได้ค่อนข้างดี ส่วน brightening ส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ เลยยังตอบไม่ได้ แต่ในภาพรวมก็คือชอบ ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาจนจบนะคะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามที่ทางแบรนด์ ISOI Thailand ได้เลยค่ะ

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/3qMmYcD3U2

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมครีมบำรุงผิวด้วยเทคโนโลยี multiple emulsion บำรุงผิว 9 ประการ Phyto solution 9 cream จาก Phytotree ของเกาหลี

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่มีรีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่น่าสนใจจากเกาหลีมาฝากกันนะคะ

ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีชื่อว่า Phyto Solution 9 Cream จากแบรนด์ Phytotree นั่นเองค่ะ

สำหรับแบรนด์ Phytotree นั้นเป็นแบรนด์จากเกาหลี ที่เกิดจากการรวมคำสองคำ คือ Phyto ที่มาจาก Phytochemical คือ สารพฤกษเคมีในพืช และ Tree ที่สื่อถึงธรรมชาติ

ดังนั้นผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Phytotree ก็จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากการค้นคว้าวิจัย Phytochemical จากพืชหลากหลายชนิด ในขณะเดียวกันก็ปกป้องสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติไปด้วย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่นำความงามจากธรรมชาติมาสู่ผิวเรา

โดยครีม Phyto Solution 9 ที่จะนำมารีวิววันนี้มีหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

ตัวบรรจุภัณฑ์มาในแพคเกจแบบหลอด เป็นระบบปิด ปกป้องเนื้อครีมจากการปนเปื้อนภายนอก

สำหรับเนื้อครีมจะมีสีออกฟ้าอมม่วง สีนี้เป็นสีธรรมชาติจาก Sodium guaiazulene sulfonate ซึ่งเป็นอนุพันธ์ที่ละลายน้ำได้ของ Guaiazulene ปกติเราจะพบเจอในน้ำมันหอมระเหยของคาโมมายล์บางชนิด ตัวน้องจะเป็นสารสีน้ำเงินทำให้น้ำมันหอมระเหยนั้นมีสีน้ำเงิน โดยประโยชน์เด่นๆ ของนางคือเรื่องของการลดการระคายเคือง ไว้เรามาดูกันอีกทีในส่วนของการวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

เมื่อเกลี่ยแล้วเนื้อจะค่อนข้างชุ่ม ให้ความชุ่มชื้นสูง ปกป้องผิวได้ดี เมื่อทิ้งไว้สักพักครีมจะซึมและระเหยแห้งไปจนแทบไม่เหลือความหนักผิวอยู่เลย ส่วนตัวเลยมองว่าน่าจะใช้ได้กับทุกสภาพผิว

สำหรับวันนี้ไม่ได้วัดค่า pH นะคะเนื่องจากกังวลว่าสีจะไปรบกวนการวัดค่า pH ของกระดาษ

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

ก่อนจะไปวิเคราะห์ส่วนผสมอยากกล่าวถึงเทคโนโลยีที่ทางแบรนด์ใช้ก่อนนะคะ ทางแบรนด์ใช้เทคโนโลยี Multiple emulsion เพื่อเก็บรักษาเอาสารบำรุงต่างๆไว้ภายในค่ะ โดยเป็นชนิด w/o/w หมายความว่า มีหยดน้ำอยู่ในน้ำมันและอยู่ในน้ำอีกชั้นหนึ่ง เก็บกักเอาสารบำรุงต่างๆ ไว้ที่ส่วนของหยดน้ำชั้นในสุด ตามภาพ

(Image from Phytotree official website)

ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวของแบรนด์มีสิทธิบัตรรองรับค่ะ

อีกเทคโนโลยีที่ทางแบรนด์ใช้คือ Membrane tech ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสิทธิบัตรเช่นกัน กล่าวถึงการใช้ Azulene (600 ppm) ร่วมกับ PDRN (500 ppm), Hydrolyzed collagen, Tremella fuciformis polysaccharide และ Jojoba oil ซึ่งได้รับการทดสอบแล้วว่ามีประโยชน์ในการลดการระคายเคืองของผิวบอบบางแพ้ง่าย และให้ความรู้สึกสบายผิว

ว่าแต่ทำไมต้องมีคำว่า 9 นั่นก็เพราะว่า สัดส่วนของสารบำรุงต่างๆ ทางแบรนด์เลือกมาอย่างพิถีพิถัน ทำให้ได้ประโยชน์ในการบำรุงผิว 9 ประการ ตามภาพ

(Image from Phytotree official website)

มาดูรายละเอียดของสารบำรุงกันดีกว่าค่ะ

  • สีเขียวแก่ สารสกัดจากบัวบก และ Madecassoside ซึ่งเป็นสารที่พบในใบบัวบก มีรายงานเกี่ยวกับ Madecassoside ว่ามีคุณสมบัติในการลดการอักเสบ เป็น Anti-oxidant มีคุณสมบัติเสริมการทำงานของ Fibroblast ให้สังเคราะห์ Collagen ได้ดีขึ้น รวมถึงส่งเสริมกระบวนการสมานแผล หรือ Wound healing ซึ่งในภาพรวมจะมีประโยชน์ในด้านของการชะลอวัย ป้องกัน และลดเลือนริ้วรอย (Burns. 2012; 38(5):677-84.) นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกชิ้นกล่าวว่า คุณสมบัติต่อต้านการอักเสบนี้ ยังมีผลอ้อมๆ ในการป้องกันจุดด่างดำจากแสงแดด โดยตัวมันไปขัดขวางไม่ให้เกิดการสร้างเม็ดสีเมลานิน เมื่อเซลล์เพาะเลี้ยงสัมผัสกับรังสี UV (Molecules. 2013; 18(12):15724-36.)
  • สีม่วงแก่ Sodium Guaiazulene Sulfonate เป็นอนุพันธ์ชนิดที่ละลายน้ำได้ของสารในกลุ่ม Azulene มีสีน้ำเงินตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติเด่นในแง่ของการลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว และเสริมกระบวนการ Wound healing
  • สีม่วงอ่อน เป็นส่วนของวิตามินบี 3 และ วิตามินบี 5 ที่มีประโยชน์กับผิวหลายประการ
  • สีฟ้า เป็นกลุ่มของสารเพิ่มความชุ่มชื้น ผ่านกระบวนการเติมน้ำให้ผิว หรือ ช่วยผิวอุ้มน้ำรักษาความชุ่มชื้น โดยตัวที่น่าสนใจ ได้แก่
    • Polysaccharide จากเห็ดหูหนูขาว (Tremella fuciformis) เป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้นที่มีประสิทธิภาพสูงพอๆ กับ Hyaluronic acid
    • Hydrolyzed collagen extract ตัวคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการย่อยให้มีขนาดเล็กลง มีคุณสมบัติเติมน้ำให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น
  • สีชมพู จะเป็นสารบำรุงอื่นๆ ได้แก่ Adenosine ที่มีประโยชน์ในด้านของการชะลอวัย ลดเลือนริ้วรอย Dipotassium glycyrrhizate มีประโยชน์ในด้านของการลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว
    • อีกตัวที่ไม่กล่าวถึงคงไม่ได้ คือ ตัวที่เป็นส่วนหนึ่งของเทคโนยี MembraneTech นั่นคือ PDRN ที่ส่วนผสมข้างกล่องคือ Sodium DNA โดย PDRN เป็น Hydrolyzed DNA ที่สกัดออกมาจากปลาแซลมอน ทางแบรนด์เคลมว่ามีประโยชน์ในการดูแลสภาพผิวให้เรียบเนียนนุ่มนวลและยืดหยุ่น

โดยสรุป ในภาพรวมครีมตัวนี้อาศัยเทคโนโลยี Multiple emulsion ในรูปแบบ w/o/w ที่ช่วยเก็บและปกป้องสารบำรุงที่มีประโยชน์เอาไว้ ให้คุณสมบัติในการดูแลผิว 9 ประการตามแบรนด์เคลม และสมชื่อ Phyto 9

ในด้านของส่วนผสมอื่นๆ เรียกได้ว่าทางแบรนด์เลือกมาได้เป็นอย่างดี เพราะไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวอยู่เลย

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ

  1. สารบำรุง ประกอบด้วยสารบำรุงอยู่หลายชนิด มีคุณสมบัติที่ดีในการบำรุงผิวในหลายๆ ด้านตามที่ได้กล่าวไปในด้านบน เช่น การเพิ่มความชุ่มชื้น ต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว ดูแลปกป้องผิวจากริ้วรอยและจุดด่างดำ โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดีและครบถ้วน ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ถ้าไม่นับเรื่องการเลือกใช้เทคโนโลยี Multiple emulsion ก็จะสังเกตได้ว่า ไม่มีส่วนผสมของสารองค์ประกอบอื่นๆ ที่ไม่เป็นมิตรกับผิวอยู่เลย เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ต้องบอกก่อนเลยว่า ส่วนตัวชอบเนื้อสัมผัสของครีมตัวนี้มาก เพราะตอนทาใหม่ๆ น้องจะออกลื่นๆ แต่พอเรานวดวนเบาๆ ประมาณ 3 – 5 วินาที น้องจะเปลี่ยน Feel จากลื่นๆ กลายเป็นชุ่มชื้น นุ่มนวล ก่อนจะค่อยๆ ซึมลงไป ในด้านประสิทธิภาพ ส่วนตัวว่า น้องเด่นมากๆ ในแง่ของการลดการระคายเคืองและให้ความรู้สึกสบายผิว ดูแลปัญหาเรื่องรอยแดง ซึ่งอาจจะเกี่ยวกับการที่น้องไปมีประโยชน์ในการดูแล Barrier ผิวก็ได้ โดยรวมค่อนข้างชอบ ขอให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Phytotree สาขาประเทศไทยด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ ที่มีเทคโนโลยีเด่นๆ มาให้มี่ได้รู้จัก และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

Line : @Phytotree

Facebook : https://www.facebook.com/PhytotreeThailand

Shopee : https://shopee.co.th/phytotreethailand

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Phytotree สาขาประเทศไทย การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ