Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เซรั่ม mucin เจ The Face Shop Vegan Mucin Peptide 8 Serum

The Face Shop นี่เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ผู้นำ K Beauty ยุคแรกๆ เลย ที่เข้ามาในบ้านเรา

ล่าสุดเห็นนางออกผลิตภัณฑ์ในไลน์ Alltimate มา ส่วนตัวมองว่าน่าสนใจ แล้วราคาดีมาก เลยลองซื้อเซรั่มสูตร Vegan Mucin Peptide 8 มาค่ะ

หน้าตาน้องเป็นแบบนี้

น้องได้รับการรับรอง Vegan จาก Korean Vegan Certification Agency (แปลจาก Google)

ส่วนนี้เป็นกล่องค่ะ

น้องเป็นเซรั่มที่มาในเนื้อเจลลื่นๆ เมือกๆ แบบ mucin

เกลี่ยได้ง่าย ให้ฟีลเย็นสบายผิว ชุ่มชื้น เมื่อรอเซ็ตตัวไม่ถือว่าหนึบ

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวมน้องเป็นเซรั่มที่ทำมาได้ค่อนข้างดีสำหรับคนอยากเล่น peptide เพราะรวมเอา peptides ตัวดังหลากหลายชนิดเอาไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว นอกจากจะดูแลเรื่องปัญหาริ้วรอย ยังเด่นเรื่องความชุ่มชื้น ให้ความรู้สึกสบายผิว (soothing) และน่าจะได้ประโยชน์เรื่อง Whitening ด้วย ถึงแม้ว่าดูจากส่วนผสมลำดับอาจจะเหมือนไม่ได้มาเยอะ แต่ก็มานะ

สารบำรุงในเซรั่มนี้แบ่งเป็นกลุ่มๆ ดังนี้

ตัวหลักตามชื่อผลิตภัณฑ์ Vegan mucin เป็นสารสกัดจาก wild yam (Dioscorea opposita (wild yam) root extract) มีเคลมถึง Phytomucin คือ mucin ที่ได้จากพืช เป็นส่วนประกอบของ polysaccharide เด่นเรื่องชุ่มชื้น รวมถึง allantoin, dioscorin ที่เด่นเรื่องของ soothing

กลุ่มวิตามิน

  • Niacinamide หรือ วิตามินบี 3 ดูแลผิวได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ soothing เสริมการทำงานของผิวได้หลายๆ กลไก เป็น whitening ควบคุมความมัน และเสริมการสังเคราะห์ Barrier ผิวให้ผิวแข็งแรง
  • Panthenol เด่นเรื่องชุ่มชื้น และ soothing
  • Tocopherol เป็น antioxidant ที่ละลายในไขมัน

กลุ่ม Peptides

  • Glutathione จัดเป็น tripeptide มีคุณสมบัติเป็น antioxidant และมีประโยชน์ในเชิง whitening
  • Arginine/lysine polypeptide ผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่า สารตัวนี้เสริมการสังเคราะห์เส้นใยที่เป็น Extracellular matrix เช่น collagen I, III, V รวมไปถึงพวก Glycosaminoglycans และ proteoglycan ในผิว ซึ่งพวกนี้จะซัพพอร์ตให้ผิวเฟิร์ม กระชับ และอุ้มน้ำได้ดี และยังยับยั้งการปลดปล่อย MMP-1 ที่จะไปย่อยสลายคอลลาเจนในผิว
  • Acetyl tetrapeptide-9 ตัวนี้มีข้อมูลจากผู้ผลิตว่า เสริมกระบวนการสร้าง Collagen I และ เส้นใย Lumican ซึ่งเป็นเส้นใยสำคัญที่อยู่บริเวณรอยต่อของชั้นหนังกำพร้ากับหนังแท้ ทำให้ผิวเฟิร์ม
  • Acetyl hexapeptide-8 มีเคลมเรื่องคลายกล้ามเนื้อ ช่วยให้ริ้วรอยดูคลายออก
  • Oligopeptide-107 sh-Oligopeptide-1 หรือ EGF มีประโยชน์ในการเสริมการทำงานของผิวในชั้นหนังกำพร้า
  • Copper tripeptide-1 เป็น peptide ที่มีประโยชน์ค่อนข้างกว้าง ผ่านการนำพาเอา copper ลงไปให้ผิว มีการกล่าวถึงคุณสมบัติในการเสริมการฟื้นฟูผิว กระตุ้นการสังเคราะห์ Collagen และ เส้นใย ECM และป้องกันไม่สารเหล่านี้สลายตัว จึงได้ประโยชน์ในเรื่องของความกระชับของผิว รวมถึง เสริมการทำงานของผิวในชั้นหนังกำพร้า
  • Palmitoyl tripeptide-1, Palmitoyl tetrapeptide-7 คอมบิเนชั่นใน Matrixyl 3000 เสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน และให้ริ้วรอยดูเลือนลง

สารบำรุงอื่นๆ

  • Desamido collagen เป็นคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการดัดแปรโครงสร้างทางเคมี (Deamidation) โดยเปลี่ยนหมู่เอไมด์ให้เป็นกรดคาร์บอกซิลิก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมและความสามารถในการละลายน้ำ มีเคลมถึง Moisturizing + protective คือ นอกจากการเติมน้ำ ยังช่วยปกป้องผิว
  • Adenosine มีประโยชน์ในเชิงชะลอวัย โดยเสริมกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ ปรับสมดุลของกระบวนการอักเสบระคายเคือง เสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน
  • Cholesterol เป็นส่วนประกอบของไขมันที่เป็น Barrier ผิว

ความเห็นหญิงมี่

เป็นเซรั่ม Vegan mucin ที่พัฒนาจาก wild yam แทนการใช้ mucin จากสัตว์ เช่น เมือกหอยทาก แต่มาติดตรง Desamido collagen นั้นไม่เจ แต่สินค้าได้รับตรา Vegan อยู่นะ เอาเป็นว่าถ้าเราไม่ได้ซีเรียสอะไรเรื่องเจไม่เจ ส่วนตัวมองว่าเป็นเซรั่มที่ออกแบบมาอย่างดี รวม peptide ตัวดังในวงการไว้ครบ ไม่ว่าจะเป็น copper tripeptide-1, argireline, EGF, matrixyl 3000 ใครอยากลองเล่น peptide เอาตัวนี้ไปเล่นได้ ที่สำคัญมาในราคามิตรภาพ ส่วนตัวกดได้มาในราคา 3xx

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/1LarfdmRIh

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

เติมน้ำ เติมออยล์ เติมความโกลว์ [รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม] มาสก์หน้า SteamSheet จาก Barulab

Blog ที่แล้วเราวิเคราะห์ส่วนผสม Barulab Hydroasis ไป Blog นี้ขอเอาตัวตึงอีกชิ้น อย่าง SteamSheet มาวิเคราะห์ส่วนผสมกันบ้างนะคะ

สำหรับท่านที่สนใจอยากกลับไปอ่านรีวิว Barulab Hydroasis เชิญได้ที่ลิงค์นี้นะคะ >>Click<<

วันนี้มายลโฉม SteamSheet กัน น้องมาในหน้าตาแบบนี้ค่ะ

ตัวซองมาสก์จะมี 2 ส่วน

ส่วนแรก แผ่นมาสก์ OILLOCKTM sheet mask ใช้วัสดุ Lyocell ซึ่งเป็นกลุ่มของ Cellulose ได้มาจากเยื่อไม้ ทางแบรนด์เคลมว่าไม่ระคายเคืองผิว และผ่านการทดสอบทางผิวหนังว่าไม่ระคายเคือง และได้รับ certified vegan

อีกส่วนจะเป็นแผ่นเคลือบมาสก์ INFINITIMETM cover ซึ่งเป็น Plastic ที่ทำให้เกิดสภาวะ Occlusive (เคลือบปิด) ผิวเอาไว้

โดยคอมบิเนชั่นระหว่าง สูตร แผ่นมาสก์ OILLOCKTM sheet mask และแผ่นเคลือบมาสก์ INFINITIMETM cover ผ่านการค้นคว้าและวิจัยโดย Barulab research team มาเป็นเวลาเกือบ 2 ปี เพื่อให้ได้มาสก์ที่มีประสิทธิภาพในการ Occlusive และให้ความอบอุ่นกับผิว ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องให้การดูดซึมเพิ่มขึ้น และรูขุมขนเปิดออก

ตอนใช้งานก็จะประมาณนี้ค่ะ

วางแผ่น OILLOCKTM sheet mask ให้สัมผัสกับผิว ใช้มือลูบๆ ให้ตัวแผ่นแนบสนิทไปกับใบหน้า ก่อนวางแผ่นเคลือบมาสก์ INFINITIMETM cover ลงไป แล้วทิ้งไว้ประมาณ 25 – 30 นาที ก่อนแกะออก แล้วกดๆ เบาๆ ให้น้ำมาสก์ซึมเข้าผิว

ตัวผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการทดสอบการใช้ในอาสาสมัคร (Human application test)

โดยผลการ Occlusive เป็นดังภาพค่ะ

โดยสังเกตว่าอุณหภูมิผิวจะสูงขึ้น ซึ่งจะสอดคล้องกับการไหลเวียนเลือดที่เพิ่มขึ้น และรูขุมขนที่เปิดออก

นอกจากนี้การทดสอบการใช้ในอาสาสมัคร ช่วงอายุ 19 – 60 ปี จำนวน 20 คน โดยสถาบัน GCS anti-aging Lab พบว่า

  • 100% ของอาสาสมัครมีผิวที่สว่าง และ กระจ่างใสขึ้น
  • 100% รู้สึกว่าผิว Glow
  • 100% มีผิวที่ชุ่มชื้นขึ้น

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวม น้ำมาสก์เป็นแบบน้ำนม มีส่วนผสมของน้ำมันธรรมชาติอยู่ด้วย

สำหรับสารบำรุงที่เด่นๆ ตามชื่อสูตร Oil lock ก็จะเป็นกลุ่มน้ำมันธรรมชาติ 3 ชนิด ได้แก่

  • มะพร้าว มะกอก และ Jojoba ซึ่งในน้ำมันจากธรรมชาติจะมีกรดไขมันที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และมีส่วนประกอบของพฤกษเคมีอื่นๆ อีกหลายชนิดที่เป็นประโยชน์ เช่น Jojoba oil จะมีพวก  wax esters เป็นองค์ประกอบหลัก (97%) ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของ fatty acids กับ fatty alcohols มีพวก sterols ที่เด่นเรื่องคุณสมบัติ Soothing ให้ความรู้สึกสบายผิว และมีวิตามินอี (Ayman. Braz J Food Technol Campinas. 2007;10:198-204.)
  • Phytosterols มีคุณสมบัติ Soothing ให้ความรู้สึกสบายผิว และมีประโยชน์ในการดูแลการอักเสบระคายเคือง

เติมออยล์แล้วต้องเติมน้ำ ในสูตรมี Arginine เป็นกรดอะมิโน ที่จับน้ำให้ผิวได้ และ Betaine เป็นอนุพันธ์ของกรดอะมิโน ที่เด่นเรื่องการดูแลการระคายเคือง ให้คุณสมบัติ Soothing และปรับฟีลให้เนื้อผลิตภัณฑ์นุ่มน่าใช้

เสริม Adenosine ที่อาจจะให้ประโยชน์ในการดูแลริ้วรอย และ Niacinamide ที่มีประโยชน์หลายประการกับผิว ไม่ว่าจะเป็นการดูแลเรื่องการระคายเคือง เสริมความแข็งแรงของ Barrier ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้างไขมันที่เป็นองค์ประกอบใน Barrier ผิว ลดการอักเสบระคายเคือง anti-aging และ เป็น whitening

แต่ในสูตรจะมี Alcohol ติดมาอยู่ เข้าใจว่าน่าจะเอามาปรับฟีลไม่ให้หนักผิวเกินไป ส่วนผสมอื่นที่เหลือ เลือกมาได้ค่อนข้างดี ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

มาให้คะแนนกัน

  1. สารบำรุง ถ้าดูตามชื่อและเคลม เรื่องของ Moisture shield การเป็นมอยส์เจอร์ของน้องคือทำมาได้น่าสนใจ เน้นการคืนน้ำมันธรรมชาติเข้าสู่ผิว พร้อมทั้งดูแลการระคายเคือง และการมีอยู่ของวิตามินบี 3 ก็ถือว่า ให้ประโยชน์ได้หลายอย่าง แต่เอาจริงส่วนตัวรู้สึกว่ายังไม่สุดเท่าไหร่ แต่ก็เข้าใจได้ เพราะว่าสูตรเป็น Vegan จะให้ใส่ Hya ลงมาคงไม่ได้เพราะ Hya นั้นไม่เจ ขอให้ 4 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่น ตัวเบสเป็นเบสแบบน้ำนม ใช้สารขึ้นเนื้อและสารทำอิมัลชั่น (Emulsifier) ที่ค่อนข้างเป็นมิตรกับผิว แต่ติดตรงมี Alcohol เข้ามา ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าน่าจะต้องการปรับเนื้อให้เบาลง ไม่หนักผิวมาก ตัวน้ำมันมะพร้าวอาจจะอุดตันได้ในบางคน แต่การอุดตันขึ้นอยู่กับความเข้มข้นที่ใช้ ถ้าดูตามลำดับคิดว่าไม่น่าห่วง แต่พอมีผล Occlusive พ่วงเข้ามาก็เลยอาจจะเพิ่มขึ้นได้นิดหน่อย ซึ่งน้ำมันมะพร้าวก็มีประโยชน์กับผิวหลายอย่าง ถ้าให้ชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยง-ประโยชน์ (Risk vs Benefits) ส่วนตัวว่าประโยชน์ยังดีกว่า ทั้งนี้ตอนได้ลองใช้มา วีคละแผ่น เป็นเวลา 3 วีค ใช้ได้ให้ความรู้สึกนุ่มผิวดี ขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ในด้านของการใช้วัตถุดิบแผ่นมาสก์ การใช้แผ่นพลาสติกมาเคลือบ ตามทฤษฎี จะให้ผล Occlusive 100% จึงเพิ่มอุณหภูมิผิว และความชื้นผิวตามเคลม SteamSheetTM ตอนได้ลองใช้จริง ครั้งแรกๆ อาจจะรู้สึกแบบอึดอัดผิวนิดนึง แต่พอใช้ไปสักพัก ไม่ต้องใช้บ่อย วีคละแผ่นก็พอ หรือเก็บไว้ใช้ในการเตรียมผิวก่อนออกงาน หรือฟื้นผิวที่เหนื่อยล้า อันนี้ตอบโจทย์มากๆ ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Barulab ด้วยนะคะ ที่ส่งสินค้าดีๆ มาให้ได้เปิดหูเปิดตา และได้ทดลองใช้ทันวันอีเวนท์ใหญ่พอดี

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเพจของแบรนด์เลยนะคะ

https://www.facebook.com/barulabTH

ทางไปตำ

แอพฟ้า https://s.lazada.co.th/s.LKO2C?cc

แอพส้ม https://s.shopee.co.th/7fFkdAZbNx

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Barulab สาขาประเทศไทย การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มไฮยาจากฝรั่งเศส ที่มีฟีลลิ่งสุดปัง Alphascience HA Booster serum

Revised: 7 มี.ค. 2568

หลายๆ ท่าน ชอบใช้เซรั่มไฮยา แต่ก็เหนื่อยใจกับฟีลลิ่งเหนียวๆ หนึบๆ

วันนี้ทางเพจมีบทวิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มไฮยาที่เนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ และมีส่วนผสมที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ

น้องเป็นเซรั่มที่มีชื่อว่า HA Booster serum จากแบรนด์ Alphascience ประเทศฝรั่งเศสซึ่งมาในหน้าตาแบบนี้

มาในขวดแก้วแบบมีดรอปเปอร์

สำหรับจุดเด่นของผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Alphascience คือ ขวดจะผ่านการซีลมาเป็นอย่างดี จึงมั่นใจได้ว่าสินค้าไม่ได้ถูกแกะ ไม่ผ่านมือใครมาก่อนถึงมือเราแน่นอน

เนื้อเซรั่มเป็นเนื้อที่มีความข้นหนืดนิดหน่อย เนื่องจากทางแบรนด์ไม่ได้ใส่น้ำหอม เราเลยจะได้กลิ่นจางๆ ของวัตถุดิบอยู่ค่ะ

เกลี่ยได้ง่าย ไม่เหนียว ไม่หนึบ ซึมไว แห้งไว

ภาพแรกเป็นลักษณะหลังเกลี่ย ถ่ายด้วยแสงแฟลช

เราจะเห็นความเงาวาวของเนื้อเซรั่มอยู่

เมื่อทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที จะค่อนข้างซึมไปเยอะเลย

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 ซึ่งใกล้เคียงกับผิว

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้

สำหรับส่วนผสมค่อนข้างเรียบง่าย แต่มาแบบเน้นๆ ปังๆ

เริ่มด้วยสีน้ำเงิน Silanetriol ซึ่งคือ Organic silicium ซึ่งมีส่วนประกอบของธาตุ Silicon ค่ะ

          สำหรับประโยชน์ของ Silicon นั้นจะมีคุณสมบัติเด่นๆ หลายประการ ได้แก่ เสริมการทำงานของผิว เสริมให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น และเสริมการติดต่อสื่อสารกันระหว่างผิว ซึ่งจะส่งผลให้ผิวเราปรับตัวต่อมลภาวะและสิ่งต่างๆ ทั้งจากสิ่งแวดล้อมและความเครียด

  • Silicon กระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวในชั้นหนังกำพร้า (Keratinocyte) ช่วยปกป้อง เสริมการอุ้มน้ำ และช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ

(Image from Exsymol Monaco)

  • Silicon จะไปจับกับช่องว่างระหว่างเส้นใย Fiber ที่เป็น Matrix ต่างๆ ใน Dermis ให้ผิวเรามีความนุ่มแน่น แข็งแรง

(Image from Exsymol Monaco)

  • เมื่อเราอายุเพิ่มขึ้น ปริมาณของ Silicon จะลดลง อาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เส้นใยต่างๆ ในผิวไม่กระชับ เกิดริ้วรอยขึ้นมา
  • การเสริม Silicon ก็อาจจะมีคุณสมบัติเสริมการทำงานของ Fibroblast เสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน ให้ผิวกระชับ แข็งแรง

(Image from Exsymol Monaco)

  • ระหว่างชั้นหนังกำพร้า กับหนังแท้ มันจะมีโครงสร้างที่เรียกว่า Dermal-Epidermal Junction หรือ DEJ ซึ่งสำคัญมาก เพราะจะพยุงเอาโครงสร้างผิวเอาไว้ พอเราอายุเพิ่มขึ้น DEJ จะยุบ แล้วทำให้เกิดริ้วรอยร่องลึกขึ้นมา

(Roig-Rosello, E.; Rousselle, P. The Human Epidermal Basement Membrane: A Shaped and Cell Instructive Platform That Aging Slowly Alters. Biomolecules 2020, 10, 1607. https://doi.org/10.3390/biom10121607)

  • เจ้า Silicon นี้ยังไปช่วยให้ชั้น DEJ มีความแข็งแรงขึ้นด้วย

(Image from Exsymol Monaco)

สำหรับสูตรผสมของ Silanetriol กับ Hyaluronic acid นั้นมีชื่อทางการค้าว่า Epidermosil ซึ่งเอา Silanetriol มาเป็นระบบนำส่งให้ Hyaluronic acid เข้าผิวได้ดีขึ้นค่ะ

ทางแบรนด์ได้ทำแผนภาพจำลองเพื่อเปรียบเทียบว่า การใช้ Silicium มาเป็นระบบนำส่งนั้น ช่วยเสริมให้ Hya เข้าไปที่ชั้นลึกของหนังกำพร้าได้ดีขึ้น

(Image from Exsymol Monaco)

ซึ่งทางผู้ผลิตวัตถุดิบบริษัท Exsymol Monaco ได้ทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัคร โดยให้อาสาสมัครทาผลิตภัณฑ์ที่มี Epidermosil 5% (ซึ่งเป็นความเข้มข้นเดียวกับใน HA Booster serum) วันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 28 วันพบว่าอาสาสมัครมีริ้วรอยที่ตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้น และมีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น

(Image from Exsymol Monaco)

แค่ส่วนผสมชุดแรกก็ปังแล้ว ยังเสริมมาด้วย

  • Betaine ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของกรดอะมิโน Glycine มีประโยชน์ที่ดีกับผิวหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้ความรู้สึกที่ดีกับผิว ลดการระคายเคือง มีรายงานวิจัยทดสอบประสิทธิภาพในระดับเซลล์เพาะเลี้ยง พบว่า Betaine มีคุณสมบัติในการลดการสร้างเม็ดสี Melanin (Cho et al., Food Sci Biotechnol. 2017;26(5):1391-1397.) มีอีกงานหนึ่งทดสอบประสิทธิภาพในระดับเซลล์เพาะเลี้ยงเช่นกัน พบว่าการทาสารในกลุ่ม Osmolyte อย่าง Betaine นั้นมีประโยชน์ในการเสริมความแข็งแรงให้แก่ Barrier ผิว โดยไปเพิ่มการทำงานของ Tight junction ที่เป็นช่องแคบๆ ระหว่างเซลล์ ทำหน้าที่ปกป้องไม่ให้สิ่งไม่ดีจากภายนอกเข้าสู่ในผิว และลดการเสียน้ำและ NMF ตัวเล็กๆ ออกไปภายนอก (El-Chami et al., Br J Dermatol. 2021;184(3):482-494. doi: 10.1111/bjd.19162.)
  • Jania rubens extract เป็นสารสกัดจากสาหร่ายสีแดง พอได้ไปตามอ่านข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ Actiporine 8.G ของบริษัท Codif ประเทศฝรั่งเศส (ประกอบด้วย Glycerin (and) Water (and) Jania Rubens extract) เลยพบว่าน้องมีกลไกที่น่าสนใจมากเว่อร์ คือ น้องไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างประตูขนส่งกลุ่ม Aquaporin-8 (AQP8) ขึ้นมา ปกติถ้าพูดถึง AQP เรามักจะพูดถึง AQP3 ซึ่งเป็น AQP ที่เป็นประตูส่งน้ำและ Glycerin เข้าเซลล์ผิว ให้ผิวเราชุ่มชื้น แข็งแรง ส่วนเจ้า AQP8 นั้นมีการพูดถึงว่าเป็นตัวขนส่งแอมโมเนีย เพื่อให้ผิวเราเอาไปสร้าง Urea ที่เป็น 1 ในสารจับน้ำตามธรรมชาติ (Natural moisturizing factor; NMF) ของผิวเรา

หน้าตาของสาหร่าย Jania rubens

เป็นตัวน้อยกลมๆ

(Image from Codif)

ทีนี้ความน่าสนใจอยู่ที่ว่า Codif ไปเจอว่า AQP8 นั้น นอกจากช่วยขนส่งแอมโมเนียแล้ว น้องยังไปช่วยผลักเอา Hydrogen peroxide ออกจากผิว ซึ่งในเซลล์เรานี่จะมีหน่วยที่ชื่อ Mitochondria ที่ทำหน้าที่สร้างพลังงานอยู่ตลอดเวลา เป็นเหมือนโรงไฟฟ้าของเซลล์ (เรียกกันสวยๆ ในวงการว่า Power house of cell) เวลาน้องทำงานมันก็จะได้พวกอนุมูลอิสระต่างๆ ออกมา ร่างเราก็จะมีกลไกในการกำจัดอนุมูลอิสระ แต่ถ้าอนุมูลอิสระมันมากไป มันก็จะไปทำลายเซลล์เรา แล้วตัวที่โดนทำลายแรกๆ ก็คือเจ้า Mitochondria นี่แหละ ถ้าไม่มีน้อง เซลล์ก็ไม่มีพลังงาน อยู่ไม่ได้ แก่ตายไป

วัตถุดิบนี้ ไปเสริมการสร้าง AQP8 ที่ไปช่วยผลักเอา Hydrogen peroxide ทิ้งไป Mitochondria เลยรอด เราก็รอดด้วย

ซึ่งทางบริษัท Codif ก็มีการทดสอบประสิทธิภาพทั้งในระดับเซลล์เพาะเลี้ยงและในอาสาสมัคร ก็เจอว่าให้ประโยชน์ที่ดีในด้านของการชะลอวัย ลดเลือนริ้วรอย

โดยรวมส่วนผสมของสารบำรุงที่ใส่มาใน HA booster serum นี่คือตัวตึงด้านการเติมน้ำ ผิวกระชับ แข็งแรง และดูแลผิวด้านริ้วรอย ชะลอวัย อาจจะได้เรื่องความรู้สึกสบายผิว การระคายเคือง และ whitening อยู่ด้วย

และไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง ถ้ามองในแง่ของการเป็นเซรั่มไฮยาชิ้นหนึ่ง คือ น้องทำมาได้จัดเต็มมาก ไม่ใช่แค่เติมน้ำ แต่มันมีมิติอื่นซ่อนไปมากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคนิค Silicium delivery หรือการเลือกใช้สารที่มาเสริมกันอย่างลงตัว เพื่อดูแลริ้วรอย ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวค่อนข้างชอบความบางเบาของเนื้อ ไม่เหนียวหนึบ ลงแล้วทาสกินแคร์ตัวอื่นต่อไปได้เลยไม่ต้องรอนาน ในแง่ของด้านผิวกระชับ ริ้วรอย ส่วนตัวยังไม่ได้มีปัญหาด้านนี้เลยยังฟันธงชัดเจนไม่ได้ แต่ก็ได้ความรู้สึกว่าผิวดีขึ้นจากการใช้มาเดือนกว่าๆ รับไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ AlphaScience สาขาประเทศไทยด้วยนะคะ ที่จัดส่งสินค้าดีๆ มาให้ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงได้เลยค่ะ

https://www.facebook.com/AlphascienceThailand

สำหรับท่านที่สนใจสามารถติดตามเข้าไปดูที่ Official mall ได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

Lazada: https://s.lazada.co.th/s.FfVDK?cc

Shopee: https://s.shopee.co.th/1g4Ip6JmQF

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ AlphaScience สาขาประเทศไทย การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ