Image

รีวิววิเคราะห์กันแดดลูกเทพจาก Isdin สูตร FusionWater Magic Alcaraz กันได้ครบจบ Heat, IR, Pollution

สำหรับ Blog จะมารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมใน ISDIN FusionWater Magic สูตรใหม่ล่าสุด ที่พัฒนาร่วมกับนักเทนนิสมือวางอันดับ 2 ของโลกอย่าง Carlos Alcaraz

สูตรนี้ออกแบบมาเอาใจสายสปอร์ตเลย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อที่บางเบา คุณสมบัติควบคุมความมัน มาพร้อมผลเทสต์การกันเหงื่อสำหรับคนที่ต้องออกกำลัง เล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง และผลทดสอบประสิทธิภาพในการกันมลภาวะ กันแสงสีฟ้า และกันร้อน (thermal aging) มันจะปังอย่างไรไปดูกันอีกทีในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสม

น้องจะมาในหน้าตาสีเหลืองเฉดเดียวกับลูกเทนนิสแบบนี้ค่ะ

ส่วนนี้จะเป็นหน้ากล่องนะคะ

สำหรับเนื้อสัมผัสจะเป็นเนื้อแบบลิควิด เกลี่ยง่าย ให้ฟีลลื่น เมื่อเซ็ตตัวแล้วไม่เหนอะหนะ ไม่วาว ไม่ขาววอก

เมื่อถ่ายด้วยแสงแฟลชจะเห็นว่ามีลักษณะวาวๆ คล้ายฟิล์มของเนื้อกันแดดอยู่

ในภาพรวมกันแดดตัวนี้ นอกจากประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA, UVB ได้ตามมาตรฐานของกันแดดทั่วไปแล้ว เขายังเสริมจุดพิเศษเข้ามาอีกหลายประการ ได้แก่

  • Anti-pollution ปกป้องผิวเสียจากมลภาวะ โดยลดการเกิดอนุมูลอิสระจากมลภาวะได้ 104%
  • มีผลทดสอบป้องกันการทำลายผิวจากรังสี UVA เพิ่มเติม ด้วยนวัตกรรมของทางแบรนด์
  • ปกป้องผลเสียจากแสงสีฟ้าได้ 86%
  • เสริมการปกป้องรังสีอินฟราเรด 89%
  • ปกป้องผิวจากความร้อน โดยลดการเกิดความเสียหายของโปรตีนจากความร้อน ที่ Epidermis ได้ 124% และ ที่ Dermis ได้ 84%

มาโฟกัสเรื่องผิวเสียจากความร้อน หรือ Thermal aging กันนิดหน่อย

คอนเซปท์เรื่อง Thermal aging ได้มีการนำเสนอในวงการผิวพรรณอยู่พักใหญ่ๆ โดยมีบทความวิชาการที่น่าสนใจออกมาในปี 2006 โดย Seo และ Chung ในวารสาร Journal of Dermatological Science Supplement กล่าวว่า เมื่อสัมผัสกับความร้อน จะเหนี่ยวนำให้เกิดอนุมูลอิสระ ทำให้ระบบ AP-1 ทำงานมากขึ้น ส่งผลให้มีการสร้างเอนไซม์ MMP ที่เป็นเอนไซม์ไปย่อยสลายคอลลาเจน อิลาสตินออกมามากขึ้น และยังไปมีผลทำให้เกิดการสร้างสาร Cytokine บางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ

ในภาพรวม ความร้อนทำให้เกิดอนุมูลอิสระ เกิดการทำลายเส้นใยคอลลาเจน-อิลาสติน และทำให้เกิดกระบวนการอักเสบ นำไปสู่ thermal aging

ซึ่งตัว FusionWater Magic Alcaraz สูตรนี้ก็มีผลทดสอบในผิวหนังมนุษย์ พบว่าลดผลเสียจากความร้อนได้โดยลดการเกิดความเสียหายของโปรตีนจากความร้อน ที่ Epidermis ได้ 124% และ ที่ Dermis ได้ 84%

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในด้านของส่วนผสม ขอเริ่มที่สารกันแดดที่แทนด้วยสีม่วง

  • Ethylhexyl Salicylate เป็น Chemical sunscreen ที่กรอง UVB เป็นหลัก และทำหน้าที่ช่วยละลายสารกันแดดเคมีชนิดอื่นเข้ามาในเนื้อเบส ตัวสารกันแดดในกลุ่ม Salicylate นี้ค่อนข้างปลอดภัย และมีความคงตัวที่ดี
  • Ethylhexyl triazone (Uvinul T150) เป็น Chemical sunscreen ที่กรอง UVB ว่ากันว่าเป็น UVB absorber ที่มีความคงตัวสูง
  • Bis-Ethylhexyloxyphenol Methoxyphenyl Triazine หรือ Tinosorb S โดดเด่นด้วยช่วงกว้างที่กรองได้ทั้ง UVB UVA มีจุดที่ดูดกลืนแสงสูงสุด (Peak absorption) อยู่ 2 จุด ที่ 310 (ปลายๆ UVB) และ 345 nm (UVA) ตัวนี้ก็ค่อนข้างคงตัวดี และเมื่อใช้คู่กับ Uvinul T150 จะช่วยบูสท์เพิ่มค่าความสามารถในการป้องกันแสงไปได้อีก
  • Butyl Methoxydibenzoylmethane รู้จักกันในนาม Avobenzone เด่นในเรื่องการกรอง UVA เป็นหลัก มี Peak อยู่ที่ 360 nm แต่ว่าไม่ค่อยคงตัว ต้องอาศัย Chemical sunscreen อื่นๆ มาเสริม
  • Phenylbenzimidazole Sulfonic Acid ตัวนี้เป็นกันแดดเคมีที่ละลายในน้ำ เลยมีฟีลลิ่งที่ค่อนข้างเบา เมื่อเทียบกับกันแดดเคมีอื่นๆ ที่ละลายในน้ำมัน น้องกัน UVB เป็นหลัก กัน UVA ได้นิดหน่อย แต่มีประโยชน์คือไปเพิ่ม ความคงตัว ให้ Avobenzone ได้ดี

สรุปก็คือ เป็นกันแดดเคมี ที่กันได้ครบทั้ง UVB UVA และมีการใส่สารกันแดดเสริมกันและกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากรังสี UV และ เสริมความคงตัวให้แก่ตัวสารกันแดดเอง

ในส่วนของสารบำรุงที่ทำให้สูตรนี้แตกต่างคือ

  • Physalis pubescens Fruit Juice น้ำคั้นจากผล Ground cherry ในภาษาสเปนเรียก capulí มีรายงานกล่าวถึงคุณสมบัติในการเป็น antioxidant ที่ดี ประกอบด้วย polyphenol ที่มีประโยชน์อย่าง epicatechin, ellagic acid และ myricetin (Roll Zimmer et al., Biocatalysis and Agricultural Biotechnology. 2021;31: 101895) และมีสารกลุ่ม withanolides ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ (Wang et al., Fitoterapia. 2020;146: 104692)

เสริมมาด้วย Antioxidant อย่างวิตามินอี และสารสกัดจากสาหร่าย Porphyridium cruentum extract คือ สารสกัดจากสาหร่ายชนิดหนึ่งที่พบได้ในทะเลแถบเมดิเตอเรเนียน มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี (IOP Conf. Series: Materials Science and Engineering 980 (2020) 012042) ประกอบด้วยสารในกลุ่ม phycoerythrin และ exopolysaccharides ที่สามารถปกป้องและเสริมความสามารถผิว ให้ป้องกันตนเองจากสิ่งแวดล้อม เช่น มลภาวะ รังสี UV ได้ดีขึ้น ทางแบรนด์ได้มีการทดสอบเพิ่มสารตัวนี้เข้าในกันแดดเปรียบเทียบกับไม่ได้ใส่พบว่าสามารถเสริมการปกป้องผิวจากรังสี UVA, แสงสีฟ้า และ มลภาวะ ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เติมน้ำด้วย Hya และคุมมันด้วย Silica + Hydrated silica

ในส่วนของสารอื่นๆ ก็ปรับมาได้น่าสนใจ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว และยังคงเอาสารก่อฟิล์ม ที่ใช้ใน FusionWater Magic รุ่นขวดฟ้า คือ VP/Eicosene Copolymer ซึ่งให้ฟิล์มที่กันน้ำ เคลือบปกป้องผิว พร้อมให้ฟีลลิ่งนุ่ม คล้ายไหม (Silky) ปรับเนื้อกันแดดให้เกลี่ยง่าย และเรียงตัวสม่ำเสมอบนผิว บูสท์ค่า SPF ได้นิดหน่อย (Ref: TDS Unimer U-15, Givaudan)

ในภาพรวมจึงกล่าวได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดที่พัฒนามาได้ค่อนข้างดี เลือกใช้สารกันแดดเคมีที่เสริมกันแล้วมีประสิทธิภาพในการป้องกัน UVA UVB ได้ครบ และมีความคงตัว พร้อมทั้งมี Antioxidant สารที่ดูแลเรื่องการระคายเคือง และปกป้องผิวจากความร้อน และสารก่อฟิล์มที่ช่วยบูสท์ค่า SPF ได้อีก 1 ขั้น

ให้คะแนน

  1. สารกันแดดและสารบำรุง ทำมาได้ค่อนข้างดี ปกป้องผิวจากแสงแดดได้ค่อนข้างครบ มาคราวนี้ สูตร Alcaraz เติม AOX เติมสารปกป้องผิวจากความร้อน และสารสกัดที่มีประโยชน์ในแง่ของการดูแลการอักเสบระคายเคืองเข้ามาอีก 1 ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว และสารก่อฟิล์มที่ใส่มา นอกจากจะให้ฟีลลิ่งที่ดี ก็ยังมีประโยชน์ในการเสริมด้านการป้องกันแสงแดด ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวมีผิวผสม/แห้ง ลองใช้ผลิตภัณฑ์นี้มาตั้งแต่ปลายเดือน มีนาคม 68 รู้สึกว่าทำมาได้ค่อนข้างดี แม้จะมีส่วนผสมที่ดูเรื่องการควบคุมความมัน ระหว่างวันส่วนตัวไม่ค่อยได้ออกแดดมากนัก แต่เอามาลองเติมตอนกลางวันแบบ tapๆ เบาๆ ก็ถือว่าทำได้ดี ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ ISDIN สาขาประเทศไทยด้วยค่ะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่มาให้ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาจนจบบทความ

สําหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

Facebook https://www.facebook.com/ISDINTHAILAND/

ทางไปช้อปปิ้ง

Lazada https://s.lazada.co.th/s.y4Ik8?cc

Shopee https://s.shopee.co.th/2VgVBFWzmd

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ ISDIN ประเทศไทย การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่ม Madagascar Centella สูตร Tone brightening Capsule Ampoule จากแบรนด์ Skin1004

ก่อนหน้านี้ทางเพจเคยนำเสนอรีวิวเซรั่ม Madagascar Centella ampoule ของแบรนด์ Skin1004 แบรนด์สายคลีนจากเกาหลีไป

(สามารถติดตามได้ที่ลิงค์นี้นะคะ >>Click<<)

วันนี้ขอหยิบเอาอีกสูตรที่ได้ลองมาสักพักใหญ่ๆ จนขึ้นขวดที่ 2 แล้วมารีวิว วิเคราะห์ส่วนผสมกันต่อ

น้องเป็นสูตรที่ออกแบบมาเพื่อดูแลเรื่องปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ได้อย่างลงตัวเลย

สูตรนี้มีชื่อว่า Tone brightening Capsule Ampoule ซึ่งมีหน้าตาแบบนี้

ส่วนนี้จะเป็นภาพกล่องค่ะ

ตัวนี้ทางแบรนด์มีผลเทสต์ในอาสาสมัครด้วยค่ะ โดยพบว่า อาการสีผิวไม่สม่ำเสมอ (Hyperpigmentation) ดีขึ้น วัดจากพื้นที่ของจุดด่างดำ (area) ลดลง 39.44% และปริมาณเม็ดสี melanin ลดลง 5.72% ใน 2 สัปดาห์

สำหรับตัวส่วนผสมหลักที่หน้าเว็บ Official เกาหลี เคลม จะเป็น B3 (Niacinamide) 4% Tranexamic acid 2% และใช้ MadeWhite™ เก็บในแคปซูล

โดยเซรั่มนี้จะมาในเนื้อแบบใส มีความหนืดเล็กน้อย ไม่มีกลิ่นเนื่องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม และ จะมีเม็ดแคปซูล/เม็ดบีดส์สีขาวกระจายอยู่

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ฟีลชุ่มกว่า มีความเคลือบกว่าเมื่อเทียบกับสูตรแอมพูลนางฟ้าตัวแรก พอเขาซึม/แห้งไปก็จะไม่เหลือความหนึบหรือความเหนอะหนะไว้

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 6 ก็ถือว่าใกล้เคียงกับผิวอยู่

มาดูส่วนผสมแบบเต็มกันค่ะ

ในภาพรวมน้องมาในเซรั่มเบสแบบน้ำ ที่ไม่มีส่วนผสมของซิลิโคน และแอลกอฮอล์

สำหรับประโยชน์ของสารบำรุงต่างๆ เป็นประมาณนี้

  • สารสกัดจากใบบัวบก หรือ Cica ประกอบด้วยสารพฤกษเคมีที่สำคัญในกลุ่ม Triterpenoids ที่สำคัญ 4 ชนิด ได้แก่ asiaticoside, madecassoside, asiatic acid และ madecassic acid ที่สามารถออกฤทธิ์ได้ผ่านหลายระบบและกลไก (Park KS. Evid Based Complement Alternat Med. 2021:5462633.) ซึ่งให้ประโยชน์ได้หลายด้านไม่ว่าจะเป็น Antioxidant, ลดการอักเสบระคายเคือง เสริมการสมานแผล เสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน
  • คอมบิเนชั่นของ Aqua (and) Pentylene Glycol (and) Madecassoside แทนด้วยสีบานเย็น คือ ชุดส่วนผสมของ MadeWhite™ ซึ่งข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่า สารนี้มีคุณสมบัติในการดูแลจุดด่างดำ และการระคายเคืองไปพร้อมๆ กัน (Ref: TDS MadeWhite™)
  • Niacinamide แบรนด์เคลมว่าใส่มาที่ 4% ซึ่งตัวนี้มีประโยชน์ที่ดีกับผิวหลายอย่าง เช่น เป็น Whitening ผ่านกลไกการยับยั้งการส่งผ่านเม็ดสีที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปภายนอก ดูแลเรื่องการระคายเคือง เสริมการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น barrier ผิว ควบคุมสมดุลการสร้าง sebum ดูแลปัญหาสิว
  • Tranexamic acid (TXA) แบรนด์เคลมว่าใส่มาที่ 2% มีรายงานว่า TXA สามารถยับยั้ง Plasmin ปกติ Plasmin เป็นตัวตั้งต้นก่อนจะไปกระตุ้นฮอร์โมน α-MSH (Melanocyte stimulating hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นให้ Melanocyte ทำงานเพิ่มขึ้น (J Am Acad Dermatol 2011;October:699-714.) การทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่า TXA ไปลดการสร้าง tyrosinase enzyme และโปรตีนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดสี และเสริมกระบวนการ Autophagy ของถุงเก็บเม็ดสี Melanosome ทำให้สีผิวจางลง (J Dermatol Sci. 2017;88(1):96-102.)
  • คอมบิเนชั่นของ Xylitylglucoside, Anhydroxylitol และ Xylitol มีชื่อทางการค้าว่า Aquaxyl วัตถุดิบนี้ผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่ามีประโยชน์ในการเสริมกลไกการเก็บกักน้ำของผิวตามธรรมชาติ และช่วยรักษาสมดุลของน้ำในผิว โดยออกฤทธิ์เสริมการสังเคราะห์โปรตีน Aquaporin ที่เป็นเหมือนประตูเขื่อน กั้นน้ำและ glycerol ไม่ให้หลุดรอดออกไปข้างนอก
  • 3-O-ethyl ascorbic acid เป็นฟอร์มหนึ่งของวิตามินซี ที่มีความเด่นด้าน Whitening โดยยับยั้งการสร้างเม็ดสี และเสริมการยับยั้ง MSH ที่เป็นฮอร์โมนที่จะมากระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีในขั้นแรก (Chen et al., Free Radic Biol Med. 2021 Sep;173:151-169) และเป็น antioxidant ที่ดี
  • Lactobacillus ferment ได้จากการหมักจุลินทรีย์ Lactobacillus อาจเคลมในเรื่องของ postbiotic ให้ผิวแข็งแรงได้

ส่วนผสมอื่นๆ เลือกมาได้ค่อนข้างดี และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ในด้านของการเป็น Whitening คิดว่าออกแบบมาได้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่ต้นน้ำ ก่อนเกิดการสร้างเม็ดสี ด้วย TXA กลางน้ำ คือยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ด้วยวิตซี และปลายน้ำ คือ B3 ที่บล็อคไม่ให้เม็ดสีที่สร้างเสร็จแล้วออกไปภายนอก สูตรทำมาได้ค่อนข้างอ่อนโยน และมีตัว Cica มาช่วยเรื่อง Soothing ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ น้องเป็นเซรั่มที่เนื้อบางเบา ไม่เหนอะหนะ จะมีความชุ่มชื้นและหนักกว่าแอมพูลนางฟ้าสูตรออริจินอล แต่ก็ไม่ได้ลื่น เมือก หรือทิ้งฟิล์มกวนผิว สามารถเอาลงรูทีนได้ง่าย ใช้งานสะดวก จะติก็แค่พกพาลำบากหน่อยเวลาเดินทาง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมาหักคะแนนเนอะ เอาไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

แนบทางไปช้อปปิ้ง

Lazada https://s.lazada.co.th/s.DENgz?cc

Shopee https://s.shopee.co.th/AA4eQqeWBP

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมน้ำตบไฮดรา HydraRescue Glacier Water Essence จากแบรนด์ YOU Beauty

Empties review

Blog นี้จะมารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมน้ำตบไฮดราจากแบรนด์ YOU หลังใช้หมดขวดไปแล้วนะคะ

น้องมีชื่อเต็มๆ ว่า HydraRescue Glacier Water Essence มี 2 ขนาด คือ 60 ml และ 120 ml โดยที่ในภาพจะเป็นขนาด 120 ml

น้องเป็นน้ำตบไฮยาที่มาในเนื้อบางเบา ไม่ลื่น ไม่เมือก สำหรับคนชอบฟีลเบาๆ

ข้อมูลจากแบรนด์ระบุว่า มีการทดสอบผลิตภัณฑ์ในผู้ใช้จำนวน 50 คน พบว่า

ใน 2 สัปดาห์

  • 87% ผิวมันลดลง
  • 97% รู้สึกชุ่มชื้นขึ้น
  • 91% ผิวเรียบเนียนขึ้น

ส่วนผสมในภาพรวมเป็นดังนี้

ในภาพรวมเป็นน้ำตบ/เอสเซนส์ที่มี Hyaluronate 9 ฟอร์ม ตามเคลม “9D” โดยมีทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ตัวเคลือบ และตัวอนุพันธ์

ตัวที่น่าสนใจและดูเด่น คือ Dimethylsilanol Hyaluronate ที่เป็นวัตถุดิบดัดแปลเอา Organic silicon มาใส่ใน Hya เป็นวัตถุดิบของ Exsymol ประเทศโมนาโค บริษัทผู้ผลิตมีผลเทสต์ในอาสาสมัครเรื่องการเพิ่มความชุ่มชื้น ยืดหยุ่น และที่น่าสนใจคือมีผลเทสต์ในระดับเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่าสามารถกระตุ้นการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของ Fibroblast ที่ให้ประโยชน์ในเชิง Antiaging ด้วย (Ref: TDS from Biosil Technology)

นอกจาก Hya แล้ว การใช้ Glyceryl glucoside ก็มีความน่าสนใจ คือ น้องจะไปเพิ่มการสังเคราะห์ประตูเก็บน้ำและ Glycerol เข้าผิว ที่ชื่อ Aquaporin ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น

Soothing ด้วย น้ำทะเล (Maris Aqua), สารสกัดจาก Calendula, และทางแบรนด์มีการเคลมเกี่ยวกับ Canadian Glacial water เรื่องความชุ่มชื้น

มีส่วนผสมของสารที่ให้ความรู้สึกเย็น คือ Methyl diisopropyl propionamide ซึ่งให้ความเย็นแบบละมุนได้ยาวนานโดยไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง

ในภาพรวมก็คือเป็นน้ำตบ/เอสเซนส์ที่ทำออกมาเน้นเติมน้ำเป็นหลัก ได้เรื่อง soothing กับ antiaging เสริมเข้ามา

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/1qPQFdwiyC

Disclaimer: received as a gift, self-opinion

Image

Mini Review Urea cream 9.4% ของ Instituto Español จากสเปน

ที่สุดแห่งยูเรียครีมราคาประหยัด

น้องเป็นครีมจากแบรนด์ Instituto Español อิมพอร์ตจากสเปน นางแอบหายไปพักหนึ่ง ล่าสุดกลับมาแล้ว

กระปุก 400 ml ราคาราวๆ 3xx แล้วแต่โปร

รีวิวแบบรวบตึง

พระเอกเป็น Urea 9.4% เป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้น

แม้ว่า Urea จะแลดูเป็นสารเก่าแก่ พื้นๆ แต่น้องจัดเป็นสารที่ใช้เป็นตัวเลือกแรกๆ (Gold standard) ในการดูแลปัญหาผิวแห้ง

Urea เป็น สารที่เพิ่มความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ (Natural moisturizing factor; NMF) อยู่ในผิวเรา

ประโยชน์ของ Urea ได้แก่

  1. เสริมการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและหน้าที่ของ Keratinocyte (เซลล์ผิวในชั้นหนังกำพร้า) ให้โตเต็มไว มีความแข็งแรง
  2. เสริมการสังเคราะห์ไขมันที่เป็นองค์ประกอบของ Barrier ผิว
  3. เสริมภูมิคุ้มกันของผิว โดยไปเสริมการสร้าง Peptide ที่มีฤทธิ์ต่อต้านจุลชีพตามธรรมชาติบนผิว

(Ref: Dirschka T. Int J Clin Pract. 2020;74(S187):e13569)

สารกลุ่มมอยส์เจอไรเซอร์ครบ

ออยล์เคลือบ: Mineral oil + Dimethicone
ออยล์บำรุง: พวก Fatty ester

สารบำรุงอื่น: Hydroxyethyl urea เติมน้ำ + Allantoin เป็นsoothing

ใดๆ ในส่วนผสมมี Isopropyl myristate มาในลำดับกลางๆ อาจอุดตันได้ในผิวมัน ควรเลี่ยงบริเวณหน้าอก แผ่นหลัง เพราะเป็นบริเวณที่มีต่อมไขมันอยู่หนาแน่นกว่าบริเวณอื่น นะคะ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการตอบสนองแต่ละคนไม่เหมือนกัน และคนผิวแห้งไม่ค่อยน่ากังวลเรื่องอุดตันเท่าไหร่

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.lazada.co.th/s.EGOx4?cc

Disclaimer: self-purchased, self-opinion

Image

MiniReview Astella Advanced intense soothing serum เซรั่มสายสบายผิวที่ออกแบบมาได้อย่างลงตัว

เป็นเซรั่มเนื้อออกไปในโทนเจลครีม เนื้อดูเหมือนจะหนัก แต่พอเกลี่ยแล้วให้ฟีลบางเบามาก ไม่มีความเหนอะเลย แต่จะสัมผัสได้ถึงความเคลือบๆ ปกป้องผิวนิดหน่อย

ในด้านส่วนผสมเรียกได้ว่าเลือกมา Balance กันมาก

ตัว Soothing จะเป็น Defensil® Plus ที่มีผลเทสต์ในอาสาสมัครถึงเรื่องคุณสมบัติในการดูแลกระบวนการอักเสบต่างๆ โดยอาศัยกรดไขมัน และ Phytosterols จากพืชเป็นสารสำคัญหลัก

ในด้านความชุ่มชื้น

มี Aquaxyl® ที่เด่นเรื่องของการเก็บกักน้ำผ่าน Aquaporin-3 และ ปิดประตู Tight junction รวมถึงเสริมการสร้าง Filaggrin ที่จะกลายเป็น NMF มาจับน้ำตามธรรมชาติต่อไป มาคู่กับ Tridermol® Hydrant เป็นสารสกัดจากสาหร่ายสีแดง ที่จะก่อฟิล์มบนผิวเพื่อปกป้องผิวจากมลภาวะ และ ลดการระเหยน้ำออกจากผิว พร้อมคุณสมบัติเสริมด้าน Antioxidant และการดูแลการระคายเคือง

เสริมกระบวนการผลัดผิวแบบอ่อนโยนตามธรรมชาติด้วย Gluconobacter/honey ferment filtrate เป็นน้ำผึ้งหมักกับจุลินทรีย์สายพันธุ์ Gluconobacter ที่พบได้ตามธรรมชาติ ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า มีคุณสมบัติในการเสริมกระบวนการผลัดผิวตามธรรมชาติ โดยไปกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ Cathepsin D ที่เป็นเอนไซม์ที่ค่อยๆ ตัดกาว Desmosome ที่ยึดเอาเซลล์ขี้ไคลเอาไว้ด้วยกันให้หลุดทีละน้อยๆ ผิวก็จะเกิดการผลัดทิ้งไปได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ทิ้งขุย

สารบำรุงอีกชุด คือ Seboclear MP (INCI name: Propanediol and bioflavonoids) ตัวนี้เป็น prenylated bioflavonoids จากพืช ดูแลปัญหาสิวได้หลายอย่าง ตั้งแต่ควบคุมความมันผ่านกลไกหลัก 2 กลไก คือ ยับยั้งการทำงานของ 5alpha-reductase ที่เป็นตัวเปลี่ยนฮอร์โมนเพศชาย Testosterone ให้กลายเป็น DHT ที่มีฤทธิ์แรงขึ้น ไปกระตุ้นต่อมไขมันให้สร้างน้ำมันมากขึ้น อีกกลไก คือ ไปลดการเจริญของเซลล์ Sebocyte ที่เก็บไขมันและเจริญมากเกินไปในต่อมไขมันให้กลับมาสู่ขนาดปกติ นอกจากนี้ยังควบคุมการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของเชื้อก่อสิว C. acnes และปรับสมดุลไมโครไบโอมผิว และมีคุณสมบัติด้าน Antiaging โดยมีฤทธิ์คล้าย Retinoids ทดสอบในอาสาสมัครหญิง 21 คน พบว่าความกระชับและความยืดหยุ่นผิวเพิ่มขึ้น ริ้วรอยตื้นขึ้น (Hettwer et al., Personal Care Europe. June 2018)

ในภาพรวมก็คือ น้องไม่ใช่แค่ Soothing ธรรมดา แต่เป็น Soothing ที่มาพร้อมการควบคุมความมัน ดูแลปัญหาสิว และเป็น antiaging ในตัว จึงถือว่าน่าสนใจมาก

ทางไปช้อปปิ้ง https://s.lazada.co.th/s.EoH4M?cc

Disclaimer: received as gift, self-opinion

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่ม Soybean panthenol ampoule จาก Round Lab

Blog นี้เราจะมาวิเคราะห์ส่วนผสมของเซรั่ม Soybean Panthenol Ampoule จากแบรนด์ Round Lab กัน

ซึ่งน้องมีหน้าตาแบบนี้

ส่วนนี้จะเป็นหน้าตาของกล่อง

เนื้อสัมผัสจะเป็นแบบน้ำนม มีความหนืดเล็กน้อย

เกลี่ยง่าย ให้ฟีลบางเบา ไม่เหนอะหนะ

ก่อนจะไปดูส่วนผสม มาดูเคลม และผลเทสต์ของผลิตภัณฑ์ก่อนนะคะ

สำหรับตัว Soybean panthenol ampoule นี้ ทางแบรนด์เคลมว่า ใช้ Panthenol ที่เก็บกักไว้ในนีโอโซม ซึ่งการเอาไปเก็บนีโอโซมก็จะช่วยเสริมการดูดซึมได้

ซึ่งก็จะสอดคล้องกับผลเทสต์ในอาสาสมัครเพศหญิง จำนวน 22 คน ช่วงอายุ 28 – 64 ว่าสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นในผิวที่หลายๆ ระดับ ได้ในการทาเพียงครั้งเดียว

นอกจากนี้การทาเพียงครั้งเดียว ยังปรับ texture ผิวให้เรียบเนียน และลดการเกิดขุยผิว ซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่าผิวชุ่มชื้นขึ้น

และการใช้ 2 สัปดาห์ ช่วยให้ Barrier ผิวแข็งแรงขึ้น วัดจากค่าการระเหยของน้ำออกจากผิว หรือ Trans-epidermal water loss (TEWL) ที่ลดลง

จากผลเทสต์เหล่านี้ก็ถือว่าเป็นเซรั่มวิตามินบี 5 ที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

มาดูส่วนผสมกัน

ในภาพรวมก็คือ เป็นเบสแบบน้ำนม มีส่วนผสมของพวก Fatty ester อยู่รวมกับเบสน้ำ ไม่มีแอลกอฮอล์ และซิลิโคน ในส่วนของสารบำรุงก็จะมี

  • Panthenol หรือ โปรวิตามินบี 5 ที่มีข้อมูลสนับสนุนว่า สามารถดูดซึมผ่านผิวหนังได้ มีคุณสมบัติเป็น Moisturizer ที่ดี เพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยผิวกักเก็บน้ำโดยไปลดการระเหยของน้ำออกจากผิว ให้ผิวนุ่ม ยืดหยุ่น เสริมกระบวนการสมานแผล (Wound healing) ลดการอักเสบระคายเคือง ลดรอยแดง (Ebner et al., Am J Clin Dermatol. 2002;3(6):427-33.) แบรนด์เคลมเป็น Panthenol ที่เก็บในนีโอโซม ความเข้มข้น 50,000 ppm คำนวณกลับมาเป็น 5% ในสูตร
  • สารสกัดจากถั่วเหลือง ซึ่งแบรนด์เคลมว่า ใช้ถั่วเหลือง Black soybean ซึ่ง ประกอบด้วย anthocyanin และ isoflavones สูงกว่าถั่วเหลืองปกติถึง 19.5 เท่า โดยปกติสารสกัดจากถั่วเหลืองก็จะเด่นในด้านของ antioxidant จากพวก isoflavones ส่วนประโยชน์แบบละเอียดอาจจะต้องย้อนไปดูกรรมวิธีการสกัดอีกที
  • ไขมันที่เป็นองค์ประกอบของ Barrier ผิว และสารตั้งต้น มี Ceramides, cholesterol, fatty acid อยู่ครบ โดยตัวที่น่าสนใจ คือ Tetraacetylphytosphingosine มีข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่า สามารถเสริมการสังเคราะห์ Glucosylceramides ที่เป็นสารตั้งต้นของ Ceramides ได้ดีกว่า และมีประโยชน์ในเชิงด้านของการดูแลการอักเสบระคายเคือง
  • Ulmus Davidiana Root Extract มีงานวิจัยระบุว่าประกอบด้วย Polysaccharide พบว่ามีประสิทธิภาพในการเพิ่มความชุ่มชื้นเทียบเท่า Hyaluronic acid ลดสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบ ในระดับเซลล์เพาะเลี้ยง (J Cosmet Sci. 2006;57(5):355-67.) อีกงานวิจัยกล่าวว่า มีสารกลุ่ม Flavan-3-ols ที่สามารถป้องกันการเกิด Glycation ของโปรตีนได้ (Planta Med. 2008; 74(15):1800-2.)
  • Amaranthus Caudatus Seed Extract สารสกัดจาก Amaranth มีรายงานว่าเป็น Antioxidant (Nahrung. 2002; 46(3):184-6.) ข้อมูลจากผู้ผลิตบอกว่า สารสกัดส่วนเมล็ดของ Amaranth ประกอบด้วยน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวปริมาณสูง และมี Squalane

นอกจากนี้มี Adenosine ดูแลเรื่องชะลอวัย ริ้วรอย เติมน้ำด้วย Hya และมีวิตามินอี เป็น antioxidant

ในภาพรวมก็คือ ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างครบ เด่นเรื่อง Soothing พร้อมฟื้นฟู Barrier ผิว เสริมความชุ่มชื้น รองๆ ได้เรื่อง antioxidant เข้ามา

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ในส่วนของสารบำรุงตัวหลักจะเป็น Panthenol ที่บรรจุใน niosome เพื่อเสริมการดูดซึม มีผลทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัคร เสริมมาด้วยสารสกัดจากธรรมชาติหลายชนิด เด่นเรื่อง Soothing พร้อมฟื้นฟู Barrier ผิว เสริมความชุ่มชื้น มาพร้อมไขมันที่เป็นองค์ประกอบของ Barrier ผิว และสารตั้งต้น ในภาพรวมให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ในภาพรวมคือน้องเป็นเซรั่ม B5 ที่ทำมาในเนื้อบางเบา ไม่เหนอะหนะ สามารถเอาเข้ารูทีนได้ง่าย ในเรื่องของความสบายผิว ดูแลการระคายเคืองส่วนตัวคิดว่าน้องทำมาได้ค่อนข้างดี ในด้านความชุ่มชื้นถ้าผิวแห้งมากคิดว่าต้องเสริมมอยส์อื่นเพิ่มเติม แต่ถ้าผิวมันคิดว่าน่าจะเอาอยู่ ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

แนบทางไปช้อปปิ้ง

Lazada https://s.lazada.co.th/s.EUDZG?cc

Shopee https://s.shopee.co.th/5fbTPHWnEf

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

Mini review แชมพูและทรีทเมนท์ &Honey melty moist repair shampoo และ treatment

&honey ไลน์ hair care ตัวดังมีออฟฟิเชียลในไทยแล้ว ไม่ต้องหิ้วให้เปลืองน้ำหนัก

Mini review วิเคราะห์ส่วนผสมแบบย่อ

🩷แชมพู

สารทำความสะอาดเปิดมาด้วย Lauramidopropyl betaine ที่มีความอ่อนโยน เสริมด้วยกลุ่ม sulfonate และ glutamate ตัว glutamate นี้ได้จากการดัดแปลงกรดอะมิโน มีความอ่อนโยน

สารทำความสะอาดที่น่าสนใจ คือ Sodium lauroyl methylaminopropionate ตัวนี้เป็นตัวดัดแปลงกรดอะมิโนเหมือนกัน มีความอ่อนโยน เหมาะใช้ในแชมพู ข้อมูลจากผู้ผลิตสารมีเคลมเรื่องช่วยให้ผมนุ่ม เหมาะกับผมแห้ง เพราะน้องจะปรับสภาพเส้นผมได้หน่อยๆ

สารเคลือบผม ปรับประจุ ลดผมชี้ฟู ใช้ Polyquaternium-10 (PQ-10) + PQ-47 ตัวนี้เจอไม่ค่อยบ่อย เด่นเรื่องลดผมชี้ฟู ผมพันกัน และมี afterfeel คล้ายใยไหม

ในภาพรวมก็คือส่วนผสมค่อนข้างพรีเมียม ไม่มีซัลเฟต

🩷ครีมนวด

มีส่วนผสมของสารประจุบวกค่อนข้างหลากหลาย ปรับสภาพเส้นผมให้นุ่มลื่นหวีง่าย

ตัวหลักเป็น Behentrimonium chloride ที่เด่นเรื่องลดผมชี้ฟู เคลือบปิดเกล็ดผมให้นุ่มลื่น

มีไฮยาประจุบวก ที่เกาะกับผมเสียที่เป็นลบได้

กลุ่มไขมันจะมีพวก phytosterols, ceramide ที่ดูแลเรื่องไขมันที่ยึดเกล็ดผมไว้ด้วยกัน

เสริมโปรตีนเคราตินเข้ามาอีก 1

ส่วนสารบำรุงก็จะเป็นตระกูลน้ำผึ้งและผึ้งใดๆ ตามชื่อแบรนด์

ในภาพรวมก็คือน่าสนใจ และส่วนผสมทำมาได้คุ้มค่าคุ้มราคา

ทางไปช้อปปิ้ง
https://s.lazada.co.th/s.ETvAu?cc
https://s.shopee.co.th/3VX0SV95kb

Disclaimer: self-purchased, self-opinion

Image

ลดอายุผิว 1 ปี เมื่อใช้เพียง 1 เดือน ทดสอบแล้วด้วยตัวเอง กับ ISDIN Flavo-C สูตร Ultraglicans และ Melatonin ในแคมเปญ 24H Glow Challenge

สำหรับ Blog นี้อยากมาอัพเดทผลการเข้าร่วมโครงการ 24H Glow challenge ไปกับ ISDIN Flavo-C ค่ะ

โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้นำมาร่วมในโครงการจะเป็นคู่ Flavo-C Ultraglicans และ Flavo-C Melatonin ซึ่งออกแบบมาได้สอดคล้องกับความสามารถและการทำงานของผิวเราที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาในแต่ละวัน หรือ Circadian rhythm นั่นเอง

ช่วงกลางวันผิวเราจะเก่งเรื่องการปกป้อง เราก็เสริม วิตามินซีฟอร์ม L-ascorbic acid (LAA) + อี + Ergothioneine เข้ามา

ช่วงกลางคืนผิวเราจะเก่งฟื้นฟู เราก็เสริม วิตามินซีฟอร์ม 3-O-Ethyl ascorbic acid + Melatonin เข้ามา

ก็คือคอมบิเนชั่นนี้ดูแลผิวได้ครบ 24 ชั่วโมงตามหลัก Circadian rhythm ของผิวเลย

ถ้าสนใจอ่านรีวิวที่พึ่ง revise ใหม่ของ 2 ตัวนี้ เชิญได้ที่ลิงค์ด้านข้างเลยนะคะ >>Click อ่านรีวิวละเอียด<<

ในการเข้าร่วมโครงการนี้ส่วนตัวไม่เปลี่ยน Skincare ใดๆ ตั้งแต่ 25 ม.ค. 68 จนถึง 22 ก.พ. 68 เพื่อให้มั่นใจว่าผลที่เปลี่ยนแปลงไปมาจาก Flavo-C ultraglicans และ Flavo-C melatonin จริงๆ

อารัมภบทนิดหน่อย แล้วมาดูผลกัน

รุ่นนี้แพคเกจจะมาในขวดแก้วเล็กๆ ที่เรียกว่าแอมพูล ทางแบรนด์ก็จะมีที่หักคอขวด กับตัวจุกยางไว้ใช้ตอนใช้งานมาให้ด้วย

โดยในการร่วมโครงการนี้ ดิฉันได้ไปตรวจวัดสภาพผิวที่ร้าน Hack Beauty Lab ที่เซ็นทรัลพระราม 9 โดยเขาจะมีเครื่องวัดสภาพผิวเกรดงานวิจัย ที่ชื่อ VISIA อยู่ ก็ทำการตรวจ 2 ครั้ง คือ เก็บผลก่อนเริ่มใช้ แล้วก็หลังใช้ Ultraglicans ตอนเช้า + Melatonin ตอนกลางคืน เป็นเวลา 1 เดือน

หน้าตาหน้าร้านนะคะ อยู่ที่ชั้น 5

ส่วนนี้จะเป็นหน้าตาของเครื่อง VISIA ที่ได้รับการยอมรับในงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารวิชาการชั้นนำ

เครื่องนี้จะถ่ายภาพผิวภายใต้สภาวะแสงที่คุมความเข้มให้ได้มาตรฐาน 3 มุม คือ มุมตรง และมุมข้างซ้ายและขวา ในองศามาตรฐาน แล้วทำการวิเคราะห์ค่าสภาพผิวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ความเสียหายจากรังสี UV จุด porphyrin จากสิว รูขุมขน ริ้วรอย รวมไปถึง Brown spot รอยแดงต่างๆ แล้วคำนวณอายุผิวมาให้เราเสร็จสรรพเลย

ตัวเครื่อง VISIA จะถ่ายภาพ แล้ววิเคราะห์คะแนนผิวออกมาในหน่วย Percentile โดยค่ายิ่งมาก แปลว่าผิวเราอยู่ในกลุ่มดีนะคะ

ก่อนการใช้ Flavo-C ผิวของดิฉันมีค่าต่างๆ ประมาณนี้

ส่วนใหญ่ค่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดี จะมีแค่ปัญหาการระคายเคือง เพราะว่า ความแดง อยู่ในระดับ 39% อายุจริง 39 อายุผิว 33 นี่แหละค่ะ เก็บแต้มบุญจาก Retinol และกันแดด เก็บไว้เยอะๆ สักวันผิวเราก็ต้องเสื่อม

หลังใช้ Flavo-C Day night ครบ 1 เดือน เราก็ไปทำการวัดผิวอีกรอบ

สังเกตว่า ค่าอาการแดงก็ดีขึ้น และอายุผิวลดลงไป 1 ปี เหลือ 32

ทางเราก็ทำสรุปมาให้ในภาพถัดไปค่ะ

ที่น่าสนใจคือ เราใช้เวลา 1 เดือน ซื้ออายุผิวคืนได้ 1 ปี ตรงนี้เป็นอะไรที่ดีงามมากจริงๆ นอกจากนี้ค่าอื่นที่ดีขึ้น ได้แก่ ผิวเรียบเนียนขึ้น จุดด่างดำดีขึ้น อาการระคายเคือง (ประเมินจากรอยแดง) ลดลง และตัว Porphyrin ที่สร้างจาก C. acnes ลดลง

จุดนี้ถือว่าค่อนข้างประทับใจนะคะ กับคู่ Flavo C Day-night คู่นี้

ทางไปช้อปปิ้ง

Flavo C Ultraglicans (สำหรับกลางวัน)

https://s.lazada.co.th/s.vtd03?cc

https://s.shopee.co.th/6pn8w9Ana6

Flavo C Melatonin (สำหรับกลางคืน)

https://s.lazada.co.th/s.vtdVT?cc

https://s.shopee.co.th/wonbo1K5

Disclaimer: สนับสนุนผลิตภัณฑ์ และการตรวจวัดสภาพผิวโดยบริษัท Hack Beauty Lab

Image

รีวิวไนท์เซรั่มนวัตกรรมใหม่ Melatonik จาก ISDIN มาพร้อมนวัตกรรมที่เปิดระบบ HIF-1

มันจะมีเซรั่มอยู่ตัวหนึ่ง ที่พรีเมี่ยมสุด พรีเมี่ยมกว่าเพื่อนๆ ในแบรนด์ ISDIN นั่นก็คือน้อง Melatonik นั่นเองค่ะ มันจะขนาดไหน Blog นี้จะมาแกะส่วนผสมกันนะคะ

น้องมาในกล่องแบบหรูหราเลย

ด้านในเป็นขวดแก้วแบบมีหลอดหยด

ตัวเซรั่มเป็นเบสแบบน้ำมัน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ

เกลี่ยได้ง่าย ไม่เหนอะหนะ แต่จะให้ฟีลวาวๆ แบบน้ำมันบำรุงผิว

สำหรับความพิเศษของเซรั่มนี้ก็คือ เขามาในคอนเซปท์ Beauty sleep เน้นการฟื้นฟูผิวในยามนอนหลับด้วยการผสานส่วนผสม 3 ชนิด คือ Melatonin, Bakuchiol และ Vitamin C

จุดเด่นของน้องคือ ส่วนผสมคอมบิเนชั่นนี้มีผลการทดสอบรองรับว่าออกฤทธิ์ผ่านระบบ Hypoxia-inducible factor 1 หรือ HIF-1

ระบบนี้มีอยู่ทั่วไปในร่างกายเรา เป็นชุดของโปรตีนที่จะเปิดการทำงานเมื่อปริมาณของ oxygen น้อยลง เมื่อเปิดการทำงานแล้วจะควบคุมยีนอื่นๆ อีกหลายตัว เพื่อตอบสนองและปรับตัวในสภาวะที่ oxygen น้อยๆ นั้น รวมถึงปรับเรื่อง metabolism ที่จากเดิมเราใช้ออกซิเจน ให้ปรับมาในโหมดไม่ใช้ออกซิเจน (anaerobic metabolism) (Yale J Biol Med. 2007;80(2):51–60.)

ในผิวหนังของเราก็มีระบบ HIF-1 เหมือนกัน ทำหน้าที่ควบคุมกระบวนการสร้างเส้นเลือดใหม่ (angiogenesis) การอักเสบ การสมานแผล การทำงานของเซลล์ Keratinocyte ในหนังกำพร้า เสริมระบบภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันตัวเอง เสริม Barrier ผิว โดยผ่านการควบคุมหลายๆ ยีนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการต่างๆ ภายในผิว

ถ้าระบบ HIF-1 ที่ผิวทำงานผิดปกติไปก็จะส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น เพิ่มการอักเสบ อาจนำไปสู่ผิวอักเสบแบบ atopic, สะเก็ดเงิน การสมานแผลช้าลง

การทดลองในหนูทดลอง และใน Keratinocyte มนุษย์ที่เพาะเลี้ยง พบว่า ถ้าเราไปดัดแปลงระบบ HIF-1alpha ให้ทำงานน้อยลง/ไม่ทำงาน จะนำไปสู่ภาวะ aging ด้วย ผิวหนังจะมีความบางลง (atrophy) มีการอักเสบเพิ่มขึ้น โครงสร้างของ laminin-332 (Ln-332) และ integrins ที่อยู่ที่ชั้น basement membrane จะอ่อนแอลง ส่งผลให้เกิดริ้วรอยตามมา และยังทำให้เซลล์ผิวหนังเจริญช้าลง (J Cell Sci. 2011;124(Pt 24):4172-83.)

ในปี 2018 มีการกล่าวถึงการเสริมการทำงานให้ระบบ HIF-1alpha เพื่อฟื้นฟูสภาพผิว (Skin rejuvenation) โดยถ้าไปเสริมได้ จะส่งผลให้ ผิวหนังรักษาสมดุลตัวเองได้ดี มีการสร้างหลอดเลือดใหม่เพื่อลำเลียงสารอาหารมาเลี้ยงผิว ซัพพอร์ตการทำงานตามปกติของผิว เสริมการสร้างคอลลาเจน อิลาสตินใหม่ๆ ซึ่งถือว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียว (Plast Reconstr Surg. 2018;141(4):600e-607e.)

เวลาเราโดนรังสี UV เยอะๆ ระบบ HIF-1 ทำงานได้น้อยลง เลยเป็นส่วนหนึ่งของการเกิด aging ด้วยอีกทาง

ทีนี้เราลองมาดูส่วนผสมใน Melatonik กับการเปิดระบบ HIF-1alpha กันบ้าง

  • การทดสอบในผิวหนังมนุษย์ (ex vivo skin explant) พบว่าคอมบิเนชั่นของ Melatonin, Bakuchiol และ Vitamin C ฟอร์ม ascorbyl palmitate ทำงานร่วมกัน (synergism) เพื่อมาเปิดระบบ HIF-1alpha และฟื้นฟูสภาพผิว ฟื้นฟูระบบ HIF-1alpha ให้กลับมาทำงานปกติ แล้วส่งผลต่อให้การสร้างคอลลาเจนมีเพิ่มขึ้น เสริมการสร้างเส้นเลือดใหม่เพื่อลำเลียงสารอาหาร เพิ่มความสามารถของ Barrier ผิว และ ปรับสมดุล metabolism ระดับเซลล์ (Cell Mol Biol. 2018; 65(8):39–47.)

พอมีงานวิจัยนี้ออกมา ก็คือทราบกลไกแล้วว่า คอมบิเนชั่นนี้คือจึ้งมาก เปิด HIF-1 และรีเคลม คืนสภาพ HIF-1 ที่มันน้อยลงเพราะ UV กลับมาได้ เขาก็เริ่มมาศึกษาต่อแล้วค่ะ

  • งานวิจัยถัดมาเริ่มทำในอาสาสมัคร มี 5 การทดลองย่อย รวมใช้อาสาสมัครหญิง 103 คน ทดสอบตั้งแต่ 28 วัน – 84 วัน (3 เดือน) ก็เจอว่า รอยแดงลดลง (สื่อถึงการอักเสบลดลง) ริ้วรอยลดลง ความกระชับผิวเพิ่มขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้นในผิวได้ 12 ชม. หลังทา และมีความปลอดภัยที่ดี มีการทดสอบในอาสาสมัครผิวมันด้วย (J Cosmet Dermatol. 2019;18(3):806-814.)
  • การศึกษาต่อมา ทำในเซลล์เพาะเลี้ยง ทำ 2 เซลล์ คือ Keratinocyte (เซลล์ในหนังกำพร้า) และ Fibroblast (เซลล์ที่สร้างคอลลาเจนและอื่นใด) และทำในผิวหนังมนุษย์ (ex vivo) พบว่าปริมาณของ Filaggrin ที่จะสลายตัวเป็น NMF หรือ อาจกลายเป็นเปลือกหุ้มเซลล์ขี้ไคล (cornified envelope) เพิ่มขึ้น และปริมาณของ Aquaporin-3 ก็เพิ่มขึ้น ผลคือ ผิวแข็งแรงขึ้น เก็บความชุ่มชื้นได้มากขึ้น ปริมาณของ Collagen I ก็เพิ่มขึ้น ลดปริมาณของเซลล์ที่เสียหายเพราะ UV (sunburn cells) ในหนังมนุษย์ ก็คือฟื้นฟูด้วยอีกหนึ่ง (Dermatol Ther (Heidelb). 2020;10:191–202)
  • ทำในอาสาสมัครอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้มีตรวจชิ้นเนื้อด้วย ทำในอาสาสมัคร 24 คน 12 สัปดาห์ อีก 12 คน ใช้ต่อจนครบ 24 สัปดาห์ (นานมาก) ผลการทดลองก็คือจึ้งมาก Texture ผิว จุดด่างดำ รอยแดง สีผิว complexion พวกเส้นริ้วตื้นๆ ริ้วรอย อาการแสดงจากแสงแดด จุดด่างดำต่างๆ ดีขึ้นหมดเลย ที่น่าสนใจก็คือ ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าบนหน้าผาก และ เส้นร่องแก้ม (marionette lines) ก็ดีขึ้น (J Cosmet Dermatol. 2020;19(4):884-890)

เห็นส่วนผสมพี่เรียบๆ แต่วิจัยเพียบนะคะ

ในภาพรวมน้องเป็นเซรั่มเบสออยล์ ที่มีส่วนผสมของเบสน้ำนิดหน่อย โดยออยล์ที่เลือกใช้เป็นออยล์ชนิดบำรุง อย่าง Caprylic/capric triglyceride ซึ่งซึมผิวได้ ไม่เหนอะหนะ เสริมมากับ Dicaprylyl carbonate ที่บางเบาเช่นกัน และใช้ Alcohol เข้ามาลดความเหนอะหนะอีก 1 สเต็ป

เราจะเริ่มที่คอมบิเนชั่นของ Melatonin, Bakuchiol และ Vitamin C ฟอร์ม ascorbyl palmitate ทำงานร่วมกัน (synergism) เพื่อมาเปิดระบบ HIF-1alpha และฟื้นฟูสภาพผิว ฟื้นฟูระบบ HIF-1alpha ให้กลับมาทำงานปกติ แล้วส่งผลต่อให้การสร้างคอลลาเจนมีเพิ่มขึ้น เสริมการสร้างเส้นเลือดใหม่เพื่อลำเลียงสารอาหารมาเลี้ยงและดูแลผิว เพิ่มความสามารถของ Barrier ผิว และ ปรับสมดุล metabolism ระดับเซลล์ (Cell Mol Biol. 2018; 65(8):39–47.)

ซึ่งปกติแล้ว Melatonin เองก็เป็น Antioxidant ที่มีฤทธิ์ดี Bakuchiol เองก็เด่นหลายอย่างทั้งในด้านการชะลอวัยคล้าย Retinoids แต่ไม่มีอาการระคายเคือง มาเจอกับวิตามินซีอีก 3 ฟอร์ม คือ Ascorbyl palmitate, Ascorbyl tetraisopalmitate และ Ascorbic acid ซึ่งเป็น Antioxidant ที่ดีเหมือนกันหมด

เสริมความคงตัวให้ระบบด้วย Tocopherol (วิตามินอี)

มาให้คะแนนกัน

  1. สารบำรุง คอมบิเนชั่นของ Melatonin, Bakuchiol และ Vitamin C ฟอร์ม ascorbyl palmitate ทำงานร่วมกัน เปิดและฟื้นฟูการทำงานของระบบ HIF-1 มีงานวิจัยรองรับ และมีผลทดสอบในอาสาสมัครที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำทางผิวหนัง แต่ละตัวก็มีคุณสมบัติที่ดีในการดูแลผิว เอามาเสริมกันได้อย่างลงตัว และที่สำคัญกลไกของ HIF-1 ก็ยังเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ในวงการ และแลดูเหมือนจะให้ผลที่ดีด้วยสิ ให้คะแนนความนวัตกรรม 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ มีแอลกอฮอล์ แต่ด้วยเบสเป็นน้ำมัน เลยไม่น่ากังวลเท่าไหร่ ส่วนตัวเป็นผิวผสม-แห้ง ก็ใช้ได้ไม่มีปัญหาอะไร แต่ต้องหักคะแนนตามระเบียบ รับไป 4 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ในเซรั่มขวดนี้มันจะมีอยู่หลายชอบ ไม่ว่าจะเป็น ชอบ 1 ชอบเรื่องการดึงเอาระบบ HIF-1 มาพูดถึงในทางสกินแคร์ ชอบ 2 ชอบความงานวิจัยมากมายที่มายืนยันว่าคอมบิเนชั่นของชั้นเนี่ย เปิดระบบนี้ได้จริง ชอบ 3 ส่วนผสมมาแบบค่อนข้างคลีน น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรม ด้านการใช้งาน ไม่ได้เยิ้ม ไม่ได้วาว ไม่ได้เหนอะหนะ ส่วนตัวเอามาทาหลังทาครีมเสร็จ แล้วก็นั่งทำอะไรเรื่อยเปื่อยอีกสักพักก่อนเข้านอน ตื่นมาก็ผิวชุ่มชื้นดีไม่ได้เยิ้ม รับไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ และขอบคุณทางแบรนด์สำหรับผลิตภัณฑ์ Melatonik ขวดนี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ ISDIN สาขาประเทศไทย ได้โดยตรงเลยนะคะ

Facebook https://www.facebook.com/ISDINTHAILAND/

ทางไปช้อปปิ้ง

Lazada https://s.lazada.co.th/s.vo0HD?cc

Shopee https://s.shopee.co.th/2Ve5GROTMK

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญมาจากทางแบรนด์ ISDIN ประเทศไทย การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มในไลน์ Flavo-C Ultraglicans ทั้งสูตรกลางวัน-กลางคืนจาก ISDIN (revised 03.2025)

ทำไมเราต้องมีครีมกลางวัน กลางคืน เซรั่มกลางคืน กลางวัน

ร่างกายเรามีนาฬิกาชีวิต ผิวเราก็มีการทำงานในแต่ละช่วงเวลาแตกต่างกัน เราเรียกความสามารถในการทำงานที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลาว่า จังหวะเซอร์คาเดียน (circadian rhythm) ซึ่งเกิดจากการควบคุมของโปรตีนกลุ่มหนึ่ง

เราทุกคนจะมีนาฬิกาชีวิต หรือ Master clock อยู่ที่ Suprachiasmatic nucleus (SCN) ที่สมองส่วนไฮโปทาลามัส SCN จะถูกกระตุ้นด้วยแสง นำส่งสัญญาณต่อไปให้เกิดการสร้างคอร์ติซอล ทำให้เราตื่นนอน พอเริ่มมืดไม่มีแสง ก็จะเกิดการปลดปล่อยเมลาโทนินออกมา ทำให้เราง่วงนอน

เขาก็เลยบอกว่า อย่าเล่นมือถือช่วงใกล้นอน เพราะมันจะรบกวนกระบวนการตรงนี้ ทำให้เราหลับยาก

ทีนี้การทำงานของ SCN ในแต่ละช่วงวันก็จะส่งผลให้ผิวเราทำงานได้แตกต่างกันไป

โดยมีผลควบคุมการทำงานของยีนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของ Stem cell ที่ชั้นหนังกำพร้า การฟื้นฟูสภาพผิวที่เสียหาย และระบบภูมิคุ้มกัน

โดยในกลางวัน ผิวจะเด่นเรื่องการปกป้องตัวเอง ส่วนกลางคืนก็จะเด่นเรื่องการฟื้นฟูความเสียหาย แบ่งตัวเพิ่มจำนวน

ถ้าระบบ Circadian ของผิวอยู่ในสมดุล เราก็จะมีสุขภาพผิวดี แต่ถ้าระบบนี้เสียไป ก็อาจจะนำไปสู่ผิวอ่อนแอ aging หรือโรคผิวหนังบางประเภท (Duan, et al. FEBS Lett. 2021 Sep 29;595(19):2413–2436.)

นี่ก็เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องมีสกินแคร์เช้าเย็นแตกต่างกัน เพื่อเอามาเสริมการทำงานของผิวที่มีความสามารถแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาของวันนั่นเอง

สำหรับ Blog นี้ ก็จะมารีวิวผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิว 2 ชิ้นที่มาเป็นคู่กันในไลน์ของ Flavo-C ของ ISDIN ตัวหนึ่งใช้ตอนเช้า อีกตัวใช้ก่อนนอน

สำหรับสูตรกลางวัน จะเป็นตัว Flavo-C ultraglican ซึ่งเป็นเซรั่มที่มาในรูปแบบของแอมพูลแก้ว ภายในบรรจุเอาตำรับที่มีส่วนผสมของสารบำรุงที่เน้นไปในทางด้าน Antioxidant และ เสริมความชุ่มชื้นเป็นหลัก

หน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

ใน 1 กล่องประกอบด้วยแอมพูลแก้วจำนวน 30 แอมพูล พร้อมด้วยพลาสติกสำหรับหักปากหลอดแอมพูล และจุกซิลิโคนสำหรับช่วยในการหยดเซรั่ม จำนวน 3 ชิ้น

ทางแบรนด์กล่าวว่า 1 แอมพูล ถ้าหักแล้วควรใช้ให้หมดภายใน 48 ชั่วโมงค่ะ

เนื้อของเซรั่มจะเป็นเนื้อแบบใส

เกลี่ยง่าย ให้สัมผัสนุ่มลื่น ชุ่มชื้น สบายผิว

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 4 นะคะ

สำหรับส่วนผสมของสูตร Flavo-C ultraglican เป็นดังนี้นะคะ

จุดเด่นอย่างหนึ่งของแบรนด์ ISDIN คือ ตัวผลิตภัณฑ์ผ่านการศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยในอาสาสมัคร อย่างสูตรผสมของ “L-ascorbic acid, proteoglycans และ proteoglycan stimulating tripeptide” ก็ผ่านการตีพิมพ์ในวารสาร Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology เมื่อปี 2018

สำหรับส่วนผสมในภาพรวมจะเป็นสูตรผสมของ Antioxidant 3 ตัวหลัก อย่างวิตามินซี อี ร่วมกับ Ergothioneine (EGT) น้องเป็น Amino acid ชนิดพิเศษที่มีคุณสมบัติ Antioxidant ในตัว ร่วมกับกลุ่มของสารที่เพิ่มความชุ่มชื้นอย่าง Hyaluronic acid, Proteoglycan และวัตถุดิบตามเปเปอร์ที่เป็น Proteoglycan stimulating peptide ที่มีชื่อว่า Syn®-Hycan เด่นในการเสริมการสังเคราะห์ Hya ตามธรรมชาติของผิว

ซึ่ง Syn®-Hycan เป็นชื่อทางการค้าของ ส่วนผสมระหว่าง Glycerin, Aqua, Tetradecyl Aminobutyroylvalylaminobutyric Urea Trifluoroacetate และ Magnesium Chloride

มาดูรายละเอียดสารบำรุงแต่ละตัวกันสักหน่อย

  • L-ascorbic acid (LAA) เป็นรูปแบบธรรมชาติของวิตามินซี ซึ่งมีประโยชน์ต่อผิวหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติ Antioxidant ต่อต้านอนุมูลอิสระ, ในด้าน Whitening โดยไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase เป็นส่วนประกอบในการสังเคราะห์คอลลาเจน และลดการอักเสบผ่านระบบ NF-kB
  • Tocopherol เป็นรูปแบบธรรมชาติของวิตามินอี มีคุณสมบัติละลายในไขมันจึงช่วยปกป้องไขมันดีๆในผิวไม่ให้ถูกทำลายจากปฏิกิริยา oxidation
  • เมื่อใช้ วิตามิน C และ E ร่วมกันจะช่วยเสริมประสิทธิภาพและความคงตัวของทั้งคู่
  • Ergothioneine (EGT) เป็นกรดอะมิโนที่เป็นอนุพันธ์ของ Histidine ประกอบด้วยส่วนของโมเลกุล Sulfur ทำให้มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ผ่านกลไกการ Reduction  และถ้าดูจากโครงสร้างจะเห็นว่าหมู่ Quaternary ammonium จะคล้ายกับส่วนที่มีใน Carnitine มีรายงานว่าสามารถเข้าไปเสริมการสร้างสารพลังงานสูงอย่าง ATP ใน Mitochondria ที่เป็นเหมือนโรงไฟฟ้าของเซลล์ ความเป็น Antioxidant ช่วยปกป้อง Mitochondria ไม่ให้ถูกทำลาย จึงมีประโยชน์ในการชะลอวัย ทั้งนี้มีการทดสอบในระดับหลอดทดลองพบว่า EGT สามารถปกป้อง Mitochondria ไม่ให้ถูกทำลายจากการฉายรังสี UV (Bazela et al, Cosmetics 2014, 1(1), 51-60)

  • Hydrolyzed hyaluronic acid และ Proteoglycan มีประโยชน์ในเชิงความชุ่มชื้น
  • Syn®-Hycan เป็นวัตถุดิบเปปไทด์สังเคราะห์ที่ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพโดยผู้ผลิตวัตถุดิบ ว่ามีคุณสมบัติในการเสริมการสังเคราะห์ Hyaluron ภายในผิวในระดับหลอดทดลอง และมีประสิทธิภาพในการกระชับผิว ลดเลือนริ้วรอยในอาสาสมัคร

สำหรับเบสหลักเป็นเบสแบบน้ำ ที่ใช้ Propylene glycol เป็นส่วนผสมหลัก เพื่อเพิ่มความคงตัวให้แก่ LAA

บางท่านเห็นส่วนผสมของ Bis-Hydroxyethoxypropyl Dimethicone อาจจะกังวลเรื่องซิลิโคน แต่สารตัวนี้เป็นซิลิโคนดัดแปลงที่มีคุณสมบัติเสริมความชุ่มชื้น ให้สัมผัสนุ่มนวล ไม่เหนอะหนะ และผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ระคายเคืองผิว (ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ)

ในภาพรวมจึงเรียกได้ว่าเป็นเซรั่มที่ทั้งปกป้องและดูแลปัญหาผิวทั้งในด้านของริ้วรอยและความชุ่มชื้นไปพร้อมๆ กัน

เมื่อเอามาใช้กลางวันก็จะช่วยเสริมคุณสมบัติการปกป้องผิวที่เก่งอยู่แล้วตามหลักการนาฬิกาชีวภาพ ให้เก่งขึ้นไปอีก

ถัดมาเป็นเซรั่มสำหรับกลางคืน คือ Flavo-C Melatonin ซึ่งมาในรูปแบบของแอมพูลแก้วเช่นกัน

มีหน้าตาเป็นประมาณนี้ค่ะ

ด้านในก็จะมาในรูปแบบคล้ายๆ กันค่ะ

ค่า pH ของสูตรนี้อยู่ที่ราวๆ 4 – 5

เนื้อเซรั่มมาในรูปแบบใสเช่นกัน แต่จะฟีลเบากว่า Ultraglicans

เกลี่ยได้ง่าย บางเบา ไม่เหนอะหนะ

คอนเซปท์ของตัวนี้คือเสริมการฟื้นฟูและบำรุงผิวในช่วงกลางคืน

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

สำหรับส่วนผสมในภาพรวมจะเป็นการรวมตัวเอาวิตามินซีในรูปแบบของ 3-O-Ethyl ascorbic acid ร่วมกับสารสกัดจากเมล็ดถั่ว Moth bean (Genus เดียวกับถั่วเขียว) และ Melatonin ในเบสรูปแบบน้ำ มีส่วนผสมของ Alcohol อยู่เล็กน้อย โดยดูจากลำดับส่วนผสม แต่ส่วนตัวใช้ได้ไม่เกิดปัญหาแห้งหรือระคายเคืองอะไร

ลองมาดูรายละเอียดของสารบำรุงกัน

  • 3-O-Ethyl ascorbic acid เป็นวิตามินซีรูปแบบหนึ่ง สำหรับประโยชน์ของวิตามินซีก็ตามที่ได้กล่าวไปด้านบน
  • สารสกัดจากเมล็ดถั่ว Moth bean (Vigna aconitifolia seed extract) ตัวนี้ข้อมูลจากทางผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่าสารตัวนี้มีคุณสมบัติในการออกฤทธิ์คล้ายวิตามินเอ แต่ไม่มีปัญหาด้านการระคายเคืองเหมือนกลุ่มวิตามินเอ

ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบยักษ์ใหญ่อย่าง BASF กล่าวว่า น้องมีคุณสมบัติเสริมการสร้างและผลัดตัวเองของผิวที่หนังกำพร้า รวมทั้งเสริมการสร้าง Matrix ต่างๆ เช่น Collagen ในชั้นหนังแท้ โดยมีทั้งข้อมูลการทดสอบประสิทธิภาพทั้งในระดับหลอดทดลอง และในอาสาสมัคร

ขอยกมาเล่าสองการทดสอบนะคะ

การทดสอบแรก ทดสอบในระดับหลอดทดลอง โดยดูว่าสารสกัดจาก Moth bean จะเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนใหม่ ได้ไหม? โดยการใส่ กรดอะมิโน proline ชนิดพิเศษที่ติด Tag หรือ ฉลากพิเศษลงไปให้รู้ว่า อันนี้ Proline ของฉันนะ ถ้าเธอเอาไปใช้ ฉันจะรู้ได้เลย

แล้วทำการวิเคราะห์ พบว่า กรดอะมิโน proline ที่ติด Tag ในสายคอลลาเจน เมื่อให้สารสกัด Moth bean เพิ่มขึ้น แปลว่า มีสายคอลลาเจนใหม่เกิดขึ้นจากสารที่เราเติมลงไป

การทดสอบที่ 2 ทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัคร เทียบกับ Encap retinol เป็นเวลา 56 วัน พบว่าให้ผลลดริ้วรอยได้ทั้งกลุ่มที่ใช้สารสกัด moth bean และ กลุ่มที่ใช้ retinol

ดังนั้นหากจะกล่าวว่า น้อง Moth bean มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ Retinol และเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีข้อห้ามใช้ หรือไม่ถูกกับ Retinol ก็ไม่น่าจะเกินจริงนัก

  • Melatonin มีคุณสมบัติหลายประการ และมีการศึกษารองรับอยู่หลายชิ้น ส่วนตัวอิงจากบทความของ Day และ คณะ (2018) ที่รวบรวมเอาผลงานวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวกับการใช้ Melatonin โดยหลักๆ กล่าวว่า Melatonin เป็นทั้ง antioxidant ทางตรง และ antioxidant ทางอ้อม (Indirect antioxidant) โดยมีผลไปเสริมสร้างเอนไซม์ที่เป็น Antioxidant ตามธรรมชาติของผิว สาร Metabolites ต่างๆ ที่เกิดจากการแปรสภาพ Melatonin มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงมีประโยชน์อื่นๆ เช่น ลดการอักเสบระคายเคือง ลดการสร้างเอนไซม์ MMP ที่ไปย่อยสลายคอลลาเจนทำให้เกิดริ้วรอยตามมา โดยในภาพรวมน้องมีประโยชน์ในด้านของการชะลอวัยและฟื้นฟูสภาพผิว (J Drugs Dermatol. 2018;17(8):966-969.)

ทำไมถึงต้องทา Melatonin ตอนกลางคืน?

     จากข้อมูลหลายๆ ข้อมูลกล่าวว่าผิวหนังของเราอาศัยระบบที่มี Melatonin เป็นตัวรักษาสมดุลและซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นในระหว่างวัน ระบบนี้มีชื่อเรียกว่า melatoninergic antioxidative system (MAS)

โดยภาพรวมแล้วเซรั่มดังกล่าวจึงถือว่าเหมาะมากในการเป็น Regimen สำหรับฟื้นฟูผิวในยามกลางคืน และเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีปัญหากับการใช้วิตามินเอและอนุพันธ์ต่างๆ

สำหรับการให้คะแนนวันนี้เป็นการให้คะแนนแบบภาพรวมนะคะ

  1. สารบำรุง ตามที่ได้กล่าวไปว่า ตัวเซรั่มพัฒนาและออกแบบมาตามนาฬิกาชีวภาพของผิว สูตรกลางวันพัฒนามาเพื่อการต่อต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องผิวจากอันตรายของรังสี UV และสภาวะต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างวัน มาพร้อมกับการเสริมสร้าง Hyaluron ภายในผิว และเติมน้ำให้ผิวด้วย Hyaluron กับ Proteoglycan เมื่อใช้ร่วมกับเซรั่มฟื้นฟูผิวตอนกลางคืนที่เน้นฟื้นฟูผิวจากความเสียหายที่เกิดขึ้นในตอนกลางวัน พร้อมทั้งส่งเสริมการทำงานของผิวให้อยู่ในสภาวะสมดุล เสมือนผิวมีสุขภาพที่ดีเฉกเช่นวัยเยาว์ ถือว่าครบถ้วนสมบูรณ์ รับไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ สำหรับสูตรกลางวันเรียกได้ว่าทำมาได้ไร้ที่ติ แต่ในสูตรกลางคืนอาจจะติตรงเรื่องของ Alcohol นิดหน่อย แม้ว่าน่าจะใส่มาไม่มาก และส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาระคายเคืองหรือรู้สึกไม่สบายผิวแต่อย่างใด สำหรับผลิตภัณฑ์ 2 ชิ้นนี้ ขอให้ไปที่ 4.5 ฟลาสก์ (กลางวัน 5 + กลางคืน 4 แล้วหารสอง)
  3. การใช้งาน ในด้านการใช้งานส่วนตัวไม่ติดปัญหาอะไร ในด้านของประสิทธิภาพจากการทดลองใช้มาร่วม 3 อาทิตย์ รู้สึกว่า ช่วยให้ผิวเรียบเนียนนุ่มกระชับยืดหยุ่น และผิวละเอียดมากขึ้น ในด้านของสีผิว จุดแดง จุดดำต่างๆ ก็จะค่อยๆ ดูจางลง แต่งหน้าได้ติดทนขึ้น อาการระคายเคืองผิวต่างๆ ในช่วงที่ใช้เกิดน้อยลง ในภาพรวมคือค่อนข้างประทับใจ แต่ส่วนตัวจะค่อนข้างกังวลกับเรื่องของการหักแก้วแอมพูล การเก็บรักษาแก้วแอมพูล และการกำจัดเมื่อใช้หมด อยากให้เก็บไว้แล้วแยกทิ้งต่างหากเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับคนเก็บขยะ หรือถ้าหากที่ไหนมีถังขยะพิเศษสำหรับแก้วแตกก็คือจะดีมาก แต่แพคเกจแบบแอมพูลแบบนี้ก็มีข้อดีของเขา คือ ปกป้องเนื้อสารข้างในให้มีความคงตัวที่ดีและลดการปนเปื้อนที่อาจเกิดเมื่อเทียบกับภาชนะบรรจุอื่นที่เป็นระบบเปิด จุดนี้ขอไม่หักคะแนนเรื่องภาชนะนะคะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ ISDIN สาขาประเทศไทย ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ได้ทดลองใช้ และ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ ได้โดยตรงเลยนะคะ

Facebook https://www.facebook.com/ISDINTHAILAND/

ทางไปช้อปปิ้ง

Flavo C Ultraglicans (สำหรับกลางวัน)

https://s.lazada.co.th/s.vtd03?cc

https://s.shopee.co.th/6pn8w9Ana6

Flavo C Melatonin (สำหรับกลางคืน)

https://s.lazada.co.th/s.vtdVT?cc

https://s.shopee.co.th/wonbo1K5

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ ISDIN ประเทศไทย การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ