Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เซรั่มที่บำรุงผิว 3 ด้านไปพร้อมๆกัน กับ Clara de Lin intensive hydrating & Rejuvenating serum

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่เอาเซรั่มที่น่าสนใจ ซึ่งมีคอนเซปท์หลัก 3 ด้าน คือเป็น Whitening, Antiaging และเป็น Moisturizer ไปพร้อมๆกัน มารีวิวให้ชมกันค่ะ

นางเป็นเซรั่มแบรนด์ไทย อย่าง Clara de Lin คลาร่า เดอ ลิน ที่ไปออกบูธมากมายหลายงานเลยทีเดียว อย่างล่าสุดก็ Thailand Industry Expo 2017 เมื่อปลายเดือน กค. ที่เมืองทองฯค่ะ

booth

received_10155092374209952.jpeg

ขอเกริ่นที่มาของแบรนด์นิดหน่อยนะคะ Clara De Lin คลาร่า เดอ ลิน ชื่อนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชื่อของหญิงสาวนาม “Clara-คลาร่า” ซึ่งมีความหมายว่า กระจ่าง สว่างใส เป็นที่เลื่องลือไกล

โดย ผลิตภัณฑ์ของ Clara De Lin นั้น แรกเริ่ม มาจากการผลิตครีมเพื่อผิวหน้า โดยการคิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์โดยเภสัชกรซึ่งเป็นผู้ริเริ่ม เพื่อใช้เฉพาะสำหรับกลุ่มเล็กๆในหมู่เพื่อนและครอบครัว ต่อมาพบว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้มีประสิทธิภาพดี จึงได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากลค่ะ

วันนี้มี่นำเซรั่มของเขามารีวิวนะคะ ชื่อเต็มๆของนางก็คือ Clara de Lin intensive hydrating & rejuvenating serum

หน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

clara 5

มาในกล่องสไตล์วินเทจสีชมพู

ด้านในเป็นขวดอคริลิกทรงสี่เหลี่ยม

clara 6

เนื้อเซรั่มจะออกเป็นในเชิงน้ำนม อารมณ์สัมผัสจะคล้ายๆครีมเจล นางไม่มีน้ำหอม เลยจะมีกลิ่นจางๆของวัตถุดิบอยู่ค่ะ

clara 1

เกลี่ยง่าย ชุ่มชื้นผิวดี แต่ก็ไม่ถึงกับเหนอะหนะค่ะ

clara 2

พอผ่านไป 5 นาทีก็จะซึมจนหมด

clara 3

ค่า pH จะอยู่ที่ราวๆ 5 ค่ะ ใกล้เคียงกับผิวดี

clara 4

มาทั้งทีไม่วิเคราะห์ส่วนผสมคงไม่ได้

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

สผส clara

มี่ทำสีสารบำรุงไว้ 2 สีหลักๆ คือ สีม่วง จะเป็นสารบำรุง กับ สีฟ้า จะเป็นกลุ่มสารไขมันนะคะ

จากส่วนผสม จะเห็นว่ามีสารบำรุงอยู่หลายชนิดเหมือนกัน

เรามาดูตัวที่น่าสนใจดีกว่าค่ะ

  • Methylsilanol mannuronate ตัวนี้เป็นสารอนุพันธ์อินทรีย์ของธาตุ Silicon ได้จากการดัดแปลงมาจากสาหร่ายสีน้ำตาล มีชื่อทางการค้าว่า Algisium C ทางผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่า สารประกอบนี้จะเข้าไปทดแทนส่วนประกอบของธาตุ Silica ในชั้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของผิว ซึ่งมีจำนวนลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดความแก่ชราของผิว สารนี้มีประโยชน์ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมการฟื้นฟูผิว ลดการอักเสบ
  • สารสกัดจากถั่วเหลือง สารสกัดจากถั่วเหลืองประกอบด้วยสารพฤกษเคมีในกลุ่ม Polyphenol หลายชนิด เช่น flavonoids, isoflavone รวมไปถึงพวก Tannin และ proanthocyanidin มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี ลดการอักเสบ กระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนของผิว ปกป้องผิวจากรังสี UV และ เป็น Whitening โดยไปรบกวนการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปภายนอก (Acta Pol Pharm. 2015;72(1):3-11.)
  • ส่วนผสมของ Imperata Cylindrica Root Extract, Glycerin, PEG-8 และ Carbomer เป็นวัตถุดิบนำเข้าจากฝรั่งเศส ชื่อ Moist 24 ของบริษัท Sederma ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าประกอบด้วยสารที่ชื่อ 3-Dimethylsulfopropionate ช่วยควบคุมความดันออสโมติกของผิว ช่วยเก็บกักและอุ้มน้ำให้ผิวได้ถึง 24 ชม. เลยเอามาตั้งชื่อว่า Moist 24
  • สารเพิ่มความชุ่มชื้นอีกหลายชนิด ได้แก่ Glucose, Sodium carboxymethyl betaglucan และ Sodium hyaluronate ช่วยดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
  • Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีประโยชน์ต่อผิวหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นด้าน Whitening ลดการอักเสบระคายเคือง เป็น Antioxidant ดูแลเรื่องสิว และช่วยส่งเสริมการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น Barrier ผิว

 

ในส่วนของเนื้อหลัก มาในเบสน้ำนมที่มีส่วนผสมของ น้ำ ซิลิโคน และน้ำมัน ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

 

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง โดยรวมคือ เน้นไปที่ 3 ด้าน คือ ด้านชุ่มชื้น พร้อมๆกับการชะลอวัย และเป็น Whitening โดยในด้านชุ่มชื้น อาศัยกลไกการดักจับน้ำให้ผิว และส่งเสริมให้ผิวเก็บกักน้ำได้ดีขึ้น ในด้าน Whitening อาศัยกลไกที่ไปยับยั้งการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปภายนอก และด้านการชะลอวัย จะอาศัยสารที่เป็น Antioxidant จากถั่วเหลือง กับ วิตามินอี และ บี 3 ซึ่งมีประโยชน์กับผิวหลายอย่าง ตามที่ได้เล่าให้ฟังในด้านบน จุดนี้ส่วนตัวมี่ขอให้ 4 ฟลาสก์ นะคะ
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ในด้านเบส มีซิลิโคนอยู่ประปราย ร่วมกับ น้ำมันจากทานตะวัน และ Shea butter หลายๆคนจะแอบกลัวซิลิโคน แต่ความจริงคือ โดยธรรมชาติแล้วซิลิโคนไม่ได้กระตุ้นให้เกิดการอุดตันรูขุมขน เพียงแต่ถ้าเราล้างไม่สะอาดมันก็อาจจะไปเคลือบฟิล์มและขัดขวางการขับน้ำมันออกจากรูขุมขนตามธรรมชาติจึงเกิดสิวขึ้นมา แถมซิลิโคนที่ใช้ก็เป็นชนิดพื้นฐาน ไม่ได้กันน้ำ กันน้ำมันอะไรมากเหมือนกันแดด/รองพื้นสูตรกันน้ำกันเหงื่อ จึงไม่น่าห่วง และไม่มีส่วนผสมที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน เป็นเซรั่มที่มีเนื้อบางเบา สัมผัสนุ่มนวล ไม่เหนอะหนะและหนักผิว ส่วนตัวมี่ช่วงนี้มีผิวผสม/แห้ง จะมันแค่ตรงจมูก เซรั่มตัวนี้ช่วยเติมน้ำให้ผิวได้ดี ผิวจะนุ่มฟูและมีน้ำมีนวล แต่ถ้าดูด้านการเคลือบผิวอาจจะยังน้อยไปหน่อย คือ บ่ายๆมาผิวแก้มจะแห้งได้ แต่ตรงจมูกก็กำลังดี ถ้าใครผิวแห้งมากอาจจะต้องหา Moisturizer ที่เคลือบผิวได้ดีมาใช้อีกชั้นหนึ่งเพื่อป้องกันผิวแห้งได้ ส่วนด้าน Whitening นางก็จะมาแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้หวือหวามาก จุดนี้ถือว่าค่อนข้างชอบค่ะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

คะแนน calra

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Clara de Lin ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/claradelinskincare/

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Clara de Lin การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

[รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม] เจลล้างหน้าสุดไฮเทค สูตรอ่อนโยน เพื่อผิวคนเป็นสิวโดยเฉพาะ Acnelix time released acne cleansing gel

สวัสดีค่ะ

มี่เชื่อว่าการล้างหน้า เป็นขั้นตอนหนึ่งที่คนที่มีปัญหาสิวมักมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจผิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ล้างหน้าเพื่อคนเป็นสิว หรือ การที่ผลิตภัณฑ์ล้างหน้ามักถูกมองข้ามไป มี่อยากจะบอกว่าจริงๆการล้างหน้าเป็นอีก 1 ส่วนที่สำคัญของระบบในการดูแลปัญหาสิวเลยก็ว่าได้ หัวใจของการมีผิวที่ดีก็คือการล้างหน้าให้สะอาด แต่อย่างไหนเรียกว่าสะอาด สะอาดคือแค่ไหน หลายๆคนก็จะรับรู้ตรงนี้ไม่เท่ากัน

 

วันนี้จริงๆมี่มีผลิตภัณฑ์ล้างหน้าเพื่อคนเป็นสิวตัวนึงที่มี่ว่าเค้าทำมาได้ดี และเหมาะกับคนเป็นสิวจริงๆ แต่ไหนๆก็พูดถึงเรื่องการล้างหน้าในคนเป็นสิวแล้ว ก็อยากเล่าความรู้ให้ลูกเพจได้ฟัง จะได้เอาไปเลือกด้วยว่า สรุปแล้วคนเป็นสิวต้องการเจลล้างหน้าแบบไหนกันแน่

 

ต้องเกริ่นก่อนว่าจริงๆแล้วมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องเลยที่ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าก็ควรจะล้างหน้าได้สะอาด แต่ข้อเสียของผลิตภัณฑ์ล้างหน้าก็คือ มันมักสร้างความระคายเคืองให้ผิวโดยไม่รู้ตัว คือ ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดนี่มันจะมีสารลดแรงตึงผิว หรือ Surfactant เป็นพระเอกค่ะ เจ้า Surfactant นี่แหละที่เป็นตัวทำความสะอาดผิวของเรา โดยนางจะไปดึงเอาไขมันที่ต่อมไขมันสร้างออกมา หรือ Sebum กับสิ่งสกปรกต่างๆที่เจ้า Sebum มันจับไว้ออกมา นี่แหละเรียกว่าสะอาด แต่ข้อเสียก็คือ Surfactant นางแยกไม่ออกหรอก ว่าอันไหนคือ Sebum อันไหนคือไขมันดีๆที่เป็น Barrier หรือ เกราะป้องกันของผิว มันดึงออกมาหมดค่ะ ดังนั้นยิ่ง Surfactant ที่มีความรุนแรง นางก็จะขจัดเอาไขมันออกมา เอา Barrier ผิวออกมา ทำให้ผิวเราบอบบางโดยไม่รู้ตัว พอ Barrier ผิวเราเสีย สารดีๆในผิว รวมทั้งความชุ่มชื้นก็จะหลุดออกมาได้ง่ายขึ้น ทำให้ผิวแห้งแดงลอก และยังทำให้สารก่อการระคายเคือง ก่อการแพ้ รวมถึงพวกจุลินทรีย์เข้าผิวได้ง่ายขึ้นอีก  อย่างกรณีของผิวของคนที่เป็นสิวจะมีอาการอักเสบในตัวอยู่แล้ว และยังต้องมาสัมผัสกับยาสิวอีก ซึ่งยาทาสิวส่วนใหญ่ก็มีความระคายเคืองในตัวของมันเอง จะมาใช้ตัวล้างหน้าที่ใส่ Surfactant แรงๆหน้าก็จะยิ่งระคายเคือง พอรวมกับยาสิว หน้าก็ยิ่งไวต่อการระคายเคืองเข้าไปใหญ่

 

อีกสิ่งหนึ่งที่คนมักเข้าใจผิดคือยิ่งฟองเยอะยิ่งสะอาด อันนี้ไม่จริงเลยค่ะ อาจจะต้องเข้าใจใหม่ว่า ฟองกับความสะอาดไม่ได้ไปด้วยกัน ผลิตภัณฑ์อ่อนโยนหลายๆตัวมักมีฟองน้อย แต่ไม่ได้หมายความว่าเค้าไม่สะอาดนะคะ แต่คนไทยติดฟองค่ะ มี่เองก็ติดฟอง เอาจริงคือฟองนี่ต้องสร้างมาจากสาร Surfactant ที่บางตัวอาจจะเหนี่ยวนำให้เกิดความระคายเคืองได้

ถ้าเวลาเรามีสิวอักเสบนี่ เราควรจะเลี่ยงพวกสครับเด็ดขาดเลย บางคนเข้าใจว่ามันจะไปช่วยขุดสิวเสี้ยนสิวอุดตันออกมาซึ่งมันไม่เป็นความจริงเลย นางจะไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบมากขึ้นด้วย

 

ว่าแล้วก็เข้าเรื่องกันเลย วันนี้ก็เลยอยากเอาเจลล้างหน้าสําหรับผิวที่เป็นสิว ตัวที่มี่คิดว่าค่อนข้างครบ แล้วเป็นตัวที่น่าสนใจตัวหนึ่งสำหรับคนเป็นสิว

 

เป็นเจลล้างหน้าจากแบรนด์ Acnelix จริงๆแบรนด์ acnelix เค้าเป็นแบรนด์ที่แตกออกมาจากแบรนด์แม่คือ KENE  แบรนด์ที่มี่เคยรีวิวเซรั่มวิตามินซี Brigthage C ของเขาไปเมื่อหลายวันก่อนค่ะ ว่าแล้วก็ขอแปะลิงค์ค่ะ เผื่อใครยังไม่ทันได้ไปโฉบดู (>>ลิงค์<<)

ซึ่งตัว Acnelix ก็เป็นแบรนด์ที่ทำขึ้นมาเพื่อตอบสนองคนเป็นสิวโดยเฉพาะ โดยนางเคลมว่าเน้นดูแลปัญหาสิวแบบถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ เดี๋ยวมาดูกันอีกทีนะคะ

สำหรับผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีชื่อว่า Acnelix Time-Released Acne Cleansing Gel นะคะ

ac 8.jpg

ที่บนหลอดเราจะเห็นคําว่า Time released Acne cleansing gel กับ Encapsulation technology อยู่ค่ะ อันนี้เป็นเทคโนโลยีที่นําเข้าจากอเมริกาเลยทีเดียว เดี๋ยวมี่นํามาเล่าให้ฟังอีกทีในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

ac 3

โดยทางแบรนด์เคลมว่าได้รวมคุณสมบัติที่คนเป็นสิวต้องการ 3 ข้อคือ สะอาด อ่อนโยน และช่วยจัดการและดูแลปัญหาสิวด้วยไปพร้อมๆกัน เรียกได้ว่ามากันครบถ้วนครบจบสิ่งที่คนเป็นสิวต้องการจริงๆ

เรื่องสะอาดคือเท่าที่มี่ลองใช้มันก็สะอาดจริงๆ สำหรับการใช้ในชีวิตประจำวัน ล้างกันแดด แต่คนที่แต่งหน้า ก็ใช้ พวก Cleansing water หรือ oil ตามปกติก่อนมาล้างน้ำซ้ำด้วยตัวนี้ค่ะ

ทีนี้แบบไหนเรียกอ่อนโยน อ่อนโยนเรียกแบบไหน ลองสังเกตจากส่วนผสมและคำ Claim นะคะ

  1. ควรเป็นสูตรแบบ soap-free สารทำความสะอาดกลุ่ม Soap นี่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาระหว่างกรดไขมัน กับด่าง ได้เป็นเกลือของกรดไขมัน เกลือนี่แหล่ะเรียกว่า Soap ด้วยความที่นางมีค่า pH ที่ค่อนข้างสูงนางจะทำให้โปรตีน Keratin บนผิวพองและเกิดผิวแห้งระคายเคืองได้ง่าย รวมถึงนางอาจจะไปขจัดเอา Barrier ผิวออกมาด้วย
  2. ไม่ควรมี SLS หรือ sodium lauryl sulfate สารตัวนี้เป็นสารที่ระคายเคืองมาก ไม่ควรมีเลย แม้จะเป็นอาบน้ำ ใช้กับเรือนร่าง ก็ไม่ควรเจอ ในทางผิวหนังเราใช้เป็นตัวแทนของสารที่ระคายเคืองผิวในงานวิจัยเลยด้วยซ้ำ ส่วนกรณี SLES หรือ sodium laureth sulfate นางอ่อนโยนกว่า SLS แหล่ะ แต่ถ้าถามว่ามีตัวที่อ่อนโยนกว่าไหม ก็มีค่ะ แต่ด้วยความที่นางให้ฟองเยอะ นางก็เลยได้ใจเราไปเต็มๆ
  3. ค่า pH ควรใกล้เคียงกับผิว สังเกตจากคำว่า pH-balance หลายๆตัวชอบใช้คำนี้มา Claim ค่ะ เวลาเราใช้อะไรที่มีการปรับค่า pH ให้ใกล้เคียงผิว มันก็จะรบกวนผิวได้น้อยค่ะ จริงอยู่ที่ผิวเรามีระบบ Buffer ตามธรรมชาติในการปรับค่า pH ให้สู่สมดุล แต่กรณีในคนที่เป็นโรคผิวหนังบางชนิด ระบบ Buffer ของผิวทำงานไม่ค่อยดี ทำให้เกิดความระคายเคืองได้ง่ายนั่นเอง
  4. น้ำหอม อันนี้นานาจิตตังนะคะ น้ำหอมเป็นสาเหตุต้นๆในการแพ้เครื่องสำอาง ถ้าใครแพ้ง่ายมากๆ หันมามองพวก Fragrance-free ก็จะดี

 

สำหรับเรื่องความอ่อนโยน สูตรของ Acnelix เป็นสูตรที่มี่ถือว่าทำได้ครบด้านความอ่อนโยนคือไม่มีสบู่ ไม่มี SLS, SLES มีค่า pH สมดุลกับผิว ไม่มีน้ำหอม แล้วก็ไม่มีสารกันเสียกลุ่ม Imidazolidinyl urea ที่บางคนอาจจะแพ้แล้วเกิดผิวหนังอักเสบได้ สำหรับความอ่อนโยน มี่เลยถือว่าสอบผ่านค่ะ

เรื่องสุดท้ายคือเรื่องจัดการสิว หลายๆคนคงเคยเห็นว่าผลิตภัณฑ์ล้างหน้าเพื่อคนเป็นสิวส่วนมาก ก็เคลมกันว่าช่วยจัดการแบคทีเรีย ช่วยจัดการสิว แต่ในความเป็นจริงคือ เจลล้างหน้าที่อยู่บนหน้าไม่ถึง 2 นาที มันจะออกฤทธิ์ได้นานแค่ไหนกันเชียว ซึ่งมันก็เป็นความจริงค่ะ ปกติมี่จะไม่หวังอะไรจากเจลล้างหน้านอกจากการทำความสะอาด เพราะส่วนผสมที่สัมผัสหน้าไม่ถึงนาทีสองนาที มันจะไปช่วยอะไรได้ถูกไหมค่ะ ดังนั้นปกติถึงจะใส่อะไรมามี่ก็ไม่ค่อยคาดหวังอะไรเท่าไหร่ แต่มีก็ดีกว่าไม่มีนะคะ

แต่ตัวนี้นางจะแอบเด่นเรื่องของ Time-released คือใช้เทคโนโลยีเก็บกักเอา Salicylic acid ไว้ในเปลือกแคปซูล ที่เรียกว่า การทำ Encapsulation จึงมีผลทำให้ salicylic acid มันยังทำงานได้อยู่ แคปซูลพวกนี้พอลงผิวมันก็จะค่อยๆปลดปล่อย Salicylic acid ออกมา เลยเรียกว่า Time-released แม้เราจะล้างตัวเจลอออกไปแล้ว ตัวนี้มันเป็นข้อดีเพราะ ทำให้ทุกการล้างหน้าของเรามันได้อะไรมากกว่าการทำความสะอาด แต่เหมือนลดอุดตัน ลดอักเสบไปในตัว แน่นอนว่ามันคงไม่เท่าการทาบำรุง แต่ก็ดีกว่าการล้างทิ้งออกไป

เดี๋ยวพูดถึงประโยชน์ของ Salicylic acid อีกรอบในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

ที่ด้านหลังของหลอดจะมีคำอธิบายอยู่ด้วยค่ะ

ac 2

เนื้อเจลเป็นแบบใสค่ะ ไม่มีกลิ่น เพราะทางแบรนด์ไม่ได้ใส่น้ำหอมค่ะ

ac 4

เป็นเจลแบบไม่มีฟองนะคะ

ac 7

เกลี่ยได้ง่าย ลื่น ล้างแล้วรู้สึกนุ่มสบายไม่แห้งตึง

ค่า pH ของเจลเปล่าๆอยู่ที่ราวๆ 5 นะคะ

ac 6

ละลายน้ำแล้ว ค่า pH ขึ้นมานิดนึงอยู่ที่ 6

ac 5

ก็ยังใกล้เคียงกับผิวอยู่ค่ะ

 

 

สำหรับส่วนผสมเรียกได้ว่าค่อนข้างมาเต็มนะคะ ถึงจะเป็น Cleansing แต่ก็ดีงามและมากันอย่างแน่นหนาไม่แพ้สกินแคร์เลยทีเดียว

ส่วนผสมค่ะ

สผส acnelix

ส่วนผสมวันนี้มี่ทำไว้ 3 เฉดสีนะคะ คือ สีม่วง เป็นสารทำความสะอาด สีเขียว เป็นสารบำรุง และ สีฟ้า คือ วัตถุดิบพระเอกของเรา เจ้า Salicylic acid ที่เก็บกักในแคปซูล อย่าง Salsphere นั่นเองค่ะ

วันนี้เรามารีวิวกันแบบละเอียด แจงจัดหนักทุกส่วนผสมเลยนะคะ

ถ้าเราพิจารณากันจะพบว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแทบทุกชนิดจะประกอบด้วยส่วนหลักๆ 3 ส่วน คือ

  1. Actives คือ สารบำรุง เป็นส่วนที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติที่ดี รวมไปถึงมีประโยชน์ทางชีวภาพ
  2. Base คือ เนื้อหลักของผลิตภัณฑ์ บางทีอาจเรียกว่า Vehicle มี่จะจัดเอาสารทำความสะอาดเข้ามาอยู่ใน Base นะคะ
  3. Additive คือ สารที่ช่วยเสริมให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติที่ดี มีความน่าใช้ และมีความปลอดภัย

 

  1. สารบำรุง มีอยู่ด้วยกันค่อนข้างมากค่ะ ได้แก่
  • สีฟ้า ส่วนผสมของ Cocamidopropyl Dimethylamine (and) Salicylic Acid (and) Aqua (and) Polysorbate 80 (and) Phenoxyethanol (and) Ethylhexylglycerin (and) Carthamus Tinctorius (Safflower) Seed Oil (and) Olea Europaea (Olive) Fruit Oil คือวัตถุดิบ SalsphereTM salicylic acid ที่นำเข้าจากบริษัท Salvona Technologies Inc. อเมริกา เป็นวัตถุดิบที่เก็บกักเอา Salicylic acid ที่เป็น BHA ไว้ในเปลือกแคปซูลที่มีชื่อว่า Salsphere ค่ะ ทางแบรนด์จัดมาเต็มที่ความเข้มข้น 3.3% ให้ Salicylic acid เนื้อแท้ในความเข้มข้นที่อยู่ในช่วงที่มีประโยชน์ในการดูแลสิวค่ะ

คส sal.jpg

(ที่มา: Salvona Technologies Inc.)

 

เจ้าลูกแคปซูลนี้พอลงผิวเข้าไป นางก็จะค่อยๆปลดปล่อยเอา Salicylic acid ออกมา ให้ผลลดการอุดตัน ลดการอักเสบ จึงช่วยให้อาการของสิวดีขึ้นค่ะ

sal 2.jpg

(ที่มา: Salvona Technologies Inc.)

 

นวัตกรรม Salsphere นี้นอกจากจะช่วยเพิ่มการนำส่งสาร Salicylic acid เข้าไปที่บริเวณสิวแล้ว ยังช่วยลดความระคายเคืองที่เกิดขึ้นได้ดีกว่า การใช้ Salicylic acid แบบตัวดั้งเดิม

sal vs pH

(ที่มา: Salvona Technologies Inc.)

 

จากรูปจะเห็นว่าถ้าทา Salicylic acid ตัวดั้งเดิมลงไปบนผิว จะทำให้ค่า pH ของผิวตกลงไปชั่วคราว ซึ่งเขาบอกว่า จุดที่ค่า pH ของผิวตกลงไปต่ำกว่า 4.5 จะทำให้เกิดการระคายเคือง แต่ถ้าทา Salsphere ค่า pH ของผิวจะไม่ตกลงไปต่ำจนเกิดความรู้สึกระคายเคือง

 

ถึงแม้จะเป็นแค่ Cleansing ทางบริษัทผู้ผลิต Salsphere ก็ได้ทำการทดสอบแล้วพบว่า สามารถเพิ่มการสะสมตัวของ Salicylic acid บนผิวหนังได้ดีกว่าการใช้ salicylic acid รูปแบบดั้งเดิม

sal accu

(ที่มา: Salvona Technologies Inc.)

 

จากกราฟ เป็นข้อมูลที่บริษัทได้ตรวจสอบปริมาณของ Salicylic acid ที่สะสมตัวบนผิวหนังจากผลิตภัณฑ์ประเภท Cleansing พบว่ากรณีที่ใช้ Salsphere จะมีการสะสมตัวของ Salicylic acid ได้ดีกว่าแบบปกติ

 

  • สีเขียว เป็นสารบำรุงอื่นๆ
    • กลุ่มของสารสกัดจากพืช ได้แก่
      • น้ำคั้นจากว่านหางจระเข้ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง
      • สารสกัดจากชาเขียว เป็น Antioxidant และมีคุณสมบัติกระชับรูขุมขน ควบคุมความมัน เพราะมีสารกลุ่ม Tannin ที่มีรสฝาดเป็นองค์ประกอบ
      • สารสกัดจากดอกคาโมมายล์ ประกอบด้วยสารพฤกษเคมีที่ชื่อ Bisabolol มีคุณสมบัติลดการอักเสบ ระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว
      • สารสกัดจากแอปเปิ้ล ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ประกอบด้วยสารในกลุ่ม AHA ที่ชื่อ Malic acid ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และผลัดผิวอย่างอ่อนโยน
      • Propolis wax เป็นส่วนของพังกาวที่ได้จากรังผึ้ง มีคุณสมบัติฆ่าเชื้ออย่างอ่อนๆ มีประโยชน์ต่อด้านสิว
    • Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261) มีการทดสอบเชิงคลินิกพบว่า Niacinamide ที่ความเข้มข้น 4% มีประสิทธิภาพเทียบเท่า Clindamycin ในการรักษาสิว (Int J Dermatol. 2013;52(8):999-1004.)
    • Sodium PCA จัดเป็นสารที่เรียกว่า Natural moisturizing factor หรือ NMF ที่มีอยู่ในผิวตามธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของผิว
    • Zinc PCA เป็นสารลูกผสมของแร่ธาตุ Zinc กับ PCA ที่เป็น NMF ปกติ Zinc เป็นแร่ธาตุที่มีคุณสมบัติควบคุมความมัน และเป็นองค์ประกอบของเอนไซม์บางชนิดในผิว ช่วยให้ผิวทำงานได้อย่างสมดุล สำหรับ Zinc PCA มีรายงานการวิจัยกล่าวว่า Zinc PCA ช่วยปกป้องผิวหนังจากรังสี UVA ได้ โดยไปกดการสร้างเอนไซม์ MMP-1 ที่ เป็นเอนไซม์ที่ทำลายคอลลาเจนในผิวทำให้เกิดความหย่อนยานและริ้วรอย (Int J Cosmet Sci. 2012; 34(1):23-8.)
    • Tocopherol คือ วิตามินอี เป็น Antioxidant

 

2. Base หรือส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์ ขอเอาสารทำความสะอาดมาใส่ไว้ในนี้นะคะ

  • สารทำความสะอาดที่ใช้ ได้แก่ Decyl glucoside เป็นสารทำความสะอาดหลัก สารตัวนี้เป็นสารทำความสะอาดชนิดที่ไม่มีประจุ มีความสามารถในการทำความสะอาดที่ดี และมีความอ่อนโยนต่อผิวดี ร่วมกับสารทำความสะอาดอื่นๆ คือ Cocamidopropyl betaine, PEG-40 hydrogenated castor oil, Laureth-9, Trideceth-7 ซึ่งมีความอ่อนโยนกันหมด

– เสริมมาด้วย Polyquaternium-7 ที่จะช่วยเคลือบผิว ให้สัมผัสที่นุ่มนวล ไม่แห้งตึง

  • ส่วนผสม Base อื่น เป็นส่วนของสารกลุ่มน้ำ และสารอื่นที่ละลายได้ในน้ำ

 

3. Additives เป็นพวกสารปรุงแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีลักษณะที่ดี เช่น

  • สารเพิ่มความหนืด คือ Acrylates/C10-30 alkyl acrylate crosspolymer กับ Hydroxyethylcellulose
  • สารกันเสีย และสารเสริมประสิทธิภาพสารกันเสีย ได้แก่ Sodium benzoate, Ethylhexylglycerin, Caprylyl glycol, p-Anisic acid, Potassium sorbate และ สารจับอิออนโลหะ Disodium EDTA

 

โดยรวมคือไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

 

แวะสรุปอีกสักครั้งก่อนไปให้คะแนนนะคะ

เจลล้างหน้า Acnelix เป็นเจลล้างหน้าเบสน้ำ ที่ใช้สารทำความสะอาดที่ทำความสะอาดได้ล้ำลึก แต่ก็ยังมีความอ่อนโยนต่อผิว ไม่ระคายเคืองผิวที่เป็นสิว ส่วนนี้เป็นสิ่งที่เจลล้างหน้าที่ดีควรมีเลยค่ะ คือคุณจะมีสารบำรุงอะไรยังไงก็ช่าง แต่คุณต้องสะอาดและอ่อนโยนก่อน ซึ่งจุดนี้ Acnelix ถือว่าทำได้ จุดที่แตกต่างอีกจุดของ Acnelix ก็คือการใช้นวัตกรรม encapsulated salicylic acid ที่ช่วยปลดปล่อย Salicylic acid ออกมาทีละน้อยๆ แม้จะเป็นแค่ Cleansing แต่ก็ให้ประโยชน์กับผิวได้เหมือนทา Skincare มันทำให้เจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยนนี้มัน เหมาะกับคนเป็นสิวจริงๆ ช่วยลดสิว ป้องกันสิวได้ด้วยไม่ได้ทำความสะอาดอย่างเดียว แล้วปกติพวก time-released salicylic acid มันมักอยู่ในเซรั่มที่ราคาค่อนข้างสูง ปริมาณกรุบกริบนิดหน่อย ก็ราคาเป็นพัน แต่ตัวนี้เอามาทำเป็นผลิตภัณฑ์ล้างหน้าในราคา 300 กว่าบาท ก็ถือว่าเป็นราคาที่จับต้องได้ไม่เว่อร์วังน่าถอยมาลองใช้ซักหลอด

ถ้าถามว่าวิเคราะห์มาดีงามขนาดนี้ เอามาแทนยาสิวเลยดีไหม มี่ตอบได้เลยว่าไม่ได้เนอะ เครื่องสำอางก็คือเครื่องสำอาง แค่ช่วยส่งเสริมและดูแลผิวและปัญหาสิวค่ะ ยาเยอที่หมอให้มาก็ยังต้องใช้เหมือนเดิมค่ะ

การรักษาสิวยังใช้การทายาเป็นขั้นตอนหลักอยู่ เพียงแต่ตัวนี้จะเหมือนช่วยทำให้ขั้นตอนการล้างหน้ามันดีขึ้น ช่วย

ยิ่งสำหรับคนที่ไม่ได้มีสิวเห่อมาก หรือนานๆขึ้นทีแบบอิชั้น ตัวนี้เป็นอีกตัวที่มี่รู้สึกว่าใช้แล้วหวังผลเรื่องป้องกันสิวใหม่ได้ดีค่ะ

 

เจลล้างหน้านี้เหมาะกับใคร

  • แน่นอนว่าเหมาะกับคนที่เป็นสิวแน่นอน
  • และนอกจากนั้น คนที่มีผิวปกติที่มีแนวโน้มอุดตันง่ายก็สามารถใช้ได้ค่ะ
  • หรือ สำหรับคนที่ต้องการป้องกันการเกิดสิว หรือลดการอุดตันของรูขุมขน แต่ผิวระคายเคืองง่าย ใช้ BHA Toner ธรรมดาๆไม่ไหว

 

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. ส่วนผสมของสารบำรุง นอกจากพระเอกของนางอย่าง Encapsulated salicylic acid แล้วก็ยังเสริมสารบำรุงออกมาอีกหลายชนิด มีประโยชน์เสริมมาอีกหลายด้าน ทั้งการเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว รวมถึงมีวิตามินบี 3 ที่ให้ประโยชน์กับผิวอีกหลายด้าน จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์ค่ะ
  2. ส่วนผสมอื่นๆ สารทำความสะอาดที่ใช้มีความอ่อนโยนสูงไม่ระคายเคือง และไม่มีส่วนผสมที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ตัวเจลล้างหน้ามาในรูปแบบของไม่มีฟอง เกลี่ยใช้ได้ง่าย หลังล้างไม่แห้งตึง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับลื่นเป็นเมือก ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบความรู้สึกหลังล้างนะคะ แต่ส่วนตัวมี่ก็ยังคงติดฟองอยู่เลยขอให้ 4 ฟลาสก์นะคะในจุดนี้

คะแนน ac

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Kene ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ Kene ได้โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/KeneThailand/

https://kene.co.th/

 

ส่วนช่องทางจำหน่ายรู้สึกตอนนี้จะมีจำหน่ายที่ Eve&boy, konvy.com และทางช่องทางออนไลน์ของแบรนด์

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Kene การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

[รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม] มูสมาสค์เทคโนโลยี LBS 2 in 1 พอกหน้าก็ได้ ล้างหน้าก็ดี ต้านมลภาวะ จาก Klairé anti-pollution mousse pack

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวมาสค์เนื้อมูสที่ใช้เป็น Cleansing ได้ในขวดเดียวกัน จากแบรนด์ Klairé มาฝากกันนะคะ

แบรนด์ Klairé เป็นแบรนด์เครื่องสำอางไทยแบรนด์หนึ่ง ที่เปิดตัวมาด้วยผลิตภัณฑ์น้ำตบและเซรั่มต่อต้านมลภาวะ ตั้งแต่พึ่งจะเริ่มมีเทรนด์ Anti-pollution เข้ามา ขอยกลิงค์รีวิวของ Klairé  anti-pollution essence มาอีกรอบนะคะ

https://cosmeknowledge.wordpress.com/2015/11/24/klaire-essence/

 

ตอนนี้ทางแบรนด์ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เป็น Mousse pack ค่ะ มีโฉมหน้าเป็นแบบนี้นะคะ

 

klaire 1

นางจะเป็นกระบอกทำจากโลหะ บรรจุมาในพลาสติกใส แอบมีลายดอกฝ้ายนิดหน่อย ดูหรูหราดีค่ะ

 

พอเราแกะพลาสติกที่หุ้มออก ก็จะเจอกระปุก mousse ของเราค่ะ

klaire 2

มาในคอนเซปท์โทนสีฟ้าเช่นเดิม

 

ตัว Mousse ตัวนี้ Made in Korea นะคะ เข้าทางสายเกาแบบอิชั้นเลย

 

เนื้อมูสตอนกดออกมาใหม่ๆจะมีสีเทาๆ

klaire 3

เนื้อมูสที่กดออกมาจะค่อนข้างแน่นค่ะ

 

 

พอเริ่มเกลีย เราจะรู้สึกว่ามูสเริ่มฟูตัวขึ้นมาอีก

klaire 4

ยิ่งนวดยิ่งสนุก #นวดวนไป

 

klaire 5

ยิ่งนวดฟองก็จะยิ่งเยอะ ยิ่งนุ่มละมุน

 

 

ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ผลิตภัณฑ์มีฟองที่ดูนุ่มละมุนและแน่นแบบนี้ มาจากการที่ทางแบรนด์ได้ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า LBS หรือ Low boiling point liquid stabilizing system เป็นเทคโนโลยีใหม่ของทางเกาหลีค่ะ

LBS tech

(Image from Kolmar Korea)

เทคโนโลยีนี้เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ฟองคงตัวโดยอาศัยส่วนประกอบของของเหลวที่มีจุดเดือดต่ำ (Low boiling point liquid) มาควบคุมแรงตึงผิวของสารลดแรงตึงผิว หรือ Surfactant ในสูตร เมื่อสัมผัสผิว เจ้าของเหลวพวกนี้นางจะระเหยออกไป ทำให้ฟองนั้นถูกเหนี่ยวนำให้ปะทุตลอดเวลา เหมือนเราตีฟองอยู่นั่นเองค่ะ

มีความนวัตกรรมจริงๆ

 

หลังล้างก็จะรู้สึกสะอาด กระชับ แต่ก็ไม่ถึงกับว่าจะแห้งตึง

klaire 6

มูสนี้เราจะใช้ได้ 2 แบบค่ะ

แบบแรก เป็นมาสค์ Detox เราจะใช้มูสนี้นวดๆ บนผิวที่ทำล้างหน้าทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ซับหน้าให้ห้าง แล้วพอกทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที แล้วล้างออก ใช้ตอนช่วงเย็นซักอาทิตย์ละ 1 – 2 ครั้งค่ะ

 

แบบสอง ใช้เป็นโฟมมูสล้างหน้า เราจะใช้มูสนี้นวดลงไปบนหน้าที่เปียก นวดวนไป แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดค่ะ ใช้ล้างวันละ 1 ครั้งช่วงเย็น เพื่อดูดซับและกำจัดเอามลพิษที่สะสมมาทั้งวันออกไป

 

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

สผส klaire

ในส่วนผสมวันนี้มี่ทำสีไว้ 4 สีนะคะ

  • สีเขียว เป็นสารทำความสะอาด มีอยู่ 3 ตัวหลักๆ คือ Sodium lareth-4 carboxylate เป็นสารทำความสะอาดชนิดประจุลบ ซึ่งมีความสามารถในการทำความสะอาดได้ดี ร่วมกับ PEG-7 glyceryl cocoate เป็นสารทำความสะอาดชนิดไม่มีประจุ และ สารที่เกิดจากการทำปฏิกิริยาระหว่าง Triethanolamine กับ Stearic acid ได้เป็น Triethanolamine stearate ซึ่งจัดเป็นสารทำความสะอาดกลุ่ม Soap ค่ะ
  • สีม่วง เป็นกลุ่มของ Clay ที่เสริมเข้ามาเพื่อเป็นตัวหลักในการช่วยดูดซับสิ่งสกปรกออกจากผิว ในที่นี้ก็จะมี ผง Charcoal กับ Moroccan lava clay ค่ะ
    • ผง charcoal จะมีรูพรุนในตัว ช่วยดูดซับสิ่งสกปรกและความมันจากผิว รวมถึงพวกมลภาวะที่เราสะสมมาทั้งวัน
    • Moroccan lava clay ที่เกิดขึ้นมาจากลาวาที่เย็นตัวลงบนภูเขา ว่ากันว่าเป็นโคลนที่มีความบริสุทธิ์สูง และมีแร่ธาตุจำนวนมากมายหลายชนิด ที่มากกว่าสารในกลุ่ม Clay ชนิดอื่นๆ
  • สีน้ำตาล เจ้า Fructooligosaccharide กับ Beta-glucan ป็นสารที่เรียกว่าเป็น Prebiotic ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์ดีๆบนผิว เมื่อจุลินทรีย์ดีๆบนผิวแข็งแรง ก็จะช่วยปกป้องผิวช่วยให้ผิวแข็งแรง
  • สีฟ้า เป็นสารบำรุงต่างๆ มีด้วยกันหลายตัว มี่ขอยกมาบางตัวนะคะ เช่น
    • Betaine ตัวนี้เป็นอนุพันธ์ของกรดอะมิโน Glycine มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง
    • Saccharomyces ferment filtrate เป็นสารที่ได้จากการหมักยีสต์ มีคุณสมบัติเด่นเกี่ยวกับการเพิ่มความชุ่มชื้น ควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน และช่วยให้ผิวแข็งแรง
    • สารสกัดจากใบบัวบก มีประโยชน์ในเชิงการชะลอวัย และลดริ้วรอย
    • สารสกัดจากลูก Fig มีรายงานวิจัยกล่าวว่าอาสาสมัครที่ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากลูก Fig เป็นเวลา 8 สัปดาห์มีผิวที่ชุ่มชื้นมากขึ้น สีผิวกระจ่างใสขึ้นเพราะมีปริมาณของเม็ดสีผิวลดลง ผิวแข็งแรงขึ้นเพราะมีการระเหยของน้ำออกจากผิวลดลง และ ความมันบนผิวหนังลดลง (Indian J Pharm Sci. 2014; 76(6): 560–)
    • Hydrolyzed hyaluronic acid คือ ไฮยาลูรอนที่ผ่านการย่อยแล้ว มีขนาดที่เล็กลง ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
    • Ceramide NP เป็นอีกชื่อหนึ่งของ Ceramide 3 เป็นองค์ประกอบของ Barrier ผิว

 

ในด้านส่วนผสมที่เหลือก็ไม่ได้มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว จึงถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี

มาให้คะแนนกันดีกว่า

  1. สารทำความสะอาด: Sodium lareth-4 carboxylate เป็นสารทำความสะอาดชนิดประจุลบ ซึ่งมีความสามารถในการทำความสะอาดได้ดี ร่วมกับ PEG-7 glyceryl cocoate ซึ่งดูมีความอ่อนโยน เสริมด้วยสารทำความสะอาดกลุ่ม Soap ถ้าใช้ Soap เดี่ยวๆอาจจะทำให้ผิวแห้งได้เล็กน้อยในบางราย แต่ถ้าเอามาใช้ร่วมกันคิดว่าน่าจะ Balance กันพอดี จุดนี้ขอให้คะแนนสารทำความสะอาดที่ 5 ฟลาสก์นะคะ ดูดีกว่าโฟมล้างหน้าทั่วไปอยู่ และส่วนตัวมี่ช่วงนี้ผิวผสม/แห้ง ใช้ได้ไม่มีปัญหาอะไร
  2. สารบำรุง: ถึงจะเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาดหน้า ที่สัมผัสผิวแค่ไม่นาน แต่การมีสารบำรุงอยู่ก็ย่อมดีกว่าไม่มีเลย และสารบำรุงที่ใช้มีอยู่ค่อนข้างหลายชนิด สารสกัดพืชบางอย่างก็ยังมีงานวิจัยรองรับ และยังไม่ลืมเสริมไขมันทดแทนให้ผิวโดยการเติม Ceramide เข้ามาด้วย เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์เช่นกัน
  3. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวเลยขอให้ 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่คิดว่าตัวผลิตภัณฑ์แอบมีลูกเล่น ยิ่งนวดฟองยิ่งหนานุ่มยิ่งแน่นยิ่งสนุก ก็นวดกันวนไป หลังล้างก็ไม่ได้รู้สึกแห้งตึงอะไร และก็ไม่ได้เยิ้มลื่นจนเป็นเมือกๆ โดยรวมมี่ค่อนข้างชอบค่ะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

คะแนน klaie

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Klairé ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้กับทางแบรนด์ Klairé ได้โดยตรงเลยค่ะ

Facebook: https://www.facebook.com/KlaireOfficial

Instagram: Klaireofficial

www.beforeandaftercorp.com

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Klairé การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ