[Full Review] Etude House Play therapy Soft clay pack

[Full Review] Etude House Play therapy Soft clay pack

วันนี้แวะเอามาสค์โคลนของ Etude house มารีวิวให้ชมกันค่ะ

ทบทวนเรื่องมาสค์โคลนอีกรอบนะคะ

มาสค์โคลน หรือ Clay mask เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสารกลุ่ม Clay กระจายและพองตัวอยู่ในเนื้อของผลิตภัณฑ์ ทำให้ดูหนืดข้นเหมือนโคลนจริงๆ

ตัวอย่างสารกลุ่ม Clay เช่น อะไรก็ตามที่มีคำว่า Clay, และสารอื่นๆ เช่น Kaolin, Bentonite, Magnesium Aluminium Silicate

สารกลุ่ม Clay มีคุณสมบัติพิเศษ ด้วยความที่ตัวมันมีรูพรุน ทำให้มันสามารถดูดซับเอาสารต่างๆไว้กับตัวมันได้ เวลาเอา Clay มาพอกหน้าจึงให้ผลดูดซับความมัน สิ่งสกปรกต่างๆออกมาจากผิว รวมไปถึงพวกสารพิษ และมลภาวะต่างๆที่ตกค้างบนผิวได้ด้วย

สารกลุ่ม Clay มีคุณสมบัติดูดซับความมันได้ดีจึงเหมาะกับคนที่มีผิวมันมากกว่าผิวแห้ง

คนที่แต่งหน้าด้วย Shimmer หรือ Glitter เป็นประจำ ควรมาสค์โคลนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อ Detox และดูดซับเอาผงของพวก Mica ซึ่งมักล้างไม่ออก ออกไปจากใบหน้า

ส่วนมาสค์โคลนลูกรักที่แอดมินใช้ (จริงๆเคยใช้แค่อันเดียว ก็เลยรัก คือแบบว่าใช้นานๆที แล้วใช้แค่ตรงทีโซน เลยไม่ยอมหมดซักที แกะมาเกือบปีแล้วค่ะ) คือเจ้า Etude House Play therapy Soft clay pack ค่ะ

etude 1

อันนี้ไปหิ้วเองมาจากกรุงโซลเมื่อเดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว เริ่มแกะใช้ประมาณช่วง ตค.ค่ะ นี่ก็เกือบปีแล้ว ยังไม่ยุบเลย

ตัวนี้ทางแบรนด์เคลมเรื่อง Pore and Sebum care ค่ะ

เป็นมาสค์ที่ค่อนข้างแห้งจริงๆ ถ้าเอาลงตรงแก้มนี่คือพังเลยค่ะ ลงได้แค่ทีโซน

นางเคลมว่านางเอา Clay มาจากป่าอเมซอนในบราซิล (Brazil forest clay) ค่ะ นางเคลมว่า Clay ตรงนี้มีความบริสุทธิ์สูง และมีแร่ธาตุมากมาย

ตรงนี้มี่ไม่มีข้อมูลมารองรับนะคะ ก็ฟังๆกันไปเนาะ

กลิ่นนางเป็นแนวๆเย็นๆ นางว่านางใช้ Eucalyptus ค่ะ แต่อิชั้นว่า ยูคาลิปตัสมันระคายผิวได้นะคะ

มาดูเนื้อสัมผัสก่อนนะคะ จะเป็นเนื้อหนืดๆหนักๆข้นๆสีเขียวอ่อนๆค่ะ

etude 2

(พอดีถ่ายกลางคืนใต้แสงไฟนีออนเลยไม่ค่อยชัดนะคะ)

เกลี่ยง่ายค่ะ กลิ่นก็ไม่เชิงหอมมาก แต่เป็นแนวเย็นๆ

เวลาใช้มาสค์โคลนควรเกลี่ยให้กลบสีผิวเราได้มิดพอดี และรอจนโคลนแห้ง (สังเกตโดยการมองใต้แสง ว่าไม่มีความเงาแล้ว) เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ

etude 3

(อันนี้พึ่งลง จะเห็นว่าเงาๆอยู่ค่ะ)

มาดูส่วนผสมกันซักหน่อยเป็นพิธี

etude สผส

ส่วนผสมตัวนี้จะต่างจากมาสค์โคลนทั่วไปในตลาดค่ะ เพราะว่าตัวเนื้อ (หรือ Base) ของนางทำมาจาก Emulsion เพราะมีน้ำมันอยู่ด้วย แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ น้ำมันที่นางใช้ไม่ได้อุดตันอะไรรูขุมขน

ส่วนจุดเด่นอีกอย่างคือการใช้ทั้ง Kaolin และ Bentonite มาเสริมกัน

เจ้า Kaolin นี่เป็น Clay สีขาว ที่ประกอบด้วย Magnesium, Aluminium และ Silica เป็นหลัก คิดว่าน่าจะหมายถึงที่โคลนอะเมซอนที่แบรนด์ใช้

เจ้า Bentonite นี่เป็น Clay สีเทา มีคุณสมบัติพองตัวในน้ำ ดูดซับความมันได้ดีเช่นกันค่ะ

และก็จุดเด่นอีกจุดน่าจะเป็นการที่ใส่ Silica มาดูดน้ำมันอีก

และลำดับของสารกลุ่ม Clay นี่มาต้นๆเลย ผิดกับบางแบรนด์ที่ใส่มาแค่กรุบกริบแล้ว Claim ซะอลังการ

นอกจากนั้นยังเสริมมาด้วยสารอย่าง Trehalose ที่เป็นน้ำตาลชนิดพิเศษ ช่วยดูดน้ำและช่วยปกป้องเซลล์ผิวไม่ให้แห้งเกินไปค่ะ

โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างโอเคเลย เพราะมีการเสริมตัวดูดน้ำให้ผิวด้วย จะได้ไม่แห้งมาก

ส่วนสารอื่นๆก็ไม่มีข้อติ เพราะไม่ได้มีพาราเบน กับซิลิโคน  ส่วนน้ำหอม นางว่านางใช้ Eucalyptus ค่ะ ก็อาจจะระคายเคืองได้ค่ะ ในบางคน ควรทดสอบก่อนใช้นะคะ

ส่วนราคา จำไม่ได้แล้วค่ะ

พบกันใหม่รีวิวต่อไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตัวเอง (Consumer reviewed)

[Full Review] Skindom Luxury cell collagen peptide ampoule และ Angels Bifida 100% ampoule

[Full Review] Skindom Luxury cell collagen peptide ampoule และ Angels Bifida 100% ampoule

วันนี้มี่แวะเอา Ampole จากแบรนด์ Skindom ของประเทศเกาหลีมารีวิวให้ชมกันค่ะ

ในกลุ่ม Ampoule ที่มี่ได้มา มี 2 ตัว เป็นตัว Skindom Luxury cell collagen peptide ampoule และ Angels Bifida 100% ampoule ค่ะ มาดูรายละเอียดกันไปทีละตัวดีกว่านะคะ

อ้อ แอบกระซิบไว้ว่า สองตัวนี้ใช้คู่กันได้นะคะ แล้วใช้ได้ทั้งเช้าทั้งเย็นค่ะ มี่แนะนำว่าเอา Bifida ลงก่อน ตามด้วย Luxury cell ampoule ค่ะ

IMG_0249-re

ตัวแรกที่จะเจาะส่วนผสมเป็น Skindom Luxury cell collagen peptide ampoule ค่ะ

แค่ชื่อก็แบบว่า Luxury จ้าาา หรูหรา

IMG_0259-re

สรรพคุณที่ แบรนด์ Claim จะเป็น 7 in 1 ampoule ขวดเดียวบำรุงได้ 7 ด้าน คือ ริ้วรอย รูขุมขน ความชุ่มชื้น ชะลอวัย ความยืดหยุ่นผิว คุมมัน และให้ผิวเงาฉ่ำวาวสไตล์เกาหลีค่ะ

ส่วนเนื้อเป็นเนื้อเจลใส มีความหนืดปานกลาง มีกลิ่นหอมอ่อนๆค่ะ

IMG_0260-re IMG_0261-re

เกลี่ยง่าย ให้ความรู้สึกเย็นและสบายผิว ดูดซึมผิวได้ปานกลาง เมื่อเวลาผ่านไปก็จะไม่ทิ้งคราบอะไรไว้บนผิวค่ะ

IMG_0262-re

วัดค่า pH กันซักหน่อยค่ะ

IMG_0264-re

ตัวนี้ค่า pH อยู่ที่ประมาณ 5-6 ค่ะ เท่ากับผิวพอดีเลย

มาดูส่วนผสมกันดีกว่านะคะ

สผส colla

มี่ขอแบ่งวิเคราะห์ส่วนผสมเป็นกลุ่มๆดังนี้นะคะ

***Fermented soybean (ถั่วเหลืองหมัก) ในส่วนผสมมีอยู่ถึง 2 ตัว คือ Bacillus/soybean fermented extract กับ Lactobacillus/soybean fermented extract

ในการหมักด้วยจุลินทรีย์ ปกติจุลินทรีย์จะไปเปลี่ยนสารในพืชให้มีขนาดเล็กลง ทำให้ออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น และสามารถซึมผ่านผิวได้มากขึ้น

มีการศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติของถั่วเหลืองที่หมักด้วยจุลินทรีย์สายพันธ์ Bacillus พบว่า ถั่วเหลืองหมักมีคุณสมบัติ Antioxidant ที่ดีขึ้น และเป็น Whitening ได้ดีขึ้น เพราะถั่วเหลืองหมักออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase (เอนไซม์ที่สร้างเม็ดสีผิว) ได้มากกว่าเดิม (Toxicol Res. 2011;27(4):205–209.)

ส่วนการหมักด้วย Lactobacillus ก็จะได้ Lactic acid ที่เป็นประโยชน์กับผิว และยังช่วยเปลี่ยน Isoflavone ที่อยู่ในรูปแบบ Glycoside (มีน้ำตาลเกาะอยู่) ให้กลายเป็นรูปแบบ Aglycone (ไม่มีน้ำตาล) (Int J Food Sci Nutr. 2012;63(5):566-79.) ทำให้ออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น สารกลุ่มนี้มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดีและเป็น Phytoestrogen ช่วยให้ผิวนุ่มนวล และริ้วรอยลดลง

***กลุ่มสารที่เป็น Antioxidants มีอยู่ 4 ตัว คือ สารสกัดจากชา (Camellia oleifera extract), สารสกัดจาก Elm (Ulmus davidiana extract), สารสกัดจากทับทิม (Punica granatum extract) และวิตามินอี

ขอกล่าวถึงสารสกัดจาก Elm นิดหน่อยนะคะ เพราะว่าดูโดดเด่นเป็นพิเศษเพราะช่วยชะลอการแก่ได้ระดับเซลล์เลยทีดียว เพราะมีรายงานว่าสารสกัดนี้สามารถชะลอการแก่ (Senescence) ของเซลล์ Fibroblast ในผิว (Planta Med. 2011; 77(5):441-9.) เซลล์ Fibroblast เป็นเซลล์ที่สร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในผิว

***กลุ่มสารเพิ่มความชุ่มชื้น มี 3 ตัว คือ Sodium hyaluronate, Panthenol, และ Beta-glucan ช่วยอุ้มน้ำให้ผิว ผิวจะนุ่มและแลดูอวบอิ่ม

***กลุ่มสารลดริ้วรอย ได้แก่ Adenosine, Tripeptide-29, Acetyl hexapeptide-8 และ Copper tripeptide-1 ขอกล่าวถึงตัว peptide 3 ตัวหลังนะคะ

Tripeptide-39 เป็น Peptide ที่เกิดจากกรดอะมิโน 3 ตัว มีโครงสร้างคล้ายกับหน่วยย่อยของ Collagen จึงมีชื่อว่า Collagen tripeptide มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในผิว

Acetyl hexapeptide-8 เป็น Neuropeptide ที่รู้จักกันในชื่อทางการค้าว่า Argireline ออกฤทธิ์ผ่านระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้อที่หดตัวเกิดเป็นริ้วรอยคลายตัว คล้ายๆกับ Botulinum toxin (หรือ Botox) เมื่อทาจะทำให้รู้สึกว่าผิวเรียบตึงขึ้นทันที แต่ผลที่เกิดขึ้นอยู่ได้ไม่นาน

Copper tripeptide-1 เป็น peptide ที่เกิดจากกรดอะมิโน 3 ตัว มาจับกับแร่ Copper มีฤทธิ์กระตุ้นการสมานแผล ลดริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว มีรายงานการวิจัยทดสอบถึงการซึมผ่านผิว พบว่าสารนี้ซึมผ่านผิวได้ในระดับที่ดีพอที่จะออกฤทธิ์เป็นสารต่อต้านกระบวนการอักเสบได้ (inflamm Res. 2011;60(1):79–86.)

***กลุ่มสารลดการอักเสบ ระคายเคืองและช่วยสมานผิว ได้แก่ Allantoin, Dipotassium glycyrrhizate และ สารสกัดจาก Portulaca oleraceae

โดยรวมจึงเห็นว่ามากันครบถ้วนเลยทีเดียว

วิเคราะห์คะแนนดีกว่าค่ะ

1.Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ตามที่ได้สาธยายและบรรยายไว้ในข้างบนก็ถือว่ามาเต็มและครบถ้วนสมบูรณ์ จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

2.Base หลักๆเป็นรูปแบบของ Solution ที่ไม่มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบ ไม่มี Alcohol มี Glycerin กับ Butylene glycol เป็นตัวดึงน้ำให้ผิว ก็ไม่รู้จะหักคะแนนอะไร จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

3.Additives สารอื่นๆที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว สารบางตัวยังช่วยเคลือบเป็นฟิล์มบางๆบนผิวและรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ ส่วนผสมชุดนี้ ไม่มีพาราเบน และไม่มีซิลิโคน แม้จะมีน้ำหอมแต่ก็ไม่เคยหักคะแนนน้ำหอมในผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่พวกดูแลรอบดวงตามาก่อน จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

4.การใช้งาน มาในรูปแบบเจลใส เกลี่ยง่าย ให้ความรู้สึกเย็นและสบายผิว ดูดซึมผิวได้ปานกลาง แต่เมื่อซึมหมดแล้วไม่ทิ้งคราบอะไรไว้บนผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ แต่แอบหนึบๆเล็กๆ ทำให้ผิวนุ่มลื่นขึ้นมาก เช้าตื่นมาจะเกลี่ยรองพื้นได้ง่าย และแต่งหน้าได้เรียบเนียนแนบสนิทมากขึ้น แต่คหสต.มี่คิดว่ากลิ่นมันฉุนไปนิดสำหรับมี่ จึงขอให้ 4 ฟลาสก์

คะแนน cell

ต่อไปเป็นอีกตัวที่ใช้คู่กัน คือ Skindom Angels Bifida 100% ampoule

IMG_0251-re

เนื้อเป็นของเหลวใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่นค่ะ พยายามจะหยดให้สวยๆบนมือ แต่มันเหลวก็เลยกลิ้งไปกลิ้งมาถ่ายยากมาเลยได้มาแค่นี้ค่ะ

IMG_0252-re

IMG_0255-re

เกลี่ยค่อนข้างง่าย ซึมผิวไวมาก ไม่มีกลิ่น และไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลยค่ะ

IMG_0262-re

วัด pH กันซักนิดนะคะ

IMG_0263-re

pH อยู่ที่ 5 ค่ะ ก็ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

ตัวนี้ส่วนผสมเรียกได้เลยว่าเรียบง่ายมาก คือ ใส่ Bifida ferment filtrate (ขอย่อว่า BFF นะคะ) มา 100% เต็มๆ

สำหรับ Bifida ferment filtrate นี่ได้จากการเลี้ยงจุลินทรีย์ Bifidobacterium ที่เป็นจุลินทรีย์สายพันธ์ดีที่มีประโยชน์ ที่เรียกว่า Probiotic ผู้ผลิตวัตถุดิบรายงานว่าสารที่ Bifidobacterium สร้างให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้น ผลัดเซลล์ผิว ช่วยให้ผิวขาวโดยไปยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase และยังช่วยปกป้องและฟื้นฟูผิวที่เสียหายจากรังสี UV และยังช่วยปรับสมดุลภูมิคุ้มกันให้ผิวแข็งแรงขึ้นได้

เนื่องจากส่วนผสมมีแค่ Bifida ferment filtrate เพียงตัวเดียวจึงขอให้คะแนนเฉพาะส่วนของการใช้งาน

คะแนนการใช้งาน ตัวนี้เป็นสารละลายใสๆ ไม่หนืด ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส (เดี๋ยวๆ) เวลาใช้จะใช้แค่เพียง 2-3 หยด วอร์มๆบนมือแล้วลากบนหน้าได้เลย แต่ถ้ากลัวลากไม่มันส์ก็ผสมกับ Skincare ที่ใช้อยู่เป็นประจำก่อนลงหน้าก็ได้ค่ะ เกลี่ยง่าย ซึมผิวไวไม่เหนอะหนะค่ะ และก็อย่าลืมเก็บไว้ในตู้เย็นนะคะ เพราะบ้านเราอากาศร้อนมากกกกก จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์ค่ะ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Skindom ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของ Skindom Thailand

https://www.facebook.com/SkindomThailand

และเวบไซต์ http://www.skindom.co.th กับ http://www.skindomthailand.com เลยนะคะ

 

กระซิบกระซาบว่า ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์มีวางจำหน่ายที่ Watsons ทั่วประเทศ, EVEANDBOY(สยาม), มีเคาน์เตอร์แบรนด์ อยู่ที่ The Mall งามวงศ์วาน, และในเร็วๆ นี้เห็นทางแบรนด์ว่าจะเข้าเซ็นทรัลอีกหลายๆสาขาด้วยหละ ก็ติดตามกันต่อไปเนาะ
Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ SKindom Thailand ค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

พบกันใหม่โอกาสถัดไป

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม Ampoule sheet mask ของแบรนด์ Skindom

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม Ampoule sheet mask ของแบรนด์ Skindom


วันนี้มี่แวะเอา Ampoule sheet mask เกาหลี จากแบรนด์ Skindom มารีวิวให้ชมกันค่ะ

ก่อนอื่นอยากเกริ่นแนะนำแบรนด์ Skindom ซักนิดค่ะ ขนาดมี่เป็นสายเกาหลี ก็ยอมรับเลยว่ายังไม่เคยได้ยินชื่อแบรนด์นี้มาก่อน เลยไปทำการบ้านนิดหน่อย ได้ความว่า แบรนด์นี้เป็นแบรนด์สกินแคร์ที่ใช้กันในคลินิคความงามและสถานเสริมความงามมากมายด้วยประสิทธิภาพที่แพทย์ผิวหนังเกาหลีส่วนใหญ่เชื่อว่าเห็นผลได้ และมีอยู่ในตลาดมาสิบกว่าปีแล้วค่ะ

คอนเซปท์ของแบรนด์คือ การใช้นวัตกรรมแอมเพิล ที่เรียกว่า Super serum ใช้สารโมเลกุลเล็ก ทำงานและดูดซึมได้ลึก ให้ผิวเต็มอิ่มด้วยคุณค่าสารอาหาร เพื่อผิวสวยไร้ที่ติ เปล่งปลั่งฉ่ำวาวสไตล์สาวเกาหลีค่ะ

สำหรับ Ampoule sheet mask ที่มี่ได้มามีทั้งหมด 6 สูตรค่ะ

IMG_0283-re

แผ่นมาสค์เป็นวัสดุที่นุ่มมาก และเนื้อบางเบามาก ตัวเนื้อ Soaking solution (ขอเรียกว่าน้ำยา นะคะ) เป็นแบบเข้มข้นเหมือนกับเจลและซีรัม ที่เรียกว่า แอมเพิล (Ampoule) มีกลิ่นหอมอ่อนๆค่ะ ใจจริงชั้นอยากอ่านว่าแอมพูลนะ แต่ด้วยความอินเทรนด์ตามกระแสบ้านเราต้องเรียกแอมเพิล ค่ะ

แอมเพิลนี้คืออะไร???

แอมเพิลนี้ คือ เซรั่มเข้มข้นพิเศษ (Super Serum) ประกอบด้วยคุณค่าจากสารอาหารผิวและสารสกัดที่มีความเข้มข้นสูงกว่าซีรัมมีส่วนช่วยกระตุ้น (Booster) กระบวนการดูดซึมสารอาหารให้เข้าสู่โมเลกุลของเซลล์ผิวอย่างล้าลึกและตรงจุดยิ่งขึ้นจึงให้ประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ดีกว่าค่ะ

มาดูมาสค์ดีกว่าค่ะ

ในส่วนของแผ่นมาสค์เป็นแผ่นที่เนื้อนุ่ม ละเอียด และบางเบามากค่ะ

IMG_0290-re

ในซองให้น้ำยามาเยอะมาก ขนาดเอาน้ำยาที่เหลือในซองมาทาแขน ทาขา ยังไม่หมดเลยค่ะ

ส่วนของตัวน้ำยาจะเป็นเนื้อเจลใสๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ชุ่มผิวค่อนข้างมากค่ะ

IMG_0291-re

ส่วนตัวมี่มาสค์ตอนกลางคืน ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที หรือรอจนแผ่นมาสค์แห้งก็ไปดึงออก แล้วนอนเลย เช้าตื่นมาหน้านุ่มมาก เกลี่ยรองพื้นได้ดีมาก แต่งหน้าได้เรียบสุดๆ

ถ้าพูดถึงส่วนผสม แต่ละสูตรจะมีส่วนผสมหลักๆที่คล้ายๆกันนะคะ ลองดูจากรูปนี้นะคะ เป็นตัวแทนส่วนผสมจาก 3 สูตร คือ Mulberry, Acerola และ Grapefruit ค่ะ

แอบกระซิบว่าบางสูตรไม่มีน้ำหอมนะคะ

สผส มาสค์

ในส่วนของน้ำยา ถ้าไม่นับน้ำจะมีส่วนประกอบของ Glycerin, Butylene glycol, Propylene glycol, betaine เป็นหลัก พวกนี้ให้ผลดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ ไม่มี Alcohol ค่ะ

ในส่วนของสารออกฤทธิ์ แทบทุกสูตรจะมีส่วนผสมของ Biosaccharide gum-1 กับ Cereus grandiflorus extract และ Dipotassium glycyrrhizate เป็นหลักค่ะ และก็เสริมด้วยสารอื่นๆตามสูตรของแต่ละมาสค์ กล่าวรายละเอียดแต่ละตัวซักเล็กน้อยนะคะ

Biosaccharide gum-1 ตัวนี้เป็นคาร์โบไฮเดรตที่ได้จากการหมักจุลินทรีย์ ประกอบด้วยน้ำตาล 3 โมเลกุล คือ Galacturonic acid, L-Fucose และ D-Galactose มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ค่อนข้างนาน ซึ่งผู้ผลิตทดสอบความชุ่มชื้นหลังจากที่ผ่านไป 4 ชั่วโมง ตรงตามที่ Official US website Claim ไว้ สารนี้มีคุณสมบัติก่อฟิล์มให้ความรู้สึกชุ่มชื้นนุ่มนวล ไม่เหนอะหนะ ไม่มัน ถ้าใช้กับผมจะช่วยเคลือบเกล็ดผมที่แตกออก ทำให้ผมเรียบเนียนขึ้น ผมก็จะดูสวยงาม และมีรายงานว่าช่วยลดการอักเสบ ป้องกันการแพ้ได้ (Fucogel, Solabia Inc.)

Cereus grandiflorus flower extract สารสกัดจากดอกกระบองเพชร ไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผิวหนังตีพิมพ์ในฐาน Pubmed ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าให้ผลเป็น Antioxidant ที่ดี มีคุณสมบัติ Astringent (แปลเป็นไทยว่าฝาดสมาน แปลแล้วก็ไม่รู้เรื่อง สารกลุ่ม Astringent ให้ผลกระชับรูขุมขนและฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้บางชนิด) พร้อมให้ผลส่งเสริมการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวแบบอ่อนๆ

Dipotassium glycyrrhizate เป็นสารที่แยกได้จากรากชะเอม ให้ผลลดการอักเสบ ลดการระคายเคืองได้ดี และให้ความรู้สึกสบายผิว

ทีนี้แต่ละสูตรก็มีส่วนที่เป็น Key ingredient เพิ่มเข้ามา คือ

1. สูตร Acacia collagen มีการเสริม Acacia concinna fruit extract เพิ่มเข้ามา ให้ผลเป็นตัวเพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยกระชับผิวค่ะ

2. สูตร Grape fruit มีการเสริมสารสกัดจากผลเกรฟฟรุต (Citrus paradise fruit extract) เพิ่มเข้ามา ปกติสารสกัดจากผลส้มจะมีวิตามิน และมีกรดอินทรีย์ธรรมชาติช่วยเติมน้ำให้ผิว และช่วยให้ผิวขาวขึ้นได้

3. สูตร Hyaluronic acid เสริม Hyaluronic acid เพิ่มเข้ามา ให้ผลเติมน้ำให้ผิวยืดหยุ่นและนุ่มนวล

4. สูตร Mulberry root extract เสริม Morus alba bark extract เข้ามา สารสกัดจาก Mulberry นี้สามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ที่เป็นเอนไซม์สร้างเม็ดสีผิว จึงช่วยให้สีผิวค่อยๆอ่อนลง

5. สูตร Snail เสริม Snail secretion filtrate เพิ่มเข้ามา ตัวเมือกหอยทากนี้มีรายงานการวิจัยรองรับว่าสามารถช่วยลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ช่วยสมานผิว และลดการอักเสบได้

6. สูตร Acerola เสริมสารสกัด Malphigia emarginata fruit extract เข้ามา สารสกัดจากผลอะเซโรล่านี้นอกจากมีวิตามินซีสูงให้ผลเป็น Whitening ได้ดีแล้วยัง มีสารประกอบ Polyphenol หลายชนิด ช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิวเมื่อโดนแสงแดด เป็น Antioxidant ที่ดีและลดการอักเสบในผิว ทางแบรนด์ Claim ว่าสามารถกระชับรูขุมขนได้

ให้คะแนนส่วนผสมอยู่ที่ 5/5 และ คะแนนการใช้งานอยู่ที่ 4/5 ค่ะ จริงๆกลิ่นหอมอ่อนๆของมาสค์มันก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลายดีนะคะ แต่ส่วนตัวมี่คิดว่ากลิ่นบางสูตรฉุนไปนิดนึงค่ะ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Skindom ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของ Skindom Thailand

https://www.facebook.com/SkindomThailand

และเวบไซต์ http://www.skindom.co.th กับ http://www.skindomthailand.com เลยนะคะ

 

กระซิบกระซาบว่า ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์มีวางจำหน่ายที่ Watsons ทั่วประเทศ, EVEANDBOY(สยาม), มีเคาน์เตอร์แบรนด์ อยู่ที่ The Mall งามวงศ์วาน, และในเร็วๆ นี้เห็นทางแบรนด์ว่าจะเข้าเซ็นทรัลอีกหลายๆสาขาด้วยหละ ก็ติดตามกันต่อไปเนาะ
Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ SKindom Thailand ค่ะ

แล้วพบกันใหม่โอกาสถัดไปค่ะ

Love you,
xoxo

[MiYeon Favorites] It’s skin Power 10 formula GF effector

[MiYeon Favorites] It’s skin Power 10 formula GF effector

หลังจากอัพรวมลูกรักไป 3 ตอนก็หายสาปสูญไปพักใหญ่ๆเลย วันนี้เลยเอาตอนที่ 4 มาฝากค่ะ ผลิตภัณฑ์ลูกรักชิ้นที่ 4 ของมี่ก็คือ Power 10 formula GF effector ของ It’s Skin ค่ะ

ดูจากขวดเปล่าก็คงการันตีได้ว่า รักและลงหลักปักฐานมานานขนาดไหน ทุกวันนี้ขึ้นขวดที่ 6 แล้วค่ะ ขวดนึงใช้ได้ประมาณ 2 เดือนค่ะ

IMG_0272-re

ผลิตภัณฑ์ Line นี้มีหลายๆท่านสอบถามเข้ามาเหมือนกันค่ะ ว่าแล้วต้องเมาท์ซักหน่อย อาจจะเมาท์เรื่องนี้หลายรอบแล้ว อย่าพึ่งเบื่อนะคะ = =

ในสมัยแรกสุดแอดมินนั้นติดของญี่ปุ่นค่ะ แต่แล้วนางก็เลิกจำหน่ายในไทย พอของที่เราตุนไว้ใกล้หมด แอดมินก็เลยลองสอดส่องสินค้าพรีออร์เดอร์เกาหลี และได้มาเจอกับผลิตภัณฑ์ Line นี้ คือ มันถูกมาก สมัยนั้น 9800 วอน ก็ไม่ถึง 300 บาท ก็เลยไปลองหา Spot โฆษณาตามเวบต่างๆ ไปเจอรายการ Beauty ซักอย่างของเกาหลีเขาเอา YE effector มาเทียบกับซีรัมชื่อดังของแบรนด์ L กับ EL แล้วแบบว่า เฮ้ย อี YE นี่มันดีอะ ก็เลยอยากลอง

จากนั้นก็พรีออร์เดอร์มาใช้ค่ะ (สมัยนั้นแบรนด์นี้ยังไม่ดังในไทยค่ะ) พอได้มาก็แบบว่า เอ้อ ดีอะ ใช้แค่ 3 วัน หน้านุ่มขึ้นเยอะมาก ก็ใช้ YE มาตลอด จนมาวันหนึ่ง ขนขึ่้น – -* ก็เลยคิดไปคิดมา เออ ยีสต์มีวิตามินบีเยอะ ทำให้ขนขึ้นได้ ก็เลยตัดสินใจเปลี่ยน ตัวที่เลือกคือ GF effector ค่ะ เพราะว่าส่วนผสมค่อนข้างคล้ายกัน เลยลองใช้ดู หน้าก็นุ่มดีค่ะ แต่ไม่ฟินเหมือน YE แต่ก็ต้องเลือก เพราะ GF ขนไม่ขึ้น

สุดท้ายก็ใช้ GF มายาวๆ ตอนไปเที่ยวเจจูก็ไปเจอมา ตอนนั้นราคา 12000 วอน ตอนแรกก็นึกว่าของบนเกาะเจจูแพงกว่าโซล แต่จริงๆแล้วมันขึ้นราคา ถึงจะขึ้นราคาก็ยังไม่เลิกนะคะ

ก่อนจะไปดูส่วนผสมมาดูเนื้อของซีรัมกันก่อนดีกว่าค่ะ

IMG_0273-re

ของเขาจะเป็นขวดแบบมีหลอดหยด ตัวซีรัมเป็นเนื้อใสๆ มีเม็ดบีดส์สีฟ้าอ่อนๆกระจายอยู่ค่ะ แต่ส่วนมากตอนดูดมาใช้ จะไม่ค่อยได้เม็ดบีดส์มามากนัก

IMG_0274-re

พอเกลี่ย จะเกลี่ยง่ายและแฉะๆ หน่อยนะคะ ซึมผิวปานกลาง เย็นและชุ่มชื้นดี ตอนซึมหมดจะเหมือนมีแผ่นฟิล์มหนึบๆเคลือบผิวไว้ให้อิ่มน้ำค่ะ

IMG_0275-re

มาทั้งทีก็ต้องรีวิวส่วนผสมซักหน่อย

สผส GF

จากส่วนผสมจะเห็นว่าเน้นไปที่การเติมน้ำให้ผิวค่ะ

ตัวหลักๆที่อยากกล่าวถึง คือ Grifola frondosa mycelium ferment filtrate สารตัวนี้เป็นของเหลวที่กรองออกมาจากการหมักเห็ด Maitake ปกติเห็ดตัวนี้มีประโยชน์ปรับภูมิคุ้มกัน มีรายงานวิจัยกล่าวว่าในส่วนของ Mycelium มีสารในกลุ่ม Polysaccharide ที่สามารถกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น (J Agric Food Chem. 2006;54(8):2906-14.) สารตัวนี้ทาง INCI จัดเป็น Antioxidant กับ Humectant (เพิ่มความชุ่มชื้น)

Polyglutamic acid โพลิเมอร์ที่เกิดจากกรดอะมิโน Glutamic acid พบได้ใน Natto ซึ่งเป็นสิ่งที่จุลินทรีย์บางชนิดสร้างระหว่างกระบวนการหมัก ในทางเภสัชกรรมมีประโยชน์ในการเป็นระบบนำส่ง ส่วนในทางเครื่องสำอางผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าสามารถดูดและจับน้ำได้มากถึง 5000 เท่าของน้ำหนักตัวมัน และมีรายงานการวิจัยอีกฉบับกล่าวว่า Polyglutamic acid ที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่สามารถกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้ (Chem Biodivers. 2010; 7(6):1555-62.) น่าจะมีส่วนช่วยให้ระบบผิวหนังแข็งแรงขึ้น

และ Sodium PCA กับ Urea เป็นสารดูดน้ำชนิดเดียวกับสารที่เป็น Natural mousturizing factor ในผิว พวกนี้มีขนาดเล็กจะดูดซึมเข้าผิวและช่วยอุ้มน้ำได้

ถ้าให้คะแนนส่วนผสมก็ขอให้ 5/5 ค่ะ เพราะไม่มีตัวไหนที่มีผลเสียกับผิว และ นอกจากผลในการเติมน้ำให้ผิวยังช่วยให้ผิวแข็งแรงได้ด้วย

ตอนนี้ที่เกาหลีขึ้นราคาแล้วนะคะจาก 9800 วอน เป็น 12000 วอน (ประมาณ 360 บาท) แล้วก็มีขนาดใหญ่ 60 ml ออกมาขายแล้วด้วยค่ะ

ไปเกาหลี (เกาะเจจู) ตอน เมษา มี่หอบมา 4 ขวด ตอนนี้เหลือแค่ไม่ถึง 2 ขวดค่ะ = =

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตัวเองค่ะ (Consumer reviewed)