Image

[Beauty Talks] Nutricosmetics Ceramides เพื่อผิวพรรณ

เรื่องมีอยู่ว่า มี่กำลังเตรียมงานเกี่ยวกับ Moisturizer แล้วไปเจอผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยี่ห้อหนึ่ง (ขอเรียกย่อๆว่าอาหารเสริมนะคะ) ที่ Claim เรื่อง Ceramides จากทางเกาหลี ก็เลยสนใจ

ด้วยความที่เราบ้า Ceramide อยู่แล้วเป็นทุนเดิม ก็เลยสนใจ เลยไปลองค้นข้อมูลเพิ่มเติม ก็เจอว่าในเวบ iHerb ก็มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายยี่ห้อเหมือนกันที่ใช้ Ceramide เป็นส่วนประกอบ โดยมากนางก็เคลมเกี่ยวกับเรื่องผิวๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ
ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า Ceramide ก็กินได้ 
เลยไปลองค้นข้อมูลพวกงานวิจัยเพิ่มเติมในฐานข้อมูล เออ มีจริงด้วย มีการศึกษาที่เอา Ceramide ในรูปแบบ Glucosyl ceramide ที่ได้จากพืชให้หนูกิน แล้วหนูมี Barrier ผิวที่ดีขึ้น
 
อย่างเช่น
  • การศึกษาของ Tsuji และคณะ เมื่อปี 2006 พบว่าการที่ให้หนูกิน Glucosyl ceramide ไป สองอาทิตย์ พบว่าหนูมีอัตราการระเหยของน้ำออกจากผิว หรือ TEWL ลดลง และผิวหนูมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น (ถ้าน้ำในผิวมาก ผิวจะยืดหยุ่นขึ้นด้วยค่ะ เหมือนลูกโป่ง ถ้าใส่น้ำจนเป่ง มันก็จะเด้งๆ) นอกจากนี่้หนูที่กิน Ceramide จะมีการฟื้นฟู Barrier ที่เสียไปได้ไวขึ้นด้วย (Tsuji et al., J Dermatol Sci. 2006 Nov;44(2):101-7.)
  • การศึกษาของ Takatori และคณะ เมื่อปี 2013 พบว่า หนูที่กิน Glucosyl ceramide มีการเปลี่ยนแปลงการสังเคราะห์ยีนและเอนไซม์หลายๆชนิดในผิว มีผลดีในการรักษาสมดุลของผิว และฟื้นฟูความเสียหายของผิว (Takatori et al., Biosci Biotechnol Biochem. 2013;77(9):1882-7.)
ส่วนการศึกษาในอาสาสมัครนั้นทำโดยแบรนด์อาหารเสริมค่ะ มี่เลยขอไม่เอามาพูดถึงนะคะ
แต่เท่าที่ดูแล้ว ก็ถือว่ามีความน่าสนใจมากเลยทีเดียว ติดตรง ตัวที่มีการศึกษาในอาสาสมัครนั้นราคาแอบสูงอยู่เหมือนกัน
สำหรับวันนี้ก็มีเท่านี้ค่ะ พบกันใหม่โอกาสถัดไปนะคะ สวัสดีค่ะ
Image

[Beaty Talks] Nutricosmetics อาหารเสริมเพื่อความงาม Lycopene คือ กันแดดแบบกินจริงหรือ ??

กระแสกันแดดแบบกินมาแรงจริงอะไรจริงนะคะ และหลายๆรุ่น หลายๆยี่ห้อ ก็มีส่วนผสมของสารในกลุ่ม Carotenoids โดยตัวที่ดังที่สุดน่าจะเป็น Lycopene ค่ะ

miyeon-talks

 

Lycopene คือ อะไร??

Lycopene เป็นสารในกลุ่ม Carotenoids ที่มีสีแดง พบมากในมะเขือเทศ และพบได้ในพืชผักผลไม้บางชนิด เช่น มะละกอ ฟักข้าว และแตงโม

 

Lycopene มีใช้ทั้งในเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพราะ มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี ให้ผลชะลอวัย เป็น Anti-aging ได้ดี

 

วันนี้ขอเล่าถึงคุณสมบัติของ Lycopene ในด้าน Nutricosmetics กับ อาหารเสริมเพื่อความงามกันค่ะ

 

ถ้าเราดูเฉพาะ อาหารเสริมที่มี Lycopene เดี่ยวๆ หรือ Claim Lycopene เป็นหลักนั้นตอนนี้มีจำหน่ายในรูปแบบแคปซูล อยู่หลายยี่ห้อ ราคาก็หลากหลายไป มีตั้งแต่ เม็ดละ 4 บาท จนไปถึงแพงกว่าเม็ดละ 20 บาทเลยก็มี

 

โพรดัก.jpg

(รูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มี Lycopene จากเวบไซต์ iHerb)

 

ว่าแต่มันจะคุ้มค่าแก่การลงทุนไหม วันนี้มี่จะมาเล่าถึงสรรพคุณของ Lycopene ให้ฟังกันค่ะ แต่ต้องออกตัวก่อนว่า ส่วนตัวมี่ยังไม่เคยลองกินนะคะ แต่มีความสนใจที่จะกิน และบทความวันนี้ไม่ได้รับ Sponsor ใดๆค่ะ จึงขอสงวนสิทธิห้ามนำไปเผยแพร่เพื่อประโยชน์ในทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

Lycopene นั้นเป็นสารที่มีความไม่อิ่มตัวอยู่สูงมาก และมีสูตรโครงสร้างดังรูปค่ะ

 

%e0%b8%aa%e0%b8%84%e0%b8%aa-lycopene

(รูปจาก en.wikipedia.org)

 

ด้วยโครงสร้างแบบนี้ ทำให้การใช้ Lycopene ในทางเครื่องสำอางมีข้อจำกัดอยู่เยอะมาก โดยเฉพาะในด้านความคงตัว สารไม่อิ่มตัวแบบนี้พร้อมจะถูกทำลายโดยการ Oxidation จากออกซิเจนในอากาศ และว่ากันว่าการดูดซึมของ Lycopene ผ่านผิวนั้นเกิดได้ยากมาก ต้องอาศัยระบบนำส่งชนิดพิเศษมาช่วย

 

มี่ลองไปค้นเกี่ยวกับข้อมูลของ Lycopene ในฐาน Pubmed เราจะเจอข้อมูลอยู่ค่อนข้างเยอะเลยค่ะ และแต่ละอันก็มีความน่าสนใจ และมีความตีกันไปตีกันมา สุดท้ายคงขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละคนนะคะ

 

ทาน Lycopene เข้าไปแล้ว มันจะไปถึงผิวหรือ ??

 

การทดสอบของ Blume-Peytavi และคณะ ในอาสาสมัคร พบว่าอาสาสมัครที่ทาน Lycopene มีระดับของ Lycopene และ Beta-carotene ในผิวเพิ่มขึ้น (Eur J Pharm Biopharm. 2009;73(1):187-94.)

 

การทดสอบทาง Pharmacokinetics ของ Ross และคณะ ในอาสาสมัคร พบว่า อาสาสมัครที่ทาน Lycopene 10 mg จะมีการสะสมตัวของ Lycopene ได้ยาวนานถึง 42 วัน (Am J Clin Nutr. 2011;93(6):1263-73.)

 

Lycopene มีประโยชน์ด้านความงามอย่างไร ??

 

ถ้านอกจากด้านสุขภาพที่เราพอจะทราบกันแล้วแล้ว Lycopene ยังมีประโยชน์ในด้านการบำรุงผิวพรรณอยู่ด้วย เช่น

  1. งานวิจัยใหม่ล่าสุดของ Grether-Beck S. และคณะ ศึกษาพบว่า Lycopene ในรูปแบบ lycopene rich tomato nutrient complex (TNC) (น่าจะเป็นอาหารเสริมจากมะเขือเทศชนิดหนึ่ง) ให้ผลปกป้องผิวหนังอาสาสมัครจากรังสี UV ทั้ง UVA UVB โดยมีผลลดการสร้าง MMP-1 ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ไปย่อยสลายคอลลาเจนในผิวได้ (Grether-Beck et al., Br J Dermatol. 2016 Sep 23. doi: 10.1111/bjd.15080.)

***แต่การวิจัยของ Sokoloski และคณะเมื่อปีที่แล้วบอกว่า Lycopene ไม่ว่าจะเป็นชนิดแคปซูล หรือ Tomato paste ไม่สามารถปกป้องผิวอาสาสมัครจากรังสี UVB  (Arch Dermatol Res. 2015 ;307(6):545-9.)

  1. การเสริม Lycopene ในหนูทดลอง มีผลลดการอักเสบ และบรรเทาอาการของโรคผิวหนังอักเสบแบบ Atopic ได้ (Hiragun et al. J Dermatol. 2016 Oct;43(10):1188-1192.) ในการทดลองนี้ การให้หนูทดลองทาน Beta-carotene ก็ให้ผลเช่นเดียวกัน
  2. Lycopene ในรูปแบบเครื่องดื่มสูตรผสมที่ประกอบด้วย Soy isoflavone, vitamin C, vitamin E และ Fish oil มีผลในการลดริ้วรอยของอาสาสมัครหญิงวัยทอง (Jenkins et al. Int J Cosmet Sci. 2014;36(1):22-31.)

 

สรุปก็คือว่า Lycopene นั้น สะสมตัวในผิวหนัง มีผลในแง่ของการปกป้องผิวหนังจากรังสี UV ลดการอักเสบ และถ้าทานร่วมกับสารอาหารอื่นๆ ก็จะให้ผลในด้านการลดริ้วรอย (อาจจะเกิดจากผลของสารอื่นหรือเปล่าก็ไม่รู้) แต่ถ้าจะให้แค่กินแต่ Lycopene แล้วจะหวังว่ากันแดดได้นี่มี่คิดว่าคงยังไม่ค่อยเหมาะมากนัก เพราะเราก็ยังคงต้องการกันแดดแบบทาอยู่ดี ต่อให้ Lycopene นั้นสามารถหักล้างผลเสียจากรังสีส่วนเกินที่เล็ดรอดเข้ามาในผิวได้ ลดการเกิดการไม่พึงประสงค์จาก UV ได้ แต่คงไม่สามารถทนทานต่อแสงแดดเผลาผลาญแบบบ้านเราไหว

 

สุดท้ายนี้ มี่ก็ยังคิดว่า การทาน Lycopene นั้นมีประโยชน์ต่อทั้งด้านร่างกายและผิวพรรณอยู่ แต่เนื่องจากสารนี้สะสมในร่างกายได้ ทานแล้วพักบ้างก็น่าจะดี และใครที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอะไรเป็นประจำอยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มทานอะไรใหม่ๆนะคะ

 

และการทาน Lycopene จากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ซอสมะเขือเทศ มะเขือเทศสด ย่าง ทอด ผัด ฯลฯ หรือ น้ำมะเขือเทศ ก็ย่อมให้ผลเช่นเดียวกัน

 

มะเขือเทศดิบๆนั้น ก็แอบมีคุณค่าทางโภชนาการมากโขอยู่ แถมแคลอรี่ก็ต่ำมาก

 

%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3

(รูปจาก en.wikipedia.org)

 

แต่ถ้าใครทานมะเขือเทศสด หรือน้ำมะเขือเทศไม่ไหว เพราะกลิ่นอันทรงพลัง กับรสชาติ อันหลอกหลอน จะให้ทานซอสมะเขือเทศบ่อยๆก็ไม่เข้าทีเกรงน้ำหนักจะขึ้น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งค่ะ

 

สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

 

เอกสารอ้างอิง:

ดังที่ได้มีการอ้างอิงในเนื้อความ

 

Diclaimer: บทความนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนหรือมีการ Sponsor ใดๆ ผู้เขียนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแบรนด์อาหารเสริม บทความเขียนขึ้นจากหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง และมีความเห็นส่วนตัว สงวนลิขสิทธิ์ห้ามนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า

Image

Mini review and Beauty Talks: Silymarin (สารสกัดจาก Milk thistle) Nutricosmetic เพื่อสุขภาพและความงาม

สวัสดีค่ะ

 

วันนี้มี่จะมา Beauty Talk เกี่ยวกับสารสกัดจาก Milk thistle ว่า มีความน่าสนใจอย่างไรบ้างในการเป็น Nutricosmetic อาหารเสริมเพื่อความงามค่ะ

 

ถ้าพูดถึง Milk thistle หลายๆคนจะนึกถึง Silymarin ซึ่งเป็นสารสำคัญในพืชชนิดนี้นะคะ

 

สารนี้เป็น Antioxidant ที่ค่อนข้างดี และในบ้านเรามีตำรับยาที่ใช้สำหรับบำรุงตับด้วยค่ะ

 

วันนี้มี่คงไม่พูดถึงประโยชน์ในการบำรุงตับ แต่จะมาพูดถึงคุณสมบัติด้านความงามของเจ้า Silymarin แทนค่ะ

 

ขอ Mini-review ตัวอาหารเสริม (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) Silymarin ของ Now Foods ประกอบไปพร้อมกันนะคะ

 

พร้อมมม รูปมาค่ะ

 

sily 1.JPG

 

Silymarin ที่มี่ทานอยู่ เป็นของ Now foods จาก USA ค่ะ แน่นอนว่า สั่งมาจาก iHerb ถ้าเทียบกันแล้วกับบ้านเรา ตัวนี้จะค่อนข้างถูก และเหมาะในการกินเสริมความงาม เพราะมีส่วนผสมของขมิ้นชันด้วยค่ะ

 

ขมิ้นชันนอกจากการเป็นสมุนไพรที่ให้ผลดีต่อระบบทางเดินอาหารแล้ว ยังเป็น Antioxidant ที่ดีด้วยเช่นกัน

 

ข้างในเป็นแคปซูลสีเหลืองเข้ม กลิ่นขมิ้นแรงมากกกกก

 

sily-2

 

ตรงฉลากบอกว่า ให้ทานวันละ 2 เม็ด แต่มี่ทานแค่เม็ดเดียว หลังอาหารเช้าค่ะ

 

ใน 2 เม็ด ก็จะประกอบด้วย สารสกัด Milk thistle 300 mg (Standardized ให้มี Silymarin 80%) เพราะฉะนั้น 2 เม็ดเราจะได้ Silymarin ราวๆ 240 mg ค่ะ

ร่วมกับขมิ้นผงอีก  700 mg

 

ประหนึ่งว่าใช้ขมิ้นเป็นเบสเลยว่างั้น

 

ถ้าแกะดูก็จะเห็นเป็นผงแบบนี้ค่ะ

สีขมิ้นติดเปลือกอีกตะหาก

sily-4

ทีนี้มา Beauty Talks กันบ้างค่ะ

 

ส่วนตัวมี่สนใจ Silymarin มาได้หลายปีดีดักแล้วค่ะ แต่พึ่งจะมาลองทานก็ตอนได้รู้จักกับเวบ iHerb นี่เอง

 

สารสกัดจาก Milk thistle และสาร Silymarin มีประโยชน์ช่วยด้านความงามหลายๆด้าน เช่น

  1. เป็น Antioxidant ที่ดี
  2. ต่อต้านการเกิด Glycation (ในระดับหลอดทดลอง)
  3. ปกป้องผิวจากรังสี UV (ในระดับหลอดทดลอง)

 

Glycation เป็นความเสื่อมของร่างกายรูปแบบหนึ่ง เกิดเมื่อมีน้ำตาลในเลือดมากๆ และน้ำตาลไปจับกับโครงสร้างบางอย่าง เช่น โปรตีน ไขมัน ทำให้เกิดความเสื่อมขึ้นมา

 

และยังมีผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน กระดูก และตับ ด้วยค่ะ

 

แต่!!!

 

มีข้อดีก็มีข้อเสียนะคะ

 

สาร Silymarin  นี้ทำปฏิกิริยากับเอนไซม์ที่ใช้แปรสภาพยาในร่างกาย (CYP 450) ได้ อาจจะมีผลต่อระดับยาที่ใช้อยู่ ถ้ามีโรคประจำตัวที่กำลังรักษาด้วยยาบางชนิดอยู่แล้วจะทานควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนนะคะ อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ถ้าใช้ไม่ถูกต้องค่ะ

 

REF:

  1. Shin et al. Molecules. 2015 Feb 19;20(3):3549-64.
  2. Surai PF. Antioxidants (Basel). 2015 Mar 20;4(1):204-47.
  3. Katiyar et al. PLoS One. 2011;6(6):e21410.

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไปนะคะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงผิว Yllume Skin supplement โฉมใหม่ไฉไลกว่าเดิม

สวัสดีค่ะ

 

มี่เชื่อว่าหลายๆคนน่าจะเคยเห็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงผิว (ขอเรียกย่อๆว่า อาหารเสริมผิว) อาหารเสริมตัว Top จากอังกฤษที่ได้ตีพิมพ์ในนิตยสารชื่อดังหลายฉบับ อย่าง Yllume กันแล้วนะคะ ซึ่งมี่เองก็ได้เคยรีวิวไปแล้วในช่วงก่อนๆ

 

ตัวเก่านั้นนางเป็นอาหารเสริมที่มาเป็นแผงวงกลม ทานวันละ 2 เม็ด ก่อนอาหารเช้าค่ะ ตอนนี้นางปรับสูตรใหม่ ทานแค่วันละเม็ดค่ะ เลยเอามาเล่าสู่กันฟังอีกรอบหนึ่ง

 

อันนี้เป็นหน้าตาของ Yllume โฉมใหม่ สูตรปรับปรุงค่ะ

 

yllume 1

 

แบรนด์ Yllume เป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งมาจากแลป แลปหนึ่งในอังกฤษ ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์และอาหารเสริมเพื่อดูแลผิวอย่างครบวงจร ให้กระจ่างใสจากภายในค่ะ

 

ทางแบรนด์ Claim เรื่องของสารกลุ่ม Carotenoid ที่ไม่มีสี (Colorless carotenoids) ที่มีชื่อว่า phytoene กับ phytofluene นางบอกว่าในผิวของเรามีสารกลุ่มนี้อยู่ในชั้นผิวหนังชั้นนอกถึง 38% และพบว่าคนที่ขาดสารกลุ่ม Colorless carotenoids นี้จะมีสีผิวที่เข้มกว่าคนที่มีเยอะ รวมถึงอาจจะมีปัญหาผิวแพ้ง่าย ผิวแห้ง และเรื่องสิวได้มากกว่าด้วย

 

แพคเกจนั้นดูหรูหราไฮโซขึ้น มาในรูปแบบคล้ายลิ้นชักค่ะ พอดึงออกมาข้างในจะมีแผงแคปซูล แผงละ 10 เม็ด จำนวน 3 แผงค่ะ แบบนี้ก็พกพาสะดวกค่ะ เวลามี่เดินทางไปไหนมาไหน ไม่ต้องมานั่งนับทีละแผ่นๆแบบแพคเกจเก่า

 

yllume 2

 

จากสูตรเดิมที่เราทาน 2 แคปซูล นางเอามาปรับ เรียกง่ายๆคือ เอามารวมกัน ให้เหลือแค่ทานวันละเม็ดค่ะ โดยทางแบรนด์แนะนำให้ทานก่อนอาหารเช้าซักครึ่งชั่วโมง

 

 

 

ส่วนนี้จะเป็นคำ Claim ด้านหลังกล่องค่ะ

 

yllume 3

 

ดูหน้าตาแคปซูลหน่อยนะคะ

 

yllume 5

 

ทางแบรนด์เคลมเรื่องแคปซูลว่าเป็นแบบ Vegecaps คือ แคปซูลที่ผลิตโดยใช้ส่วนประกอบจากพืชค่ะ

 

 

ผงยาด้านในยังคงเหมือนสูตรเดิมค่ะ เป็นผงสีเหลืองทอง มีกลิ่นอมเปรี้ยวอมหวาน คล้ายผลไม้

 

yllume 6

 

สำหรับส่วนประกอบนั้นยังเหมือนเดิมค่ะ แต่ควบเอา 2 แคปซูลของสูตรเก่า มายัดลงไปในแคปซูลใหม่ใหญ่กว่าเดิม เพียง 1 แคปซูล และมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงส่วนผสมเล็กน้อยค่ะ

 

yllume 4

 

PhytoflORAL® 500 mg

Pomegranate (90% Ellagic acid) 15 mg

Bilberry Extract 50 mg

Ascorbyl Palmitate 100 mg

Acai Berry 50 mg

N-Acetyl Cysteine 50 mg

CoQ10 12.50 mg

Alpha Lipoic Acid 25 mg

BioPerine® 2.5 mg

 

สารออกฤทธิ์หลักที่แบรนด์ใช้คือ PhytoflORAL® ที่เป็นเจ้า Colorless carotenoid ที่ได้จากมะเขือเทศสีขาว ซึ่งเป็นพืชสายพันธ์แท้ดั้งเดิมที่หายากค่ะ

 

ว่ากันว่าสารนี้ชอบอยู่ในผิว (ภาษาวิทย์ๆ เราเรียกว่ามี Skin Affinity สูง) เมื่อทานเข้าไปทำให้สารนี้อยู่ในผิวได้นาน ให้ประโยชน์ 5 ด้านหลักๆ คือ

  • ปรับสีผิวให้กระจ่างใส
  • ชุ่มชื้นขึ้น
  • ลดสิว กระชับรูขุมขน
  • ลด และป้องกันริ้วรอย
  • และเป็น Internal SPF คือ ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด โดยตัวมันเองจะสลายตัวแทนองค์ประกอบอื่นๆในผิว

 

 

มาเมาท์มอยกันเรื่อง Internal SPF กันนิดนึง มี่คิดว่าหลายๆคนคงเคยเห็นกันแดดแบบกินอยู่บ้าง หลายๆคนคงสงสัยว่ามันจะได้ผลหรือ จริงๆก็ได้นะคะ แต่ไม่รู้ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะสารบางชนิดมันจะชอบไปสะสมตัวในผิวหนัง และสลายตัวไปแทนองค์ประกอบดีๆของผิว ยกตัวอย่างเช่น บางคนที่ชอบกินฟักทองมากๆ ตัวก็จะเหลือง เพราะว่า Beta-carotene ไปสะสมอยู่ที่ผิวนั่นเอง อันนี้ไม่ได้มโนค่ะ จากการศึกษาของ Stahl และ Sies เมื่อปี 2012 ได้พบว่า การรับประทานอาหารที่มี Beta-carotene สูง หรือการทานอาหารเสริม มีผลช่วยปกป้องผิวหนังจากรังสี UV ได้ เพียงแต่ใช้เวลาค่อนข้างนานหลายสัปดาห์กว่าจะได้ผล และผลนั้นน้อยกว่าการทาผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด แต่ถึงอย่างนั้น การทานอาหารพวกนี้ก็ช่วยเป็น Antioxidant ช่วยกรองผลเสียจากรังสี UV ที่เล็ดรอดผ่านกันแดดเข้ามาในผิวได้ดี (Am J Clin Nutr. 2012 Nov;96(5):1179S-84S.) ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

 

ทางแบรนด์ทดลองทำการดูดกลืนรังสี UV ของ Colorless carotenoids แล้วด้วย ได้ผลดังรูปนี้ค่ะ

 

UV abs

(Image from Yllume laboratories)

 

 จากกราฟการดูดกลืนแสงจะเห็นได้ว่าสารสองตัวนี้จะปกป้องผิวได้ทั้งย่าน UVB และ UVA เลยทีเดียว

 

มีงานวิจัยทดสอบผลของ Co Q10 กับ Colorless carotenoids พบว่า สารทั้งสองนี้ให้ผลเสริมฤทธิ์กันในการลดการอักเสบของผิวหนังได้ดี

 

การทดสอบของ Aust และคณะ พบว่าการรับประทานอาหารเสริมจากมะเขือเทศ มีผลทำให้ระดับของ Lycopene, Phytoene และ Phytofluene ในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้น มีผลลดรอยแดงที่เกิดจากรังสี UV ได้ (Int J Vitam Nutr Res. 2005 Jan;75(1):54-60.)

 

นอกจากตัวหลักอย่าง PhytoflORAL แล้ว ทางแบรนด์ก็ยังใส่สารบำรุงอื่นๆอีกหลายตัวค่ะ ซึ่งให้ผลไปในทาง Antioxidant มากมาย แบ่งเป็นกลุ่มๆดังนี้นะคะ

  1. กลุ่ม Super berry และ Super fruit ก็จะมีตัว Pomegranate extract, Bilberry extract

Acai berry ซึ่งทุกตัวเป็น Antioxidant ที่ดีหมดค่ะ

  1. กลุ่มวิตามินที่เป็น Antioxidant ได้แก่ วิตามินซี ที่มาในรูปแบบของ Ascorbyl palmitate ที่เป็นสารแบบเอสเทอร์ มีความเป็นกรดต่ำ ละลายในไขมันได้ดีขึ้น ดูดซึมได้ดีขึ้น กับ Coenzyme Q10 ที่เป็น Antioxidant ที่ดีเช่นกัน ให้ประโยชน์เรื่องการบำรุงระบบหัวใจและหลอดเลือดได้อีก
  2. กลุ่ม Antioxidant มีอีก 2 ตัว คือ N-acetyl cysteine ที่เป็นสารตั้งต้นให้ร่างกายไปสร้าง Glutathione ได้ มีคุณสมบัติช่วยเรื่อง Detox และ Alpha-lipoic acid ที่เป็น Antioxidant ที่มีฤทธิ์แรงเช่นกัน

 

 

 

อีกตัวที่คู่ควรจะกล่าวถึงก็คือ Bioperine® ซึ่งเป็นชื่อทางการค้าของ Tetrahydropiperine ที่ได้จากการดัดแปลงโครงสร้างของสารในพริกไทยดำ มีผลเพิ่มการดูดซึมของสารอื่นเข้าไปในร่างกาย ทำให้เราได้ประโยชน์จากสารอาหารและวิตามินบำรุงมากขึ้น (ภาษาวิทย์ๆเรียกว่า มี Bioavailability เพิ่มขึ้น)

 

โดยรวมถือว่าทำมาได้ดีมากจริงๆ เพราะไม่ใช่แค่บำรุงผิว แต่ยังได้เรื่องของการชะลอวัยไปด้วย

 

หลังจากลองทานสูตรใหม่ได้ประมาณ 2 อาทิตย์ สิ่งที่มี่รู้สึกจะเป็นด้านความชุ่มชื้นของผิวค่ะ เรื่องหน้าลอกหายไป แต่งหน้าติดขึ้น ลากรองพื้นได้ง่ายขึ้น อีกอย่างที่รู้สึกได้ค่อนข้างชัดคือ มี่จะเป็นคนมีเส้นเลือดที่แก้มค่ะ ถ้าอากาศร้อนมากๆ หรือไปออกแดด เส้นเลือดมี่จะขยายและแก้มจะแดง ช่วงที่ทานตัวนี้ เวลาเดินไปออกแดด แก้มจะไม่แดงมากเหมือนช่วงก่อนๆค่ะ

 

 

มาให้คะแนนกันค่ะ

  1. ส่วนผสม จากที่ได้บรรยายไปคือเรื่องของ PhytoflORAL และ Antioxidant มากมาย ที่ให้ผลดีมีประโยชน์กับผิว แต่ถ้ากินไปไม่ดูดซึม มันก็ออกมากับอุจจาระใช่ไหม ทางแบรนด์เขาใส่ใจจุดนี้เลยใส่ Bioperine ลงมาด้วย เพื่อเพิ่ม Bioavilability (คืออะไรลองย้อนไปอ่านด้านบนค่ะ) ของสารต่างๆ โดยรวมถือว่าทำมาได้ดีมากค่ะ ให้ 5 ฟลาสก์
  2. การรับประทาน ถ้าเทียบกับสูตรเก่าแล้ว สูตรใหม่ถือว่าทำมาได้ตอบโจทย์ของมี่มากกว่า สามารถพกพาได้สะดวก เวลาเดินทางก็หยิบมาเลยแผงหนึ่ง ใส่กระเป๋าสตางค์ได้เลย ไม่ต้องมานั่งหยิบไปทีละแผ่นๆแบบสูตรเก่า ไป 7 วันก็หยิบ 7 แผง เกะกะเปลืองเนื้อที่กระเป๋าเดินทาง ส่วนเรื่องประสิทธิภาพ มี่คิดว่าน่าจะเหมือนสูตรเดิมค่ะ ยังคงปลื้มปริ่มเปรมปรีด์เช่นเดิม ขอให้ไป 5 ฟลาสก์

 

yllume คะแนน

 

สุดท้ายนี้อยากขอบคุณทางเพจ Skin Scope ด้วยนะคะ ที่ส่งสินค้าดีๆ มาให้มี่ได้ทดลองใช้

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้กับทางเพจ Skin Scope โดยตรงเลยค่ะ

 

www.facebook.com/skinscope

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากเพจ Skin Scope การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

[Beauty Talks]==สาระน่ารู้ ทานคอลลาเจน ดีจริง หรือแค่มโน ??

วันนี้เอาสาระดีๆเรื่อง Collagen แบบรับประทานมาฝากกันค่ะ ส่วนตัวมี่เคยเข้าใจว่าเวลาเรากินคอลลาเจนนั้นร่างกายก็จะย่อยแล้วดูดซึมในรูปกรดอะมิโน ก็ไม่ต่างอะไรกับการกินเนื้อสัตว์หรือนมหรือโปรตีนอื่นๆ แต่จริงๆหลังจากค้นคว้าข้อมูลดูแล้วก็ได้พบว่า คือ การกินคอลลาเจนนั้นมีผลดีต่อผิวหนังอยู่หลายด้านเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นด้านความชุ่มชื้นของผิว Barrier ผิว ความยืดหยุ่นของผิว และยังมีเกี่ยวกับเรื่องช่วยลดเซลลูไลท์ ได้อีกค่ะ

มาเกริ่นกันซักเล็กน้อยนะคะ

 

Collagen เป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันชนิดหนึ่ง โครงสร้างประกอบด้วยสายโปรตีนสายหลัก และมีน้ำตาลมาเกาะอยู่บนสายหลัก ในคอลลาเจนมีกรดอะมิโนที่เป็นเอกลักษณ์ อยู่ 2 ชนิด คือ Hydroxyproline กับ Hydroxylysine ซึ่ง ร่างกายสร้างได้ จากกรดอะมิโน Proline และ Lysine โดยอาศัยวิตามินซีเป็นตัวช่วย

 

Collagen ในสัตว์ได้จากหลายแหล่งค่ะ และในตลาดมีจำหน่ายในหลายรูปแบบ ทั้งแบบผงชง แบบเม็ด แบบดื่มเป็น Shot รวมถึงเอาไปผสมในนม อาหาร ขนม อีกหลายอย่าง

 

ลองดูงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับการรับประทานคอลลาเจนดูนะคะ

ซึ่งในฐานข้อมูลก็งานวิจัยที่ศึกษาไว้ค่อนข้างมากเลยค่ะ ยกตัวอย่างเช่น

  1. การศึกษาของ Asserin และคณะ ที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Journal of cosmetic dermatology เมื่อธันวาคม 2015 ที่ผ่านมานี้เอง พบว่าการกิน Collagen peptide เป็นเวลา 8 สัปดาห์จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของผิว และช่วยเพิ่มความหนาแน่นของเส้นใยคอลลาเจนในหนังแท้ได้ (J Cosmet Dermatol. 2015 Dec;14(4):291-301.)
  2. การศึกษาของ Shunck และคณะ ที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Journal of medicinal food เมื่อเดือนธันวาคม 2015 ที่ผ่านมา พบว่าการกินคอลลาเจนยังมีส่วนช่วยเพิ่มความหนาแน่นของผิวหนังชั้นหนังแท้ และช่วยลดลักษณะปรากฎของเซลลูไลท์ได้ (J Med Food. 2015 Dec;18(12):1340-8.)
  3. การศึกษาของ Pyun และคณะ ทดสอบผลของ Collagen tripeptide ในหนู พบว่าหนูทดลองที่กิน Collagen tripeptide มีริ้วรอยที่น้อยลง มีผิวที่หนาแน่นกว่า และมี Barrier ผิวที่แข็งแรงกว่า (วัดจากค่าปริมาณน้ำที่ระเหยออกจากผิว หรือ TEWL ถ้าน้ำระเหยน้อย แปลว่า Barrier ผิวแข็งแรง) (Prev Nutr Food Sci. 2012 Dec;17(4):245-53.)
  4. การศึกษาของ Proksch และคณะ ทดสอบคอลลาเจนที่ชื่อว่า VERISOL® ซึ่งเป็น Collagen peptide ในอาสาสมัครหญิง พบว่ากลุ่มที่กิน Verisol 8 สัปดาห์ มีริ้วรอยลดลง และมีปริมาณคอลลาเจนในผิวมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้กิน (Skin Pharmacol Physiol. 2014;27(3):113-9.)

 

ถ้ากิน Collagen ร่วมกับสารสกัดพืชที่เป็น Antioxidant ยังให้ผลดีกับผิวเพิ่มเติมด้วยค่ะ เช่น งานวิจัยของ De Luca และคณะ ที่ตีพิมพ์ปีนี้ (2016) ศึกษาผลของ marine collagen peptides กับ coenzyme Q10 + grape-skin extract + luteolin + selenium ซึ่งเป็นกลุ่ม Antioxidant peptide ในอาสาสมัคร พบว่า อาสาสมัครที่กินเป็นเวลา 2 เดือน มีความยืดหยุ่นของผิวเพิ่มขึ้น มีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น และมีความหนาแน่นของชั้น Dermis เพิ่มขึ้น (Oxid Med Cell Longev. 2016;2016:4389410.)

 

นอกจากนี้ยังมีอีกเยอะมากที่กล่าวถึงคุณสมบัติในการเพิ่มความหนาแน่นของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหรือ Fiber ในชั้นหนังแท้ รวมไปถึงความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสี UV แต่ส่วนใหญ่คอลลาเจนที่เอามาใช้ในงานวิจัยแต่ละฉบับนั้นจะเป็นคนละชนิดกัน บางอันก็เขียนเป็น Specific peptide, specific fragment, tripeptide, hydrolysate ซึ่งแต่ละรูปแบบก็จะมีโครงสร้างที่แตกต่างกันไป บางยี่ห้อเขาอาจจะบอกแบรนด์ของ Collgen ที่ใช้มาเลย แต่บางยี่ห้ออาจจะไม่ได้บอกอะไรให้เราก็ได้ และที่สำคัญคือ งานวิจัยส่วนใหญ่ ทดสอบที่ 2 เดือนขึ้นไปค่ะ ถ้าจะเริ่มทานจริง คงต้องทานกันยาวหน่อย

 

ถ้าจะทานคอลลาเจน ควรเลือกชนิดที่เป็น Hydrolyzed หรือ เป็นแบบ Peptides หรือ Tripeptide น่าจะได้ประโยชน์ที่ดีกว่าค่ะ และควรเลือกผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือนะคะ เพราะคอลลาเจนส่วนใหญ่ถ้าเอามาจากปลา อาจจะปนเปื้อนโลหะหนักได้ ความเห็นส่วนตัวมี่คิดว่าผู้ที่มีประวัติแพ้อาหารทะเล ไม่น่าจะทานคอลลาเจนที่ได้จากทะเลนะคะ และคอลลาเจนบางแหล่งที่มีราคาถูกอาจจะได้จากวัสดุเหลือใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร  หรือในบางครั้ง จากหางหนู หูหมู หงอนไก่ กระดูกอ่อนไก่ ฯลฯ ซึ่งอาจจะดูไม่ดีเท่าไหร่ในสายตาเรา

 

ส่วนตัวมี่แนะนำว่า อาจจะทานคอลลาเจนร่วมกับสารที่เป็น Antioxidant นะคะ เช่น Vitamin C, E, Coenzyme Q10 หรือสารสกัดจากชาเขียว หรือ เมล็ดองุ่น หรือ เปลือกสน เพื่อประโยชน์ในการบำรุงผิวค่ะ และงานวิจัยส่วนใหญ่ทดสอบที่ระยะเวลา 2 เดือนขึ้นไป ควรใจเย็น และมีทุนทรัพย์เพียงพอก่อนค่ะ

 

ส่วนตอนนี้นั้น ขอตัวไปทานคอลลาเจนก่อนนะคะ เอ้า ชนแก้ว !!

 

collagen 6.jpg

(รูปประกอบทำให้ดูเหมือนชงคอลลาเจนค่ะ)

 

สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำบทความไปใช้ในเชิงพาณิชย์

 

Reference:

http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/26362110

http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/26561784

http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/24401291

http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/24471092

http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/26904164

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเบต้ากูแคน Cocktail mix จาก Zerie-B Vitta Colla Beta glucan C

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่นำเอาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (หรือที่เราเรียกติดปากกันว่า อาหารเสริม) ดีๆฝีมือคนไทยมารีวิวให้ชมค่ะ

กับตัว Zerie-B Vitta Colla Beta glucan C ค่ะ ซึ่งเป็นสูตรผสมของเบต้ากลูแคน คอลลาเจน กรดอะมิโน แร่ธาตุ และผงผลไม้ค่ะ

ดูหน้าตากันก่อนเลยนะคะ

medi 1

นางจะมาในกล่องโทนชมพูขาวพาสเทล สไลด์เปิดออกมาข้างในจะมีตัววิตามิน ซึ่งเป็นแคปซูลอยู่ค่ะ กล่องหนึ่งมี 30 เม็ด ทานได้ 2 อาทิตย์ – 1 เดือนค่ะ

แคปซูลเป็นสีชมพูอ่อน/ชมพูแก่มุก ดูสวยงามดีค่ะ

 

เม็ดยา

 

ผงยาข้างในเป็นสีเหลือง/น้ำตาล มีกลิ่นสมุนไพร และกลิ่นหวานอมเปรี้ยวคล้ายเปลือกส้ม

 

ผงยา

 

ตรงนี้เป็นรูปด้านหลังของกล่องค่ะ

 

medi 2

นางผลิตจากโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน GMP/HACCP และ ISO 9001 ด้วยค่ะ

 

มาดูรายละเอียดของส่วนผสมที่น่าสนใจกันดีกว่านะคะ

 

  • Beta glucan จากยีสต์ ซึ่งข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่า สาร Beta-glucan เป็นสารประกอบในกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ที่มีคุณสมบัติช่วยปรับสมดุลภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ข้อมูลจากงานวิจัยในสัตว์ทดลองและในเซลล์เพาะเลี้ยง พบว่า Beta-glucan ที่สกัดจากยีสต์ให้ผลดีในการฆ่าเซลล์มะเร็งบางชนิด (เป็น Cytotoxic ต่อเซลล์มะเร็งบางชนิด) (Kobayashi et al., J Cancer Res Clin Oncol (2005) 131: 527–538)
  • สูตรผสมของ Hydrolyzed marine Collagen กับ Coenzyme Q10, Selenium และ เมล็ดองุ่น ไปคล้ายกับงานวิจัยของ De Luca และคณะ (2016) ซึ่งใช้ Marine collagen peptides กับ Coenzyme Q10, Selenium และ เปลือกองุ่น ทดสอบในอาสาสมัคร พบว่า ให้ผลดีในการเพิ่มความชุ่มชื้น และความยืดหยุ่นในผิว (De Luca et al, Oxid Med Cell Longev. 2016;2016:4389410.)
  • ผงผลไม้ที่มีประโยชน์หลายชนิด อย่าง แอปเปิ้ล สตรอเบอรี่ กีวี ทับทิม และ ส้ม มีสารพฤกษเคมีจากธรรมชาติที่เป็น Antioxidant ได้ดีค่ะ
  • L-glutathione ก็เป็น Antioxidant ที่ดีเช่นกันค่ะ

 

โดยรวมคือ สารที่ใส่มาส่วนใหญ่เน้นไปที่คุณสมบัติการเป็น Antioxidant ที่ดี มี Beta-glucan ที่ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกัน และมีคอลลาเจนที่ช่วยเรื่องผิวพรรณ ความเห็นส่วนตัวมี่คิดว่าดูเหมือนปริมาณต่อเม็ดจะน้อยไปนิดนึงนะคะ แต่สารพวกนี้หลายๆชนิด เราไม่มีค่าปริมาณที่แนะนำในแต่ละวัน เลยไม่แน่ใจว่าต้องเท่าไหร่มันถึงจะได้ผลนะคะ

 

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

 

  1. ส่วนผสม เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เน้นการบำรุงผิวพรรณเป็นหลัก อาศัยส่วนผสมที่เป็น Antioxidant ที่ดี เสริมมาด้วยคอลลาเจน และเบต้ากลูแคน โดยรวมก็ถือว่ามีอยู่หลายชนิดที่ช่วยเสริมคุณสมบัติซึ่งกันและกัน แต่ส่วนตัวมี่คิดว่าแต่ละตัวมีปริมาณอย่างละนิดอย่างละหน่อย เลยดูเหมือนอาจจะยังไม่สุด แต่ก็เหมาะกับคนที่ไม่อยากกินหลายๆเม็ด จัดอันนี้เม็ดเดียวจบ จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์ค่ะ
  2. การรับประทาน ตัวแคปซูลค่อนข้างทานง่าย มีกลิ่นที่ดี ส่วนตัวมี่พึ่งทานได้ครบ 1 กล่อง ก็รู้สึกดีค่ะ แม้จะมีช่วงที่นอนดึกติดกันหลายวันเพราะทำงาน แต่ก็ไม่ได้โทรมลงไปมากแบบที่เคย จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์ เช่นกันค่ะ

 

คะแนน medisci

 

สุดท้ายนี้อยากขอบคุณทางแบรนด์ Meddesci ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองรับประทาน และขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ Meddesci

https://www.facebook.com/Meddesci

 

และทางเวบไซต์ www.meddesci.com ได้เลยค่ะ

 

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญจากแบรนด์ Meddesci การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง และอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

[Nutrition] รีวิว วิเคราะห์ส่วนผสมอาหารผิวจากอังกฤษ Yllume

[Nutrition] รีวิว วิเคราะห์ส่วนผสมอาหารผิวจากอังกฤษ Yllume

วันนี้มี่แวะเอา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงผิว (ขอเรียกย่อๆว่า อาหารผิว) อาหารเสริมยอดฮิตจากอังกฤษที่ได้ตีพิมพ์ในนิตยสารชื่อดังหลายฉบับ มารีวิวให้ชมกันนะคะ

เป็นของแบรนด์ Yllume นั่นเองค่ะ มาดูหน้าตากันก่อนเลยดีกว่าเนอะ

 

yllume 1

 

ชื่อเต็มๆของเขาก็คือ Yllume Ultimate Illuminating Complex Skin Supplement ค่ะ

 

แบรนด์ Yllume เป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งมาจากแลป แลปหนึ่งในอังกฤษ ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์และอาหารเสริมเพื่อดูแลผิวอย่างครบวงจร ให้กระจ่างใสจากภายในค่ะ

 

ทางแบรนด์ Claim เรื่องของสารกลุ่ม Carotenoid ที่ไม่มีสี (Colorless carotenoids) ที่มีชื่อว่า phytoene กับ phytofluene นางบอกว่าในผิวของเรามีสารกลุ่มนี้อยู่ในชั้นผิวหนังชั้นนอกถึง 38% และพบว่าคนที่ขาดสารกลุ่ม Colorless carotenoids นี้จะมีสีผิวที่เข้มกว่าคนที่มีเยอะ รวมถึงอาจจะมีปัญหาผิวแพ้ง่าย ผิวแห้ง และเรื่องสิวได้มากกว่าด้วย

 

ลักษณะของตัวอาหารเสริมจะเป็นแบบแคปซูลค่ะ เขาจะแพคมาในแผงๆ ละ 2 เม็ด

ทานกันวันละแผง ก่อนมื้ออาหารเช้าซักครึ่งชั่วโมงเพื่อการดูดซึมที่ดีค่ะ

yllume 2

ขวดหนึ่งจะมีอยู่ 60 แคปซูล หรือ 30 แผง ทานได้ 1 เดือนค่ะ

ข้างในแคปซูลนั้นเป็นผงๆ ซึ่งมีกลิ่นหอมๆอมเปรี้ยว ตอนแรกว่าเหมือนดอกไม้ แต่พอไปอ่านเจอว่า เป็นมะเขือเทศเท่านั้นหละ Bias มาเลยจ้า กลิ่นเหมือนมะเขือเทศอบแห้งที่ขายกันเป็นซองๆ

ตัวผงนั้นเป็นผงสีส้มๆอมน้ำตาลค่ะ

yllume 3

ใน 2 แคปซูลที่เราทาน 1 มื้อ จะประกอบด้วย

  • PhytoflORAL® 500mg
  • Pomegranate 150mg
  • Acai Berry 100mg
  • Bilberry Extract 50mg
  • CoQ10 50 mg
  • N-Acetyl Cysteine 100
  • Alpha Lipoic Acid 50 mg
  • BioPerine® 5 mg
  • Ascorbyl Palmitate 195 mg

 

สารออกฤทธิ์หลักที่แบรนด์ใช้คือ PhytoflORAL® ที่เป็นเจ้า Colorless carotenoid ที่ได้จากมะเขือเทศสีขาว ซึ่งเป็นพืชสายพันธ์แท้ดั้งเดิมที่หายากค่ะ ว่ากันว่าสารนี้ชอบอยู่ในผิว (ภาษาวิทย์ๆ เราเรียกว่ามี Skin Affinity สูง) เมื่อทานเข้าไปทำให้สารนี้อยู่ในผิวได้นาน ให้ประโยชน์ 5 ด้านหลักๆ คือ

  • ปรับสีผิวให้กระจ่างใส
  • ชุ่มชื้นขึ้น
  • ลดสิว กระชับรูขุมขน
  • ลด และป้องกันริ้วรอย
  • และเป็น Internal SPF คือ ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด โดยตัวมันเองจะสลายตัวแทนองค์ประกอบอื่นๆในผิว

 

มาเมาท์มอยกันเรื่อง Internal SPF กันนิดนึง มี่คิดว่าหลายๆคนคงเคยเห็นกันแดดแบบกินอยู่บ้าง หลายๆคนคงสงสัยว่ามันจะได้ผลหรือ จริงๆก็ได้นะคะ แต่ไม่รู้ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะสารบางชนิดมันจะชอบไปสะสมตัวในผิวหนัง และสลายตัวไปแทนองค์ประกอบดีๆของผิว ยกตัวอย่างเช่น บางคนที่ชอบกินฟักทองมากๆ ตัวก็จะเหลือง เพราะว่า Beta-carotene ไปสะสมอยู่ที่ผิวนั่นเอง อันนี้ไม่ได้มโนค่ะ จากการศึกษาของ Stahl และ Sies เมื่อปี 2012 ได้พบว่า การรับประทานอาหารที่มี Beta-carotene สูง หรือการทานอาหารเสริม มีผลช่วยปกป้องผิวหนังจากรังสี UV ได้ เพียงแต่ใช้เวลาค่อนข้างนานหลายสัปดาห์กว่าจะได้ผล และผลนั้นน้อยกว่าการทาผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด แต่ถึงอย่างนั้น การทานอาหารพวกนี้ก็ช่วยเป็น Antioxidant ช่วยกรองผลเสียจากรังสี UV ที่เล็ดรอดผ่านกันแดดเข้ามาในผิวได้ดี (Am J Clin Nutr. 2012;96(5):1179S-84S.) ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

 

ทางแบรนด์ทดลองทำการดูดกลืนรังสี UV ของ Colorless carotenoids แล้วด้วย ได้ผลดังรูปนี้ค่ะ

UV abs

(Image from Yllume laboratories)

 

    จากกราฟการดูดกลืนแสงจะเห็นได้ว่าสารสองตัวนี้จะปกป้องผิวได้ทั้งย่าน UVB และ UVA เลยทีเดียว

มีงานวิจัยทดสอบผลของ Co Q10 กับ Colorless carotenoids พบว่า สารทั้งสองนี้ให้ผลเสริมฤทธิ์กันในการลดการอักเสบของผิวหนังได้ดี

การทดสอบของ Aust และคณะ พบว่าการรับประทานอาหารเสริมจากมะเขือเทศ มีผลทำให้ระดับของ Lycopene, Phytoene และ Phytofluene ในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้น มีผลลดรอยแดงที่เกิดจากรังสี UV ได้ (Int J Vitam Nutr Res. 2005 Jan;75(1):54-60.)

นอกจากตัวหลักอย่าง PhytoflORAL แล้ว ทางแบรนด์ก็ยังใส่สารบำรุงอื่นๆอีกหลายตัวค่ะ ซึ่งให้ผลไปในทาง Antioxidant มากมาย แบ่งเป็นกลุ่มๆดังนี้นะคะ

  1. กลุ่ม Super berry และ Super fruit ก็จะมีตัว Pomegranate extract, Bilberry extract

Acai berry ซึ่งทุกตัวเป็น Antioxidant ที่ดีหมดค่ะ

  1. กลุ่มวิตามินที่เป็น Antioxidant ได้แก่ วิตามินซี ที่มาในรูปแบบของ Ascorbyl palmitate ที่เป็นสารแบบเอสเทอร์ มีความเป็นกรดต่ำ ละลายในไขมันได้ดีขึ้น ดูดซึมได้ดีขึ้น กับ Coenzyme Q10 ที่เป็น Antioxidant ที่ดีเช่นกัน ให้ประโยชน์เรื่องการบำรุงระบบหัวใจและหลอดเลือดได้อีก
  2. กลุ่ม Antioxidant มีอีก 2 ตัว คือ N-acetyl cysteine ที่เป็นสารตั้งต้นให้ร่างกายไปสร้าง Glutathione ได้ มีคุณสมบัติช่วยเรื่อง Detox และ Alpha-lipoic acid ที่เป็น Antioxidant ที่มีฤทธิ์แรงเช่นกัน

 

อีกตัวที่คู่ควรจะกล่าวถึงก็คือ Bioperine® ซึ่งเป็นชื่อทางการค้าของ Tetrahydropiperine ที่ได้จากการดัดแปลงโครงสร้างของสารในพริกไทยดำ มีผลเพิ่มการดูดซึมของสารอื่นเข้าไปในร่างกาย ทำให้เราได้ประโยชน์จากสารอาหารและวิตามินบำรุงมากขึ้น (ภาษาวิทย์ๆเรียกว่า มี Bioavailability เพิ่มขึ้น)

 

โดยรวมถือว่าทำมาได้ดีมากจริงๆ เพราะไม่ใช่แค่บำรุงผิว แต่ยังได้เรื่องของการชะลอวัยไปด้วย

ส่วนตัวมี่ทานมาได้เกือบ 2 อาทิตย์แล้วค่ะ ถามว่าผิวขาวขึ้นไหม นี่ยังไม่ชัดนะคะ ทางแบรนด์เคลมว่า ต้อง 28 วัน ไว้ทานครบจะมาอัพเดทอีกทีนะคะ

แต่สิ่งที่มี่รู้สึกคือ ความชุ่มชื้น เรื่องหน้าลอกหายไป แต่งหน้าติดขึ้น ลากรองพื้นได้ง่ายขึ้น ไม่เป็นเส้น ไม่เป็นคราบเหมือนช่วงก่อน แต่ก็ไม่ได้มันจนเยิ้มเหมือนสมัยหน้าร้อนปีที่แล้ว ผิวนุ่มขึ้น สองสามวันก่อนไปจ้างรุ่นน้องมาแต่งหน้าไปออกงานอีเวนท์ นางยังทักเลยค่ะว่าหน้านุ่ม

 

เอ้า มาให้คะแนนกันค่ะ

  1. ส่วนผสม จากที่ได้บรรยายไปคือเรื่องของ PhytoflORAL และ Antioxidant มากมาย ที่ให้ผลดีมีประโยชน์กับผิว แต่ถ้ากินไปไม่ดูดซึม มันก็ออกมากับอุจจาระใช่ไหม ทางแบรนด์เขาใส่ใจจุดนี้เลยใส่ Bioperine ลงมาด้วย เพื่อเพิ่ม Bioavilability (คืออะไรลองย้อนไปอ่านด้านบนค่ะ) ของสารต่างๆ โดยรวมถือว่าทำมาได้ดีมากค่ะ ให้ 5 ฟลาสก์
  2. การรับประทาน มี่พึ่งเริ่มทานได้แค่ 2 อาทิตย์ แต่ผลที่ได้ก็ถือว่าดีนะคะ มีคนทักด้วยว่าหน้าดีขึ้น พวกรอยดำรอยแดงรอยสิวก็ดูจางลง แม้จะผ่านงานมาอย่างหนักหน่วง แต่งหน้าหนักจนค่า moisture ผิวดรอปไปเหลือต่ำมาก แต่ผิวก็ฟื้นตัวเร็วมาก ถือว่าประทับใจมากค่ะ ให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน Yllume

 

สุดท้ายนี้อยากขอบคุณทางเพจ Skin Scope ด้วยนะคะ ที่ส่งสินค้าดีๆ มาให้มี่ได้ทดลองใช้

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้กับทางเพจ Skin Scope โดยตรงเลยค่ะ

www.facebook.com/skinscope

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากเพจ Skin Scope

รีวิว วิเคราะห์ส่วนผสม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร French Glory Extra OPC 150 จาก USA

รีวิว วิเคราะห์ส่วนผสม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร French Glory Extra OPC 150 จาก USA

วันนี้มี่แวะเอาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (หรือ ที่เราเรียกกันติดปากว่า อาหารเสริม) จากอเมริกามารีวิวให้ชมกันนะคะ

 

เป็นผงชง OPC สกัดจากเมล็ดองุ่นฝรั่งเศส องุ่นแดงฝรั่งเศส เปลือกสนฝรั่งเศส ผสมด้วย สารสกัดจาก Bilberry Citurs bioflavoboids และวิตามินซี จากแบรนด์ French Glory® สูตร Extra ค่ะ

ซึ่งคอนเซปท์ของผลิตภัณฑ์คือ อิงมาจากคำว่า “French paradox” ที่แสดงถึงวิถีชีวิตของคนฝรั่งเศสที่จิบไวน์ กินองุ่น แล้วมีอายุยืนยาว มีสุขภาพร่างกายและหัวใจที่แข็งแรง

ในองุ่นนั้นมีสารพฤกษเคมีที่สำคัญ เป็นกลุ่ม Polyphenols อยู่หลายชนิด หนึ่งในนั้นมีชื่อเรียกว่า Oligomeric proanthocyanidins หรือ OPCs

โครงสร้างของ OPCs นั้น ค่อนข้างสลับซับซ้อน เกิดจากสายของสารในกลุ่ม Flavonoid หลายตัวมาต่อกันได้หลายแบบ กลายเป็น OPC ได้หลายชนิด ในองุ่นเองนี่ก็มีถึง 8 ชนิด (Bombardelli and Morazzoni. Fitoterapia 1995;66:291-317) สารกลุ่มนี้มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดีมาก

 

มาดูหน้าตาของผลิตภัณฑ์ดีกว่าค่ะ

 

OPC 1

มาในรูปแบบกระปุกค่ะ 1 กระปุกมี 300 กรัมนะคะ ทานได้ 3 เดือน

ตัวกระปุก Seal มาอย่างเรียบร้อย เพื่อปกป้องสารข้างในเอาไว้

OPC 3

วิธีการชงคือ ใช้ช้อนตวงตักมา 1 ช้อน ปาดเรียบ (ประมาณ 3.33 กรัม) ชงผสมกับน้ำธรรมดาที่อุณหภูมิห้อง (ไม่อุ่นไม่เย็น) 60 mL

เพื่อความสะดวก เขาก็จะมีช้อนตวง กับ ถ้วยตวงให้ค่ะ

OPC 2

 

ตักมา 1 ช้อนแล้วปาดให้เรียบเลยค่ะ

 

OPC 4

ตัวผงนั้นจะเป็นผงร่วนๆ สีม่วงอมน้ำตาล มีกลิ่นองุ่นอยู่นิดๆ ค่ะ

OPC 5

แล้วเราก็เติมน้ำลงไป 60 ml ให้ถึงขีดของถ้วยตวงค่ะ

 

OPC 6

คนให้เข้ากันค่ะ

 

OPC 7

 

มันจะมีฟองอยู่เล็กน้อย ไม่ต้องตกใจอะไรค่ะ ฟองนี้เกิดจากสารพฤกษเคมีในสารสกัดองุ่นและเปลือกสน

ลักษณะจะเป็นน้ำสีแดงๆอมม่วงนะคะ นี่คือสีของสารสกัดจากองุ่นแดงเลยค่ะ เพราะเขาไม่ได้ใส่สีมา

 

OPC 8

เอ้า ดื่มค่ะ ชงเสร็จก็ดื่มเลยนะคะ อย่าทิ้งไว้นาน รสชาตไม่หวานมาก จะออกเฝื่อนๆ ซึ่งเป็นรสตามธรรมชาติของพวก Tannin และ OPC ค่ะ เปรี้ยวนิดๆ กลิ่นหอมคล้ายไวน์แดง ทานง่ายมากค่ะ

วิธีการทานนั้นก็ให้ทานตอนท้องว่าง ส่วนตัวมี่ทานตอนเช้าหลังตื่นนอนแปรงฟันเสร็จก็ทานเลย ก่อนจะไปอาบน้ำอาบท่าและแต่งตัวมาทานข้าวเช้า

ทางแบรนด์แนะนำวิธีการเก็บรักษาให้ด้วยนะคะ คือ ให้เราแบ่งจากกระปุกหลัก มาใส่กระปุกรอง แล้วค่อยๆตักจากกระปุกรองมากินค่ะ จะได้ป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์ดูดความชื้นจนจับก้อนค่ะ

กระปุกหลักนั้นก็ใส่ถุงซิบไว้ และใส่กล่องปิดฝาให้สนิทค่ะ

 

OPC 9

สำหรับส่วนผสมนั้น ดูจากฉลากโภชนาการด้านข้างขวด เป็นดังนี้เลยค่ะ

 

สผส OPC

 

ในส่วนของสารออกฤทธิ์จะได้แก่

  1. สารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส (Maritime pine bark extract) ซึ่งประกอบด้วยพฤกษเคมีหลายชนิด รวมทั้งสารในกลุ่ม OPCs ซึ่งมีคุณสมบัติเรื่อง Antioxidant ที่ดี วัตถุดิบเปลือกสนที่ดังๆในตลาด มี 2 ยี่ห้อ คือ Pycnogenol® กับ Flavangenol® ซึ่งตัวแรกจะมีงานวิจัยสนับสนุนเกี่ยวกับ การเพิ่มความหนาแน่นของกระดูก กับทางด้านเสริมภูมิคุ้มกัน ส่วน Flavangenol นั้นมีงานวิจัยเกี่ยวกับคุณสมบัติด้านผิวพรรณ มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งให้อาสาสมัครทาน Flavangenol 12 สัปดาห์ พบว่าอาการของ Photoaging (การแก่ก่อนวัย) ดีขึ้น ริ้วรอยลดลง สีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น (Clin Interv Aging. 2012;7:275-86.) คือจุดนี้เราไม่รู้ว่าเขาเอาวัตถุดิบยี่ห้อไหนมาใส่ เราก็เอามาอิงเป็นแนวทางแล้วกันเนาะ สรุปคือ Antioxidant ค่ะ
  2. สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ซึ่งก็มี OPC อยู่เป็นองค์ประกอบในปริมาณค่อนข้างสูงเช่นกัน มีงานวิจัยอยู่ค่อนข้างมาก เกี่ยวกับคุณสมบัติเรื่องการป้องกันมะเร็ง ป้องกันฟันผุ และเสริมภูมิคุ้มกัน ตัวนี้ทางแบรนด์ได้ใช้สารสกัดนำเข้าจากฝรั่งเศส ยี่ห้อ Vitaflavan® ซึ่ง Standardized (ตรวจสอบมาตรฐานของสารสกัด) แล้วให้มีความเข้มข้นของ Polyphenol อย่างน้อย 96% ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารสกัดตัวนี้ยังให้ประโยชน์เรื่องการควบคุมน้ำหนักเพิ่มเข้ามาอีกด้วยค่ะ
  3. สารสกัดจากองุ่นแดง ประกอบด้วยสารในกลุ่ม Polyphenol อยู่หลายชนิด ให้ผลเป็น Antioxidant ที่ดี ทางแบรนด์บอกว่าได้ใช้ ยี่ห้อ ExGrape® ของฝรั่งเศสเช่นกัน วัตถุดิบนี้ได้รับ Halal ด้วย
  4. สารสกัดจาก Bilberry ประกอบด้วยพฤกษเคมีอยู่หลายชนิด นอกจากกลุ่ม Polyphenols แล้วยังมีอีก 1 ตัว ที่สำคัญ คือ Lutein ซึ่งให้คุณสมบัติในการบำรุงสายตา ลดความเสื่อมของ Retina ซึ่งเป็นจุดรับแสงในดวงตา มีรายงานการวิจัยกล่าวถึงคุณสมบัติของ Bilberry ในการปกป้องเซลล์ Retina ไม่ให้เสื่อมสภาพเพราะแสงสีน้ำเงิน หรือ Blue light ได้ (BMC Complement Altern Med. 2014 Apr 2;14:120.)
  5. Citrus bioflavonoids เป็นกลุ่มของ Flavonoids ที่พบในพืชตระกูลส้ม มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี มีงานวิจัยหลายฉบับสนับสนุนถึงการเพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือดฝอย และการเสริมภูมิคุ้มกันได้
  6. Ascorbic acid มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ถึงแม้จะดูเหมือนน้อย แต่ก็ได้อยู่ครึ่งหนึ่งของร่างกายที่เราต้องการในแต่ละวัน

 

ส่วนสารประกอบอื่นๆนั้นก็มีประโยชน์เพื่อ แต่งรส ป้องกันการจับก้อน ทำให้สารสกัดก่อตัวกันเป็นผงละเอียด และช่วยให้ชงได้ง่ายขึ้น ซึ่งไม่มีตัวไหนเป็นพิษเป็นภัยอะไร

 

จุดเด่นอีกอย่างคือ คำว่า “Isotonic” คำนี้เป็นคำเทคนิคทางเภสัชกรรม หมายถึง ระบบที่มีความเข้มข้นของสาร เท่ากับความเข้มข้นของเกลือในกระแสเลือด ซึ่งทางแบรนด์เคลมว่า ระบบนำส่งแบบ Isotonic นี้ ทำให้การดูดซึมเกิดได้ง่าย ดี และรวดเร็ว

ค่านี้ขึ้นกับความเข้มข้น เป็นเหตุให้เวลาชง เราต้องตักมา และเติมน้ำให้ถูกต้อง ไม่ให้สารละลายที่เราชงกลายเป็น Hypertonic ที่เข้มข้นไป หรือ Hypotonic ที่เจือจางไป

 

ให้คะแนนกันซักหน่อยนะคะ

คราวนี้มีหัวข้อในการให้คะแนน 2 ข้อ คือ

  1. ส่วนผสม: สำหรับส่วนผสม อย่างที่ได้เล่าให้ฟังทางด้านบน ก็คือใช้สารสกัดที่อุดมด้วย Polyphenols, OPCs และ Flavonoids ยังเสริมด้วยสารอื่นๆที่ให้ประโยชน์เรื่องชะลอวัย ต่อต้านความเครียด อนุมูลอิสระ มลภาวะ ปกป้องดวงตา ระบบภูมิคุ้มกัน หลอดเลือดฝอย เรียกได้ว่าทานอย่างเดียว บำรุงร่างกายได้รอบด้าน และแน่นอนว่า ด้านผิวพรรณด้วย จุดนี้ขอให้ 5 คะแนน
  2. การรับประทาน ด้านรสชาตนั้นถือว่าทานได้ง่าย ทานไปๆก็จะรู้สึกว่าอร่อยดี กลิ่นหอม ช่วงที่ทานมาเกือบสัปดาห์ก็จะเริ่มรู้สึกได้ว่า การลงรองพื้นนั้นทำได้ง่ายขึ้น ไม่ค่อยเป็นคราบเหมือนปกติ โดยรวมถือว่าค่อนข้างชอบ แต่เนื่องจากมีขั้นตอนการชงพิเศษ เพื่อให้ได้สารละลายที่เป็น Isotonic เลยขอตัดคะแนนเล็กน้อย เหลือ 4 คะแนน

 

คะแนน OPC

สุดท้ายนี้อยากขอบคุณทางเพจ French Glory OPC150 ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทาง https://www.facebook.com/opc150 นะคะ

 

ขอบคุณที่ติดตามมาจนจบค่ะ

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางเพจ French Glory OPC150