Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมน้องใหม่คนสุดท้องจากบ้าน DermArtlogy กับ Gel Moisturizer ที่ทุกคนเฝ้ารอคอย

สวัสดีค่ะทุกท่าน เชื่อว่าหลายๆ ท่านน่าจะเห็นผ่านตาว่าทางแบรนด์ DermArtlogy เจ้าของ Ageless series ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในรูปแบบของ Gel moisturizer มาสักพักแล้ว

วันนี้ได้โอกาส มี่เลยขอหยิบเอาผลิตภัณฑ์ใหม่ของทางแบรนด์มารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมให้ได้ชมกันนะคะ

โดยสูตร Gel moisturizer นี้เป็นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ล่าสุดที่ทางแบรนด์พึ่ง Launch ออกมา โดยมีคอนเซปท์ว่า Instant soothing refreshing

ให้อารมณ์ประมาณว่า ทาแล้วสดชื่นสบายผิวอย่างรวดเร็วนั่นเอง

หน้าตาเป็นประมาณนี้นะคะ

Gel ตัวนี้มาในรูปแบบหลอดบีบค่ะ โดยยังคงคุมโทนรูปแบบของ Package และ Design ไว้ได้เหมือนเดิมเลย

เนื้อเจลมาในรูปแบบของ Emulsion gel สีเหมือนครีม แต่จะหยุ่นๆ และให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นกว่าเมื่อเกลี่ย

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความรู้สึกเบาสบาย ไม่เหนอะหนะหนักผิว แต่ยังคงมีความชุ่มชื้นอยู่ เนื้อเบาและซึมค่อนข้างไวค่ะ น่าจะเหมาะมากกับคนที่มีผิวมัน

วันนี้ไม่ได้วัดค่า pH ให้นะคะ

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

วันนี้มี่ทำสีในส่วนผสมไว้หลากหลายสี เรามาไล่ดูกันไปทีละสีนะคะ

  • สีม่วง เป็นกลุ่มของไขมัน น้ำมันจากธรรมชาติ และ Pseudoceramide ที่มีประโยชน์ในการฟื้นฟู และเสริม Barrier ผิวให้มีความแข็งแรง ในรูปแบบเทคโนโลยี MLE โดยอย่างตัวที่เรารู้จักกันในนามว่า Ceramide PC-9S คือ Myristoyl/palmitoyl oxostearamide/arachamide MEA ซึ่งเป็นสิทธิบัตรของทาง Neopharm อิงตามสิทธิบัตรอเมริกา US patent US6221371B1 ของปี 2001 Claim ว่าให้ประโยชน์ในการเหนี่ยวนำให้ผิวสร้างไขมันใหม่ออกมาฟื้นฟู Barrier ผิวที่เสียหาย มีรายงานการวิจัยทดสอบประสิทธิภาพของสารนี้ในหนูทดลอง พบว่า ตัวนี้เมื่อใช้ร่วมกับไขมันชนิดที่มีในผิว (Physiological lipids) สามารถกระตุ้นให้ผิวเรามีการสร้างตัวรับที่มีชื่อว่า PPAR-α ออกมา ซึ่งมีประโยชน์ในการลดการอักเสบของผิว และสามารถต้านผลเสียของสเตียรอยด์ที่ไปทำให้ผิวบาง Barrier ผิวเสื่อม น้ำระเหยออกจากผิวได้มาก การใช้ PC-9S จะช่วยเร่งการฟื้นฟู Barrier ผิวได้ดีขึ้น (Arch Dermatol Res. 2015 Nov;307(9):781-92.)
  • สีเขียวขี้ม้า เป็นกลุ่มของสารเพิ่มความชุ่มชื้น อย่าง Beta-glucan ที่นอกจากเพิ่มความชุ่มชื้น ยังให้ความรู้สึกสบายผิว ให้ผิวแข็งแรงไปพร้อมๆ กัน ร่วมกับ Hyaluronic acid และ ตัวที่เป็น Key technology อีกชิ้นอย่าง Tetradecyl Aminobutyroylvalylaminobutyric Urea Trifluoroacetate ที่มีชื่อทางการค้าว่า Syn-Hycan® ตัวนี้ทางผู้ผลิตเคลมว่ามีกลไกการออกฤทธิ์อยู่ 2 อย่างหลักๆ คือ Fuller กับ Firmer
    • Fuller คือ มีคุณสมบัติในการเสริมการสังเคราะห์ Glycosaminoglycan และ Hyaluronic acid ในผิว
    • Firmer คือ เพิ่มการสังเคราะห์ Proteoglycan ที่ชื่อ Decorin และ Lumican ซึ่งเป็นตัวที่เกาะกับสายคอลลาเจนที่พันกันเป็นเกลียว (Helix) ระหว่างเกลียวนี้ก็จะมีพวก Hyaluronic acid และ GAGs ต่างๆแทรกอยู่ ทำให้เกลียวของคอลลาเจนแข็งแรงขึ้น และสารกลุ่ม GAGs ก็อุ้มน้ำให้ผิวดูอวบอิ่มขึ้นไปพร้อมๆ กัน
    • ตัวนี้มีเป็นส่วนประกอบใน Zeroid Intensive hydrating ampoule ด้วย นะคะ ส่วนตัวลงรายละเอียดของสารนี้ไว้ในรีวิว Zeroid ค่อนข้างเยอะ สามารถตามไปอ่านเพิ่มได้ที่ลิงค์นี้เลยค่ะ https://miyeonthereviewer.com/2020/09/26/zeroid-ampoule/
  • สีเขียว มีอยู่ 2 ชิ้น ได้แก่ Aquatide ลูกรัก กับ Acetyl Dipeptide-1 Cetyl Ester ตัวนี้จะเป็นเปปไทด์ตัวเดียวกับตัวที่มีชื่อทางการค้าว่า Calmosensine
    • Aquatide นี่ มี่กล่าวถึงไว้ค่อนข้างละเอียดในหลายๆรีวิวก่อนหน้านะคะ โดยรวมมีประโยชน์ทั้งในด้านของความชุ่มชื้น การชะลอวัย ลดการอักเสบระคายเคือง และ เสริม Barrier ผิวให้มีความแข็งแรงมากขึ้น จุดเด่นของเจลนี้คือ ทางแบรนด์ได้ Claim ว่า น้องมี Aquatide ที่ความเข้มข้นสูงสุดในบรรดาผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ DermArtlogy
    • Acetyl Dipeptide-1 Cetyl Ester เป็นเปปไทด์ที่เด่นในแง่ของการลดการอักเสบระคายเคือง ซึ่งประสิทธิภาพในจุดนี้มีการศึกษารองรับในอาสาสมัคร โดยให้อาสาสมัครทา Capsaicin เพื่อเกิดการระคายเคือง แล้วทาผลิตภัณฑ์ที่มีสารตัวนี้ลงไป พบว่า สารนี้สามารถลดการระคายเคือง และแสบร้อนจาก Capsaicin ได้ (J Eur Acad Dermatol Venereol. 2016;30 Suppl 1:18-20.) ข้อมูลจากทางผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารนี้นอกจากให้คุณสมบัติด้านการลดการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิวแล้ว ยังมีประโยชน์ในด้านของการคลายริ้วรอยต่างๆ ให้แลดูจางลง
  • สีฟ้า ประกอบด้วยวิตามินบี 3 วิตามินบี 5 ซึ่งสองตัวนี้คงไม่ต้องกล่าวขวัญถึงคุณงามความดีของเขาแล้วเนาะ ร่วมกับ Dipotassium glycyrrhizate ที่มีคุณสมบัติในด้านการลดการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว และ Methylbenzyl Methylbenzimidazole Piperidinylmethanone สารชื่อยาวๆ นี้ รู้จักในชื่อ ADefence-P ซึ่งส่วนตัวเคยกล่าวถึงในรีวิวของ Zeroid pimprove โดยสรุปคือ น้องมีคุณสมบัติตัวนี้เป็น Protease inhibitor ซึ่งมีผลไปยับยั้ง PAR-2 receptor (Protease activated receptor) ทำให้ผิวปรับสมดุลการแบ่งตัวเพิ่มจำนวน และลดการสร้างและขับ Sebum ออกมา จึงมีประโยชน์ในแง่ของการลดโอกาสในการเกิดสิว และอาจจะมีส่วนในแง่ของการลดการส่งผ่านเม็ดสีเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปภายนอก ซึ่งอาจจะมีประโยชน์ในด้านของ Whitening ด้วย
  • ปิดท้ายด้วยสีชมพู ซึ่งเป็นกลุ่มของพวก Antioxidant ชั้นดีอย่าง Resveratrol, Glutathione และเอนไซม์ที่เป็นที่รู้จักกันอย่าง Superoxide dismutase หรือ SOD ซึ่งการเสริม Antioxidant ให้แก่ผิวเองก็มีประโยชน์หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นในด้านของการชะลอวัย แต่ยังรวมไปถึงลดโอกาสในการเกิดการอักเสบ และ สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอในอนาคต

สำหรับตัวเบส มาในรูปแบบของ Emulsion gel หรือ เจลน้ำนม ที่ใช้ส่วนผสมของน้ำมันที่บางเบาผิว ซึ่งไม่มีรายงานถึงการอุดตันผิว ไม่มีส่วนผสมของ Alcohol และ Silicone แต่ยังให้ความบางเบาแม้จะมีส่วนผสมของน้ำมันจากพืชธรรมชาติอีกหลายชนิด ส่วนนี้อาจจะด้วยการใช้เทคนิค MLE จึงทำให้เนื้อบางเบากว่าที่คิดไว้

และที่สำคัญคือ ไม่มีส่วนผสมอื่นๆ ที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ

  1. สารบำรุง เรียกได้ว่า น้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมอันหรูหราไฮเทค มากด้วยเทคโนโลยีอยู่หลายชนิด ให้ประโยชน์ในการบำรุงผิวได้ครบจบทุกปัญหาผิว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผิวบอบบางไม่แข็งแรง สีผิวไม่สม่ำเสมอ การอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว ดูแลปัญหาริ้วรอย ชะลอวัย ดูแลปัญหาสิว ขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ด้วยความที่ส่วนตัวมีผิวผสม/แห้ง ประกอบกับช่วงที่ได้ทดลองใช้เป็นช่วงปลายๆ ธันวาคม 2563/ต้นๆ มกราคม 2564 อากาศค่อนข้างหนาวเย็น ตอนที่ได้ทดลองใช้ก็จะรู้สึกว่าแห้งตึงไปนิดหน่อย ต้องเสริม Moisturizer มาทับสักชั้นจะสวยงาม สำหรับเรื่องของประสิทธิภาพอื่นๆ ส่วนตัวยอมรับจริง ว่าเขาเลอค่า สำหรับเนื้อแบบนี้ส่วนตัวคิดว่าน่าจะเหมาะกับผิวมัน เลยเอาไปให้คนที่มีผิวมันทดลองทาดู ก็เป็นไปตามคิดจริงๆ ว่าเหมาะกับผิวมัน/ผิวผสม-มัน มากกว่า จุดนี้ส่วนตัวขอให้ 4 ฟลาสก์ค่ะ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ DermArtlogy ด้วยนะคะ ที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ DermArtlogy โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/DermArtlogyThailand/

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ DermArtlogy การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มน้องใหม่คนสุดท้องจาก DermArtlogy Ageless potent rejuvenating serum เซรั่มที่อัดแน่นด้วยส่วนผสมอันอลังการ เลอค่าสมการรอคอย

สวัสดีค่ะทุกท่าน วันนี้มี่มีรีวิวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าสนใจจากทางแบรนด์ DermArtlogy มาฝากกันนะคะ

เป็นเซรั่มน้องใหม่ล่าสุดที่ทางแบรนด์พึ่ง Launch ออกมาสู่ตลาด ใหม่มากๆ ชนิดที่ว่าบนเว็บไซต์ของเกาหลี ยังไม่ได้เอาผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นเลยค่ะ

เรียกได้ว่าบ้านเรา Exclusive สุดๆ เลย ที่มีโอกาสได้ทดลองผลิตภัณฑ์ตัวนี้ก่อนใคร

ผลิตภัณฑ์วันนี้มีชื่อว่า Ageless potent rejuvenating serum หน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

ตัวของแพคเกจจะออกมาคล้ายกับตัว Ageless สูตรแรกนะคะ

ด้านในเป็นขวดแบบมีหลอดหยด ที่ต้องหมุนก่อนแล้วปุ่มกดเพื่อดูดเนื้อเซรั่ม คล้ายๆ กับ Ageless สูตรแรก

สำหรับสูตรนี้และสูตรแรกจะแตกต่างกันที่เนื้อของเซรั่ม และส่วนผสมค่ะ

ถ้าท่านใดสนใจตามไปอ่าน รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมของ Ageless Barrier Rejuvenating serum สามารถตามไปอ่านได้ที่ลิงค์นี้นะคะ

https://cosmeknowledge.wordpress.com/2020/03/03/dermartlogy-serum/

โดยในสูตรใหม่เนื้อเซรั่มเป็นเนื้อแบบน้ำนม ความหนืดเล็กน้อย ด้วยความที่ไม่มีน้ำหอม เลยจะได้กลิ่นจางๆ ของวัตถุดิบอยู่ค่ะ

เกลี่ยได้ง่าย ซึมไว แห้งไว ไม่เหนอะหนะ ไม่เหนียว ไม่เยิ้ม ไม่เป็นเมือก

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 นะคะ

ส่วนตัวมี่มีโอกาสได้ใช้เซรั่มดังกล่าวมาราวๆ 1 เดือน รู้สึกว่าสุขภาพผิวดีขึ้น ผิวนุ่ม และเนียนละเอียดขึ้น รู้สึกว่าผิว Firm และแน่นกระชับขึ้น

สำหรับด้านริ้วรอย กับ Whitening ส่วนตัวมี่ยังไม่มีปัญหาในจุดนี้ เลยยังตอบชัดแบบฟันธงไม่ได้ค่ะ ลองประเมินด้วยภาพถ่าย จะเป็นประมาณนี้นะคะ

ถ่ายโดยใช้แสง Flash เพื่อลดผลกระทบจากสภาวะแสงที่ไม่เท่ากัน หลังจากตื่นนอน ก่อนล้างหน้า

ผลจากรูป ก่อนใช้ Undertone ของผิวจะออกติดสีแดง/ชมพู ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นอาการอักเสบ หรือ ระคายเคืองในผิวหรือไม่ พอเป็นของ week 2 และ week 4 แดงดูเหมือนจะจางลง แต่สำหรับ week 4 ดูเหมือนจะออกสี undertone ติดชมพูเล็กน้อย คล้าย Before แต่จางกว่า

ในจุดนี้เลยค่อนข้างสงสัยว่า ตัวเซรั่มนี้ให้ประโยชน์ด้านรอยแดง Whitening และเสริมความแข็งแรงได้ หรือเป็น Effect จากการวางกล้อง แสงตกกระทบ ซึ่งการใช้ Flash น่าจะช่วยลดทอนเรื่องของแสงได้บางส่วน

ถ้าเป็นด้านความรู้สึกก็ตามที่ได้เล่าให้ฟังในด้านบนค่ะ สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

ในภาพรวมเซรั่มตัวนี้ทำมาในเบสแบบน้ำนม มีส่วนผสมของน้ำ และ น้ำมัน ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และซิลิโคน

ส่วนผสมจะออกมาคล้ายๆกับ ตัว Barrier rejuvenating serum แต่แตกต่างกันเล็กน้อยค่ะ

จุดที่น่าสนใจมากๆ คือการเลือกใช้ส่วนผสมของ Bakuchiol เข้ามาเพื่อให้ประโยชน์ในด้านริ้วรอยค่ะ

Ingredient ที่เป็นตัวหลักมี่แทนด้วยสีชมพูนะคะ

  • Bakuchiol สารตัวนี้จัดเป็นสารในกลุ่มของ Meroterpene ที่ได้จากพืชชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Psoralea corylifolia พืชนี้เป็นพืชเก่าแก่ มีใช้ทั้งในตำรับยาจีน และตำรับอายุรเวท นอกจากนี้ยังสามารถพบได้ในพืชอีกหลายชนิด มีการศึกษาหนึ่งเมื่อปี 2014 ศึกษาผลของ Bakuchiol เทียบกับ Retinol เทียบกับผิวหนังสังเคราะห์ที่เพาะเลี้ยงขึ้นมา สรุปความได้ว่า Bakuchiol ออกฤทธิ์คล้ายกับ Retinol ทั้งในแง่ของการเสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน เสริมการสังเคราะห์โปรตีนและยีนอีกหลายชนิดที่เกี่ยวกับความ Firm ของผิว และยังเสริมการสังเคราะห์ Aquaporin-3 ที่มีประโยชน์ในการกักเก็บน้ำของผิว ต่อมา ทางทีมวิจัยเอาไปทดลองในอาสาสมัคร โดยให้ทาที่บริเวณตีนกาวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 12 อาทิตย์ พบว่า เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของ Bakuchiol มีประโยชน์ในการลดริ้วรอย เพิ่มความกระชับและความยืดหยุ่น รวมถึงปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอมากขึ้น (Chaudhuri and Bojanowski. Int J Cosmet Sci. 2014;36(3):221-30.) ต่อมามีการทดสอบในอาสาสมัครอีกครั้งในปี 2018 เทียบกับ Retinol พบว่าให้ผลในด้านของการลดเลือนริ้วรอย และปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ เช่นเดียวกัน แต่อาสาสมัครกลุ่มที่ใช้ Bakuchiol มีอาการข้างเคียงน้อยกว่า (Dhaliwal, et al. Br J Dermatol. 2019;180(2):289-296.) ในภาพรวมส่วนตัวมองว่า Bakuchiol มีประโยชน์ในเชิงของริ้วรอย ความกระชับ ความยืดหยุ่นของผิว รวมไปถึงความชุ่มชื้น และการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอมากขึ้น
  • Hexacarboxymethyl dipeptide-12 ตัวนี้มีชื่อทางการค้าว่า AquatideTM ซึ่งเป็นเปปไทด์ตัวดังที่มาจากทางเกาหลี เปปไทด์ตัวนี้มีคุณสมบัติหลายประการเลยค่ะ โดยทางผู้ผลิตเคลมว่าเป็น Skincare vaccine ช่วยให้ผิวเราแข็งแรง โดยสารมีคุณสมบัติเพิ่มการทำงานของ Barrier ผิว ลดการระเหยของน้ำออกจากผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ และมลภาวะ ลดการอักเสบ และปรับสมดุลให้แก่ผิว นอกจากนี้ยังเสริมกระบวนการ Autophagy ตามธรรมชาติของผิว ซึ่งเป็นเสมือนการ Recycle องค์ประกอบของเซลล์ผิวที่แก่และทำงานได้น้อยลง มาสร้างเป็นเซลล์ใหม่ที่แข็งแรงอีกครั้ง จึงมีประโยชน์ในด้านของการชะลอวัย โดยรายละเอียดเรื่อง Autophagy มี่เคยกล่าวไว้แล้วในรีวิวเดิมของสูตร Barrier นะคะ

และท่านที่สนใจเรื่อง Aquatide สามารถตามไปอ่าน Aquatide แบบละเอียดได้ที่ลิงค์นี้นะคะ

(https://cosmeknowledge.wordpress.com/2019/06/11/spotlight-aquatide/)

  • Methyl caprooyl tyrosinate ตัวนี้มีชื่อทางการค้าว่า Defensamide ออกฤทธิ์โดยไปเพิ่มการสังเคราะห์ Antimicrobial peptides (AMP) ตามธรรมชาติของผิว จึงส่งเสริมและปกป้องผิวจากเชื้อจุลินทรีย์ นอกจากนี้ผู้ผลิตวัตถุดิบยังกล่าวว่า มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบระคายเคือง และลดการระเหยของน้ำออกจากผิว ไปพร้อมๆกัน

ส่วนที่เหลือจะคล้ายๆกับสูตรเดิมนะคะ มี่จะขอกล่าวอีกรอบในนี้เลยค่ะ

สีลาเวนเดอร์ เป็นกลุ่มของไขมันและน้ำมันต่างๆ มี่ขอหยิบเฉพาะตัวที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟังนะคะ

  • Myristoyl/palmitoyl oxostearamide/arachamide MEA ตัวนี้มีชื่อย่อว่า PC-9S เป็นสิทธิบัตรของทาง Neopharm อิงตามสิทธิบัตรอเมริกา US patent US6221371B1 ของปี 2001 Claim ว่าให้ประโยชน์ในการเหนี่ยวนำให้ผิวสร้างไขมันใหม่ออกมาฟื้นฟู Barrier ผิวที่เสียหาย มีรายงานการวิจัยทดสอบประสิทธิภาพของสารนี้ในหนูทดลอง พบว่า ตัวนี้เมื่อใช้ร่วมกับไขมันชนิดที่มีในผิว (Physiological lipids) สามารถกระตุ้นให้ผิวเรามีการสร้างตัวรับที่มีชื่อว่า PPAR-α ออกมา ซึ่งมีประโยชน์ในการลดการอักเสบของผิว และสามารถต้านผลเสียของสเตียรอยด์ที่ไปทำให้ผิวบาง Barrier ผิวเสื่อม น้ำระเหยออกจากผิวได้มาก การใช้ PC-9S จะช่วยเร่งการฟื้นฟู Barrier ผิวได้ดีขึ้น (Arch Dermatol Res. 2015 Nov;307(9):781-92.)
  • Caprylamide MEA ตัวนี้มีชื่อทางการค้าว่า Dualgaurd-7 ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ทำงานเสริมกับ Aquatide โดยช่วยให้ Aquatide ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เสริมกระบวนการ Autophagy การสังเคราะห์ collagen และลดการสร้างสารก่อการอักเสบอย่าง Interleukin (IL) IL-6 และ IL-7

ว่าแต่ทำไมต้องมี Autophagy นั่นก็เพราะว่าจากข้อมูล นักวิทยาศาสตร์พบว่า การสังเคราะห์โปรตีนต่างๆของร่างกาย มักจะมีการเรียงตัวผิดๆ (Misfolded) อยู่ราวๆ 30% พอมันเรียงตัวผิด การทำงานต่างๆ ก็ทำได้ไม่ดี หรือทำงานไม่ได้เลย กลายเป็นขยะชิ้นหนึ่ง ร่างกายเรามีวิธีการกำจัดพวกขยะโปรตีนนี้หลายวิธี 1 ในนั้นคือการ Autophagy ที่จะไปทำลายโปรตีนที่เรียงตัวผิดๆ และเอาส่วนประกอบมา Recycle ใหม่

Autophagy สามารถเกิดได้จากหลายๆกลไก โดยกลไกหนึ่งที่สำคัญคือ เกิดผ่านเส้นทาง (Pathway) p62 เมื่อมี p62 เยอะๆ การเกิด autophagy จะน้อยลง (Liu, W.J., Ye, L., Huang, W.F. et al. Cell Mol Biol Lett 21, 29 (2016). https://doi.org/10.1186/s11658-016-0031-z)

สำหรับในด้านของการเกิด Autophagy นั้น ข้อมูลการทดสอบในระดับหลอดทดลองของทาง Neopharm กล่าวว่า Caprylamide MEA ไปมีผลเสริมการเกิด Autophagy โดยไปลดการสังเคราะห์ p62 ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่สำคัญๆ หลายอย่าง รวมทั้งเป็น Autophagy adaptor ที่ช่วยควบคุมกระบวนการ Autophagy ให้เกิดขึ้นได้อย่างสมดุล

ถ้าเป็นที่ผิว ก็จะช่วยให้ผิวเราแข็งแรง และชะลอความแก่ให้ผิว

  • Phytosterols และ Sterols จาก Rapeseed (Brassica campestris sterols) มีคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง
  • Cholesterol เป็นส่วนหนึ่งของ Barrier ผิว จึงช่วยทดแทนไขมันที่เป็น Barrier ให้กับผิว
  • น้ำมันแมคคาเดเมีย ประกอบด้วยกรดไขมันที่เป็นส่วนหนึ่งของ Barrier ผิว จึงช่วยทดแทนไขมันที่เป็น Barrier ให้กับผิว

สีฟ้า เป็นกลุ่มของสารเติมน้ำให้กับผิว มี่ขอหยิบเฉพาะตัวที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟังนะคะ

  • Panthenol หรือ โปรวิตามินบี 5 นอกจากประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นแล้ว นางยังมีคุณสมบัติในการลดการอักเสบและระคายเคืองของผิวด้วย
  • Hyaluronic acid 2 รูปแบบ มีประโยชน์ในการเติมน้ำให้ผิวเช่นกัน

สีเขียวแก่ เป็นสารสกัดจากบัวบก และสารบริสุทธิ์ที่พบได้ในบัวบก

  • Centella asiatica extract คือ สารสกัดจากบัวบก ซึ่งมีประโยชน์ต่อผิวในหลายประการ ตัวนี้ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นสารสกัดจากบัวบกในรูปแบบ Medical grade ที่มีความบริสุทธิ์สูง
    ซึ่งถ้าดูตามลำดับส่วนผสมจะเห็นว่ามีการใช้สารสกัดจากบัวบกในลำดับแรก โดยข้อมูลที่ได้จากทางแบรนด์คือ ใส่มาในความเข้มข้นสูงถึง 50% และยังเสริมสารบริสุทธิ์ที่เป็นสารสำคัญหลัก (Active phytochemicals) ในบัวบก อย่าง Madecassoside, Asiaticoside, Madecassic acid, และ Asiatic acid เข้ามาทั้งครอบครัว ซึ่งสารเหล่านี้มีประโยชน์ในด้านการลดการอักเสบ เสริมการสมานแผล ชะลอวัยลดเลือนริ้วรอย เป็น Antioxidant และอื่นๆอีกหลายด้าน

ขอกล่าวถึง Madecassoside เล็กน้อยนะคะ เพราะเป็นสารที่มีการศึกษารองรับว่า มีคุณสมบัติที่ดี มีมีคุณสมบัติในการต่อต้านการอักเสบ เป็น Anti-oxidant ชะลอวัย รวมไปถึงความสามารถในการเสริมการทำงานของ Fibroblast ให้สังเคราะห์ Collagen ได้ดีขึ้น (Burns. 2012; 38(5):677-84.) ซึ่งน่าจะให้ประโยชน์ไปในเชิงด้านของการลดเลือนริ้วรอย

ส่วนสารบำรุงที่เหลือก็เรียกได้ว่า เลือกมาได้น่าสนใจไม่แพ้กันนะคะ ไม่ว่าจะเป็น Niacinamide ที่มีประโยชน์ที่ดีกับผิวหลายอย่าง รวมไปถึง Zinc gluconate และ สารยอดฮิตอย่าง Allantoin และ Dipotassium glycyrrhizate ที่ให้ประโยชน์ในเชิงของการลดการอักเสบระคายเคืองของผิว และให้ความรู้สึกสบายผิว

และอีกจุดที่สำคัญคือ ในส่วนผสมไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวอยู่เลยค่ะ

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง เซรั่มตัวนี้เป็นเซรั่มที่อัดแน่นมาด้วยสารบำรุงที่ให้ประโยชน์พร้อมกัน ทั้งด้านของการลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ ปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ พร้อมๆกับ การเสริมสร้างและฟื้นฟู Barrier ผิวที่อาจจะเสื่อมลงตามวัย ในภาพรวมก็จะช่วยให้ผิวสุขภาพดี มีความทนทานต่อมลภาวะต่างๆมากขึ้น จุดนี้ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดีและลงตัวมาก ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีจุดให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ในส่วนของการใช้งาน จากที่ได้เล่าให้ฟังในด้านบน ส่วนตัวมองว่าค่อนข้างตอบโจทย์ ในด้านของความกระชับผิว เรื่องของรูขุมขน ทำให้ผิวดูมีสุขภาพดีขึ้น ความมันระหว่างวันลดลง แต่งหน้าได้ติดทนมากขึ้น มีความชุ่มชื้น และเรียบเนียนมากขึ้น สำหรับเรื่องจุดด่างดำ และ ริ้วรอย ส่วนตัวมี่ยังไม่ได้มีปัญหาด้านนี้นะคะ ผลเลยอาจจะยังออกมาไม่ชัดเจนค่ะ แต่สิ่งที่ได้หลังจากได้ทดลองใช้มาร่วมๆ เดือนครึ่ง ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ DermArtlogy ด้วยนะคะ ที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ DermArtlogy โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/DermArtlogyThailand/

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ DermArtlogy การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมครีมเสริม Barrier ผิวจากเกาหลี Real barrier intense moisture cream

1st edition: September 7, 2017

Revised edition: November 8, 2020

วันนี้มี่เอารีวิวครีมเสริม Barrier ผิวให้แข็งแรงของเกาหลี จากแบรนด์ Atopalm มาฝากกันค่ะ

สูตรที่มี่เอามาเป็นสูตรสีฟ้าเป็นรุ่น Real barrier intense moisture cream ค่ะ

ที่มี่ยังไม่เคยเห็นในบ้านเรานะคะ มี่สั่งออนไลน์มาจากเว็บ Gmarket ค่ะ

มาดูหน้าตากันก่อนเลยค่ะ

rb-1

แพคเกจด้านนอกเป็นกล่องกระดาษเงาๆสีขาวสลับฟ้าค่ะ

ด้านในเป็นกระปุก มาพร้อมไม้พายเล็กๆ 1 อัน

rb-3

Revised:

Package ปัจจุบันจะแยกตัวออกมาเป็นแบรนด์ Real barrier ของตัวเอง ไม่ได้ใช้ชื่อภายใต้ Atopalm แล้วนะคะ ส่วนนี้จะเป็นหน้าตาของกระปุกแบบใหม่ค่ะ

RB intense

เนื้อครีมเป็นสีขาว มีกลิ่นหอมแนวๆอโรม่า โทนดินๆ เย็นๆ อาจจะด้วยกลิ่นของ Vetiver หรือ หญ้าแฝก ออกจะค่อนข้างแรงค่ะ

ato 5

เกลี่ยง่าย ซึมผิวได้ปานกลาง ให้ความชุ่มชื้นสูง มีออยล์อยู่พอตัวเลย แต่ไม่ถึงกับเหนอะหนะมาก แต่จะรู้สึกลื่นๆนิดหน่อย

ส่วนตัวมี่มีผิวผสม/แห้ง กลางคืนมี่ก็จะละเลงทั้งหน้า แต่กลางวันจะลงแค่แก้มกับมุมปาก ที่ชอบแห้งและลอก และก็คอค่ะ

ato 6

สำหรับจุดเด่นของ Atopalm real barrier ตัวนี้คือเทคโนโลยี MLE นะคะ

โดยมี่เคยได้กล่าวถึงตัวเทคโนโลยีของ MLE ไว้แล้วในรีวิว Atopalm body lotion ค่ะ ถ้าท่านใดสนใจสามารถไปตามที่ลิงค์ด้านข้างนี้ได้ค่ะ >>Click<<

ซึ่งงาน MLE และ ครีมนี้มีสิทธิบัตรรองรับถึง 3 รายการนะคะ

rb-2
  1. สิทธิบัตรเกาหลี เลขที่ 10-0527346
  2. สิทธิบัตรอเมริกา เลขที่ US6221371B1
  3. สิทธิบัตรญี่ปุ่น เลขที่ JP3887182B

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส ato

เริ่มที่ตัว Real barrier ซึ่งผลิตโดยใช้ MLE technology ให้มีลักษณะเป็น Liquid crystal เหมือนไขมันในผิวเราจริงๆ

เซราไมด์สังเคราะห์ หรือ Pseudoceramides ตัว Myristoyl/palmitoyl oxostearamide/arachamide MEA หรือ Ceramide-9S ตัวนี้เป็นสารสิทธิบัตร US patent US6221371B1 ของปี 2001 จากบริษัท Aekyung เกาหลี ซึ่งมีประโยชน์ในการเหนี่ยวนำให้ผิวสร้างไขมันใหม่ออกมาฟื้นฟู Barrier ผิวที่เสียหายสารไขมันอีกตัวที่โดดเด่นไม่แพ้กัน คือ Dihydroxyisopropyl Capryloylcaprylamide หรือ Ceramide-5SP ที่เคลมว่าจะเข้าไปสอดแทรกในจุดที่ Barrier ผิวแหว่งไปแล้วทำหน้าที่แทน Barrier ผิวเรา

C1FA321225184FE5A0404E9B4EB38CC7

(Image from Neopharm Korea)

สารไขมันที่เหลือที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นมี่แทนด้วยสีม่วงในส่วนผสมค่ะPhytosterol ที่ใส่มายังมีประโยชน์ด้านลดการอักเสบในผิวได้ด้วย

อีกจุดที่แบรนด์ claim คือ ส่วนของ Three-Calming complex  จาก Panthenol, madecassoside และ Allantoin

real_calming

(Image from Neopharm Korea)

มาดูรายละเอียดแต่ละตัวซักหน่อยเนอะ

  • Panthenol เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 5 มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นเป็นหลัก และยังช่วยเรื่องลดการอักเสบในผิวได้
  • Madecassoside เป็นสารที่แยกได้จากใบบัวบก ดูแล้วน่าจะมีคุณค่าราคาค่างวดอยู่ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ เป็น Anti-oxidant และสามารถเพิ่มการสังเคราะห์ Collagen ในผิว
  • Allantoin ช่วยลดการอักเสบและให้ความรู้สึกสบายผิวเช่นกัน

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. Actives กลุ่มของสารบำรุงผิว เน้นไปที่การฟื้นฟู Barrier ผิวด้วยส่วนผสมไขมันจากธรรมชาติ และสารไขมันสังเคราะห์อย่าง Ceramide-9S และ Ceramide-5SP ซึ่งเป็นนวัตกรรมสิทธิบัตร ทางแบรนด์ Claim ว่าช่วยฟื้นฟูและทดแทน Barrier ผิว เสริมมาด้วยสารอื่นๆที่ให้ผลด้านชุ่มชื้น ลดการอักเสบ ระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect) ส่วนของวิตามินอีที่ใส่มาน่าจะช่วยเรื่องปกป้องน้ำมันในกระปุกครีมไม่ให้เสื่อมสภาพเพราะอากาศมากกว่าจะเหลือรอดมาถึงผิว จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base กลุ่มของเนื้อหลัก มาในรุปแบบครีม ที่ดูมีส่วนผสมของน้ำมันค่อนข้างเยอะ มีทั้งสารดูดน้ำให้ผิว สารไขมันทดแทนผิว และสารเคลือบปกป้องผิว ไม่มีที่ให้หักคะแนน เอาไป 5 ฟลาสก์
  3. Additives ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว แต่ ส่วนผสมของ Orange oil อาจจะทำให้เกิดการแพ้แดดได้ง่ายขึ้น ถ้าใช้กลางวันควรทากันแดด และหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดจัดๆเป็นเวลานานๆ ขอให้ 4 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน อย่างที่เล่าให้ฟัง คือ มี่ค่อนข้างชอบครีมตัวนี้มาก ด้วยสัมผัสที่ดี เกลี่ยง่าย ลดการแสบผิวจากยาทาสิวที่ใช้อยู่ และลดการแห้งแตกลอกของผิวมี่ได้ เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
คะแนน ato

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม มอยส์เจอไรเซอร์ฟื้นฟู Barrier ผิวกาย สูตร MLE จากแบรนด์ Atopalm กับ moisturizing body lotion รุ่นสีแดง

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวมอยส์เจอร์สำหรับฟื้นฟู Barrier ผิวจากแบรนด์ Atopalm มาฝากกันนะคะ โดยเจ้า Atopalm เป็นแบรนด์เกาหลีค่ะ ที่เกาหลีจะสามารถหาสอยได้ตาม Watson, Boons หรือ LOBs นะคะ ในบ้านเราก็จะมีวางอยู่ในร้านยาทั่วไป และ Drugstore อย่างร้านสีเขียว สีน้ำเงินค่ะ

แบรนด์นี้ผลิตจากบริษัท Neopharm ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่บริษัทหนึ่ง และมีแบรนด์ลูกในเครือหลายแบรนด์ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี MLE ค่ะ ซึ่งในจุดนี้เราจะมาเล่าให้ฟังอีกทีในส่วนของการวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

จริงๆที่เกาหลีมีสูตรใหม่ที่ดูหรูหราและเลอค่ากว่าสูตรสีแดงด้วยนะคะ แต่ว่า ณ ขณะที่เขียนรีวิวนี้ยังไม่เข้ามาในบ้านเราค่ะ

เพราะงั้น เราก็จำเป็นต้องใช้สีแดงกันไปก่อนที่จะได้ฤกษ์ไปหิ้วจากเกาหลีค่ะ

มาดูหน้าตากันซักหน่อยเนอะ

น้องมาในดีไซน์แบบ Minimal สีขาวแดงค่ะ

atopalm-re

ตัวนี้เป็นสูตร Body นะคะ

แต่มี่เอามาใช้ทาหน้าค่ะ เพราะลองดูส่วนผสมแล้วไม่น่ามีปัญหาอะไร และเนื้อจะบางเบากว่าสูตรที่เขาทำมาเป็น Facial ด้วยค่ะ แต่ถ้ามีผิวบอบบางก็ไม่แนะนำนะคะ เพราะการตอบสนองแต่ละคนไม่เหมือนกัน และครีมที่เขาพัฒนามาสำหรับทาตัว อาจจะไม่ได้เหมาะกับผิวหน้าค่ะ

เนื้อครีมเป็นครีมสีขาว มีกลิ่นแนวๆ น้ำมันหอมระเหย มีกลิ่นของน้ำมันอยู่จางๆ

atopalm 2-re

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความรู้สึกเย็น สูตรสำหรับผิวตัว จะซึมไวมากค่ะ และไม่ค่อยเหนอะหนะเท่าไหร่

ถ้าผิวแห้งมากๆ อาจจะยังเอาไม่อยู่นะคะ

atopalm 3-re

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

สผส atopalm

ครีม Atopalm เป็นครีมที่มีเคลม เกี่ยวกับการเสริมสร้างและฟื้นฟู Barrier function ของผิว เพื่อให้ผิวแข็งแรง

ในด้านของส่วนผสมจะเห็นว่ามีการใช้เซราไมด์สังเคราะห์ หรือ Pseudoceramides ตัว Myristoyl/palmitoyl oxostearamide/arachamide MEA ตัวนี้เป็นสารสิทธิบัตร US patent US6221371B1 ของปี 2001 จากบริษัท Aekyung เกาหลี ซึ่งมีประโยชน์ในการเหนี่ยวนำให้ผิวสร้างไขมันใหม่ออกมาฟื้นฟู Barrier ผิวที่เสียหาย

ทางแบรนด์กล่าวว่าใช้เทคโนโลยี MLE (Multi lamella emulsion) formula ซึ่งช่วยเพิ่มการดูดซึมของสารต่างๆเข้าสู่ผิวได้ดี

ตรงนี้มี่เข้าใจว่า เทคโนโลยี MLE ก็คือรูปแบบของ Liquid crystal รูปแบบหนึ่งค่ะ ซึ่งเป็นระบบนำส่งสารเข้าสู่ผิว ด้วยความที่โครงสร้างของ Liquid crystal นั้นคล้ายคลึงกับไขมันที่เป็น Barrier ผิว มันก็สามารถจะผสมกับไขมันในผิวและช่วยเพิ่มการนำส่งสารเข้าผิวได้ดีขึ้น

real_mleimage1

(Image from Atopalm Korea official website)

สาเหตุที่มี่คิดว่า MLE ของทางบริษัท เหมือนกับเทคโนโลยี Liquid crystal คือ มี่ลองเทียบลักษณะ MLE ของ Atopalm กับ Liquid crystal จากน้ำมันดอกคำฝอยในงานวิจัยของ Rocha-Filho และคณะดู จะพบว่าคล้ายกันมากมายค่ะ

liquid crystal 2

(รูปของ Liquid crystal จากน้ำมันดอกคำฝอย Image from Rocha-Filho, et al. Molecules 2016, 21(6), 680)

เพราะฉะนั้น เรื่องการนำส่งสารเข้าผิว คิดว่าน่าจะออกมาในรูปแบบที่คล้ายๆกัน เพราะนอกจากโครงสร้างของ Liquid crystal ที่ให้ประโยชน์ในเชิงการฟื้นฟู Barrier ผิวแล้วยังสามารถใช้เก็บกักสารบำรุงไว้ภายในเพื่อเสริมการนำส่งสารเข้าผิวได้ด้วยค่ะ

ทีนี้ลองมาดูส่วนผสมกันนะคะ

ส่วนผสมของสารไขมันทดแทน มี่ทำสีม่วงไว้ให้นะคะ ถือว่ามากันครบทั้ง Phytosterols ซึ่งผิวเราสามารถเอาไปเปลี่ยนเป็น Cholesterol ได้ มีกรดไขมันจำเป็นจากน้ำมันพืช และมี Pseudoceramides ค่ะสารบำรุงอื่นๆ มี่แทนด้วยสีฟ้าค่ะ เช่น

  • Sodium Hyaluronate มีประโยชน์ในด้านของความชุ่มชื้นผิว
  • สารสกัดจาก Portulaca มีประโยชน์ในด้านการฟื้นฟูปรับสภาพผิว และช่วยสมานแผล (Wound healing)
  • Hydrolyzed extensin ซึ่งผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่าเป็น Collagen จากแครอท ให้ผลในแง่ของความชุ่มชื้นเช่นกัน
  • Allantoin มีประโยชน์ในเชิงการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect)
  • Arginine ตัวนี้เป็นกรดอะมิโน ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น โดยเป็น NMF (Natural moisturizing factor) ช่วยผิวจับน้ำเอาไว้

โดยรวมจึงเห็นว่าช่วยเป็น Moisturizer พร้อมๆกันทั้งในด้านเติมไขมัน และเติมน้ำให้ผิวเลยทีเดียว

ประเด็นที่แอบปลื้มเล็กน้อย คือ ตัวนี้เขาพัฒนามาสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย ในผลิตภัณฑ์ไม่มีส่วนผสมของ Propylene glycol เพราะสารนี้หลังๆมีรายงานว่าทำให้เกิดการแพ้และระคายเคืองได้บ่อย ทางแบรนด์เลือกไปใช้ propanediol แทน ก็ถือว่าทำมาได้ดี และใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อย

มาดูคะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง หรือ Actives นอกจากส่วนผสมของสารไขมันที่ทดแทน Barrier ผิวแล้ว ยังมีส่วนผสมของสารที่ช่วยเรื่องการเติมน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้น ปรับสภาพผิว เป็นหลัก ถ้าเราวัดๆกันที่การเป็นมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อฟื้นฟู Barrier ผิวแล้ว ขอเทใจให้ไปเลย 5 ฟลาสก์ แต่ในใจก็ยังอยากให้มีพวก antioxidant เสริมๆมาซักหน่อย
  2. เนื้อผลิตภัณฑ์ หรือ Base เป็นรูปแบบครีม ซึ่งมีส่วนผสมครบถ้วนทั้ง สารดูดน้ำให้ผิว สารเคลือบผิวกันน้ำระเหย และสารไขมันทดแทนให้ผิว ไม่มี Alcohol ไม่มี Mineral oil ไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  3. สารปรุงแต่งอื่นๆ หรือ Additives มีอยู่ค่อนข้างน้อยชนิด และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน เป็นครีมที่มีความมันเหนอะหนะน้อย แต่ให้ความชุ่มชื้นได้ดี เหมาะมากกับช่วงหน้าหนาวที่อากาศแห้งๆ ส่วนตัวมี่เอาสูตรนี้มาทาหน้าเลยด้วยซ้ำ เนื้อครีมค่อนข้างซึมไว มีความเนียน มีกลิ่นที่ดูเป็นธรรมชาติ ยิ่งใช้คู่กับยาทาสิวยิ่งเวิร์ค ลดการแสบร้อน และลดการผิวลอกจากยาทาสิวได้ดีเลยหล่ะ ให้ไปเต็มๆ 5 ฟลาสก์

คะแนน atopalm

สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

 

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคลและผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ