[Beauty Talks] My Special skincare

[Beauty Talks] My Special skincare

ปกติเราน่าจะแบ่งการดูแลผิวออกเป็น 2 แบบ (มั้งคะ ตามคหสต.)

คือ 1. Routine care คือ การดูแลทุกๆวัน เช้า-เย็น กับ 2. Special care คือ การดูแลพิเศษ นานๆที แบบเข้มข้น (ว่างั้น)

วันนี้เอา Special care ของมี่มาแชร์ให้ชมกันค่ะ

10592817_10202726347900009_5645098694820530694_n

เรียกจากซ้ายไปขวาเลยนะคะ

1. Hair Removal Cream จาก Miniso

เป็นครีมสำหรับกำจัดขน (ตัวต้นแบบในบ้านเราน่าจะ Opilca ค่ะ) ซื้อมาใช้แทนของบูทส์ ที่ขาดตลาดไปนานมาก จริงๆติดของบูทส์มากกว่าค่ะ

ช่วงแรกๆเราใช้ ขนก็จะขึ้นถี่เหมือนเราโกนค่ะ แต่พอใช้ไปๆ ขนก็จะนุ่มขึ้น และขึ้นช้าลงค่ะ ตอนนี้ใช้เดือนละครั้ง เผลอๆก็ 6 อาทิตย์ครั้งค่ะ

แต่เนื่องจากส่วนผสมเป็นด่างกับ Thioglycolate จึงควรทดสอบการแพ้และการระคายเคืองก่อนใช้นะคะ

2. Play therapy soft clay pack จาก Etude

เป็นมาสค์โคลน ที่เหมาะกับคนผิวมันค่ะ จริงๆมี่ผิวแห้ง แต่เอามาใช้นานๆที เดือนละครั้งถึงสองครั้ง โดยมีความเชื่อว่า Clay จะช่วยดูดซับสารพิษที่ตกค้างในผิวได้

ตัวนี้จะเย็นๆ หอมมินท์ ให้ความรู้สึกสดชื่นดีค่ะ

แต่คนผิวแห้ง ใช้แล้วยิ่งแห้งขึ้นไปอีก แต่รู้สึกว่าสะอาดผิวดี

3. Black head clear oil gel จาก It’s Skin

เป็น Lipogel (ตามคหสต.) ที่มาพร้อมกับหัวแปรงเป็นขนๆเล็กๆ เป็นยางนุ่มๆ เอามาถูวนๆตรงจมูกและคางเพื่อกำจัดสิวเสี้ยน ส่วนตัวมี่ใช้อาทิตย์ละ 1-2 ครั้งค่ะ

เข้าใจว่าผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้แบรนด์ที่ทำมาแบรนด์แรกคือของ Laneige นะคะ แต่ยังไม่เคยใช้ของ Laneige มาใช้ของอันนี้ก่อน ไปเกาหลีเจอโปรขายคู่ PO effector ราคาพิเศษพอดีค่ะ

4. Soothing & Moisture Aloe vera 92% จาก Nature republic

ตัวนี้พึ่งเขียนรีวิวแบบละเอียดใน Cosme-Diagnosis ค่ะ

เป็นเจลใสๆ กลิ่นหอมๆคล้ายแตงกวา เอาสำลีมาจุ่ม ละเอามาแปะบนหน้าแทนมาสค์ เย็นชุ่มฉ่ำ ฟินเว่อร์ค่ะ

ติดตามได้ที่ลิงค์นี้เลยค่ะ

[Cosme-Diagnosis] Aloe 92% Soothing gel จาก Nature republic

[Cosme-Diagnosis] Aloe 92% Soothing gel จาก Nature republic

Cosme-Diagnosis เป็นบทวิเคราะห์เครื่องสำอางแบบละเอียดโดยดูจากส่วนผสม อิงตามฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

ตัวนี้เป็นลูกรักอีกตัวนึงของมี่เลยค่ะ

aloe +cotton

ที่เอาสำลีมาวางๆข้างๆก็เพราะว่า ชอบที่จะเอาสำลีมาจุ่มเจล ละมาแปะบนหน้า แทนมาสค์ ชุ่มชื่น สดชื่นคลายเหนื่อย และทำให้หิว (เพราะกลิ่นนางเหมือนแตงกวา กับผักๆซักอย่าง)

เนื้อเจลจะเป็นเจลใสๆ หนืดๆ เหนียวๆ แต่เกลี่ยง่าย

aloe texture

 

aloe hand

รูปให้เห็นส่วนผสมค่ะ

ingredients

ปกติเครื่องสำอางจะประกอบด้วยส่วนหลักๆ 3 ส่วน คือ
1. Active (สารสำคัญ) เป็นส่วนที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติ/ฤทธิ์ทางชีวภาพ
2. Base คือ เนื้อของผลิตภัณฑ์ บางทีอาจเรียกว่า Vehicle
3. Additive คือ สารที่ช่วยเสริมให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติที่ดี มีความน่าใช้

มี่จะขอวิเคราะห์แยกให้คะแนนตามส่วนนะคะ

คุณสมบัติของสารแยกตามหน้าที่

  1. Actives ได้แก่
    • Aloe barbadensis leaf extract คือ สารสกัดจากว่านหางจรเข้ จากรายงานการวิจัยสารสกัดจากว่านหางจรเข้ มีรายงานการวิจัยกล่าวว่าสามารถออกฤทธิ์เป็นสารช่วยให้ผิวขาวได้โดยไปกระตุ้นให้เกิดกระบวนการ Melanin aggregation ทำให้สีผิวจางลง โดยตัวที่เป็นตัวออกฤทธิ์คือ Aloin ที่พบในใบ (Planta Med. 2012; 78(8):767-71.) การทดสอบผลของไลโปโซมที่บรรจุว่านหางจรเข้ต่อผิวหนังพบว่า มีฤทธิ์กระตุ้นการแบ่งเซลล์ผิวหนัง (Keratinocyte proliferation) และกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน (J Oleo Sci. 2009; 58(12):643-50.) แต่การที่บอกว่าใส่มา 92% นั้นตอบโจทย์อะไรยังไม่ได้ เพราะว่าเราไม่ทราบความบริสุทธิ์ของการสกัด ว่ามีเนื้อสารจริงๆกี่เปอร์เซนต์กัน บางที 92% นี่อาจจะมีตัวทำละลายไปแล้วซัก 90% เหลือเนื้อพฤกษเคมีใน Aloe จริงๆแค่ 2% ก็ได้ ในขณะที่บางอย่างใส่มาแค่ 5% แต่เป็นสารสกัดแบบเข้มข้น มีความบริสุทธิ์สูง ก็อาจจะให้ผลได้มากกว่าก็ได้
    • Polyglutamic acid โพลิเมอร์ที่เกิดจากกรดอะมิโน Glutamic acid พบได้ใน Natto ซึ่งเป็นสิ่งที่จุลินทรีย์บางชนิดสร้างระหว่างกระบวนการหมัก ในทางเภสัชกรรมมีประโยชน์ในการเป็นระบบนำส่ง ส่วนในทางเครื่องสำอางผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าสามารถดูดและจับน้ำได้มากถึง 5000 เท่าของน้ำหนักตัวมัน และมีรายงานการวิจัยอีกฉบับกล่าวว่า Polyglutamic acid ที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่สามารถกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้ (Chem Biodivers. 2010; 7(6):1555-62.) น่าจะมีส่วนช่วยให้ระบบผิวหนังแข็งแรงขึ้น
    • Sodium hyaluronate มีบทบาทเกี่ยวกับความชุ่มชื้นของผิว
    • Calendula officinalis extract คือ สารสกัดจาก Pot marigold ตระกูลดาวเรือง มีประโยชน์เป็น Anti-oxidant เพราะมีสารประกอบ Phenolic compound หลายชนิด และยังช่วยปกป้องผิวหนังไม่ให้ถูกทำร้ายจากรังสี UV ได้ (J Ethnopharmacol. 2010; 127(3):596-601)
    • Mentha viridis extract คือ สารสกัดจาก Spearmint มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ Antioxidant (Iran J Pharm Res. 2011; 10(4):787-93.) ฤทธิ์ต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory) (Environ Toxicol Pharmacol. 2008; 26(1):92-5.) ผู้ผลิตวัตถุดิบบอกว่ามีสารกลุ่ม Tannin, Polyphenols และมีคุณสมบัติช่วยให้สบายผิว (Soothing effect)
    • Melissa officinalis extract สารสกัดจาก Lemon balm ไม่พบงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง ผู้ผลิตให้ข้อมูลว่าสารสกัดนี้มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย, Antioxidant และ ให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect)
  2. Base เป็นผลิตภัณฑ์ชนิด Hydrogel ประกอบด้วยน้ำ ของเหลวอื่นที่ละลายได้ในน้ำ และสารก่อเจล (สารเพิ่มความหนืด) เรียงตามลำดับจากลำดับของส่วนผสม ได้แก่ Alcohol, Dipropylene glycol, Butylene glycol, Glycerine, Propylene glycol, 1,2-Hexanediol, water ซึ่งมีสารดึงน้ำให้ผิวดีๆหลายตัว แต่มี Alcohol ซึ่ง Alcohol เองก็ไม่ได้จะเลวร้ายตลอดไปเสมอไป เพราะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ระเหยไวขึ้น ให้ความรู้สึกที่ดีตอนทา และกระชับรูขุมขน แต่ บางคนอาจจะไวต่อแอลกอฮอล์ก็ได้ แม้จะมีในส่วนผสมแค่น้อยนิด สำหรับความทนของผิวต่อแอลกอฮอล์ของแต่ละคนก็จะต่างกันไป จึงระบุไม่ได้
  3. Additives ได้แก่

3.1 Emulsifier/Surfactant ได้แก่ Betaine เป็นสาร Surfactant ที่มีทั้งประจุบวกและลบในตัวเดียวกัน มีคุณสมบัติช่วยปรับสภาพผิว ให้ความรู้สึกลื่นผิว ร่วมกับ PEG-60 Hydrogenated castor oil เป็นอนุพันธ์จากน้ำมันละหุ่ง มีคุณสมบัติช่วยให้ได้สารละลายใส
3.2 สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Glyceryl polyacrylate กับ Carbomer
3.3 สารปรับ pH คือ Triethanolamine ใช้ปรับ pH ให้เพิ่มขึ้น
3.4 Preservatives ได้แก่ Phenoxyethanol กับ 1,2-Hexanediol ซึ่งมีฤทธิ์เพิ่มความชุ่มชื้นได้ ร่วมกับสารจับโลหะ EDTA
3.5 Fragrance คือ น้ำหอม

ถึงเวลาให้คะแนนค่ะ

  1. Actives เน้นไปที่สารเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ทั้งว่านหางจรเข้ Hyaluron กะ Polyglutamic acid เสริมด้วยสารสกัดพืชที่ให้ความสบายผิว บวกกับมีฤทธิ์ Antioxidant อยู่ด้วย จึงถือว่าน่าจะค่อนข้างครบสำหรับการเป็น Moisture and Soothing gel ตามชื่อของผลิตภัณฑ์ แต่ถ้าถามว่า ตัวเลข 92% นี่ตอบโจทย์อะไรให้มี่มั้ย ตอบว่า 92% นั้นตอบโจทย์อะไรยังไม่ได้ เพราะว่าเราไม่ทราบความบริสุทธิ์ของการสกัด ว่ามีเนื้อสารจริงๆกี่เปอร์เซนต์กัน บางที 92% นี่อาจจะมีตัวทำละลายไปแล้วซัก 90% เหลือเนื้อพฤกษเคมีใน Aloe จริงๆแค่ 2% ก็ได้ ในขณะที่บางอย่างใส่มาแค่ 5% แต่เป็นสารสกัดแบบเข้มข้น มีความบริสุทธิ์สูง ก็อาจจะให้ผลได้มากกว่าก็ได้ แต่ความครบในการเป็น Moisture gel ก็ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base เป็นส่วนของ Hydrogel ที่มีสารดูดน้ำให้ผิวเยอะมาก แต่มี Alcohol เข้าใจว่าควรจะใส่เพราะไม่เช่นนั้นผลิตภัณฑ์น่าจะเหนียวและหนักผิวพอดู Alcohol อาจจะทำให้คนที่ไว เกิดอาการระคายเคือง หรือรู้สึกแดง ร้อนได้ ดังนั้นคนที่ไวต่อ Alcohol มากๆ ควรทดสอบการระคายเคืองก่อนใช้งาน แต่สำหรับคนปกติไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะสัดส่วนของสารที่เป็น Moisturizer มีค่อนข้างมาก จึงขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. Additives ไม่ได้มีอะไรมากมายหลายชนิด มีแค่สารก่อเจล สารทำให้ใส สารปรับ pH กับ Preservatives ซึ่งก็มีตัวที่ให้คุณสมบัติพิเศษเสริมแก่ผิวอย่าง Betaine ที่ช่วยปรับสภาพผิวให้ผิวเรียบเนียน และ PEG-60 Hyrogenated castor oil ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  4. ราคา ผลิตภัณฑ์มีราคาที่เคาน์เตอร์ไทยอยู่ 200 บาท ผลิตภัณฑ์มาในรูปแบบกระปุก ขนาด 300 ml ตกเป็น 0.67 บาท/มล. ซึ่งก็ถือว่าค่อนข้างถูก เผลอๆถูกกว่าทำเองด้วยซ้ำ จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

point

[My Wish Lists] September 2014

[My Wish Lists] September 2014

Wish List เป็นรายการเครื่องสำอางที่อยากลอง อยากได้ อยากเห็นของมี่เองค่ะ อาจจะไร้สาระบ้าง แต่หลักๆมี่ชอบเครื่องสำอางจากเกาหลีมากๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

My September 2014 Wish Lists

1. Just Beyond Angel Aqua Moist Primer จากแบรนด์ Beyond

ACM05805_E22_l

ตัวนี้ไม่ทราบข้อมูลส่วนผสมเลย แต่ว่าเป็น Primer ที่มีคุณสมบัติเติมน้ำให้ผิวได้ ก็เลยอยากลอง

2. Power Ampoule Hydra จากแบรนด์ The saem

20140625042705_91742_340

ตัวนี้จากข้อมูลส่วนผสมในหน้าเวบมีแค่ส่วนของ Hyaluron กับ Butylene glycol เลยอยากรู้ว่ามันจะจริงหรือเปล่า ถ้าจริง ใช้แล้วจะเป็นอย่างไรน๊อ จะชุ่ม หรือจะดูดน้ำมากเกินไปจนไปดึงน้ำออกจากผิวแทน

3. Iceland water volume cream For Dry skin จาก The saem

20140613085747_85116_340

อันนี้เห็นว่าใช้น้ำจากธารน้ำแข็ง และก็ใช้สารสกัดพืชที่ขึ้นอยู่แถบน้ำแข็งด้วย ก็เลยอยากลองเฉยๆ

4. Essential source salt cream จาก A’PIEU

500_03_70663_20140829124544980

ปกติการนำเอาสารที่เป็น Electrolyte มาใส่ในครีม ทำได้ค่อนข้างยาก เพราะว่า Electrolyte พวกนี้จะทำให้ความคงตัวของระบบ Emulsion เสียไป ครีมชิ้นนี้นาง Claim ว่าใช้เกลือ 10% คือ ค่อนข้างเยอะมาก อยากจะรู้ว่าทำได้อย่างไร และก็อยากรู้แนวคิดของเค้าค่ะ

5. ECO ice sparkling essence จาก Innisfree

10130_l

อันนี้ก็น่าทึ่งเหมือนกัน ด้วยเทคโนโลยีการใช้ Cooling agent ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์เมื่อฉีดออกมามีความเย็นถึง -5 องศา ความเย็นนี้จะช่วยกระชับรูขุมขน และคืนความสดชื่นได้ดีเลยค่ะ

6. Tint bar triple shot จาก VDL

38000048_455

อันนี้ทึ่งในระดับเทคโนโลยี ว่าสามารถทำได้อย่างไรให้มีทั้งสามสีในแท่งเดียว ปกติการทำLip ต้องใช้ความร้อนในการหลอม แล้วเทลงพิมพ์ แต่นี่มีสามชั้น และแต่ละชั้นตัดกันอย่างสวยงาม ถ้าหลอมชั้นแรก เทเสร็จ มาหลอมชั้นสองแล้วเท ชั้นแรกก็ต้องมีละลายออกมาบ้าง แต่นี่ไม่เลย

ชอบสีนี้ค่ะ Triple peach

38000050_T

เดือนนี้ที่อยากได้ก็มีแค่นี้ค่ะ จดๆไว้ค่อยไปเกาหลี >w<

[Review] It’s Skin Power 10 Formula 9 สูตร

[Review] It’s Skin Power 10 Formula 9 สูตร

สมัยก่อนมี่ติดผลิตภัณฑ์จาก DHC มาก คือเรียกได้ว่า เป็น Skincare จากเคาน์เตอร์ชิ้นแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ ใช้ DHC มาตลอดจนกระทั่ง DHC เลิกจำหน่ายในไทย ก็ไปตุนตอนเค้า Sayonara sale ไว้พอสมควรเลยค่ะ หลังจากเริ่มพร่อง เวลาเพื่อนๆพี่ๆน้องๆไปญี่ปุ่นก็จะฝากเค้าซื้อกลับมาเสมอ จนเริ่มหมด ไม่รู้จะใช้อะไรดี คนรู้จักก็ไม่มีใครมีแผนจะไปญี่ปุ่น เลยเริ่มมองหา Skincare ชิ้นอื่น ก็ลองเข้าเวบไปเรื่อยๆ ไปเจอเวบพรีออร์เดอร์เวบหนึ่งเข้า ละไปสะดุดกับเจ้า YE effector จาก It’s Skin ที่มีราคาไม่แพงมาก เลยลองสั่งมาใช้ แรกๆก็ไม่รู้หรอกค่ะว่ามันประกอบด้วยอะไรบ้าง ส่วนผสมนางก็เขียนเป็นภาษาเกาหลี อ่านไม่ออก จนกระทั่งเคาน์เตอร์ของ It’s Skin มาเปิดที่เชียงใหม่ ที่โลตัสมีโชค (หรือรวมโชค จำไม่ได้ – -*) ก็เลยเห็นส่วนผสม แล้วก็ติดใจ ใช้มาเรื่อยๆเลยค่ะ

 

นับวันๆ ก็เริ่มลองนู่นลองนี่เพิ่ม แล้วยิ่งเวลาเคาน์เตอร์เขา Sale 50% ซึ่งก็จัดอยู่บ่อยๆเหมือนกัน ก็ไปสอยอันนู้นอันนี้มาลองเพิ่มเรื่อยๆ สุดท้ายเมื่อเดือนมิย ที่ผ่านมา ไปเกาหลี เลยจัดมาเต็มค่ะ พร้อมกับเครื่องสำอางแบรนด์อื่นอีกหลายๆชิ้น จนทุกวันนี้ติดเกาหลีงอมแงม

 

เข้าเรื่องดีกว่าค่ะ ตัวที่จะเอามารีวิววันนี้เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Power 10 formula ซึ่งตัวที่มี่ใช้จริงๆ มี 4 ตัวค่ะ คือ YE WR PO และ Q10 ส่วนที่เหลืออีก 5 ชิ้นเป็นเทสเตอร์ซองๆที่ได้รับมาค่ะ

 

ถ้ามีโอกาสจะทำ Cosme-Diagnosis เจาะลึก 4 ตัวที่ใช้อยู่นะคะ

 

IMG_2692-edit

ตัวที่ได้ Tester มาก็จะมี VE (ซื้อแล้ว แต่ยังไม่ได้ใช้) LI WH VC และ GF (ซื้อแล้ว แต่ยังไม่ได้ใช้)

ลองดู Texture ของทุกๆสูตรในรูปดีกว่าค่ะ

IMG_2694-edit

 

เรียงจากซ้ายไปขวาเลยนะคะ

Q10 จะมาในรูปแบบเจล มีเม็ดบีดส์สีเหลืองๆ เข้าใจว่าเป็น Coenzyme Q10 ซึ่งไม่ละลายน้ำ เลยต้องทำให้อยู่ในรูปแบบเม็ดบีดส์กระจายตัวอยู่ค่ะ การดูดซึมค่อนข้างไว รู้สึกแปลกๆตอนทาแล้วเม็ดบีดส์แตก แต่ซักพักก็จะซึมหายไปหมด ไม่ทิ้งคราบอะไรค่ะ ให้คะแนนความพึงพอใจ 8/10

VE มาในรูปแบบเจลค่อนข้างมัน มีเกล็ดๆแผ่นๆสีขาวๆ เข้าใจว่าน่าจะเป็น Vitamin E ซึ่งละลายในน้ำได้น้อยเช่นกันค่ะ การดูดซึมค่อนข้างไว ไม่เหนอะหนะมาก (หรือเพราะมี่ผิวแห้งก็ไม่รู้ค่ะ) ให้คะแนนความพึงพอใจ 8/10 ตัวนี้ซื้อมาแล้ว กะว่าจะทาเฉพาะกลางคืนค่ะ

LI มาในรูปแบบเจลเช่นกัน ดูดซึมไว ไม่เหนอะหนะ แต่เนื่องจากความต้องการทางเครื่องสำอางของมี่ตอนนี้เน้นไปที่ ความชุ่มชื้นกับเรื่องริ้วรอยแล้ว จึงไม่ค่อยสนใจกลุ่ม Whitening แล้วค่ะ จริงๆของเค้าน่าสนใจนะ คือ ชะเอมนอกจากผิวขาว ยังลดการอักเสบในผิวได้ด้วย ให้คะแนนความพึงพอใจ 6/10

WH มาในรูปแบบของเหลว มันนิดๆ ดูดซึมไวมาก ไม่เหนอะหนะ ตัวนี้ใช้ Arbutin เป็นส่วนประกอบ เน้นไปที่ความเป็น Whitening เลย สาวๆที่อยากขาวน่าจะชอบค่ะ ด้วยราคาแบบว่า โยนครีมประตูน้ำทิ้งไปเลย ใช้อันนี้ดีกว่า ดูมีคุณค่า แต่มันเหลวไปนิด มันจะไหลจากมือตอนทาด้วยค่ะ ให้คะแนน 6/10

VC เป็นเจลหนืดๆนิดหน่อย สีขุ่นๆ ดูดซึมไว ไม่เหนอะหนะค่ะ ตัวนี้เคยใช้อยู่ แล้วก็หยุดไป เพราะ Skincare เริ่มเยอะ ขี้เกียจทาหลายๆอย่าง ให้คะแนนความพึงพอใจ 8/10

GF เป็นเจลความหนืดต่ำ สีใส ดูดซึมไว ไม่เหนอะหนะ เน้นไปที่ความชุ่มชื้น ซื้อมาแล้วแต่ยังไม่ได้แกะใช้ค่ะ ให้คะแนนความพึงพอใจ 8/10

YE เป็นเจลความหนืดต่ำ สีขุ่นนิดๆ ดูดซึมไว ไม่เหนอะหนะ มีกลิ่นแนวสมุนไพร แรกๆก็กลิ่นแปลกๆดี พอใช้ไปใช้ไป เริ่มเบื่อ ตัวนี้ใช้แล้วหน้านุ่มมาก (ใช้มาได้เกือบ 6 เดือนแล้วค่ะ) ยังไม่คิดจะเปลี่ยน ติดงอมแงม ให้คะแนนความพึงพอใจ 10/10

WR เป็นเจลหนืดปานกลาง สีเหลือง-น้ำตาล ดูดซึมไว ไม่เหนอะหนะ แต่กลิ่นฉุนไปหน่อย ตัวนี้เน้นไปเรื่องริ้วรอย มีสาร Adenosine กับสารสกัดอื่นๆที่ให้ผลเรื่องริ้วรอย ตัวนี้ใช้ครั้งแรกคือฟินมาก ทาก่อนนอนเช้าตื่นมาหน้าตึงมาก ถ้ากลิ่นดีกว่านี้คงรักเลย แต่นี่ทนใช้ เพราะยังหาตัวแทนไม่ได้ค่ะ ให้คะแนนความพึงพอใจ 6/10 คือกลิ่นแรงมากอ่ะ

PO เป็นโลชั่นหนืดมาก ดูดออกจากขวดค่อนข้างยาก ดูดซึมช้า มันเล็กน้อย พอใช้ไปๆ ก้นขวดจะดูดไม่ออก เทไม่ได้ ต้องเอาไม้พันสำลีล้วงไปเอาออกมาเพื่อจะทา ตัวนี้เน้นไปที่ฤทธิ์กระชับรูขุมขน ของเค้าก็ดีนะ คือผลิตภัณฑ์กระชับรูขุมขนบางอันใช้แล้วจะแสบ แต่อันนี้คือไม่แสบค่ะ ใช้ได้เลยทีเดียว เสียดายที่มันหนืดมากกกกกกก ใช้ยาก หมดขวดนี้จะไปลองของ Holika แทนค่ะ ให้คะแนนความพึงพอใจ 6/10 คือมันหนืดมาก กว่าจะเอาออกมาทาได้

 

สำหรับข้อมูลของส่วนผสม จะทยอยๆนำมาจัดแบบละเอียดให้นะคะ ซึ่งมีข้อมูลอยู่แค่บางตัวค่ะ

By Lady Miiyeon

หมีเกาะฟลาสก์