Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม CeraVe Skin Renewing Peptide cream

CeraVe เอาเปปไทด์ครีมตัวดังเข้าไทยแล้วนะคะ

พิกัดที่ร้าน Watsons online (ยังไม่ได้ไปดูว่าที่หน้าร้านมีวางด้วยไหม)

น้องมาในหน้าตาแบบนี้ค่ะ

ส่วนนี้เป็นกล่อง

เนื้อครีมค่อนข้างข้นเกือบจะคล้าย butter ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม เลยอาจจะได้กลิ่นจางๆ ของเนื้อครีม

ถึงจะดูเหมือนเกลี่ยยาก แต่ความจริงเกลี่ยง่าย แล้วให้ความชุ่มชื้นดี สบายผิว ใช้ทาปิดผิวตอนนอนได้เลย ตื่นเช้ามาหน้านุ่ม (ดิฉันผิวแห้ง)

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

เริ่มกันที่จุดเด่นของ CeraVe คือ การใช้เทคโนโลยี MVE ย่อมาจาก Multivesicular emulsion ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีทั้งสิทธิบัตร และงานวิจัยรองรับรับ โดยเป็นระบบนำส่งที่มีรูปร่างเป็นทรงกลมที่มีหลายๆชั้น คล้ายหัวหอม เวลาลงผิว ก็จะค่อยๆปลดปล่อยออกมาทีละชั้น ทำให้สารเพิ่มความชุ่มชื้นต่างๆอยู่ในผิวได้นานขึ้น (J Clin Aesthet Dermatol. 2016; 9(12): 26–32.)

ซึ่งเทคโนโลยี MVE ก็จะมีหน้าตาประมาณนี้

(ภาพสร้างโดย AI ด้วยภาพ MVE ที่อ้างอิงจาก Draelos ZD in Cosmetic Dermatology: Products and Procedures)

ในตำรับมีการเบลนด์ Ceramide 3 ชนิด คือ Ceramide 1, Ceramide 3 และ Ceramide 6-II ในสัดส่วนที่เหมาะสมเพื่อเสริมการฟื้นฟู Barrier ผิวของเราได้อย่างลงตัว และเสริมกรดไขมัน รวมถึงสร้างตั้งต้นในการเป็น Barrier ผิวอีกหลายตัว

ในฝั่งการเติมน้ำ ใช้ Saccharide isomerate ที่เติมน้ำให้ผิวได้ยาวนาน ร่วมกับ Hyaluron

ในฝั่งของนางเอกในสูตรนี้จะเป็น Biomimetic peptides 2 ชนิด คือ

  • Tripeptide-1 (Kollaren) ที่มีประโยชน์ในการเสริมกระบวนการสร้างเส้นใย matrix หลายชนิด ทั้ง Collagen I, Collagen III, elastin, fibronectin และ laminin ซึ่งจะช่วยให้ผิวดูกระชับ ยืดหยุ่น และซัพพอร์ตรอยต่อระหว่าง Epidermis-Dermis (DEJ) ซึ่งถ้าชั้นนี้แบนลงตามอายุ จะทำให้เกิดริ้วรอยลึกได้ง่าย นอกจากนี้ยังเสริมกระบวนการฟื้นฟูตัวเองของผิว และให้ประโยชน์ในผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวด้วย (Ref: TDS Kollaren)
  • Caprooyl tetrapeptide-3 (ChroNOline) เป็นเปปไทด์ที่ซัพพอร์ตการสร้างเส้นใยที่เป็นส่วนหนึ่งของชั้น DEJ เช่น collagen VII, laminin-5 และ fibronectin ผลทดสอบจากผู้ผลิตวัตถุดิบในอาสาสมัครอายุ 50 – 65 ปี พบว่าลดความลึกของริ้วรอย (wrinkle volume) ได้ 27% ในระยะเวลา 56 วัน (Ref: TDS ChroNOline)

คอมบิเนชั่นของ Tripeptide-1 + Caprooyl tetrapeptide-3 มันเหมือนเราดูแลที่รอยต่อตรง DEJ และคอลลาเจนที่อยู่ใต้ลงไปได้อย่างลงตัว

เสริมด้วยส่วนผสมของ Niacinamide ที่ดูแลผิวได้หลายด้าน ทั้งในเชิงการซัพพอร์ตการสร้าง Barrier ผิว ดูแลการระคายเคือง และเป็นสารตั้งต้นให้ผิวหยิบไปสร้าง NAD NADP ซึ่งใช้ในการทำงานหลายอย่าง

มี Tocopherol (วิตามินอี) เป็น antioxidant

และ soothing ด้วย allantoin และ biosaccharide gum-1

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง เป็นครีมทางเลือก non-retinoids ที่เบลนด์ biomimetic peptides 2 ตัวดูแลที่มาดูแลเสริมแกร่งตรงรอยต่อระหว่าง Epidermis-Dermis หรือ DEJ ซึ่งมีความสำคัญในการอุ้มพยุงผิวไม่ให้เกิดริ้วรอยลึกตามอายุ เวลาเราอายุเพิ่มขึ้นชั้นนี้จะแบนลงและเกิดริ้วรอยลึกได้ง่าย และคอลลาเจนที่อยู่ใต้ลงไปได้อย่างลงตัว ร่วมกับ Hero technology อย่าง MVE ที่เสริมการดูแล barrier ผิว ได้อย่างลงตัว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีจุดที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ส่วนตัวเป็นคนผิวแห้ง ครีมตัวนี้ออกแบบมาได้ค่อนข้างดี ให้ความชุ่มชื้นได้ยาวนาน แต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่วาว ใช้เป็นครีมปิดผิวตัวสุดท้ายก่อนนอนได้ รับไป 5 ฟลาสก์

พิกัด: Watsons Online (ยังไม่ได้ไปดูว่าที่หน้าร้านมีวางด้วยไหม)

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Cleansing Mousse Foam จาก Concernlab มิติใหม่ของการคลีนเมคอัพ

สำหรับ Blog นี้ จะมาอัพเดท Cleansing mousse ที่น่าสนใจจากแบรนด์ Concernlab//: กันนะคะ

เป็นมูสที่ออกแบบมาให้ใช้นวดละลายเมคอัพในขั้นตอนการทำความสะอาดตอนผิวแห้ง ก่อนจะไปล้างต่อด้วยน้ำ หรือ เจล-โฟมตามความชอบ และความหนักในการแต่งหน้าของแต่ละคน

มีด้วยกัน 2 ขนาด คือ 50 ml และ 150 ml มาในหน้าตาแบบนี้

เมื่อปั๊มออกมาจากขวดปั๊มเราจะได้เนื้อมูส

pH ของมูส (หลังเกิดฟองแล้ว) อยู่ที่ราวๆ 6 ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

ในส่วนของการใช้งาน มูสนี้ออกแบบมาให้ใช้ละลายเมคอัพตอนหน้าแห้ง นวดวนเบาๆ แล้วไปล้างออกด้วยน้ำ โดยไม่จำเป็นต้องใช้สำลีเช็ด หรือ อาจจะไปทำ Double clean ต่อด้วยการล้างกับเจล-โฟมตามชอบ

ส่วนนี้จะเป็นผลการลองล้างลิปสติกชนิด stain (สีติดทน) และ มาสคาร่า

ตอนนวดมูสจะถือว่าทำความสะอาดได้ค่อนข้างดี คือ ล้างมาสคาร่าออกได้เลย แต่ในส่วนของลิปสเตนสี จะต้องไปล้างต่อด้วยโฟม-เจล เพื่อทำ double clean ต่อไป

ฟีลลิ่งตอนใช้งานค่อนข้างดี นุ่มลื่น และหลังล้างออกไม่แห้งตึง ความน่าสนใจคือพอเรานวดมือ รู้สึกว่ามันเข้าถึงไรผม และริมกรอบหน้าได้ดีกว่าสำลี

ด้วยความที่ตัวมูสออกแบบมาให้ใช้แล้วไปล้างน้ำได้เลยไม่ต้องใช้สำลี ก็จะเหมาะกับคนที่รู้สึกว่าผิวระคายง่ายถ้าเช็ดสำลี แล้วพอไม่ได้ใช้สำลีแล้วรู้สึกว่า ใช้ตัวผลิตภัณฑ์น้อยลง ขวดนึงก็ใช้ได้นานขึ้น

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ส่วนผสมค่อนข้าง Clean มีเท่าที่จำเป็นจริงๆ

ในส่วนของสารทำความสะอาดหลัก จะเป็น Polyglyceryl-10 caprylate/caprate ที่มีความอ่อนโยนสูง มีประสิทธิภาพในการละลายเมคอัพได้ดี

เสริมมาด้วย Sorbitan oleate decyl glucoside crosspolymer ตัวนี้เป็นสารทำความสะอาดชนิดไม่มีประจุ ที่ได้จากการดัดแปลงโครงสร้างจากธรรมชาติ (biobased) มีความอ่อนโยนสูง มีคุณสมบัติช่วยละลายสาร จึงน่าจะเสริมประสิทธิภาพในการละลายเมคอัพได้

และปรับ feeling ให้ silky และ soft touch ด้วย Bis-PEG-18 Methyl ether dimethyl silane ซึ่งเป็นซิลิโคนชนิดที่กระจายในน้ำได้ ให้ฟีลลิ่งที่ดีบนผิว

มาให้คะแนนกัน พอเป็น Cleanser จะปรับหมวดคะแนนเล็กน้อย

  1. สารทำความสะอาด ใช้ Polyglyceryl-10 caprylate/caprate ที่มีความอ่อนโยนสูง มีประสิทธิภาพในการละลายเมคอัพได้ดี เบลนด์คู่มากับอนุพันธ์ลูกผสมของ glucoside + sorbitan ester ที่ทำให้ความสามารถในการละลายเมคอัพเพิ่มขึ้น เป็นการเล่นคอมบิเนชั่นที่น่าสนใจ ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ มีส่วนผสมเท่าที่จำเป็น ไม่ได้ใส่มาแบบหวือหวา จะเรียกว่าออกแบบสูตรมาแบบ Clean แต่ complete ก็ไม่เกินจริง และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ไม่มีจุดให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ส่วนตัวค่อนข้างชอบความ rich ของเนื้อมูสตอนนวดบนหน้า มันจะไม่ถึงกับลื่นมาก แต่มันก็นวดได้ดี ละลายเมคอัพพื้นฐานพวกรองพื้น บลัช ทั่วไปออกได้หมดจด โดยไม่ต้อง Double clean แต่ถ้าแต่งหน้าหนัก หรือลงกันแดดกันน้ำมากๆ คิดว่าอาจจะต้อง double clean ซึ่งก็ได้ลองแล้วทั้งแบบล้างน้ำเลย และแบบ double clean ล้างด้วยเจล-โฟม ที่ใช้เป็นประจำต่อ ก็ไม่ได้แห้งตึง ในด้านความสะอาด เรารีเชคความหมดจด ด้วยสำลีชุบโทนเนอร์ ไม่มีสีรองพื้นติดมา ก็คือโอเค ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทาง Concernlab//: ที่ส่งผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมาให้ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/profile.php?id=61586153262598

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/1LcniDnq8x

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Concernlab//: การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/อัพเดทผลเทสต์สุดปังของน้อง LaLaaCram Youth-Full Advanced Skin Renewal Serum + Moisturizer รับปี 2026

💚เรามีมอยส์ตัวหนึ่งที่ทำออกมาได้ดีมาก และก็เป็นลูกรักของใครหลายคน

อยู่มาวันหนึ่ง ทางแบรนด์เกิดอยากจะปรับสูตร แต่ลูกค้ารักสูตรนี้แล้ว ทางแบรนด์เลยทุ่มเทงบวิจัยค้นคว้าเพิ่มขึ้นว่า ครีมสูตรนี้มีประโยชน์อะไรที่พอจะเพิ่มเติมให้ลูกค้าได้บ้าง และวันนี้เราจะมาดูผลเทสต์แบบใหม่แบบสับของน้องมอยส์คนนี้กัน

น้องคนนี้ก็คือ Youth-Full Advanced Skin Renewal Serum + Moisturizer นั่นเองค่ะ ปรับแพคเกจเดิมจาก กระปุกมาเป็นขวดแบบนี้นะคะ

ส่วนนี้จะเป็นกล่องโฉมใหม่นะคะ

เนื้อครีมเหมือนเดิม คือ เป็นกึ่งเซรั่มเจล กึ่งครีม เนื้อค่อนข้างชุ่มผิว และเนื่องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม เราจะได้กลิ่นวัตถุดิบอยู่จางๆ

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความรู้สึกเย็น สบาย มีความรู้สึกว่าชุ่มชื้นดี แต่ไม่ถึงกับเหนอะหนะ เมื่อทิ้งไว้ซักพักจะเหลือสัมผัสนุ่มอยู่

💚 เรามาดูผลเทสต์เรื่อง Anti-aging 4 กลไกกัน ซึ่งการทดสอบนี้คือการทดสอบกับผลิตภัณฑ์จริงเลย ไม่ใช่แค่เอาวัตถุดิบมาทดสอบ และผ่านการทดสอบโดยหน่วยงานรัฐชั้นนำที่มีมาตรฐาน

🤍 กลไกที่ 1 และ กลไกที่ 2 การเสริมสร้างคอลลาเจน และอิลาสติน

คอลลาเจนนั้นเป็นเส้นใยสำคัญ ที่ให้ประโยชน์ในด้านความกระชับและความแข็งแรงของชั้นผิว (Firm and

strength)

ส่วนอิลาสตินเป็นเส้นใยที่ให้ประโยชน์ในเชิงความยืดหยุ่น

โดยทำการทดสอบแบบ in vitro กับเซลล์ไฟโบรบลาสต์มนุษย์

พบว่า Youth-Full Advanced Skin Renewal Serum + Moisturizer สามารถเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน

และอิลาสติน ได้ตามความเข้มข้นที่ทดสอบ (dose related)

🤍 กลไกที่ 3 ประสิทธิภาพในการต่อต้าน senescent cells

เท้าความก่อนค่ะ Fibroblast คือเซลล์สำคัญในชั้น Dermis ทำหน้าที่สร้างคอลลาเจน อิลาสติน และซ่อมแซมผิวเมื่อเกิดความเสียหาย แต่เมื่อ fibroblast เจอความเครียดสะสมไม่ว่าจะจาก UV มลภาวะ หรือแค่เวลาที่ผ่านไป DNA ภายในเซลล์เริ่มเสียหายสะสมจนถึงจุดที่ซ่อมไม่ได้ เซลล์จึงหยุดแบ่งตัว แต่มันไม่ยอมตาย กลายร่างเป็นsenescent cells ที่เราเปรียบเปรยว่าเป็นเซลล์ซอมบี้

พวกนี้นอกจากจะไม่ทำงานสร้างคอลลาเจนแบบเดิมแล้ว แต่ก็ไม่ตายออกไปให้เซลล์ใหม่มาแทนที่ แถมพวกนางยังไม่ได้อยู่เฉยๆ ปลดปล่อยสารกลุ่ม SASP หรือ Senescence-Associated Secretory Phenotype สารเหล่านี้เช่นพวกที่เกี่ยวกับการอักเสบ และเอนไซม์ MMP ที่ไปย่อยทำลายเส้นใยข้างเคียง แถมนำส่งสัญญาณให้เพื่อนๆ

ข้างเคียงกลายเป็นซอมบี้ไปด้วย

เหมือนเวลาซอมบี้แพร่พิษใส่คนปกติให้กลายเป็นซอมบี้แบบมันแหละ

ทีนี้ผลทดสอบ พบว่า Youth-Full Advanced Skin Renewal Serum + Moisturizer สามารถลดปริมาณเซลล์ซอมบี้ลงได้ (มีคุณสมบัติต้านเซลล์แก่ หรือ anti-senescence)

🤍 กลไกที่ 4 Skin proliferation and regeneration

พบว่าเซรั่ม Youth-Full Advanced Skin Renewal Serum + Moisturizer สามารถเสริมการแบ่งตัวของ

Fibroblast ซึ่งจะให้ประโยชน์สืบเนื่องไปสู่การฟื้นฟูผิว เนื่องจาก Fibroblast เป็นเสมือนช่างก่อสร้างของผิว 

💚 จะเห็นได้ว่าจากผลเทสต์ทั้งหมดนี้แล้ว Youth-Full Advanced Skin Renewal Serum + Moisturizer คนเดิมของเรานั้นมีความสามารถหลากหลายในการดูแลปัญหาผิว

และยังผ่านการทดสอบทางคลินิกโดยสถาบัน DermScan Asia ว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองในอาสาสมัคร (ค่า Mean irritation index = 0.01 แปลว่าไม่ระคายเคือง)

ทีนี้กลับมาที่ส่วนผสม ซึ่งเป็นคอมบิเนชั่นที่ทางแบรนด์คัดเลือกมาอย่างลงตัว

💚 ในภาพรวม คือ ถ้ามองในแง่ของมอยส์เจอไรเซอร์ที่เสริม Barrier ผิว น้องทำมาได้ค่อนข้างครบถ้วนเลย คือมีทั้งกลุ่มของไขมันที่เป็น Barrier อย่างพวก Ceramide, Cholesterol และกรดไขมันจากธรรมชาติ ร่วมกับสารจับน้ำตามธรรมชาติ หรือ Natural moisturizing factor (NMF) ที่เป็นกรดอะมิโน น้ำตาล กรดอินทรีย์ มีสารกลุ่ม Hyaluron หลากหลายชนิดที่มีประโยชน์ในการเติมและอุ้มน้ำให้ผิว และเสริมมาด้วยกลุ่มสารที่ดูแลปัญหาเรื่องการระคายเคืองผิวเพราะ Barrier ที่ไม่แข็งแรง และสำหรับคนที่กลัวว่ามอยส์เจอร์นี้จะมันเยิ้มเกินไป ทางแบรนด์ใช้สารสกัดจากเห็ด Fomes ตัดเข้ามาให้ประโยชน์ในด้านการควบคุมความมันกระชับรูขุมขน คือเรียกได้ว่าทำมาพร้อมและคำนึงถึง user ทุกกลุ่มมาก

สารบำรุงเปิดมาด้วย Niacinamide ที่ให้ประโยชน์โดดเด่นหลายประการ ทั้งในเชิงการเสริมการฟื้นฟู Barrier ผิว ควบคุมความมัน ในเชิง whitening ผ่านการยับยั้งการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปภายนอก และในเชิงของการดูแลการระคายผิว แบรนด์จัดมาเลยแบบสวยๆ 5%

สารบำรุงกลุ่ม Soothing ก็ไม่น้อยหน้า ด้วยส่วนผสมของสารสกัดจาก Oatmeal ที่โดดเด่นในด้านนี้และมีคุณสมบัติพิเศษในการเสริมความแข็งแรงให้กับผิว จูงมือมากับ Cica, Allantoin, Dipotassium glycyrrhizate ว่านหางจระเข้

มี Bifida ferment lysate เป็น postbiotic ที่เด่นในเชิงการเสริมกระบวนการฟื้นฟูผิว พร้อมทั้ง soothing และเสริมความแข็งแรงให้แก่ผิว

สำหรับท่านที่สนใจสามารถดูส่วนผสมทั้งหมดตามภาพ

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ LaLaaCram ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้เปิดหูเปิดตา และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/lalaacramthailand

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ