Image

Mini-Review/วิเคราะห์ส่วนผสม เซรั่มวิตามินบี 3 จาก Foré (ฟอร์เร่) Niacinamide 10% concentrate serum

ก่อนหน้านี้ทางเพจเคยนำเสนอบทวิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มปังๆ จากแบรนด์ไทยอย่าง Foré (ฟอร์เร่) ไปอยู่ด้วยกัน 3 ชิ้น

โดยชิ้นที่น่าสนใจที่ได้นำมาวิเคราะห์ส่วนผสมแบบละเอียดไปก่อนหน้านั้น คือ สูตรสีม่วง 4 White Melasma correcting serum ท่านที่พลาดไปสามารถติดตามรับชมได้ทางลิงค์นี้นะคะ

>>Click อ่านรีวิว Foré 4 White melasma correcting serum<<

วันนี้ขอหยิบเอาน้องคนสุดท้องจากบ้าน ฟอร์เร่ มาวิเคราะห์ส่วนผสมให้ได้ชมกันอีกซักตัวนะคะ

น้องมีชื่อว่า Niacinamide 10% concentrate serum ที่ออกแบบมาอย่างน่าสนใจ โดยเลือกใช้ส่วนผสมที่ดูแลผิวเสริมเข้ามาจาก Niacinamide ซึ่งจะเด่นไปทางการดูแลผิวมัน ผิวที่มีปัญหาสิว พร้อมดูแลเรื่องการระคายเคือง

ด้วยประโยชน์จาก Niacinamide ที่ดูแลผิวได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็น

💙ดูแลเรื่องการระคายเคือง = ได้ประโยชน์เรื่องรอยแดง

💙เสริมการสังเคราะห์ไขมันที่เป็นองค์ประกอบของ Barrier ผิว = ผิวแข็งแรง

💙ยับยั้งการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปภายนอก (ยับยั้ง Melanosome transfer) = ได้ประโยชน์ด้าน Whitening และรอยดำจากสิว

💙ควบคุมความมัน ซึ่งจะส่งประโยชน์ไปดูแลเรื่องรูขุมขนอีกต่อหนึ่ง

 ส่วนผสมอื่นๆ ที่ทางแบรนด์เลือกมาได้แก่

💚Zinc PCA น้องเป็นสารลูกผสมของ Zinc กับ Pyrollidone carboxylic acid (PCA) ซึ่ง PCA ปกติทำหน้าทีเป็น Natural moisturizing factor (NMF) ที่ช่วยอุ้มน้ำให้กับผิวตามธรรมชาติ ส่วน Zinc ก็เป็นแร่ธาตุที่มีคุณสมบัติควบคุมความมัน และเป็นองค์ประกอบของเอนไซม์บางชนิดในผิว ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่า สารนี้มีประโยชน์เป็นสารเติมน้ำให้ผิว พร้อมควบคุมความมัน และให้ความรู้สึกสดชื่นกับผิว เสริมทัพมาด้วยสารสกัดจาก Witch hazel และ สารสกัดจากเห็ด Fomes officinalis ควบคุมความมัน และกระชับรูขุมขนให้อีกชั้นหนึ่ง

ตัวสารสกัดจากเห็ด Fomes นั้นไปตรงกับชุดส่วนผสม Propanediol (and) Aqua (and) Fomes Officinalis (Mushroom) Extract ชื่อทางการค้า PORE REDUCTYL-NT นำเข้าจากประเทศสเปน ซึ่งมีผลการทดสอบในอาสาสมัคร ว่ากระชับรูขุมขน และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว

💚Dipotassium Glyclycyrrhizate ดูแลเรื่องการระคายเคือง

จากที่พูดมาดูเหมือนจะคุมจนแห้งเนาะ ไม่หรอก ทางแบรนด์คิดมาแล้วเลยปิดจบด้วย

💚สารสกัดจาก Black oat (Avena strigosa seed extract) ที่มาในคอมบิเนชั่นร่วมกับ Lecithin และสารอื่นๆ น่าจะเป็นชุดส่วนผสมของ AquarichTM ที่นำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ ทางผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่าสารบำรุงชุดนี้เป็น Epidermal moisture ally ให้ฟีลมิตรแท้สำหรับเก็บกักน้ำ เพื่อความฉ่ำ และดูแลผิวแห้ง ลดการเกิดขุยผิว

ในภาพรวมก็คือ ใครกำลังมองหาเซรั่มวิตามินบี 3 ที่เด่นไปในด้านของการดูแลสิว กระชับรูขุมขน แต่ไม่แห้งตึง และราคาไม่แรงมาก ตัวนี้น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจตัวหนึ่งเลยทีเดียวค่ะ

ส่วนผสมแบบเต็มเป็นดังนี้

Water, Propanediol, Niacinamide, Glycerin, Phenoxyethanol, Ammonium Acryloyldimethyltaurate/VP Copolymer, Chlorphenesin, Xanthan Gum, Disodium EDTA, Dipotassium Glycyrrhizate, Zinc PCA, Hamamelis Virginiana (Witch Hazel) Water, Butylene Glycol, Fomes Officinalis (Mushroom) Extract, Avena Strigosa (Black Oat) Seed Extract, Lecithin, Potassium Sorbate, Citric Acid, PEG-40 Hydrogenated Castor Oil, Benzoic Acid.

จากส่วนผสมเต็มก็คือ น้องมาในเซรั่มเบสน้ำ ที่ดูแล้วน่าจะเหมาะกับทุกสภาพผิว และไม่มีส่วนผสมที่ไม่เป็นมิตรกับผิว สมกับคอนเซปท์สกินแคร์สายคลีนของทางแบรนด์

Disclaimer: Sponsored item/self-opinion

#FORE #ฟอร์เร่ #เซรั่มวิตามินบี3

Image

Mini-Review/วิเคราะห์ส่วนผสม เซรั่มสำหรับดูแลผิวที่มีปัญหาสิวจาก Foré (ฟอร์เร่) Acne soothing intense serum

วิเคราะห์ส่วนผสมแบบรวบตึง เซรั่มดูแลผิวพรรณที่มีปัญหาสิวจากแบรนด์ Foré (ฟอร์เร่)

ซึ่งน้องเป็นแบรนด์สกินแคร์สายคลีนแบรนด์หนึ่งที่น่าสนใจ พัฒนาสูตรตามเทรนด์ Minimal หรือ Less is more ให้เป็นมิตรกับผิว โดยเลือกใช้ส่วนผสมตามงานวิจัยในปริมาณที่หวังผลได้

ก่อนหน้าทางเพจได้นำเสนอรีวิวเซรั่มสูตร 4 White Melasma correcting serum สำหรับดูแลฝ้า และน้องวิตซีที่น่าสนใจจากทางแบรนด์ไป (สำหรับท่านที่พลาดสามารถรับชมได้ที่ลิงค์นี้ >>Click<<)

วันนี้ขอหยิบเอาเซรั่มดูแลผิวพรรณที่มีปัญหาสิวมาวิเคราะห์ส่วนผสมกันบ้างค่ะ

โดยเซรั่มสูตรนี้มีชื่อว่า Acne soothing intense serum มาในขวดสีฟ้า ทางแบรนด์เลือกใช้ส่วนผสมหลักที่เน้นดูแลผิวพรรณที่มีปัญหาสิวได้ตรงตามความต้องการของผิวเลย

สำหรับรุ่นนี้มีหน้าตาประมาณนี้นะคะ

ขวดข้างในเป็นขวดแก้วแบบมีดรอปเปอร์

ส่วนผสมเต็มเป็นดังนี้ค่ะ

Water, Propanediol, Glycerin, Niacinamide, Salicylic Acid, Amylopectin, Xanthan Gum, Dextrin, Ammonium Acryloyldimethyltaurate/VP Copolymer, Mannitol, Phenoxyethanol, Glycolic Acid, Triethanolamine, Ammonium Glycyrrhizate, Chlorphenesin, Disodium EDTA, Caffeine, Zinc Gluconate, Zinc PCA, Aesculus Hippocastanum (Horse Chestnut) Seed Extract, Centella Asiatica (CICA) Extract, Avena Strigosa (Black Oat) Seed Extract, Lecithin, Potassium Sorbate, Citric Acid, Sodium Benzoate.

ในด้านของสารบำรุงก็คือเปิดมาด้วย

  • Salicylic acid ซึ่งจัดเป็น BHA ในความเข้มข้นตามที่แนะนำในวงการผิวพรรณ คือ 2% ดูแลเรื่องการอุดตัน เสริมมากับ Niacinamide 2% ที่ดูแลเรื่องการระคายเคือง พร้อมทั้งควบคุมความมัน เป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้าง Barrier ผิวให้แข็งแรง ตรงนี้ก็จะได้เรื่องการดูแลรอยดำไป 1
  • เติม AHA อย่าง Glycolic acid เข้ามา 0.5%

และมีสารบำรุงอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกดังนี้

  • Zinc PCA ซึ่งเป็นสารที่เตรียมมาจาก Zinc ที่เด่นในด้านของการควบคุมความมันกระชับรูขุมขน กับ PCA ที่เป็น natural moisturizing factor (NMF) ที่ช่วยผิวอุ้มน้ำตามธรรมชาติ ตัวนี้ไม่ธรรมดา เพราะมีรายงานการวิจัยพูดถึงการปกป้องผิวจากเอนไซม์ MMP-1 ที่ไปย่อยคอลลาเจนจนเกิดริ้วรอยได้อีก 1 (Int J Cosmet Sci. 2012; 34(1):23-8.) ดูๆ เป็นแนวๆ ได้ว่า น่าจะได้ประโยชน์เรื่องรอยสิว และเน้นคุมมันด้วย Zinc อีก 1 รูปแบบคือ Zinc gluconate
  • สารสกัดจาก Horse chestnut (Aesculus hippocastanum seed extract) ซึ่งเป็น Antioxidant และมีประกอบด้วยสารพฤกษเคมีที่ชื่อ Aescin และ Escin มีประโยชน์ในการดูแลการอักเสบ (Int J Cosmet Sci. 1999;21(6):437-47.) จับคู่มากับ  Ammonium Glycyrrhizate ที่ดูแลด้านการอักเสบระคายเคืองเหมือนกัน
  • สารสกัดจากบัวบก Centella asiatica extract หรือ Cica ที่ดูแลเรื่องรอยต่างๆ เสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน ให้ความรู้สึกสบายผิว
  • มี Caffeine ที่มีประโยชน์กับผิวหลายด้าน รวมทั้งได้เรื่อง Antioxidant
  • ปิดท้ายด้วยสารสกัดจาก Black oat (Avena strigosa seed extract) ที่มาในคอมบิเนชั่นกับ Lecithin และสารอื่นๆ น่าจะเป็นชุดส่วนผสมของ Aquarich ที่นำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ ทางผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่าสารบำรุงชุดนี้เป็น Epidermal moisture ally อารมณ์แบบมิตรแท้ในการอุ้มน้ำของผิว โดยมีผลการทดสอบสารสกัดชุดนี้ในอาสาสมัครโดยทางบริษัท พบว่าช่วยเสริมการกักเก็บน้ำให้อยู่ในผิวได้นานขึ้นถึง 24 ชั่วโมง และ ลดการเกิดอาการแห้ง ลอกเป็นขุยของผิวหนัง เมื่อให้อาสาสมัครใช้เป็นเวลา 14 วัน

ในภาพรวมก็คือ เซรั่มขวดนี้ประกอบด้วยสารบำรุงที่ดูแลผิวพรรณที่มีปัญหาสิวได้หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นต้นเรื่อง คือ ควบคุมความมัน ลดการอุดตัน ต่อเนื่องมายังรอยแดง รอยดำ และรอยสิว พร้อมให้ความรู้สึกสบายผิว ส่วนตัวว่าค่อนข้างครบ

ส่วนของเบส น้องมาในเบสแบบน้ำ ไม่มีส่วนผสมที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

เนื้อเซรั่มก็จะข้นนิดหน่อย แต่ก็เกลี่ยง่าย ซึมไว แห้งไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ

ทางไปชอปปิ้ง

แอพฟ้า https://s.lazada.co.th/s.PGIda?cc

แอพส้ม https://shope.ee/7UpEDVc1ej

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Foré การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

[Beauty Update] เซรั่มวิตามินซีสายมินิมอลจาก Foré Vitamin C Brightening Booster Serum

#BeautyUpdate #เซรั่มวิตซี

ก่อนหน้านี้ทางเพจได้นำเสนอเซรั่มดูแลฝ้าสายคลีน อย่าง 4 White Melasma correcting serum จาก Foré (ฟอร์เร่) แบรนด์ไทยน้องใหม่ ที่มีปรัชญาในการดูแลผิวหน้าด้วยเทรนด์ Minimal หรือ Less is more ด้วยการพัฒนาสูตรให้เป็นมิตรกับผิว โดยเลือกใช้ส่วนผสมตามงานวิจัยในปริมาณที่หวังผลได้ไป

ท่านที่พลาดไปสามารถติดตามรับชมได้บนลิงค์นี้เลยค่ะ

<<Click review/วิเคราะห์ส่วนผสม Foré 4 White Melasma correcting serum>>

อยากบอกว่าเซรั่มบำรุงผิวจากแบรนด์ ฟอร์เร่ ไม่ได้เด่นแค่สูตร Melasma สีม่วงนะคะ

สูตรวิตามินซีก็น่าสนใจไม่แพ้กันเลย

หน้าตาน้องเป็นแบบนี้นะคะ

สำหรับส่วนผสมที่ทางแบรนด์เลือกมาก็เรียกได้ว่าค่อนข้างลงตัว

ในด้านของวิตามินซี ทางแบรนด์เลือกใช้ Ethyl ascorbic acid (EtOVC) ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของวิตามินซี L-ascorbic acid (LAA) ที่ผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่ามีความคงตัวที่ดีขึ้น ทนเบสน้ำ ทนต่อค่า pH ที่สูงขึ้นได้

ในด้านของประสิทธิภาพก็คือจะได้เหมือนวิตามินซี คือ เป็น Antioxidant, เป็น Whitening และปกป้องผิวจากรังสี UV

สำหรับตัว EtOVC ส่วนตัวมองว่ามีความน่าสนใจในด้านของ Whitening เป็นพิเศษ โดยน้องมีกลไกพิเศษเสริมเพิ่มมาผ่านหลากหลายกลไก โดยไปยับยั้งการทำงานของ MSH ที่เป็นฮอร์โมนตัวแม่ที่จะไปกระตุ้น Tyrosinase อีกทอดหนึ่ง และ ยังไปทำให้เกิดการทำลายตัวเอง (Autophagy) ของถุงเก็บเม็ดสี หรือ Melanosome (Chen et al., Free Radic Biol Med. 2021;173:151-169) ทำให้น่าจะมีประสิทธิภาพที่ดีในด้าน Whitening ที่เด่นขึ้นค่ะ

ส่วนผสมอื่นๆ ที่น่าสนใจและเลือกมาผสมร่วมกับวิตามินซีได้อย่างลงตัวก็จะเป็น

  • Niacinamide หรือ วิตามินบี 3 ซึ่งเป็น Whitening ได้อีกช่องทางหนึ่งผ่านการยับยั้ง Melanosome transfer และมีประโยชน์ในการดูแลการอักเสบระคายเคือง เสริมการสร้างไขมันที่เป็น Barrier ผิวช่วยให้ผิวแข็งแรง
  • Centella asiatica extract หรือที่มีชื่อเล่นในวงการว่า Cica ก็ให้ประโยชน์กับผิวในหลายๆ ด้าน โดยเด่นไปในด้านของการชะลอวัย ดูแลริ้วรอย
  • สารสกัดจากชะเอม ดูแลเรื่องการระคายเคือง และเป็น Whitening ที่ใช้ Dipotassium glycyrrhizate ซึ่งพบในรากชะเอมเช่นกัน โดยตัวนี้จะเด่นเรื่องการให้ความรู้สึกสบายผิว และดูแลเรื่องการระคายเคือง เสริมมาอีก 1 กรุบ
  • สารสกัดจาก Black oat (Avena strigosa seed extract) ที่มาในคอมบิเนชั่นร่วมกับ Lecithin และสารอื่นๆ น่าจะเป็นชุดส่วนผสมของ AquarichTM ที่นำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ ทางผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่าสารบำรุงชุดนี้เป็น Epidermal moisture ally ให้ฟีลมิตรแท้สำหรับเก็บกักน้ำ เพื่อความฉ่ำ และดูแลผิวแห้ง ลดการเกิดขุยผิว

ในภาพรวมจึงเป็นเซรั่มวิตามินซีที่น่าสนใจ และดูเด่นไปในทาง Whitening ควบคู่ไปกับความสามารถในการเป็น Antioxidant พร้อมทั้งดูแลเรื่องความระคายเคืองผิวไปพร้อมๆ กัน

สำหรับส่วนผสมแบบเต็มจะเป็นดังนี้ค่ะ

Water, Propanediol, Glycerin, Ethyl Ascorbic Acid, Ammonium Acryloyldimethyltaurate/VP Copolymer, Phenoxyethanol, Disodium EDTA, Chlorphenesin, Sodium Citrate, Xanthan Gum, Citric Acid, Niacinamide, Dipotassium Glycyrrhizate, Centella Asiatica (CICA) Extract, Glycyrrhiza Glabra (Licorice) Root Extract, Avena Strigosa (Black Oat) Seed Extract, Lecithin, Potassium Sorbate, Butylene Glycol, Ethylhexylglycerin, Sodium Benzoate.

ซึ่งน้องจะมาในเซรั่มเบสน้ำ ที่ดูแล้วน่าจะเหมาะกับทุกสภาพผิว และไม่มีส่วนผสมที่ไม่เป็นมิตรกับผิว สมกับคอนเซปท์สกินแคร์สายคลีน

ตามไปชอปปิ้ง:

แอพฟ้า https://s.lazada.co.th/s.PGrLM?cc

แอพส้ม https://shope.ee/600QQOCorM

Disclaimer: Sponsored item/self-opinion

#FORE #ฟอร์เร่ #เซรั่มวิตามินซี

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มดูแลปัญหาฝ้าด้วยเทรนด์ Minimal จากแบรนด์ Foré (ฟอร์เร่) กับ 4 White Melasma correcting serum

Content นี้จะนำเอาผลิตภัณฑ์เซรั่มที่น่าสนใจจากแบรนด์ Foré (ฟอร์เร่) ที่มีชื่อว่า 4 White Melasma correcting serum มาวิเคราะห์ส่วนผสมให้ได้ชมกัน

แบรนด์ Foré เป็นสกินแคร์แบรนด์ไทยน้องใหม่ ที่มีปรัชญาในการดูแลผิวหน้าด้วยเทรนด์ Minimal หรือ Less is more ด้วยการพัฒนาสูตรให้เป็นมิตรกับผิว โดยเลือกใช้ส่วนผสมตามงานวิจัยในปริมาณที่หวังผลได้

แบรนด์ Foré เลือกสารบำรุงด้วยเทคนิคการทำงานแบบ Double Action คือ

  • 1st Action: ดูแลปัญหาผิวต่างๆ เช่น ปัญหาสิว รอยสิว ฝ้า จุดด่างดำ ผิวหมองคล้ำ
  • 2nd Action: เพิ่มความชุ่มชื้นของผิวผ่าน 2 มิติ โดยการทดแทน Natural Moisturizing Factor (NMF) ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ Black Oat และมี Lecithin เสริมการทำงานของชั้นไขมันที่เป็นปราการผิวตามธรรมชาติ ที่ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และมีสุขภาพดี

โดยพัฒนาสูตรและส่วนผสมมาได้อย่างลงตัว และเลือกใช้ส่วนผสมที่จำเป็นมาดูแลผิวได้อย่างลงตัว

สำหรับสูตร 4 White Melasma correcting serum จะเป็นเซรั่มสำหรับดูแลปัญหาฝ้าและดูแลเรื่องผิวกระจ่างใสเป็นหลักค่ะ

โดยน้องจะมีหน้าตาประมาณนี้

มาในแพคเกจแบบขวดแก้วสีชา มีดรอปเปอร์

เนื้อเซรั่มค่อนข้างข้น ไม่มีกลิ่นเนื่องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความรู้สึกชุ่มชื้น เย็นและสบายผิว เนื้อจะมีความเคลือบผิวอยู่ แต่ไม่ถึงกับเหนอะหนะ

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

สำหรับส่วนผสมหลักตามแบรนด์เคลมจะประกอบด้วยสารหลักดังนี้ค่ะ

  • 3% Tranexamic acid
  • 2% Alpha-arbutin
  • 5% Niacinamide
  • 4-butyl resorcinol

เสริม Dipotassium glycyrrhizate เข้ามาช่วยดูแลเรื่องความรู้สึกสบายผิว ดูแลเรื่องการระคายเคือง และ Lecithin ที่ดูแลด้านความชุ่มชื้นให้ผิว

ส่วนผสมแบบเต็มเป็นดังนี้

เรามาดูรายละเอียดส่วนผสมแต่ละชิ้นกัน

สารส่วนผสมที่ให้ประโยชน์หลักในด้าน Whitening แทนด้วยสีชมพู

  • Tranexamic acid หรือ TXA เป็นสารสำคัญชิ้นหนึ่งในวงการ Whitening เดิมทีใช้เป็นยาช่วยให้เลือดแข็งตัว เป็นยาห้ามเลือด แต่พบว่าสารสามารถออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส มีผลลดการสร้างเมลานิน ผ่านการยับยั้ง Plasmin ซึ่งปกติ Plasmin เป็นตัวตั้งต้นก่อนจะไปกระตุ้นฮอร์โมน alpha-MSH (Melanocyte stimulating hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนตัวแม่ที่จะไปกระตุ้นให้เซลล์เมลาโนไซท์ ทำงานมากขึ้นก็สร้างเมลานินออกมาได้มากขึ้น พอโดนยับยั้งไปก็มีการสร้าง Melanin ออกมาลดลงเกิดเป็นประสิทธิภาพด้าน Whitening (J Am Acad Dermatol 2011;October:699-714.) มีรายงานการวิจัยศึกษาผลของ Tranexamic acid เข้มข้น 3 % ในสูตรครีมเพื่อรักษาฝ้าในอาสาสมัคร พบว่าให้ผลดีเทียบเท่าสูตรผสมของ Hydroquinone กับ Dexamethasone แต่ผลข้างเคียงต่ำกว่ามาก (J Res Med Sci. 2014;19(8):753-7.)
  • Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามิน B3 น้องมีประโยชน์กับผิวได้หลายประการ ถ้าเป็นด้านของ Whitening น้องจะไปยับยั้งการส่งผ่าน Melanin ที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปภายนอก (ยับยั้งที่กระบวนการ Melanosome transfer) และยังมีประโยชน์อื่นๆ เช่น ดูแลเรื่องสิว ควบคุมความมัน ลดการอักเสบระคายเคือง เสริมการสร้างไขมันที่เป็น Barrier ผิว
  • มีงานวิจัยที่ทดสอบประสิทธิภาพของ TXA 2% + Niacinamide 2% ในอาสาสมัคร เป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่าให้ผลเสริมฤทธิ์กันในการลดปริมาณเม็ดสี (Melanin index) ในอาสาสมัครได้ดี (Lee et al, Skin Res Technol. 2014 May;20(2):208-12.) ซึ่งทางแบรนด์ก็คือใช้ TXA 3% + B3 5% จัดเต็มไปอีก
  • 4-butyl resorcinol ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ทำให้เมลานินถูกสร้างมาน้อยลง สารนี้มีการทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครที่เป็นฝ้ากับครีมที่มีส่วนผสมของสารนี้ 0.1% เป็นเวลา 6-8 สัปดาห์ พบว่ารอยฝ้าจางลง และมีรายงานผลข้างเคียงจากการทดสอบน้อย (Ann Dermatol. 2010; 22(1): 21–25.)
  • Alpha-arbutin เป็นตัวยืนพื้นอีกตัวแห่งวงการ Whitening มีคุณสมบัติในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ทำให้เมลานินถูกสร้างมาน้อยลง ผิวจึงแลดูขาวขึ้น

สำหรับสารบำรุงด้าน Whitening ที่ทางแบรนด์เลือกใช้นั้นเรียกได้ว่า Dose ถึง อิงตามงานวิจัย และมีการออกฤทธิ์ที่เสริมกันในหลายขั้นตอนของการสร้างเม็ดสีผิว สามารถสรุปได้ประมาณรูปนี้

สารบำรุงชุดต่อมา สารสกัดจาก Black oat (Avena strigosa seed extract) ที่มาในคอมบิเนชั่นกับ Lecithin และสารอื่นๆ น่าจะเป็นชุดส่วนผสมของ Aquarich ที่นำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ ทางผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่าสารบำรุงชุดนี้เป็น Epidermal moisture ally อารมณ์แบบมิตรแท้สำหรับเก็บกักน้ำ โดยมีผลการทดสอบสารสกัดชุดนี้ในอาสาสมัครโดยทางบริษัท พบว่าช่วยเสริมการกักเก็บน้ำให้อยู่ในผิวได้นานขึ้นถึง 24 ชั่วโมง และ ลดการเกิดอาการแห้ง ลอกเป็นขุยของผิวหนัง เมื่อให้อาสาสมัครใช้เป็นเวลา 14 วัน (TDS Aquarich by Rahn AG)

สำหรับส่วนผสมอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่

  • Borage seed oil หรือ น้ำมันจากเมล็ด Borage ประกอบด้วยกรดไขมันจำเป็น Linoleic acid ที่ดูแลเรื่อง Barrier ผิว ให้ผิวแข็งแรง
  • Dipotassium glycyrrhizate ดูแลเรื่องการระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว
  • Arginine เป็นกรดอะมิโน ที่ดูแลเรื่องการเก็บกักน้ำตามธรรมชาติของผิว

มาในเบสที่เป็นเบสแบบน้ำ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ

  1. สารบำรุง สำหรับสารบำรุงที่จัดเป็น Whitening นั้นทำงานร่วมกันผ่านหลายกลไก ตั้งแต่ก่อนเริ่มสร้างเม็ดสี ระหว่างสร้างเม็ดสี ไปจนถึงสร้างเม็ดสีเสร็จแล้ว โดยมี B3 ไปขัดขวางไม่ให้เม็ดสีออกไปข้างนอก และเสริมสารที่ดูแลเรื่องความชุ่มชื้นผิวกับการระคายเคืองมาด้วยพร้อมๆ กัน ถ้ามี Antioxidant (AOX) อื่นๆ มาเสริมอีกสักหน่อยจะสมบูรณ์แบบ แต่จริงๆ เราก็สามารถไปทาวิตามินซี หรือ AOX อื่นเสริมเองในขั้นตอนอื่นของรูทีนก็ได้ โดยรวมขอให้ 4 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์นี้ประมาณ 2 สัปดาห์เศษๆ ค่อนข้างชอบเนื้อของเซรั่มที่ค่อนข้างชุ่มผิว ด้วยความที่เราเป็นคนผิวผสม/แห้ง เนื้อประมาณนี้คือกำลังดีเลย ส่วนประสิทธิภาพด้าน Whitening นั้นอาจจะยังฟันธงได้ 100% เลยไม่ได้ เพราะใช้มาแค่ระยะสั้นๆ และตนเองก็ไม่ได้มีปัญหาจุดด่างดำในช่วงนี้ แต่ก็รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีของผิว จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Foré (ฟอร์เร่) ด้วยนะคะ ที่ส่งสินค้าดีๆ มาให้ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

Facebook: Fore skincare https://www.facebook.com/profile.php?id=100090069652535

ส่วนของราคาก็กำลังน่ารัก ขวดนี้ 30 ml อยู่ที่ 590 บาทค่ะ (สำรวจเมื่อ 4 ก.ย. 2566 ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่น)

สามารถติดตามไปแอบส่องแอบตำได้ที่ตามช่องทางของทางแบรนด์เลยนะคะ

LazMall https://s.lazada.co.th/s.kLPlj?cc

ShopeeMall https://shope.ee/3VHnh4Rc6j

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Foré  การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ