Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่ม Hyaluronic acid 2% + B5 จาก The Ordinary

Revised April 25, 2021 (Ingredient list was checked with the official website)

สำหรับ Blog post นี้จะเป็นการรีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่ม Hyaluronic acid (2%) + B5

เป็นผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ The ordinary ซึ่งตอนนี้เป็นแบรนด์ที่หลายๆคนกำลังจับตามอง ด้วยราคาที่ค่อนข้างถูก ใช้ส่วนผสมที่จัดมาอย่างเรียบง่าย แต่ลงตัว ทำให้แบรนด์นี้ได้รับรางวัลมากมายจากหลายๆแหล่งเลยทีเดียว

แต่ข้อเสียคือ แบรนด์นี้จะหาซื้อยากนิดนึง จะ Shipping มาเองจาก Canada/USA ก็แบบว่าค่าส่งแพงเว่อร์วังมาก แพงกว่าค่าเซรั่มเสียอีก จะพรีออร์เดอร์ก็กลัว เพราะตัวขวดไม่ได้มี Seal หรืออะไรการันตีเลยว่าเป็นของใหม่ แถมวันผลิตก็ไม่มี นางปั๊มมาแค่ Lot ซึ่งเอาไปเชคยังไงมี่ก็ไม่ทราบ ลองไปหาหน้าเวบแล้วไม่เจอ (ถ้าใครรู้บอกหน่อยนะคะ)

แต่นับเป็นโชคดีอย่างหนึ่งของสายเกาอย่างเรา นางมีชอปที่เกาหลี ซึ่งมี่เคยอัพกระทู้พาไปชมไว้เมื่อช่วงปลายปีที่แล้วค่ะ

ลิงค์: http://www.jeban.com/topic/240844

แล้วก็เคยรีวิวตัว Granactive retinoid ไว้ด้วยค่ะ
ลิงค์: http://www.jeban.com/topic/238578

ว่าแต่รีวิวไปแล้วแล้วเธอมาทำไม

ที่มาไม่ได้จะมาเล่าอะไรซ้ำซาก วันนี้จะมารีวิวตัวเซรั่มสูตร Hya 2% + B5 ที่พึ่งไปได้มาจากเกาหลีค่ะ

นางจัดอยู่ในกลุ่ม Hydrators and oils ค่ะ

หน้าตาเค้าจะมาคล้ายๆกันเป็นแบบนี้ค่ะ

ลักษณะของ Package คือ มาในรูปแบบขวดแก้วที่มีหลอดหยด

เหมือนกันแทบทุกไลน์เลยทีเดียว

เซรั่มตัวนี้เคลมว่า ใช้โมเลกุลของ Hyaluron หลายๆขนาด เพื่อการเติมน้ำให้ชั้นผิวที่หลายระดับ (Multi-depth care) คล้ายๆกับ Hylamide สูตรม่วง และ Niod สูตร MMHC เพียงแต่มีราคาย่อมเยากว่า และแน่นอน ส่วนผสมก็ยังหรูเทียบ Hylamide กับ Niod ไม่ได้ค่ะ ของแพงต้องอัดแน่นกว่าอยู่แล้วหละ จุดนี้

ตัวเซรั่มเป็นแบบน้ำใส ค่อนข้างหนืด มีกลิ่นของวัตถุดิบอยู่ค่ะ

นางจะมีความหนึบค่อนข้างมาก ส่วนตัวจะใช้แค่กลางคืนค่ะ

ค่า pH อยู่ที่ประมาณ 6 – 7

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

ตัวส่วนผสมจะค่อนข้างเรียบง่ายสมชื่อแบรนด์ค่ะ

ในด้านของส่วนผสม มี Hyaluron อยู่ 2 รูปแบบ คือ Hya ปกติ กับ Hya polymer ที่มีขนาดใหญ่ เน้นเคลือบคลุมผิวภายนอก

เสริมมาด้วยสารสกัดจากสาหร่ายสีแดง และ Panthenol ซึ่งเป็นโปรวิตามินบี 5 เสริมเข้ามา จึงมีความเด่นในด้านของการเป็น moisturizer ที่เติมน้ำให้ผิวเป็นหลัก

สำหรับ Hyaluron ที่ใช้ ทางแบรนด์เคลมว่า ใช้ 3 ขนาด คือ ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และ ขนาดเล็ก มีเคลมเรื่องของการเติมน้ำให้ผิวที่หลายๆระดับ

สารสกัดจากสาหร่ายสีแดง (Ahnfeltia concinna extract) เสริมเข้ามา ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่ามีคุณสมบัติส่งเสริมการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว เพิ่มความยืดหยุ่น ความนุ่ม ลดริ้วรอยให้ผิวเรียบเนียน ลดการระคายเคืองให้ความรู้สึกสบายผิว

Panthenol หรือ โปรวิตามินบี 5 มีประโยชน์กับผิวในด้านของการเติมน้ำให้ผิว และลดการอักเสบระคายเคือง

อีกจุดที่น่าสนใจคือการใส่ Ethoxydiglycol เข้ามา ซึ่งสารนี้ทำหน้าที่เพิ่มการดูดซึมของสารอื่นเข้าสู่ผิวได้ (เรียกว่าเป็น penetration enhancer) น่าจะมีประโยชน์ในการเสริมการซึมเข้าไปของ Hya แต่ประเด็นนี้ไม่ค่อยแน่ใจ เพราะยังไม่มีข้อมูลการเสริมการดูดซึมของสารที่ละลายน้ำได้ดี และมีขนาดใหญ่

ในด้านภาพรวม ถือว่าเป็นเซรั่มเติมน้ำที่ทำมาได้ดี เมื่อเทียบกับราคา (ประมาณ 350 บาท/30 ml คิดเป็น 11.67 บาท/ml) ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์และสารอื่นที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

มาให้คะแนนกันค่ะ

วันนี้ขอให้คะแนนที่ 2 หมวดนะคะ เนื่องจากส่วนผสมค่อนข้างน้อย

  1. ส่วนผสม ในภาพรวมถือว่าทำมาได้ดีในการด้านการเป็นเซรั่มเติมน้ำ แต่ส่วนตัวมี่ชอบสกินแคร์ที่ส่วนผสมหวือหวาเยอะแยะอัดแน่นมากกว่า คิดว่าเดี๋ยวนี้เรายังมี Hya อีกหลายประเภท รวมถึงอาจเลือกเอา N-acetyl glucosamine ซึ่งเป็นหน่วยเล็กสุดของ Hya มาใช้ได้อีก นางยังไปได้อีกเยอะ เหมือนยังไม่สุด เลยขอให้ 4 ฟลาสก์ 
  2. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ผิวผสม/แห้งนะคะ แต่ก็ยังคิดว่าเซรั่มนี้หนึบไปนิดหน่อยสำหรับการใช้ตอนกลางวัน เลยใช้แค่กลางคืน ในด้านของความชุ่มชื้น แบบว่าแอบเซอร์ไพรส์นะ ลงผิวแล้วเช้าตื่นมาคือหน้านุ่มฟูดีงามมาก ดีกว่าที่คิด ดีกว่าที่ดูจากส่วนผสมเยอะมาก ถ้าหนึบน้อยกว่านี้อีกนิดน่าจะฟินได้มากกว่านี้อีก ขอให้ 4 ฟลาสก์

สำหรับวันนี้คงต้องขอตัวลากันไปเท่านี้ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เซรั่มไฮยาลูรอน จากแบรนด์ Hylamide สูตรสีชมพู Low molecular HA Multi-depth rehydration booster

สวัสดีค่ะ

สำหรับ Content นี้ มี่จะมารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมของเซรั่มไฮยาของแบรนด์ Hylamide สูตรสีชมพู ที่มีชื่อว่า Low molecular HA Multi-depth rehydration booster ค่ะ

แบรนด์ Hyalmide เป็นแบรนด์ในเครือของ Deciem ที่เป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง/เวชสำอางชื่อดังหลายๆแบรนด์เช่น Chemistry, The ordinary, NIOD เป็นต้นค่ะ

โดยสำหรับตัวแบรนด์ Hylamide นั้นเน้นไปที่เรื่องความชุ่มชื้นโดยการใช้พวก Hyaluron เป็นหลักค่ะ

หน้าตาเป็นประมาณนี้นะคะpink 3

 

เนื้อเซรั่มค่อนข้างเป็นแบบเจลใส ค่อนข้างหนึบค่ะ ไม่มีน้ำหอมเลยจะมีกลิ่นของวัตถุดิบอยู่จางๆ

pink 1

ส่วนตัวคิดว่าเกลี่ยได้ค่อนข้างยาก และรู้สึกหนึบๆนิดหน่อย แต่ถ้าเราตบๆเบาๆ ไปสักพัก ความหนึบก็จะหายไป เหลือแต่ความรู้สึกนุ่มและสบายผิว

pink 2

สำหรับจุดเด่นของเซรั่มนี้ตามที่แบรนด์เคลม มีด้วยกัน 5 อย่างนะคะ

claim hyla pink

(Image from Hylamide official website)

  1. Very low-molecular HA เป็น Hya ขนาดเล็กที่เคลมว่าดูดซึมลงผิวได้ดีกว่า Hya ปกติ
  2. Hya ที่ผ่านการหมัก เคลมเรื่องการเพิ่มความชุ่มชื้นที่บนผิว
  3. Hydrolyzed HA เป็น Hya ที่เคลมว่าดูแลความชุมชื้นที่ด้านบนของผิวชั้นนอก
  4. Hya precursor เป็นสารตั้งต้นของการสังเคราะห์ Hya ตามธรรมชาติของผิว
  5. Plant HA เป็นสารกลุ่ม Polysaccharide ที่ได้จากมะขาม มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นเช่นกัน

 

ราคาที่เมืองนอกก็ไม่ได้แพงมากอยู่ที่ 17 USD ตีเป็นเลขกลมๆก็ประมาณ 500 บาท/30 ml

สำหรับตัวนี้ไม่ได้วัดค่า pH นะคะ

 

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส hya pink-updated

ในภาพรวมส่วนผสมของตัวนี้เป็นเซรั่มที่มาในเบสแบบน้ำ ไม่มีส่วนของน้ำมัน แอลกอฮอล์ และซิลิโคน รวมทั้งไม่มีน้ำหอมค่ะ

สำหรับสารบำรุงวันนี้มี่แยกมาเป็น 4 สี นะคะ

  • สีเขียว เป็นกลุ่มของ Hya ซึ่งมีด้วยกัน 3 รูปแบบ คือ Sodium hyaluronate crosspolymer อันนี้เป็น Hya ตัวใหญ่มาก มีความหนึบ เคลือบปกป้องให้ความชุ่มชื้นอยู่ด้านบนผิว Hydrolyzed sodium hyaluronate เป็น Hya ที่ผ่านการย่อยให้มีขนาดเล็กลง จะลงไปที่ด้านบนๆของผิวชั้นนอก ส่วน Sodium hyaluronate เป็น Hya รูปแบบปกติ เคลือบปกป้องให้ความชุ่มชื้นอยู่ด้านนอกผิวเช่นกันค่ะ

 

  • สีม่วง เป็นกลุ่มของสารสกัด และสารบำรุงที่ได้จากธรรมชาติ ได้แก่
    • Gum จากมะขาม ตัวนี้มีประโยชน์ทั้งเป็นตัวเพิ่มความหนืดให้แก่เนื้อเซรั่ม และให้ความชุ่มชื้นไปพร้อมๆกันค่ะ นอกจากนี้จะให้สัมผัสที่นุ่ม และเรียบเนียน (Smooth)
    • สารสกัดจากเห็ดหูหนูขาว (Tremella fuciformis extract) ประกอบด้วย Polysaccharide ที่มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นผ่านการเติมน้ำให้ผิวเช่นกัน
    • Ahnfeltia concinna extract เป็นสารสกัดจากสาหร่ายสีแดง ที่มีกลุ่มของพวก Polysaccharide ที่มีประโยชน์ในด้านการเพิ่มความชุ่มชื้นผ่านการเติมน้ำให้ผิวเช่นกัน

 

  • สีฟ้า สูตรผสมระหว่าง Aqua (and) Hydrolyzed Yeast Extract (and) Polyglucuronic Acid อาจจะหมายถึงวัตถุดิบ Glycokine Factor STM ของบริษัท Croda ซึ่งมีเคลมว่า ประกอบด้วยสารในกลุ่ม Polysaccharide ที่มีคุณสมบัติไปกระตุ้น Keratinocyte (เซลล์ผิวในชั้นหนังกำพร้า) ให้ผลิต Hyaluronic acid ออกมาตามธรรมชาติ เพื่อช่วยดักจับน้ำให้ผิว และยังเสริมการผลิต Laminin-5 ซึ่ง laminin-5 เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของชั้น Basement membrane ที่เป็นตัวกั้นแบ่งระหว่างชั้นหนังกำพร้า กับชั้นหนังแท้ (Dermis) ให้คงรูปอยู่ได้ ไม่ยุบตัวลงมาเป็นริ้วรอย และยังช่วยในเรื่องการการทำงานประสานกันระหว่าง Epidermis/Dermis ด้วย (อ้างอิงเรื่อง Laminin-5 J Dermatol Sci. 2000;24 Suppl 1:S51-9.) จึงมีประโยชน์ในเชิง Anti-aging นอกจากนี้ผลในระดับหลอดทดลองพบว่าสารบำรุงชุดนี้ยังเสริมการทำงานของ Fibroblast ทำให้มีการสร้างพวกเส้นใย Elastin ออกมา ทำให้ผิวเรามีความยืดหยุ่นขึ้น โดยทางบริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบมีการทดสอบในอาสาสมัครพบว่าเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Glycokine Factor STM อยู่ มีริ้วรอยลดลง 46% ในเวลาเพียง 1 เดือน (TDS Glycokine Factor STM, Croda)

 

  • สีน้ำตาล เป็นสารให้ความชุ่มชื้น อย่าง Glycerin ที่เป็นตัวทำละลายที่ดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว กับ Betaine ที่เป็นอนุพันธ์ของกรดอะมิโน Glycine ตัวหลังนี้ช่วยปรับสัมผัสเนื้อให้เบาลงได้ด้วยค่ะ

 

มาให้คะแนนดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง เรียกได้ว่า เน้นไปที่สารในกลุ่ม Polysaccharide ซึ่งส่วนใหญ่ได้มาจากธรรมชาติ หรือผ่านเทคโนโลยีทางชีวภาพ มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นผ่านการเติมน้ำให้ผิว มีประโยชน์ให้ผิวนุ่ม เรียบเนียน และมีประโยชน์ในเชิงการลดเลือนริ้วรอย พอผิวเราชุ่มน้ำ ผิวเราก็จะเต่งตึงขึ้น เหมือนลูกโป่งที่ใส่น้ำไว้ พวกริ้วรอยตื้นๆมันก็จะโดนอำพรางไป คือ ถ้าวัดกันเฉพาะด้านเติมน้ำ คงให้ไปแล้ว 5 คะแนนเต็ม แต่ถ้าวัดแบบรวมๆ ขอให้ 3 ฟลาสก์ เพราะเด่นไปในด้านของการเพิ่มความชุ่มชื้นผ่านการเติมน้ำอย่างเดียว
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวเลยไม่มีจุดให้หักคะแนน ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวมี่มีผิวผสม/แห้ง ยังคิดว่าเซรั่มตัวนี้ค่อนข้างเหนอะหนะและหนักผิวอยู่สักหน่อย ถ้าทาชั้นแรกเลยหลังลงโทนเนอร์ อาจจะต้องทิ้งช่วงห่างนิดหน่อย ระหว่างรอซึม ก็นวดเบาๆ กดเบาๆ ตบเบาๆ สักพัก ก็จะเริ่มซึม สามารถลงสกินแคร์ตัวอื่นได้ค่ะ หรือจะเอาลงท้ายสุด ทิ้งช่วงจากสกินแคร์สุดท้ายอีกนิด หรือจะเบลนด์ผสมกับครีมก่อนลงผิว ก็ทำให้ได้สัมผัสที่ดีขึ้น ส่วนตัวค่อนข้างชอบนะคะ และคิดว่า ผิวชุ่มชื้น นุ่มนวล และเด้งขึ้นอยู่ในระดับหนึ่ง ให้ไป 5 ฟลาสก์เลย

 

คะแนน pink

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านด้วยนะคะ ที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับวันนี้คงต้องขอตัวลาไปเท่านี้ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ