Image

[รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม] เซรั่มดูแลปัญหาผมร่วง Vichy Dercos Regen Booster Serum และแชมพู ที่มาด้วย Aminexil

Vichy Dercos ออก product ดูแลปัญหาผมร่วงมาใหม่คือปังมาก มาในชื่อ R.E.G.E.N. Booster serum 

เป็นเซรั่มลดผมร่วง และช่วยบูสท์ผมเกิดใหม่ โดยมีผลทดสอบเชิงคลินิกในอาสาสมัคร พบว่าสามารถเพิ่มผมเกิดใหม่ +14,000 เส้น ภายใน 12 สัปดาห์ เหมาะกับคนที่มีปัญหาผมขาดหลุดร่วงมากๆ และสูตรออกแบบมาเป็นอย่างดีสำหรับคนที่มีปัญหาหนังศีรษะบอบบาง (sensitive scalp)

ตัวเซรั่มมาในหน้าตาแบบนี้ค่ะ

vichy dercos regen booster serum

เนื้อเซรั่มเป็นแบบน้ำใส มีกลิ่นหอม เวลาใช้งานบนหนังศีรษะให้ความรู้สึกสบาย ไม่เหนอะหนะ ผมไม่ลีบ และไม่ร้อนวูบวาบ

ในการใช้งาน เราจะใช้ทีละ 1 dose ต่อ 1 ส่วน คือ ขีดสีดำบนหลอดหยดนี้ แบ่งผมเป็น 4 ส่วน ค่อยๆ หยดแล้วนวดจนทั่วหนังศีรษะ

ตัวผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพ พบว่า

  • เพิ่มวอลลุ่มให้ผมดูหนาขึ้นถึง 68%
  • เส้นผมแข็งแรงขึ้นเท่าตัว
  • หนังศีรษะได้รับการบำรุงมากขึ้น

(ภาพจาก Vichy Official)

ส่วนผสมเป็นดังนี้

คอนเซปท์ของสารบำรุงในผลิตภัณฑ์นี้คือ Dual action จากภายในและภายนอก hair bulb หรือ กระเปาะรากผม

Inside: ภายใน เสริมการฟื้นฟูตัวเองด้วย Niacinamide 3% และ สารสกัดจากรากขิง ซึ่งมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเส้นผม

Outside: ภายนอก โครงสร้างตาข่ายผิวหนังศีรษะแข็งแรง ให้รากผมยึดเกาะแน่นและแข็งแรง ด้วย AminexilTM (Diaminopyrimidine oxide) 

เรามาดูกันที่ Aminexil ซึ่งเป็นโมเลกุลที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Minoxidil ที่เป็นยา แต่ Aminexil จัดเป็นวัตถุดิบทางเครื่องสำอาง โดยนักวิจัยของทาง L’oreal ได้ทำการวิจัย ค้นคว้าและพัฒนาสารมากว่า 150 สาร กว่าจะเจอ Aminexil ที่มีประโยชน์ในการดูแลรากผม และเจอกลไกที่น่าสนใจของนาง

aminexil vs minoxidil

โดยตัว Aminexil นั้นเรียกได้ว่ามีจุดเด่นในเรื่องของการลดการแข็งตัวของคอลลาเจน (Anti-fibrotic effect) ผ่านการยับยั้งเอนไซม์ lysyl oxidase เอนไซม์นี้ปกติทำหน้าที่เชื่อม (cross-link) เส้นใยคอลลาเจน ในโครงสร้างที่ใกล้รากผม หรือ perifollicular sheath ถ้าโดน cross-link เยอะๆ จะแข็งไม่ยืดหยุ่น ทำให้รากผมยึดเกาะได้ไม่แข็งแรง และรบกวนการส่งผ่านของสารอาหารที่มาเลี้ยงรากผม 

นอกจากนี้ยังอาจจะมีประโยชน์ในเรื่องของการเสริมการไหลเวียนของเลือด ทำให้สารอาหารมาเลี้ยงรากผมได้มากขึ้น และ ปรับสมดุลการเจริญของผม โดยไปยืดอายุระยะการเจริญของผม (anagen) กับ ลดระยะพักของเส้นผม (telogen) 

ผลการทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงจากทาง L’oreal พบว่า Aminexil ยังไปลดการสร้างสารกลุ่ม cytokines ที่มีผลเกี่ยวกับกระบวนการอักเสบ, เอนไซม์ที่ไปย่อยสลายคอลลาเจน และยังเพิ่มโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง-เจริญของเซลล์ผิวในชั้นหนังกำพร้า ในภาพรวมก็คือทำให้หนังศีรษะสุขภาพดีขึ้น (Ref: L’oreal, 2022)

อีกจุดที่น่าสนใจคือ ล่าสุดช่วงปลายปี 2025 aminexil เกือบจะได้รับการยอมรับเป็นเอกฉันท์ (near consensus) โดยผู้เชี่ยวชาญ ให้ใช้ในการดูแลปัญหาผมบาง ผมร่วง (J Cutan Med Surg. 2025 Nov-Dec;29(5_suppl):5S-14S.)

จึงถือว่าเป็นสารที่น่าสนใจมากในการดูแลปัญหาผมร่วง

ในส่วนของการใช้ Niacinamide เพื่อดูแลปัญหาผมร่วงนั้นก็มีกลไกการบำรุงหลายอย่างที่น่าสนใจนะคะ 

  • Niacinamide เป็นสารตั้งต้นของ NAD+ ซึ่งจะเอาไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนสร้างสารพลังงานสูง ATP โดยเซลล์รากผมเป็นเซลล์ที่ใช้พลังงานเยอะ เลยต้องการ ATP เยอะ การเสริม Niacinamide ก็น่าจะมีประโยชน์ในส่วนนี้
  • ดูแลหลายๆ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบและการระคายเคือง ทำให้รากผมทำงานได้ดี
  • ทำให้ Barrier ของหนังศีรษะแข็งแรงขึ้น โดยไปเสริมการสร้างไขมันที่เป็น Barrier ของหนังศีรษะ

เสริมมาด้วยสารสกัดจากขิง ที่เป็น antioxidant และ Piroctone Olamine ที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อยีสต์ Malassezia spp. ซึ่งเกี่ยวข้องกับรังแค ปรับกระบวนการสร้าง-ผลัดทิ้ง (Turnover) ของ Keratinocyte บนหนังศีรษะให้ช้าลง ทำให้การเกิดรังแคลดลง และมีผลการทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Piroctone Olamine เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ช่วยให้หนังศีรษะมีสุขภาพดีขึ้น และ ผมร่วงน้อยลงเมื่อเทียบกับสูตรเบส (Int J Cosmet Sci. 2021:43 Suppl 1:S26-S33.)

ในไลน์ Aminexil จะยังมีแชมพูและครีมนวดผมด้วยนะคะ

Blog นี้ขอหยิบเอาแชมพูมาวิเคราะห์ส่วนผสมด้วยเลย

ส่วนนี้จะเป็นหน้าตาของแชมพูนะคะ

vichy dercos stimulating shampoo

ฟองสวยใช้ได้เลย 

ค่า pH ของฟองอยู่ที่ประมาณ 5 – 6 ซึ่งถือว่าเหมาะมากๆ กับหนังศีรษะที่บอบบาง

ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในปอยผมจากห้องปฏิบัติการมาตรฐาน และ Third party (ห้องแลปนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับทีมวิจัย) ว่า

  • ผมดูมีวอลลุ่มขึ้น 19% ตั้งแต่สระครั้งแรก
  • ผมดูสุขภาพดีขึ้น และเส้นผมแข็งแรงขึ้น 47% เมื่อใช้ต่อเนื่อง 5 ครั้ง

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในส่วนของสารทำความสะอาดได้แก่

  • Sodium laureth sulfate ให้ฟองเยอะ ทำความสะอาดได้ดี
  • Sodium cocoamphoacetate และ coco-betaine เป็นสารทำความสะอาดชนิด 2 ประจุ (amphoteric) เพิ่มความอ่อนโยนให้แก่สูตร ดูแลและลดปัญหาการระคายเคืองจากสารทำความสะอาด

ใช้ Polyquaternium-10 เคลือบผมให้ไม่พันกัน 

ในส่วนของสารบำรุง ก็จะมี Aminexil + Niacinamide เสริม Citric acid เป็น AHA และ Salicylic acid เป็น BHA ในการใช้สำหรับหนังศีรษะจะให้ประโยชน์ในการดูแลปัญหารังแค เพื่อหนังศีรษะสุขภาพดี และ มี tocopherol หรือ วิตามินอี เป็น antioxidant 

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Vichy มากเลยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ได้เปิดหูเปิดตาและได้ทดลองใช้ และต้องขอขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะ ที่ติดตามรับชมมาจนจบ 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามที่ทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

>> ที่ Facebook @VichyTH

ทางไปช้อปปิ้งเซรั่ม

Shopee https://s.shopee.co.th/7fVBgTrZge

Lazada https://s.lazada.co.th/s.Zd98D8?cc&t=p-i6PNcSo-sRJ1Y6b

แชมพู

Shopee https://s.shopee.co.th/2BAF8TC5BJ

Lazada https://s.lazada.co.th/s.Zd98CC?cc&t=p-i1xWy-s28gW

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Vichy การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

#RegenSerum #เซรั่มปลุกผมที่เห็นผล #VichyDercosปลุกผมใกล้ฉัน #AntiHairloss #VichyTH

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Coconut anti-hair loss Hair tonic ดูแลปัญหาผมร่วง ผสานนวัตกรรมภูมิปัญญาไทยและสารบำรุงระดับโลก

Blog นี้มีรีวิวและวิเคราะห์ส่วนผสม Hair tonic ดูแลปัญหาผมร่วงที่น่าสนใจมาฝากกัน

ถ้าพูดถึงแบรนด์ Tropicana หลายๆ ท่านอาจเป็นลูกค้าประจำของทางแบรนด์อยู่แล้ว เพราะว่าแบรนด์นี้มีชื่อเสียงมากเรื่องน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นที่ส่งออกไปนานาประเทศทั่วโลกเลยก็ว่าได้

ตอนนี้ทางแบรนด์มีผลิตภัณฑ์กลุ่มสกินแคร์ และ ดูแลเส้นผมออกมาหลายชิ้น

วันนี้เลยได้โอกาสขอหยิบเอา Hair tonic ที่ทางแบรนด์พึ่งพัฒนาออกมามาวิเคราะห์ส่วนผสมกันสักหน่อย

น้องมีชื่อเต็มๆ ว่า Coconut anti-hair loss hair tonic

ซึ่งมาในขวดสเปรย์ที่มีหน้าตาแบบนี้ค่ะ

ผลิตภัณฑ์มาในเนื้อแบบใส มีสีเหลืองอ่อนๆ นวลๆ โดยทางแบรนด์ไม่ได้ใช้สี ดังนั้นนี่เป็นสีของสารบำรุงในตำรับเลยค่ะ และแต่งกลิ่นมาหอมดี

ตัวสเปรย์ เวลาใช้งานลงบนหนังศีรษะ ไม่ทำให้ผมพันกัน ไม่รู้สึกแห้งหรือว่าระคายเคือง และให้กลิ่นที่หอม

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5

ก่อนไปดูส่วนผสม ขอเล่าเรื่องการเจริญของผมหน่อยนะคะ

ผลของคนเรามีระยะการเจริญอยู่ 3 ระยะหลักๆ ได้แก่

  1. Anagen เป็นระยะที่เส้นผมกำลัง Active เป็นระยะที่ผมเรางอกยาวออกมา เซลล์ต่างๆ ในรากผมทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง
  2. Catagen เป็นระยะที่เส้นผมเริ่มหยุดสร้างตัวเอง กลายร่างเป็น Club hair
  3. Telogen เป็นระยะสุดท้ายที่ผมนั้นพร้อมหลุดออกไปได้เมื่อมีแรงมากระทำ

ซึ่งในคนปกติที่สุขภาพดี เมื่อถึง Telogen แล้ว รากผมก็จะเปลี่ยนตัวเองเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ Anagen อีกรอบค่ะ ทำให้เรามีผมตลอดเวลาไม่มีระยะผลัดขนเหมือนสัตว์บางชนิด

     โดยในปัจจุบันมีการเพิ่มชื่อระยะเข้ามาอีกนิดหน่อยค่ะ ที่สำคัญมี 2 คำ ได้แก่

  • Exogen เป็นระยะหลัง Telogen ที่ผมหลุดออกไป แล้วรากผมนั้นก็จะเข้าสู่อีกระยะหนึ่ง ที่เรียกว่า
  • Kenogen ซึ่งเป็นระยะที่รากผมยังไม่มีผมเส้นใหม่ออกมา ภายในนั้นยังว่าง ก่อนเข้าสู่ Anagen ใหม่

โดยมีการพบว่า ในสภาวะที่ผมร่วงแบบผิดปกติบางชนิด เช่น ผมร่วงจากฮอร์โมนเพศชาย ทำให้ Kenogen ยาวนานขึ้น ผมอยู่ใน Telogen เยอะขึ้น และมีสัดส่วนของ Anagen ลดลง

และอีกเรื่องจะเป็นเรื่องของเอนไซม์ 5alpha-reductase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ไปเปลี่ยน Testosterone ให้กลายเป็นฮอร์โมน Dihydrotestosterone (DHT) ที่มีฤทธิ์แรงขึ้น ทำให้ผมร่วงผ่านหลายๆ กลไก รวมทั้งทำให้รากผมมีขนาดเล็กลง (Hair follicular miniaturization) ถ้าเป็นที่ต่อมไขมัน DHT จะทำให้มีการสร้างไขมัน (Sebum) ออกมามากขึ้น

ป่ะ มาดูส่วนผสมกัน

สำหรับส่วนผสมที่ให้ประโยชน์ในด้านการดูแลผมร่วงและเสริมกระบวนการงอกใหม่/เจริญของผม ได้แก่

  • Eclipta prostata leaf extract หรือ ในชื่อไทย ใบกะเม็ง ในทางอายุรเวทเรียกว่า Bhringraj ใช้เพื่อประโยชน์หลายประการ รวมทั้งดูแลผมร่วง (Biomolecules. 2021 Nov; 11(11): 1738.) ในส่วนของข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบหลายเจ้า ระบุว่า สารสกัดนี้มีประโยชน์ในการเสริมกระบวนการเจริญของผม ช่วยให้เส้นผมแข็งแรง ลดการขาดหลุดร่วง มีรายงานการวิจัยในหนูทดลองพบว่าสารสกัดเสริมกระบวนการงอกของผม ปรับการเจริญของผมให้กลับมาสู่ Anagen phase (ระยะที่ผมเจริญ) ผ่านการกระตุ้น FGF-7 ทำให้รากผมเข้าสู่ Anagen (Lee et al., Pharm Biol. 2019;57(1):105-111.)
  • Serenoa rapens fruit extract หรือ สารสกัดจาก Saw palmetto ซึ่งมีรายงานถึงฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์ 5alpha-reductase ซึ่งเมื่อไปยับยั้งแล้วจะช่วยดูแลภาวะผมร่วงจากฮอร์โมนเพศชาย พร้อมทั้งควบคุมความมันของหนังศีรษะไปได้อีกทาง
  • Emblica officinalis extract หรือ สารสกัดจากมะขามป้อม ที่เด่นในแง่ของการเป็น Antioxidant และมีการใช้ในตำรับแผนไทยและอายุรเวทเพื่อดูแลผิวพรรณ และเส้นผมหลายตำรับ รวมทั้งมีการเก็บไว้ในระบบนำส่งรูปแบบ transfersomes พบว่าสามารถนำส่งสารเข้าไปในรากผม และกระตุ้นการเจริญของรากผมได้ในระดับหลอดทดลอง (J Oleo Sci. 2022;71(7):1085-1096.) ในส่วนของการทดสอบทางคลินิก เป็นการทดสอบในรูปแบบรับประทานในกลุ่มอาสาสมัครหญิงที่มีปัญหา Female androgenic alopecia พบว่าการทานสารสกัดมะขามป้อมช่วยเสริมการงอกของผมโดยไปเพิ่มสัดส่วนของผมในระยะ Anagen (J Ethnopharmacol. 2024;318(Pt A):116958.)
  • Panax ginseng root extract สารสกัดจากโสม ประกอบด้วยพฤกษเคมีในกลุ่ม Ginsenoside หลายชนิดที่มีรายงานว่ามีประโยชน์ในกระบวนการเสริมการเจริญของเส้นผม รวมทั้งมีรายงานถึงคุณสมบัติในการยับยั้งเอนไซม์ 5alpha-reductase
  • Biotin และ Panthenol เป็นวิตามินที่เด่นในแง่ของการเสริมกระบวนการเจริญของเส้นผม
  • น้ำมะพร้าว ประกอบด้วยวิตามินและสารบำรุงหลายชนิด ที่นอกจากจะช่วยให้หนังศีรษะชุ่มชื้น อาจจะให้ประโยชน์ในเรื่องของการให้ความรู้สึกสบายหนังศีรษะ (Soothing)

สารบำรุงอื่นๆ มีที่น่าสนใจอีกหลายชนิด ได้แก่

  • Hydrolyzed soy protein เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่หนังศีรษะ
  • Zinc PCA ควบคุมความมันของหนังศีรษะ
  • Niacinamide และ Pyridoxine (B6) ดูแลเรื่องการอักเสบระคายเคือง
  • Arginine และ Citrulline มีการค้นพบว่าในโครงสร้างส่วนของ Medulla และ inner root sheath ของเส้นผมจะมีโปรตีนที่มีองค์ประกอบพิเศษกว่าบริเวณอื่น โดยมี Arginine อยู่มาก เมื่อเส้นผมเจริญจะเกิดกระบวนการ transamidase เปลี่ยนจาก Arginine เป็น Citrulline ในส่วนของ trichohyalin granules (Biochim Biophys Acta. 1977;495(1):159-75.) ซึ่งคาดการณ์ว่าการเสริม Arginine-citrulline อาจจะมีประโยชน์ในการเสริมกระบวนการเจริญของเส้นผมก็เป็นได้

Combination ของ Zinc และ Arginine มีการทดสอบในอาสาสมัครอยู่ชิ้นหนึ่ง โดยแบ่งอาสาสมัคร 40 คน เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งให้ใช้โลชั่นที่มี Zinc และ Arginine อีกกลุ่มเป็นเบส เป็นเวลา 23 สัปดาห์ พบว่า กลุ่มที่ได้รับ Zinc และ Arginine มีการทำงานของเอนไซม์ 5alpha-reductase ในรากผมน้อยกว่า เส้นผมหลุดร่วงยากกว่าเมื่อทดสอบด้วย Pull test และมีสัดส่วนของรากผมที่เป็น Anagen มากกว่ากลุ่มที่ได้รับโลชั่นเบส (Ital J Dermatol Venerol. 2022;157(1):78-83.)

ในส่วนของเบสมีส่วนผสมของสารเพิ่มความชุ่มชื้น (Humectant) หลายตัว และไม่มีส่วนผสมของ Alcohol

รวมทั้งใช้สาร Dimethyl isosorbide (DMI) เป็นตัวเสริมการดูดซึมสารผ่านหนังศีรษะ (Penetration enhancer)

มาให้คะแนนกัน

  1. สารบำรุง ส่วนผสมที่ทางแบรนด์เลือกมา ดูแลเรื่องผมร่วงผ่านหลายๆ กลไกไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการบล็อกผลของฮอร์โมนผ่านการยับยั้งเอนไซม์ 5alpha-reductase เสริมการเจริญโดยปรับให้รากผมเข้าสู่ Anagen เสริมความแข็งแรงให้แก่รากผมและเส้นผม ควบคุมความมันของหนังศีรษะ ดูแลเรื่องการระคายเคือง ให้คะแนน 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ทำมาได้ค่อนข้างดี และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ในด้านของการทำสูตร มองว่าเลือกคอมบิเนชั่นของสารสกัดจากสมุนไพรในตำรับแผนโบราณทั้งไทยและอายุรเวทมารวมกันได้อย่างลงตัว ผสานด้วยสารบำรุงสมัยใหม่ และเสริม DMI เพื่อเพิ่มการดูดซึม ฟอร์มูเลทมาในเบสที่ดี ในด้านของการใช้งานตัว Hair tonic มีกลิ่นหอม ส่วนตัวใช้ก่อนนอน สเปรย์แล้วแห้งไว ซึมไว ไม่เหนอะหนะ ผมไม่จับตัวเป็นลิ่มๆ ไม่ระคายเคือง ในด้านของผมหลุดร่วง ส่วนตัวรู้สึกว่าหลังจากใช้มาประมาณ 2 อาทิตย์ ตอนสระกับตอนหวีหลุดร่วงลงมาให้เห็นน้อยลงกว่าเดิม โดยรวมถือว่าประทับใจ ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Tropicana ที่ส่งสินค้าดีๆ มาให้ได้เปิดหูเปิดตา และได้เรียนรู้ และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/tropicanaoilfanpage

ทางไปตำ

แอพฟ้า https://s.lazada.co.th/s.KV6WK?cc

แอพส้ม https://s.shopee.co.th/VnK2IKfa8

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Tropicana การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม สเปรย์ดูแลผมบางผมร่วง Vichy Dercos Technique Densi-Solutions Hair mass recreating concentrate

ในส่วนของ Blog นี้จะขอวิเคราะห์ส่วนผสมแชมพูและบาล์มบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะของ Vichy Dercos Technique รุ่น Densi-solutions

โดยผลิตภัณฑ์ในไลน์ของ Densi-solutions นั้น ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาผมเส้นเล็ก ลีบแบน เพื่อเพิ่มวอลุ่ม และช่วยให้เส้นผมแข็งแรงขึ้น ซึ่งมีด้วยกัน 3 ผลิตภัณฑ์

ซึ่งใน Blog ก่อนหน้านี้ ได้หยิบเอาบาล์มบำรุงเส้นผม และแชมพูมาวิเคราะห์ส่วนผสมไปแล้ว

ท่านที่พลาดไปสามารถติดตามไปอ่านได้ที่ลิงค์นี้ได้เลย

>>Click<<

Blog นี้เลยขอเอาสเปรย์บำรุงหนังศีรษะที่มีชื่อว่า Hair mass recreating concentrate มาวิเคราะห์ส่วนผสมต่อ

ซึ่งน้องมาในหน้าตาแบบนี้

ตัวผลิตภัณฑ์มาในคอนเซปท์ 3 ประการ คือ “เพิ่ม คืน และ บำรุง” ออกแบบมาสำหรับผู้มีปัญหาผมขาดหลุดร่วงดูลีบแบน เพื่อเส้นผมที่ดูหนาขึ้นใน 6 สัปดาห์

  1. เพิ่ม ความหนาให้ผมใหม่
  2. คืน วอลลุ่มให้ผมลีบแบน ดูสุขภาพดี
  3. บำรุง หนังศีรษะและเส้นผมให้แข็งแรง

โดยส่วนผสมหลักที่เป็นเหมือน Hero มีด้วยกัน 3 อย่าง คือ Stemoxydine + Resveratrol + Rhamnose

หน้าตาน้องแบบมีกล่องเป็นแบบนี้ค่ะ

(Image from Vichy UK)

ก่อนไปเล่าถึงกลไกของสารบำรุงในผลิตภัณฑ์ อยากเล่าเรื่องการเจริญของผมเล็กน้อย

ผลของคนเรามีระยะการเจริญอยู่ 3 ระยะหลักๆ ได้แก่

  1. Anagen เป็นระยะที่เส้นผมกำลัง Active เป็นระยะที่ผมเรางอกยาวออกมา เซลล์ต่างๆ ในรากผมทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง
  2. Catagen เป็นระยะที่เส้นผมเริ่มหยุดสร้างตัวเอง กลายร่างเป็น Club hair
  3. Telogen เป็นระยะสุดท้ายที่ผมนั้นพร้อมหลุดออกไปได้เมื่อมีแรงมากระทำ

ซึ่งในคนปกติที่สุขภาพดี เมื่อถึง Telogen แล้ว รากผมก็จะเปลี่ยนตัวเองเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ Anagen อีกรอบค่ะ ทำให้เรามีผมตลอดเวลาไม่มีระยะผลัดขนเหมือนสัตว์บางชนิด

     ในปัจจุบันมีการเพิ่มชื่อระยะเข้ามาอีกนิดหน่อยค่ะ ที่สำคัญมี 2 คำ ได้แก่

  • Exogen เป็นระยะหลัง Telogen ที่ผมหลุดออกไป แล้วรากผมนั้นก็จะเข้าสู่อีกระยะหนึ่ง ที่เรียกว่า
  • Kenogen ซึ่งเป็นระยะที่รากผมยังไม่มีผมเส้นใหม่ออกมา ภายในนั้นยังว่าง ก่อนเข้าสู่ Anagen ใหม่

โดยมีการพบว่า ในสภาวะที่ผมร่วงแบบผิดปกติบางชนิด เช่น ผมร่วงจากฮอร์โมนเพศชาย ทำให้ Kenogen ยาวนานขึ้น ผมอยู่ใน Telogen เยอะขึ้น และมีสัดส่วนของ Anagen ลดลง

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สำหรับสารบำรุงแรก ก็จะเป็น Stemoxydine ซึ่ง Story ต้องมาแล้วนิดหน่อย

Stemoxydine มีชื่อกลางทางเครื่องสำอาง (INCI name) ว่า Diethyllutidinate มีสูตรโครงสร้างดังภาพ

(Image from Wikipedia)

น้องมีชื่อทางเคมีว่า Diethyl pyridine-2,4-dicarboxylate

Stemoxydine เป็นสารนวัตกรรมสิทธิบัตรของเครือ L’Oréal ซึ่งส่วนตัวเองก็มีโอกาสได้สัมผัสกับสารตัวนี้มาหลายปีแล้ว โดยเริ่มจากน้อง Vichy รุ่น Vichy’s dercos technique neogenic hair renewal treatment ซึ่งออกมาสู่ตลาดนานมากแล้ว (ถ้าอิงจากบทความบนเว็บ Cosmetic design Europe ก็คือ ออกมาในเดือน เมษายน ปี 2012 Ref: McDougall A. (2012). https://www.cosmeticsdesign-europe.com/Article/2012/06/21/L-Oreal-to-launch-new-active-to-increase-hair-density) จุดเด่นที่สะดุดตาก็คงเป็นนวัตกรรม Package ที่ดีไซน์ออกมาได้ให้ประสบการณ์ใหม่กับผู้บริโภค

รูปตั้งแต่สมัยนั้น ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่

โดยเราต้องเสียบหลอด vial ของเขาเข้าไปใน Dispenser ตัวนี้ แล้วก็บีบใช้งาน ตัวสารละลายก็จะไหลออกมาจาก จงอยปากที่เป็นสีเงิน

ต่อมาก็มาเจอกับน้องอีกรอบใน Serioxyl denser hair จาก L’Oréal ขวดน้ำเงินแบบนี้ ตัวนี้ใช้ Stemoxydine 5% + Resveratrol เพื่อเป็น Antioxidant โดยมีการศึกษาในอาสาสมัครพบว่าเมื่อใช้ไป 6 สัปดาห์ จะมีผมขึ้นใหม่ 1000 เส้น ก็ใช้กันมาได้ขวดครึ่ง จนมาเจอกับน้อง Densi-solution ขวดนี้แหละ

จะขออวยยศตัวเองเป็นแฟนพันธุ์แท้ Stemoxydine ก็คงไม่น่าจะเกินจริง

สำหรับคุณสมบัติและกลไกการออกฤทธิ์ของ Stemoxydine นั้นก็คือแปลก เด่น และน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

  • การทดสอบในระดับเซลล์เพาะเลี้ยง พบว่า Stemoxydine ไปยับยั้งเอนไซม์ prolyl-4-hydroxylase (P4H) ที่อยู่ในบริเวณ Outer root sheath (ORS) ในบริเวณรากผม ซึ่งเอนไซม์นี้จะไปสลาย hypoxia-inducible transcription factor (HIF1) ซึ่งปกติ HIF1 จะจำเป็นในการทำงานของ Stem cell ที่ ORS ทำให้เกิดการแบ่งตัว และเส้นผมก็เจริญออกมา การมี P4H จะไปทำลาย HIF1 ทำให้ Stem cell ที่บริเวณรากผมทำงาน แบ่งตัวและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างได้น้อยลง ผมเลยไม่เกิดใหม่ แต่พอให้ Stemoxydine เข้าไป ทำให้ HIF1 ยังคงอยู่ Stem cell เหล่านี้ก็เลยเกิดการแบ่งตัวออกมาเป็นเส้นผม (Oral presentation O10. Int J Trichology. 2014; 6(3): 113–139.)
  • งานวิจัยของ Raygagne เมื่อปี 2014 พบว่า Stemoxydine ที่ความเข้มข้น 5% สามารถเพิ่มความหนาแน่นของผมในกลุ่มอาสาสมัครที่เป็นโรคศีรษะล้านจากฮอร์โมนเพศชาย (Androgenic alopecia, AGA) เมื่อเวลาผ่านไป 3 เดือน และลดระยะเวลาของ Kenogen ลง เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์เบสที่ไม่มี Stemoxydine (Oral presentation O11. Int J Trichology. 2014; 6(3): 113–139.)
  • ต่อมา งานวิจัยของ Juchaux และคณะ เมื่อปี 2020 ได้ศึกษาผลของ Stemoxydine (Diethyl pyridine-2,4-dicarboxylate) คู่กับ Resveratrol ในระดับเซลล์เพาะเลี้ยง ก่อนจะเอาไปศึกษาต่อในอาสาสมัคร ผลการทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยง พบว่า Stemoxydine เสริมฤทธิ์กับ Resveratrol ในการเสริมการทำงานของ hypoxic inducible factor-1 (HIF1) ต่อมาเอาสูตรผสมของ Stemoxydine กับ Resveratrol ไปศึกษาในอาสาสมัครเพศหญิง พบว่า ผมหนาขึ้นในช่วง 1 เดือนครึ่ง (Juchaux et al. Int J Cosmet Sci. 2020;42(2):167-173.)

สารบำรุงอื่นๆ ได้แก่

  • Resveratrol คือ สารจากธรรมชาติกลุ่ม stilbenoids ที่จัดเป็น Polyphenol พบได้ในพืชหลายชนิด รวมถึง เปลือกและเมล็ดขององุ่นแดง และในไวน์แดง เป็น Antioxidant ที่ดี มีรายงานถึงคุณสมบัติในการลดการอักเสบ มีการทดสอบในหนูทดลองพบว่า Resveratrol สามารถกระตุ้นการเจริญของขนในหนูได้ และเปลี่ยนผมระยะ Telogen กลับเป็น Anagen มากขึ้น การทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่า Resveratrol ไปเสริมให้เซลล์ Dermal papilla ที่เป็นเหมือนห้องอาหารของเส้นผมทั้งเส้นแบ่งตัวเพิ่มจำนวนมากขึ้น และปกป้องไม่ให้ Dermal papilla ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ (Zhang et al., Clin Cosmet Investig Dermatol. 2021;14:1805-1814.)
  • Rhamnose เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวชนิดหนึ่ง พบได้ในพืชหลายชนิด และใน Microalgae บางสายพันธุ์ รวมถึงได้จากกระบวนการทาง Biotechnology (การหมัก) ส่วนของน้ำตาล Rhamnose มีรายงานทางด้านการใช้ในผิวพรรณเป็นส่วนใหญ่ ถ้าในระดับของงานวิจัย มีข้อมูลอยู่ว่า Rhamnose น้องเด่นทั้งในด้านของการกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน 1 และคอลลาเจน 4 ที่ชั้น Dermis และ Dermal-epidermal junction ในผิวหนังจำลอง (Int J Cosmet Sci. 2019;41(3):213-220.) ส่วนหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับการยึดเกาะของตัวโครงสร้างรากผม กับชั้นผิว ถ้ามีคอลลาเจนหนาแน่น รากผมก็จะแข็งแรง จึงให้ประโยชน์ด้านการดูแลเรื่องการขาดหลุดร่วงของเส้นผม ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า Rhamnose นั้นสามารถให้ประโยชน์ในด้านการเพิ่มความชุ่มชื้นผ่านการดูดน้ำให้ผิว เสริมการแบ่งตัวของเซลล์ผิวที่ชั้นหนังกำพร้า ดูแลเรื่องการอักเสบระคายเคือง และเด่นเรื่อง Soothing effect ให้ความรู้สึกสบาย ในด้านของการดูแลเส้นผมก็จะช่วยเรื่องของความสบายหนังศีรษะ และอาจได้ประโยชน์เรื่องอาการคันเข้ามาอีกทาง
  • น้ำมันหอมระเหยจาก Peppermint (Mentha piperita oil) ก็น่าจะให้ประโยชน์เสริมเรื่องของการไหลเวียนของเลือดมาเลี้ยงที่เซลล์แม่ Dermal papilla ในรากผม เสริมการเจริญของผม ให้ผมแข็งแรงอีกทางหนึ่ง

ส่วนผสมอีกชิ้นหนึ่งที่ไปเจอจากเว็บไซต์ Official ของ Vichy UK คือ ในสูตรนี้มีการใช้น้ำแร่ Vichy ด้วย ซึ่งก็มีประโยชน์ในการบำรุงหนังศีรษะที่ดี เนื่องจากส่วนประกอบของแร่ธาตุต่างๆ ที่มีในน้ำแร่ Vichy นั้นเคลมว่ามีอยู่ถึง 15 ชนิด

สำหรับ Alcohol ที่ใส่มานั้นจะช่วยเสริมการดูดซึมเข้าไปยัง Hair follicle เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ซึ่งน้องก็มีความจำเป็นอยู่ ถ้าจะทำสูตรที่ใช้เสริมการเจริญของผม ถ้าลงไปไม่ได้ ก็ไม่เกิดประโยชน์ ส่วนตัวได้ทดลองใช้ก็ไม่มีปัญหาใดๆ

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาเป็นของขวัญ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมแชมพู และบาล์มบำรุงเส้นผมและหนังศรีษะ ในไลน์ Densi-Solutions จาก Vichy Dercos Technique

ในส่วนของ Blog นี้ขอวิเคราะห์ส่วนผสมแชมพูและบาล์มบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะของ Vichy Dercos Technique รุ่น Densi-solutions กัน

โดยผลิตภัณฑ์ในไลน์ของ Densi-solutions นั้น ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาผมเส้นเล็ก ลีบแบน เพื่อเพิ่มวอลุ่ม และช่วยให้เส้นผมแข็งแรงขึ้น ซึ่งมีด้วยกัน 3 ผลิตภัณฑ์

ได้แก่ แชมพู บาล์มบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ และสเปรย์บำรุงหนังศีรษะ

โดย Blog นี้จะเน้นที่แชมพู และบาล์มก่อน

ตัวแชมพูจะมาในขวดปั๊ม หน้าตาแบบนี้

แชมพูมีเนื้อใส สีเหลืองอ่อน ความหนืดพอเหมาะ มีกลิ่นที่ปรุงมาได้ค่อนข้างหรูหราซับซ้อน มีความหอมสดชื่น นำด้วยกลิ่นแนว Herb เจือมาด้วยกลิ่นหวานๆ ของดอกไม้ ปิดนิดๆ ด้วยความเย็นสดชื่นของมินท์

ในด้านของฟองก็คือทำมาได้ดีเลย ฟองเล็กละเอียดสาใจคนรักฟองแบบดิฉันมาก

pH ของฟองหลังละลายน้ำอยู่ที่ประมาณ 6 ค่ะ

ส่วนผสมของแชมพู เป็นดังนี้

สำหรับแชมพูนี้ส่วนผสมของสารทำความสะอาดจะมีพวก SLES/SLS เป็นตัวหลัก แต่ก็เสริมมาด้วยสารทำความสะอาดอื่นๆ เพื่อปรับให้มีความอ่อนโยนเพิ่มขึ้น และสารเคลือบเส้นผมเพื่อให้ผมไม่แห้ง ไม่ชี้ฟู และไม่พันกัน

ในด้านของจุดเด่นของแชมพูนี้หลักๆ ส่วนตัวคิดว่าน่าจะเป็น เทคโนโลยี Filloxane®

จากที่ลองสังเกต และดูจากผลิตภัณฑ์อื่นในเครือ L’Oréal ที่เคลมเรื่องเทคโนโลยี Filloxane® เหมือนกัน ก็พอจะจับความได้ว่าน่าจะหมายถึง Aminopropyl Triethoxysilane ซึ่งเป็น Aminosilicone ที่อาจอยู่ในรูปของประจุบวกในบางสภาวะ เมื่อเป็นบวกก็จะสามารถเกาะกับเส้นผมที่เสีย ซึ่งมีประจุเป็นลบได้ดี และทาง L’Oréal ได้เคลมว่า เทคโนโลยี Filloxane® นี้ตัวเริ่มต้นเป็นของเหลว (Sol) ที่แทรกซึม (ที่มาของคำว่า Fill) เติมเต็มเข้าไปในเกล็ดผม แล้วเรียงตัวใหม่ได้เป็นเจลแข็งๆ (Gel) ในเกล็ดผม เพิ่มวอลุ่ม และให้คุณสมบัติปกป้องเส้นผมได้ เรียกเทคนิคนี้ว่าเป็น Sol-Gel transformation ซึ่งจะเหมาะกับผมเส้นบาง เล็ก หมองคล้ำ และเสีย

ซึ่งถ้าถามว่ามันเป็นไปได้ไหม ก็พอจะมีงานวิจัยรองรับอยู่ว่า Aminosilicone บางชนิดนั้น ถ้าพัฒนาสูตรให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม ก็สามารถที่จะแทรกซึมเข้าไปในชั้นของเกล็ดผม (Cuticle) แล้วปกป้องเส้นผม (Berthiaume, et al. J. Soc. Cosmet. Chem. 1995;46:231-245) ซึ่งการแทรกซึมเข้าไปนั้น ก็จะให้ประโยชน์ในการเคลือบปิดเกล็ดผมให้ดูสวยเงางาม และเพิ่มการติดทนของสีผมได้

ส่วน Polyquaternium-67 นั้นเป็น Polymer ประจุบวกที่ดัดแปลงจากเซลลูโลส ข้อดีของน้องคือ น้องเคลือบผมให้นุ่ม เงางามได้ โดยไม่เกิดการสะสมตัวจนทำให้ผมเป็นเมือก (Build-up) และไม่ทำให้ผมลีบ (Ref: TDS SoftCAT™ Polymer SL-5)

สำหรับสารบำรุงที่ใส่มาในแชมพูนี้ได้แก่

  • Rhamnose เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวชนิดหนึ่ง พบได้ในพืชหลายชนิด และใน Microalgae บางสายพันธุ์ รวมถึงได้จากกระบวนการทาง Biotechnology (การหมัก) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบในทางที่เกี่ยวกับผม นอกจากเรื่องความชุ่มชื้นแล้ว Rhamnose อาจจะให้ประโยชน์เรื่องของให้ความรู้สึกสบายหนังศีรษะ (Soothing effect) ดูแลเรื่องการระคายเคือง และอาจได้ประโยชน์เรื่องอาการคันเข้ามาอีกทาง
  • Betaine เป็นอนุพันธ์ของกรดอะมิโน นอกจากเรื่องความชุ่มชื้นแล้ว ก็ยังให้ประโยชน์เรื่องของการลดการอักเสบระคายเคืองและให้ผล Soothing effect ไปในตัว
  • Salicylic acid เมื่อเอามาใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมและหนังศีรษะจะให้ประโยชน์ในการดูแลรังแคเข้ามา
  • Piroctone Olamine เป็นสารที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อยีสต์บางชนิด เช่น Malassezia spp. ซึ่งเป็นยีสต์ที่อาศัยอยู่บนหนังศีรษะของเรา น้องกินไขมัน (Sebum) เป็นอาหาร ถ้ามีมากเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดรังแคได้ การใช้ Piroctone Olamine ก็จะช่วยดูแลรังแคได้อีกทาง ผ่านการยับยั้งยีสต์ในกลุ่ม Malassezia spp. (J Clin Aesthet Dermatol. 2014; 7(3): 37–41.)
  • ข้อมูลจาก Official website ของ Vichy UK บอกว่า มีส่วนผสมของน้ำแร่ Vichy อยู่ด้วยค่ะ

เรามาลองดูบาล์มบำรุงหนังศีรษะและเส้นผมกันบ้างนะคะ

น้องมีชื่อว่า Restoring thickening balm มาในรูปแบบหลอดที่ใช้งานง่ายดีค่ะ

เนื้อค่อนข้างข้นสมชื่อบาล์ม กลิ่นเป็นกลิ่นในโทนเดียวกับแชมพู

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในส่วนของสารปรับสภาพเส้นผม ลดการพันกัน มีสารประจุบวกอยู่ 2 ตัว

  • Behentrimonium chloride เป็น Cationic surfactant ที่ปรับสภาพเส้นผมได้ดี มีความอ่อนโยน
  • Quaternium-87 เป็นสารประจุบวกที่ให้ผมนุ่ม ลื่น หวีง่าย ฟีลตอนสัมผัสดี แต่ไม่ทำให้ผมลีบแบน

สารไขมันที่น่าสนใจ คือ 2-Oleamido-1,3-Octadecanediol เป็นสารสิทธิบัตรของเครือ L’Oréal มีชื่อเล่นว่า Ceramide R ซึ่งเป็นสารที่มีโครงสร้างคล้ายกับ Ceramide ที่ช่วยดูแล Barrier ผิวของหนังศีรษะให้แข็งแรง และให้เส้นผมมีความเงางาม

สารบำรุงอื่นๆ มี Rhamnose และ น้ำแร่ Vichy ซึ่งได้เล่าไปแล้วในช่วงของแชมพู

อีกส่วนผสมหนึ่งที่ดูเหมือนจะใช้เป็นตัวขึ้นเนื้อครีม คือ อนุพันธ์ของแป้ง อย่าง Hydroxypropyl Starch Phosphate ตัวนี้จริงๆ แล้ว นอกจากขึ้นเนื้อยังช่วยปรับฟีล และเคลือบบนเส้นผมให้ความรู้สึกนุ่ม ลื่นได้อีกทาง

ในภาพรวมก็คือเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่น่าสนใจตัวหนึ่งเลยค่ะ แต่จุดที่น่าสนใจและอาจจะทำใจยากสักนิดในช่วงแรกก็คือ การทาบาล์มนี้บนหนังศีรษะ ซึ่งตอนแรกก็คิดว่า เอ ผมจะลีบแบนไหมนะ แต่พอได้ลองจริงๆ ก็คือ รู้สึกว่าหนังศีรษะมันไม่แห้ง ไม่คันในระหว่างวัน แต่อย่าใส่เยอะ เพราะหัวจะลีบได้ ให้วอร์มๆ บนมือ ลูบบริเวณปลายผมก่อน สางผมที่พันกันให้เรียบร้อย แล้วค่อยมาลูบบนหนังศีรษะ จากโคนสู่ปลาย

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาเป็นของขวัญ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ