[Cosme-Diagnosis] Aloe 92% Soothing gel จาก Nature republic

[Cosme-Diagnosis] Aloe 92% Soothing gel จาก Nature republic

Cosme-Diagnosis เป็นบทวิเคราะห์เครื่องสำอางแบบละเอียดโดยดูจากส่วนผสม อิงตามฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

ตัวนี้เป็นลูกรักอีกตัวนึงของมี่เลยค่ะ

aloe +cotton

ที่เอาสำลีมาวางๆข้างๆก็เพราะว่า ชอบที่จะเอาสำลีมาจุ่มเจล ละมาแปะบนหน้า แทนมาสค์ ชุ่มชื่น สดชื่นคลายเหนื่อย และทำให้หิว (เพราะกลิ่นนางเหมือนแตงกวา กับผักๆซักอย่าง)

เนื้อเจลจะเป็นเจลใสๆ หนืดๆ เหนียวๆ แต่เกลี่ยง่าย

aloe texture

 

aloe hand

รูปให้เห็นส่วนผสมค่ะ

ingredients

ปกติเครื่องสำอางจะประกอบด้วยส่วนหลักๆ 3 ส่วน คือ
1. Active (สารสำคัญ) เป็นส่วนที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติ/ฤทธิ์ทางชีวภาพ
2. Base คือ เนื้อของผลิตภัณฑ์ บางทีอาจเรียกว่า Vehicle
3. Additive คือ สารที่ช่วยเสริมให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติที่ดี มีความน่าใช้

มี่จะขอวิเคราะห์แยกให้คะแนนตามส่วนนะคะ

คุณสมบัติของสารแยกตามหน้าที่

  1. Actives ได้แก่
    • Aloe barbadensis leaf extract คือ สารสกัดจากว่านหางจรเข้ จากรายงานการวิจัยสารสกัดจากว่านหางจรเข้ มีรายงานการวิจัยกล่าวว่าสามารถออกฤทธิ์เป็นสารช่วยให้ผิวขาวได้โดยไปกระตุ้นให้เกิดกระบวนการ Melanin aggregation ทำให้สีผิวจางลง โดยตัวที่เป็นตัวออกฤทธิ์คือ Aloin ที่พบในใบ (Planta Med. 2012; 78(8):767-71.) การทดสอบผลของไลโปโซมที่บรรจุว่านหางจรเข้ต่อผิวหนังพบว่า มีฤทธิ์กระตุ้นการแบ่งเซลล์ผิวหนัง (Keratinocyte proliferation) และกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน (J Oleo Sci. 2009; 58(12):643-50.) แต่การที่บอกว่าใส่มา 92% นั้นตอบโจทย์อะไรยังไม่ได้ เพราะว่าเราไม่ทราบความบริสุทธิ์ของการสกัด ว่ามีเนื้อสารจริงๆกี่เปอร์เซนต์กัน บางที 92% นี่อาจจะมีตัวทำละลายไปแล้วซัก 90% เหลือเนื้อพฤกษเคมีใน Aloe จริงๆแค่ 2% ก็ได้ ในขณะที่บางอย่างใส่มาแค่ 5% แต่เป็นสารสกัดแบบเข้มข้น มีความบริสุทธิ์สูง ก็อาจจะให้ผลได้มากกว่าก็ได้
    • Polyglutamic acid โพลิเมอร์ที่เกิดจากกรดอะมิโน Glutamic acid พบได้ใน Natto ซึ่งเป็นสิ่งที่จุลินทรีย์บางชนิดสร้างระหว่างกระบวนการหมัก ในทางเภสัชกรรมมีประโยชน์ในการเป็นระบบนำส่ง ส่วนในทางเครื่องสำอางผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าสามารถดูดและจับน้ำได้มากถึง 5000 เท่าของน้ำหนักตัวมัน และมีรายงานการวิจัยอีกฉบับกล่าวว่า Polyglutamic acid ที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่สามารถกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้ (Chem Biodivers. 2010; 7(6):1555-62.) น่าจะมีส่วนช่วยให้ระบบผิวหนังแข็งแรงขึ้น
    • Sodium hyaluronate มีบทบาทเกี่ยวกับความชุ่มชื้นของผิว
    • Calendula officinalis extract คือ สารสกัดจาก Pot marigold ตระกูลดาวเรือง มีประโยชน์เป็น Anti-oxidant เพราะมีสารประกอบ Phenolic compound หลายชนิด และยังช่วยปกป้องผิวหนังไม่ให้ถูกทำร้ายจากรังสี UV ได้ (J Ethnopharmacol. 2010; 127(3):596-601)
    • Mentha viridis extract คือ สารสกัดจาก Spearmint มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ Antioxidant (Iran J Pharm Res. 2011; 10(4):787-93.) ฤทธิ์ต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory) (Environ Toxicol Pharmacol. 2008; 26(1):92-5.) ผู้ผลิตวัตถุดิบบอกว่ามีสารกลุ่ม Tannin, Polyphenols และมีคุณสมบัติช่วยให้สบายผิว (Soothing effect)
    • Melissa officinalis extract สารสกัดจาก Lemon balm ไม่พบงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง ผู้ผลิตให้ข้อมูลว่าสารสกัดนี้มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย, Antioxidant และ ให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect)
  2. Base เป็นผลิตภัณฑ์ชนิด Hydrogel ประกอบด้วยน้ำ ของเหลวอื่นที่ละลายได้ในน้ำ และสารก่อเจล (สารเพิ่มความหนืด) เรียงตามลำดับจากลำดับของส่วนผสม ได้แก่ Alcohol, Dipropylene glycol, Butylene glycol, Glycerine, Propylene glycol, 1,2-Hexanediol, water ซึ่งมีสารดึงน้ำให้ผิวดีๆหลายตัว แต่มี Alcohol ซึ่ง Alcohol เองก็ไม่ได้จะเลวร้ายตลอดไปเสมอไป เพราะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ระเหยไวขึ้น ให้ความรู้สึกที่ดีตอนทา และกระชับรูขุมขน แต่ บางคนอาจจะไวต่อแอลกอฮอล์ก็ได้ แม้จะมีในส่วนผสมแค่น้อยนิด สำหรับความทนของผิวต่อแอลกอฮอล์ของแต่ละคนก็จะต่างกันไป จึงระบุไม่ได้
  3. Additives ได้แก่

3.1 Emulsifier/Surfactant ได้แก่ Betaine เป็นสาร Surfactant ที่มีทั้งประจุบวกและลบในตัวเดียวกัน มีคุณสมบัติช่วยปรับสภาพผิว ให้ความรู้สึกลื่นผิว ร่วมกับ PEG-60 Hydrogenated castor oil เป็นอนุพันธ์จากน้ำมันละหุ่ง มีคุณสมบัติช่วยให้ได้สารละลายใส
3.2 สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Glyceryl polyacrylate กับ Carbomer
3.3 สารปรับ pH คือ Triethanolamine ใช้ปรับ pH ให้เพิ่มขึ้น
3.4 Preservatives ได้แก่ Phenoxyethanol กับ 1,2-Hexanediol ซึ่งมีฤทธิ์เพิ่มความชุ่มชื้นได้ ร่วมกับสารจับโลหะ EDTA
3.5 Fragrance คือ น้ำหอม

ถึงเวลาให้คะแนนค่ะ

  1. Actives เน้นไปที่สารเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ทั้งว่านหางจรเข้ Hyaluron กะ Polyglutamic acid เสริมด้วยสารสกัดพืชที่ให้ความสบายผิว บวกกับมีฤทธิ์ Antioxidant อยู่ด้วย จึงถือว่าน่าจะค่อนข้างครบสำหรับการเป็น Moisture and Soothing gel ตามชื่อของผลิตภัณฑ์ แต่ถ้าถามว่า ตัวเลข 92% นี่ตอบโจทย์อะไรให้มี่มั้ย ตอบว่า 92% นั้นตอบโจทย์อะไรยังไม่ได้ เพราะว่าเราไม่ทราบความบริสุทธิ์ของการสกัด ว่ามีเนื้อสารจริงๆกี่เปอร์เซนต์กัน บางที 92% นี่อาจจะมีตัวทำละลายไปแล้วซัก 90% เหลือเนื้อพฤกษเคมีใน Aloe จริงๆแค่ 2% ก็ได้ ในขณะที่บางอย่างใส่มาแค่ 5% แต่เป็นสารสกัดแบบเข้มข้น มีความบริสุทธิ์สูง ก็อาจจะให้ผลได้มากกว่าก็ได้ แต่ความครบในการเป็น Moisture gel ก็ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base เป็นส่วนของ Hydrogel ที่มีสารดูดน้ำให้ผิวเยอะมาก แต่มี Alcohol เข้าใจว่าควรจะใส่เพราะไม่เช่นนั้นผลิตภัณฑ์น่าจะเหนียวและหนักผิวพอดู Alcohol อาจจะทำให้คนที่ไว เกิดอาการระคายเคือง หรือรู้สึกแดง ร้อนได้ ดังนั้นคนที่ไวต่อ Alcohol มากๆ ควรทดสอบการระคายเคืองก่อนใช้งาน แต่สำหรับคนปกติไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะสัดส่วนของสารที่เป็น Moisturizer มีค่อนข้างมาก จึงขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. Additives ไม่ได้มีอะไรมากมายหลายชนิด มีแค่สารก่อเจล สารทำให้ใส สารปรับ pH กับ Preservatives ซึ่งก็มีตัวที่ให้คุณสมบัติพิเศษเสริมแก่ผิวอย่าง Betaine ที่ช่วยปรับสภาพผิวให้ผิวเรียบเนียน และ PEG-60 Hyrogenated castor oil ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  4. ราคา ผลิตภัณฑ์มีราคาที่เคาน์เตอร์ไทยอยู่ 200 บาท ผลิตภัณฑ์มาในรูปแบบกระปุก ขนาด 300 ml ตกเป็น 0.67 บาท/มล. ซึ่งก็ถือว่าค่อนข้างถูก เผลอๆถูกกว่าทำเองด้วยซ้ำ จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

point

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s