Image

[รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม] เซรั่มดูแลปัญหาผมร่วง Vichy Dercos Regen Booster Serum และแชมพู ที่มาด้วย Aminexil

Vichy Dercos ออก product ดูแลปัญหาผมร่วงมาใหม่คือปังมาก มาในชื่อ R.E.G.E.N. Booster serum 

เป็นเซรั่มลดผมร่วง และช่วยบูสท์ผมเกิดใหม่ โดยมีผลทดสอบเชิงคลินิกในอาสาสมัคร พบว่าสามารถเพิ่มผมเกิดใหม่ +14,000 เส้น ภายใน 12 สัปดาห์ เหมาะกับคนที่มีปัญหาผมขาดหลุดร่วงมากๆ และสูตรออกแบบมาเป็นอย่างดีสำหรับคนที่มีปัญหาหนังศีรษะบอบบาง (sensitive scalp)

ตัวเซรั่มมาในหน้าตาแบบนี้ค่ะ

vichy dercos regen booster serum

เนื้อเซรั่มเป็นแบบน้ำใส มีกลิ่นหอม เวลาใช้งานบนหนังศีรษะให้ความรู้สึกสบาย ไม่เหนอะหนะ ผมไม่ลีบ และไม่ร้อนวูบวาบ

ในการใช้งาน เราจะใช้ทีละ 1 dose ต่อ 1 ส่วน คือ ขีดสีดำบนหลอดหยดนี้ แบ่งผมเป็น 4 ส่วน ค่อยๆ หยดแล้วนวดจนทั่วหนังศีรษะ

ตัวผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพ พบว่า

  • เพิ่มวอลลุ่มให้ผมดูหนาขึ้นถึง 68%
  • เส้นผมแข็งแรงขึ้นเท่าตัว
  • หนังศีรษะได้รับการบำรุงมากขึ้น

(ภาพจาก Vichy Official)

ส่วนผสมเป็นดังนี้

คอนเซปท์ของสารบำรุงในผลิตภัณฑ์นี้คือ Dual action จากภายในและภายนอก hair bulb หรือ กระเปาะรากผม

Inside: ภายใน เสริมการฟื้นฟูตัวเองด้วย Niacinamide 3% และ สารสกัดจากรากขิง ซึ่งมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเส้นผม

Outside: ภายนอก โครงสร้างตาข่ายผิวหนังศีรษะแข็งแรง ให้รากผมยึดเกาะแน่นและแข็งแรง ด้วย AminexilTM (Diaminopyrimidine oxide) 

เรามาดูกันที่ Aminexil ซึ่งเป็นโมเลกุลที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Minoxidil ที่เป็นยา แต่ Aminexil จัดเป็นวัตถุดิบทางเครื่องสำอาง โดยนักวิจัยของทาง L’oreal ได้ทำการวิจัย ค้นคว้าและพัฒนาสารมากว่า 150 สาร กว่าจะเจอ Aminexil ที่มีประโยชน์ในการดูแลรากผม และเจอกลไกที่น่าสนใจของนาง

aminexil vs minoxidil

โดยตัว Aminexil นั้นเรียกได้ว่ามีจุดเด่นในเรื่องของการลดการแข็งตัวของคอลลาเจน (Anti-fibrotic effect) ผ่านการยับยั้งเอนไซม์ lysyl oxidase เอนไซม์นี้ปกติทำหน้าที่เชื่อม (cross-link) เส้นใยคอลลาเจน ในโครงสร้างที่ใกล้รากผม หรือ perifollicular sheath ถ้าโดน cross-link เยอะๆ จะแข็งไม่ยืดหยุ่น ทำให้รากผมยึดเกาะได้ไม่แข็งแรง และรบกวนการส่งผ่านของสารอาหารที่มาเลี้ยงรากผม 

นอกจากนี้ยังอาจจะมีประโยชน์ในเรื่องของการเสริมการไหลเวียนของเลือด ทำให้สารอาหารมาเลี้ยงรากผมได้มากขึ้น และ ปรับสมดุลการเจริญของผม โดยไปยืดอายุระยะการเจริญของผม (anagen) กับ ลดระยะพักของเส้นผม (telogen) 

ผลการทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงจากทาง L’oreal พบว่า Aminexil ยังไปลดการสร้างสารกลุ่ม cytokines ที่มีผลเกี่ยวกับกระบวนการอักเสบ, เอนไซม์ที่ไปย่อยสลายคอลลาเจน และยังเพิ่มโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง-เจริญของเซลล์ผิวในชั้นหนังกำพร้า ในภาพรวมก็คือทำให้หนังศีรษะสุขภาพดีขึ้น (Ref: L’oreal, 2022)

อีกจุดที่น่าสนใจคือ ล่าสุดช่วงปลายปี 2025 aminexil เกือบจะได้รับการยอมรับเป็นเอกฉันท์ (near consensus) โดยผู้เชี่ยวชาญ ให้ใช้ในการดูแลปัญหาผมบาง ผมร่วง (J Cutan Med Surg. 2025 Nov-Dec;29(5_suppl):5S-14S.)

จึงถือว่าเป็นสารที่น่าสนใจมากในการดูแลปัญหาผมร่วง

ในส่วนของการใช้ Niacinamide เพื่อดูแลปัญหาผมร่วงนั้นก็มีกลไกการบำรุงหลายอย่างที่น่าสนใจนะคะ 

  • Niacinamide เป็นสารตั้งต้นของ NAD+ ซึ่งจะเอาไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนสร้างสารพลังงานสูง ATP โดยเซลล์รากผมเป็นเซลล์ที่ใช้พลังงานเยอะ เลยต้องการ ATP เยอะ การเสริม Niacinamide ก็น่าจะมีประโยชน์ในส่วนนี้
  • ดูแลหลายๆ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบและการระคายเคือง ทำให้รากผมทำงานได้ดี
  • ทำให้ Barrier ของหนังศีรษะแข็งแรงขึ้น โดยไปเสริมการสร้างไขมันที่เป็น Barrier ของหนังศีรษะ

เสริมมาด้วยสารสกัดจากขิง ที่เป็น antioxidant และ Piroctone Olamine ที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อยีสต์ Malassezia spp. ซึ่งเกี่ยวข้องกับรังแค ปรับกระบวนการสร้าง-ผลัดทิ้ง (Turnover) ของ Keratinocyte บนหนังศีรษะให้ช้าลง ทำให้การเกิดรังแคลดลง และมีผลการทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Piroctone Olamine เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ช่วยให้หนังศีรษะมีสุขภาพดีขึ้น และ ผมร่วงน้อยลงเมื่อเทียบกับสูตรเบส (Int J Cosmet Sci. 2021:43 Suppl 1:S26-S33.)

ในไลน์ Aminexil จะยังมีแชมพูและครีมนวดผมด้วยนะคะ

Blog นี้ขอหยิบเอาแชมพูมาวิเคราะห์ส่วนผสมด้วยเลย

ส่วนนี้จะเป็นหน้าตาของแชมพูนะคะ

vichy dercos stimulating shampoo

ฟองสวยใช้ได้เลย 

ค่า pH ของฟองอยู่ที่ประมาณ 5 – 6 ซึ่งถือว่าเหมาะมากๆ กับหนังศีรษะที่บอบบาง

ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในปอยผมจากห้องปฏิบัติการมาตรฐาน และ Third party (ห้องแลปนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับทีมวิจัย) ว่า

  • ผมดูมีวอลลุ่มขึ้น 19% ตั้งแต่สระครั้งแรก
  • ผมดูสุขภาพดีขึ้น และเส้นผมแข็งแรงขึ้น 47% เมื่อใช้ต่อเนื่อง 5 ครั้ง

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในส่วนของสารทำความสะอาดได้แก่

  • Sodium laureth sulfate ให้ฟองเยอะ ทำความสะอาดได้ดี
  • Sodium cocoamphoacetate และ coco-betaine เป็นสารทำความสะอาดชนิด 2 ประจุ (amphoteric) เพิ่มความอ่อนโยนให้แก่สูตร ดูแลและลดปัญหาการระคายเคืองจากสารทำความสะอาด

ใช้ Polyquaternium-10 เคลือบผมให้ไม่พันกัน 

ในส่วนของสารบำรุง ก็จะมี Aminexil + Niacinamide เสริม Citric acid เป็น AHA และ Salicylic acid เป็น BHA ในการใช้สำหรับหนังศีรษะจะให้ประโยชน์ในการดูแลปัญหารังแค เพื่อหนังศีรษะสุขภาพดี และ มี tocopherol หรือ วิตามินอี เป็น antioxidant 

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Vichy มากเลยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ได้เปิดหูเปิดตาและได้ทดลองใช้ และต้องขอขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะ ที่ติดตามรับชมมาจนจบ 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามที่ทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

>> ที่ Facebook @VichyTH

ทางไปช้อปปิ้งเซรั่ม

Shopee https://s.shopee.co.th/7fVBgTrZge

Lazada https://s.lazada.co.th/s.Zd98D8?cc&t=p-i6PNcSo-sRJ1Y6b

แชมพู

Shopee https://s.shopee.co.th/2BAF8TC5BJ

Lazada https://s.lazada.co.th/s.Zd98CC?cc&t=p-i1xWy-s28gW

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Vichy การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

#RegenSerum #เซรั่มปลุกผมที่เห็นผล #VichyDercosปลุกผมใกล้ฉัน #AntiHairloss #VichyTH

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมแชมพูและครีมนวดผมในไลน์ Scalp control จากแบรนด์ Kamedis ที่พัฒนามาด้วยคอนเซปท์การบูรณาการผสมผสานแพทย์แผนจีนและเทคโนโลยีปัจจุบันได้อย่างลงตัว

สำหรับ Blog นี้จะขอหยิบเอาผลิตภัณฑ์ดูแลหนังศีรษะและปัญหารังแคจากแบรนด์ Kamedis มาฝากกันนะคะ

ถ้าพูดถึงแบรนด์ Kamedis ทางแบรนด์พึ่งรีแบนด์ รีแพคเกจใหม่ไปสักพัก เรียกได้ว่า mood and tone ชุดใหม่นี้แลดูน่ารัก น่าใช้ทุกตัวเลยค่ะ

Intro นิดหน่อย

แบรนด์ Kamedis อ่านว่า Kamedis (Kuh meh dis)

ซึ่งคำว่า Ka มีรากฐานมาจาก 开 (ไค) ภาษาจีน ที่แปลว่า เปิด เริ่มต้น และยังสามารถสื่อถึงการถ่ายทอดนวัตกรรมได้อีกด้วย Medis แสดงถึงลักษณะทางยาของผลิตภัณฑ์ และสะท้อนถึงภูมิหลังทางวิทยาศาสตร์ของแบรนด์ เมื่อรวมกันแล้ว Kamedis คือ “นวัตกรรมทางยา”

ที่มาของแบรนด์ก็น่าสนใจนะคะ เริ่มมาจากคุณ Roni Kramer แพทย์แผนจีนด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี สมุนไพรจีนหลายชนิดมีประสิทธิภาพ แต่ไม่ค่อยมีการใช้ในเท่าไหร่ แต่ในทางการแพทย์แผนตะวันตกมีสเตียรอยด์ ซึ่งมีประสิทธิภาพจริง แต่ผลข้างเคียงก็เยอะเหมือนกัน เราเลยจะเห็นว่าแบรนด์จะเคลมว่า “No steroid” เพราะอันนี้เป็น pain point ของสเตียรอยด์ที่เธอมองเป็นจุดหลักเลยค่ะ

ในที่สุดทางแบรนด์ก็แสวงหาวิธีการแก้ปัญหาผิวพรรณ รวมทั้งหนังศีรษะ โดยการบูรณาการความรู้จากศาสตร์การแพทย์แผนจีนเข้ากับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เลยกลายเป็นผลิตภัณฑ์ของ Kamedis ขึ้นมาค่ะ

สำหรับ Blog นี้จะขอหยิบเอาผลิตภัณฑ์ในไลน์ Scalp control 2 ชิ้น ได้แก่ Dandruff shampoo และ Nourishing conditioner มารีวิวและวิเคราะห์ส่วนผสมกันค่ะ

โดยจะขอเริ่มจาก Dandruff shampoo ที่มีหน้าตาประมาณนี้

ขวดด้านในเป็นฝาแบบ Flip

ตัวเนื้อแชมพูเป็นแชมพูแบบขุ่น

ฟองค่อนข้างนุ่ม เล็กละเอียดคล้ายครีม เกลี่ยและกระจายตัวบนเส้นผมและหนังศีรษะได้ง่าย

หลังล้างไม่ได้รู้สึกว่าผมแห้งกระด้างจนเกินไป

วิธีใช้ที่ทางแบรนด์แนะนำคือ ใช้สัปดาห์ละอย่างน้อย 2 ครั้ง เวลาสระให้นวดๆ บนหนังศีรษะประมาณ 2 – 3 นาที

ค่า pH ของฟองอยู่ที่ราวๆ 5 – 6

ก่อนไปดูส่วนผสมอยากเล่าถึงการเกิดรังแค และสมดุล Microbiome บนหนังศีรษะซักเล็กน้อย

บนหนังศีรษะของเราก็มีจุลินทรีย์ต่างๆ อาศัยอยู่ร่วมกัน ชุมชนของจุลินทรีย์เหล่านี้เราเรียกกันว่า Microbiome โดยเจ้าตัวเล็กเหล่านี้จะทำให้หนังศีรษะของเราแข็งแรง ไม่อักเสบ ไม่ระคายเคือง และยังช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อก่อโรคเติบโตเพิ่มจำนวนจนมากเกินไปแล้วก่อโรคขึ้นมาค่ะ

โดยหนึ่งในจุลินทรีย์ที่มีความสำคัญบนหนังศีรษะคือ Malassezia spp. yeast นั่นเอง ซึ่งตัวยีสต์นี้ มีหลาย species ย่อย บางตัวก็ดี บางตัวก็ไม่ดี

โดยเจ้ายีสต์ Malassezia spp. นี้นางมีเอนไซม์ Lipase ที่ไปย่อย Triglycerides ที่ต่อมไขมันเราสร้างมา ได้พวกกรดไขมันต่างๆ แล้วนางกินแต่กรดไขมันไม่อิ่มตัวเป็นอาหาร และนางจะยังเลือกไม่กิน Oleic acid นะ

ทีนี้ปัญหาเลยอยู่ว่า พอ Oleic acid มันเยอะไป มันจะไปทำให้ Barrier บนหนังศีรษะอ่อนแอ และนำไปสู่การระคายเคือง รวมทั้งปัจจัยจากความเครียดเอย และสิ่งแวดล้อม เช่น รังสี UV

ทำให้เกิดความผิดปกติในหลายๆ ระดับ ตั้งแต่เรื่องการสร้าง-เจริญ-เปลี่ยนแปลงโครงสร้างหน้าที่-ผลัดออกทิ้ง เมื่อกระบวนการนี้ผิดปกติไป มันก็เลยเห็นเศษเซลล์เป็นแผ่นๆ เป็นรังแค

กล่าวถึง Microbiome อีกนิดหน่อย งานวิจัยล่าสุดของปีนี้ พบว่าในหนังศีรษะของคนที่เป็นรังแค จะมีสัดส่วนของ ยีสต์ M. restricta และ แบคทีเรีย Staphylococcus capitis สูงกว่าคนปกติ ในขณะที่ Cutibacterium acnes (หรือ C. acnes เจ้าเก่าชื่อเดิม P. acnes ของเรา) น้อยกว่าคนปกติ แบบนี้ก็คือ Microbiome ผิดไป (Int J Cosmet Sci. 2024. doi: 10.1111/ics.12933.)

โดยนัง M. restricta นี่แหละ เป็นตัวสร้าง Lipase มาย่อยไขมัน แล้วเหลือ Oleic acid ทิ้งไว้จน Barrier ผิวเราอ่อนแอ

รังแคอาจมีได้หลายรูปแบบ อาจจะมีสีขาว สีเทา หรือสีเหลืองก็ได้ถ้ามีพวกน้ำมันอยู่มาก

ในภาพรวม เราสามารถสรุปกลไกในการเกิดรังแคได้ดังนี้ค่ะ

ทางแบรนด์มี VDO น่ารักๆ ด้วยค่ะ สามารถไปรับชมได้นะคะ (ภาษาอังกฤษ)

ก่อนไปดูส่วนผสมอยากบอกว่า ผลิตภัณฑ์นี้ผ่านการทดสอบทางคลินิก และพบว่าสามารถลดรังแคที่มองเห็นได้ 100% และอาสาสมัคร 90% พึงพอในในการทดสอบผลิตภัณฑ์

(Image from Kamedis official website)

เรามาดูส่วนผสมของ Kamedis Scalp control dandruff shampoo กัน

พอเป็นแชมพู เราเลยอยากหยิบเอาสารทำความสะอาด/surfactant มาวิเคราะห์ก่อน

ในกลุ่มของ Surfactant แทนด้วยสีฟ้า มีดังนี้

  • Ammonium lauryl sulfate คู่กับ Ammonium laureth sulfate หรือ ALS/ALES 2 ตัวนี้เป็นสารทำความสะอาดประจุลบที่ทำความสะอาดได้ดี ให้ฟองเยอะ แต่บางคนอาจจะมองว่าน้องแรงไปนิด ทางแบรนด์ก็เลยใช้อีก 2 ตัวเข้ามาปรับทำให้สูตรมีความอ่อนโยนขึ้น ได้แก่
  • Cocamidopropyl betaine น้องเป็นสารทำความสะอาดชนิดสองประจุ มีความอ่อนโยนที่ดี
  • Sodium lauroyl sarcosinate เป็นสารทำความสะอาดประจุลบอีกตัว ที่ดัดแปลงโครงสร้างจากกรดอะมิโน มีความอ่อนโยนสูง ฟองดี ฟองละเอียด

ลดผมพันกันด้วย Polyquaternium-10 ซึ่งจะเคลือบปิดเกล็ดผม และลดการเกิดไฟฟ้าสถิตบนเส้นผม ลดผมชี้ฟู

ในส่วนของสารขจัดรังแค ใช้ 3 ตัว แทนด้วยสีชมพู ได้แก่

  • Salicylic acid เป็นตัวมาตรฐานตัวหนึ่ง ที่ได้รับการยอมรับจาก USFDA ว่ามีประสิทธิภาพในการขจัดรังแค มีประโยชน์ในการผลัดผิว และมีคุณสมบัติลดการอักเสบได้หน่อยๆ
  • Piroctone Olamine เป็นสารมาตรฐานอีกตัวที่ใช้ในการขจัดรังแค ออกฤทธิ์โดยไปฆ่าเชื้อยีสต์ Malassezia spp. และปรับกระบวนการสร้าง-ผลัดทิ้ง (Turnover) ของ Keratinocyte บนหนังศีรษะให้ช้าลง ทำให้การเกิดรังแคลดลง การศึกษาในอาสาสมัครที่พึ่งตีพิมพ์เมื่อต้นปี พบว่า การใช้แชมพูที่มี Piroctone Olamine เป็นเวลา 3 สัปดาห์ สามารถปรับสมดุล Microbiome และลดการเกิดรังแค (Int J Cosmet Sci. 2024. doi: 10.1111/ics.12933.)
  • Climbazole เป็นสารขจัดรังแคอีกตัวหนึ่ง ออกฤทธิ์โดยการฆ่าเชื้อยีสต์ Malassezia spp. และมีงานวิจัยในเซลล์เพาะเลี้ยง พบว่า Climbazole ทำให้ Keratinocyte แข็งแรงขึ้น โดยไปเพิ่มความแข็งแรงของ Cornified envelope ทำให้ปกป้องหนังศีรษะจากสารก่อการระคายเคืองได้ดีขึ้น (ลดอักเสบอ้อมๆ) (Int J Cosmet Sci. 2014;36(5):419-26)

การใช้ Piroctone Olamine คู่กับ Climbazole มีรายงานวิจัยรองรับอยู่ค่ะ โดยเป็นการศึกษาประสิทธิภาพของแชมพูที่มีส่วนผสมของ 0.5% piroctone olamine และ 0.45% climbazole พบว่ามีประสิทธิภาพในการขจัดรังแค และไม่ทำให้ผมแห้ง กระด้าง (Int J Cosmet Sci. 2011;33(3):276-82.)

ในส่วนของสารสกัดจากพืชมีด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่

  • Soap nut (Sapindus mukurossi extract) ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดอักเสบระคายเคือง และมีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์
  • Indigo (Indigofera tinctoria extract) ปรับสมดุลกระบวนการสร้าง-ผลัดทิ้ง (Turnover) ของ Keratinocyte บนหนังศีรษะให้ช้าลง ทำให้การเกิดรังแคลดลง

สรุปสารบำรุงที่ใส่มาตามคอนเซปท์ของแบรนด์ ก็คือการคัดสรรเลือกเบลนด์นวัตกรรม Botaniplex® จากสารสกัดพืช เข้ากับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่เข้าด้วยกันอย่างลงตัว และดูแลรังแคที่หลายกลไก และให้ความสำคัญกับเรื่องสมดุล Microbiome เพื่อให้มีหนังศีรษะที่ดี

พัฒนาสูตรมาเป็นอย่างดี ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ให้คะแนน

  1. สารทำความสะอาด ตัวที่เป็นสารทำความสะอาดหลักคือ ALS/ALES ที่สร้างฟองได้ดี ให้ฟองเยอะ ทำความสะอาดดี แต่อาจจะทำให้ผมแห้ง เลยตัดเอา cocamidopropyl betaine กับ Sodium lauroyl sarcosinate เข้ามาเพื่อความอ่อนโยน ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. สารบำรุง ส่วนตัวชอบความเบลนด์เอาสมุนไพรเข้ากับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ซึ่งสารบำรุงที่ทางแบรนด์เลือกใส่มาก็คือ เสริมกันในการดูแลรังแคได้อย่างลงตัว ผ่านหลายๆ กลไก หลักๆ จะเน้นไปที่การปรับสมดุลของการสร้าง-ผลัดเซลล์ผิว (Turnover) ปรับสมดุล Microbiome และกำจัดยีสต์ Malassezia spp. ตบๆ มาด้วย สารสกัดสมุนไพรที่ลดระคายเคืองหนังศีรษะเข้ามาอีก 1 กรุบ ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ด้วยความที่เราเป็นคนชอบฟอง น้องถือว่าทำมาตอบโจทย์มาก ฟองนุ่ม ละเอียด และฟองลื่นเกลี่ยง่ายบนเส้นผม ตีฟองขึ้นเร็ว หลังใช้ผมไม่แห้งกระด้างมาก ใช้คู่กับครีมนวดต่อเลยคือฉ่ำพอดี ให้ไป 5 ฟลาสก์

ถัดมาเราจะมาดูรีวิวและวิเคราะห์ส่วนผสมของครีมนวดผมกันนะคะ

ครีมนวดผม Nourishing conditioner มาในหลอดแบบบีบหน้าตาแบบนี้

จุดที่น่ารักจุดหนึ่งของแพคเกจคือ ตอนเราซื้อมา เขาจะมี Seal ที่ปกป้องผลิตภัณฑ์ไม่ให้โดนแกะก่อนมาถึงมือเราอยู่ค่ะ

เนื้อจะออกคล้ายๆ บาล์ม มีสีเหลืองอ่อนๆ ซึ่งทางแบรนด์ไม่ได้ใช้สี สีนี้เป็นสีจากวัตถุดิบสารสกัดจากธรรมชาติค่ะ

ค่า pH ของครีมนวดผมหลังละลายน้ำอยู่ที่ราวๆ 5 นะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

ในส่วนของครีมนวดผมก็เรียกได้ว่าทำมาได้น่าสนใจไม่แพ้กันกับแชมพูเลยทีเดียว

โดยอาศัย Cetrimonium chloride ซึ่งเป็นสาร Surfactant ประจุบวก จะทำหน้าที่จับกับผมเสียที่มีประจุเป็นลบ ลดการชี้ฟู และเคลือบปิดเกล็ดผมเอาไว้ พร้อมทั้งทำหน้าที่เหมือนปูพื้นให้สารบำรุงบางชนิด มาเกาะบนเส้นผมได้ง่ายขึ้น

ในส่วนของสารบำรุงที่เป็นสารสกัดจากพืช กลุ่มเทคโนโลยี นวัตกรรม Botaniplex® มีด้วยกัน 3 ชนิด ได้แก่

  • Soap nut (Sapindus mukorossi Fruit Extract) ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดอักเสบระคายเคือง และมีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์
  • Amor cork tree (Phellodendron Chinense Bark Extract) หรือ ชื่อจีน Huang Bai มีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค ซึ่งจะช่วยลดการเกิดรังแค และปรับสมดุล Microbiome แบบอ้อมๆ
  • Chrysanthemum Indicum Flower Extract หรือ ดอกเก๊กฮวย ที่เด่นเรื่องการดูแลการระคายเคือง

เสริมมาด้วย

  • โปรวิตามินบี 5 (Panthenol) ที่ดูแลเรื่องการระคายเคือง และให้ความชุ่มชื้น
  • Sodium hyaluronate เพิ่มความชุ่มชื้น
  • Ethylhexyl methoxycinnmate เป็นสารดูดซับรังสี UVB ถ้าเคลือบอยู่บนเกล็ดผม ก็จะช่วยปกป้องเส้นผมจากรังสี UV ได้อีกทาง
  • Tocopheryl acetate เป็น Antioxidant

ในภาพรวม ครีมนวดถ้าดูจากส่วนผสม จะดูเหมือนค่อนข้างเบา ผมเสียมากๆ ผมทำสี ผมเส้นเล็กแบบดิฉันจะไหวไหม แต่พอได้ลองใช้จริงก็คือแบบ เออ ไหวอ่ะ น้องทำถึงมาก เคลือบผมให้เงางาม และนุ่มมีน้ำหนัก แต่ไม่เยิ้ม

มาให้คะแนนกัน

  1. สารบำรุง รวมสารปรับสภาพเส้นผม น้องใช้ Cationic surfactant เป็นตัวปรับสภาพเส้นผม ร่วมกับซิลิโคน และ Shea butter เพื่อเสริมความเงาวาวให้เส้นผม เสริมสารสกัดจากพืชตามเทคโนโลยี Botaniplex® ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ และสารบำรุงอื่นๆ ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน อย่างที่เกริ่นไปว่า ถ้าดูจากส่วนผสม ส่วนตัวจะคิดว่า น้องน่าจะเบา คนผมเส้นเล็ก ผมแห้งมาก เสียมาก ทำสีมา น่าจะเอาไม่อยู่ แต่ผิดคาด นางไหว นางทำถึงมาก ผมนุ่มสวย มีน้ำหนัก และเงางามตามท้องเรื่อง ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Kamedis สาขาประเทศไทย ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้เปิดหูเปิดตา และทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

https://web.facebook.com/Kamedisth

ทางไปตำแชมพู

แอพฟ้า https://s.lazada.co.th/s.Mrvj1?cc

แอพส้ม https://s.shopee.co.th/qNva39KyC

ทางไปตำครีมนวด

แอพฟ้า https://s.lazada.co.th/s.p9hXf?cc

แอพส้ม https://s.shopee.co.th/4pu4LJ0er7

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Kamedis สาขาประเทศไทย การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ