Bioderma Photoderm XDefense ออกเฉดสีมาใหม่ คือ Shade 01 ต่างจากเดิมอย่างไร Blog นี้จะวิเคราะห์ส่วนผสมอย่างละเอียดค่ะ
ก่อนไปดูส่วนผสม ใครที่พลาดรีวิวสูตร Invisible ไป สามารถรับชมได้ที่ลิงค์นี้นะคะ
https://miyeonthereviewer.com/2025/03/02/bioderma-xdefense/
ตัวน้องมาในหน้าตาแบบนี้ค่ะ

ส่วนนี้จะเป็นกล่อง

เนื้อสัมผัส จะเป็นแบบลิควิด มีสีเบจอ่อนๆ กลืนไปกับผิว ไม่ขาวลอย

เกลี่ยได้ง่าย ให้ความปกปิดเล็กน้อย

ฟินิชใต้แสงแฟลชนะคะ

สำหรับวิธีใช้ เราสามารถเบลนด์ผสมกับเฉด invisible ก็ได้ เพื่อให้ได้เนื้อความปกปิดที่เบาลง
ส่วนตัวพักหลังๆ เริ่ม กังวล กับสีผิวไม่สม่ำเสมอ ยังไม่ถึงขั้นเป็นกระ แต่ก็มีจุดด่างดำบริเวณด้านบนโหนกแก้มซ้าย เลยจะเอา shade 01 มาทาตรงนั้นเพิ่มหลังจากลง invisible เสร็จแล้ว แล้วแต่งหน้าต่อตามปกติ

สูตรนี้มีส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

จุดที่คงความแข็งแกร่งไว้แบบสูตร Invisible
- สารกันแดดที่ทรงประสิทธิภาพ มีความเสถียรสูง พร้อมนวัตกรรมปกป้องได้ครบทุกรังสีจากแสงแดด และสิ่งแวดล้อม คือ UV-Visible light-Infrared และ Pollution
- ความเป็นกันแดดดีท็อกซ์ตัวแม่ ด้วยศาสตร์ Detox science จากส่วนผสมของ TMBA (Trimethoxybenzyl acetylsinapate) + สารกันแดด ภายใต้สิทธิบัตร เปิดระบบ Nrf2 ซึ่งเป็นระบบแอนตี้ออกซิแดนท์ของผิวตามธรรมชาติ มีผลเทสต์ว่าช่วยเสริมประสิทธิภาพการดีท็อกซ์ภายในผิวมากขึ้น 164%
จุดที่เพิ่มขึ้นมา
- การผสมผสาน Iron oxides ซึ่งปกติมีด้วยกัน 3 เฉด คือ Iron oxide yellow (CI 77492), Iron oxide red (CI 77491) และ Iron oxide black (CI 77499) เข้าได้อย่างลงตัวเกิดเป็นเฉด 01 ที่ใกล้เคียงกับผิวคนไทย ดีไซน์ออกแบบมาเพื่อปกป้องคนโทนผิวเหลือง (Fitzpatrick’s phototype III-IV)
ซึ่งมีข้อมูลว่า Visible light โดยเฉพาะแสงในช่วงแสงที่มีพลังงานสูง เรียก High energy visible light (HEV light) เช่น สีน้ำเงิน นั้นส่งผลเสียต่อผิวพรรณไม่แตกต่างจากรังสี UV ในแง่ของการเหนี่ยวนำให้เกิดการสร้างอนุมูลอิสระ รอยแดง และกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ MMP ที่จะไปย่อยทำลายเส้นใยในผิว เช่น คอลลาเจน ทำให้ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ นอกจากนี้คลื่นแสงสีน้ำเงินยังสามารถจับกับตัวรับ Opsin receptor บน Melanocyte แล้วกระตุ้นให้สร้างเม็ดสีได้โดยตรง กระบวนการนี้เด่นในคนผิวเหลือง และคนผิวเข้ม ซึ่งจะนำไปสู่สีผิวไม่สม่ำเสมอ กระ หรือ ฝ้าได้ต่อไป

ซึ่งมีรายงานว่า Pigment หรือ เม็ดสีในกลุ่มของ Iron oxides นั้น สามารถปกป้องผิวจาก Blue light ได้

Note: ในภาพ D&C red นั้นไม่เกี่ยวข้อง แค่อยากนำสีของ Iron oxides yellow และ red มาแสดง
การเบลนด์ Iron oxides ทั้ง 3 เฉด จะทำให้ได้สีใกล้เคียงกับสีผิวของคนเรา และยังได้ประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจาก HEV light ด้วย
สูตรนี้ มี SPF 70.7 PPD 32.5
เรามาสรุปรายละเอียดส่วนผสมที่น่าสนใจกันอีกสักครั้งนะคะ
ในด้านของสารกันแดด น้องก็คือทำมาได้ครบสยบทั้ง UVA-UVB และเสริมสารที่เป็น SPF booster กับตัวที่ช่วยเพิ่มความเสถียรให้ระบบกันแดดในสูตร
กลุ่มสารกันแดด
- bis-Ethylhexyloxyphenol methoxyphenyl triazine หรือ Tinosorb S เป็นสารกันแดดที่มีความคงตัวดี กรองรังสีได้ในช่วงกว้างทั้ง UVA-UVB
- Butyl Methoxydibenzoylmethane เด่นกรองรังสี UVA เป็นหลัก
- Diethylamino hydroxybenzoyl hexyl benzoate หรือ Uvinul A+ เป็นตัวกรอง UVA ที่เด่นเรื่องการปกป้องการเกิดอนุมูลอิสระจากรังสี UV ในผิว มีความคงตัวดี
จะเห็นว่าเป็นการเลือกใช้สารกรองรังสี UV 3 ชนิด ที่มีความปลอดภัย เบลนด์กันในสัดส่วนที่เหมาะสมเพื่อลดการสัมผัสสารที่ไม่จำเป็น แล้วได้ค่า SPF (กัน UVB) และ PPD (กัน UVA) ที่สูง ครอบคลุม ภายใต้คอนเซปท์ “Balance of filter coverage and stability”
สารที่ใช้เป็นมิตรกับผิว รวมถึงผ่านการทดสอบแล้วว่าเป็นมิตรกับท้องทะเล และเป็นตัวที่ได้รับการยอมรับจาก USFDA
ส่วนตัวเสริมกันแดดจะมี
- Ethylhexyl methoxycrylene ตัวนี้จะช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ (Singlet oxygen quencher) และตัวมันยังดูดซับรังสี UVA ได้ด้วย
- Methoxyphenylimino dimethylcyclohexenyl ethyl glycinate ตัวนี้เป็นโมเลกุลจากธรรมชาติพบได้ในสาหร่าย ปกป้องผิวได้จากทั้งรังสี UVA, UVB และบูสท์ค่า SPF ให้ตำรับ
ในสูตรเสริม antioxidants ที่ช่วยปกป้องผิวจาก IR, Visible light และ มลภาวะ ซึ่งก็มีข้อมูลอยู่ว่าการใช้สารกรองรังสีเสริม antioxidants จะสามารถปกป้องผิวจากความเสียหายได้มากขึ้นกว่าการใช้สารกรองรังสีเพียงอย่างเดียว โดยตัวที่เป็นนางเอกในหมวดนี้คือ MAA-like (Methoxyphenylimino Dimethylcyclohexenyl Ethyl Glycinate) น้องมีชื่อเล่นในวงการว่า “natural photoprotector” ซึ่งมีข้อมูลว่ามีฤทธิ์ antioxidant สูงกว่าวิตามินอี 10 เท่า และ มีคุณสมบัติในการยับยั้ง MMP-2 ที่จะไปย่อยคอลลาเจน IV ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของชั้นเชื่อมต่อระหว่าง epidermis-dermis ที่เรียกว่า Dermal-epidermal junction หรือ DEJ ซึ่งถ้าชั้นนี้แข็งแรง โอกาสเกิดริ้วรอยลึกจะมีน้อย
เสริมการปกป้องมลภาวะด้วยชั้นฟิล์มของ Glycofilm (Biosaccharide gum-4)
การเอาคู่นี้มาอยู่ด้วยกันจึงเป็นเสมือนการปกป้องผิวทั้งจากภายในและภายนอก พร้อมทั้งให้ประโยชน์ในเชิง anti-aging จากการปกป้อง Collagen IV
จากผลการทดสอบพบว่า สามารถปกป้องเซลล์ผิวไม่ให้เสียหายจากแสงแดดได้ Full spectrum (UV+IR+VIS) รวมทั้งมลภาวะ ได้สูงมากถึง 99%
สารอีกตัวที่น่าสนใจในสูตร Ectoin เป็นกรดอะมิโนชนิดพิเศษที่มีโครงสร้างเป็นวงกลม พบได้ในธรรมชาติสร้างโดยแบคทีเรียบางสายพันธ์ที่อาศัยในสิ่งแวดล้อมที่สุดขั้ว (Extremophile) ทำหน้าที่ปกป้องตัวเขาเองจากอันตรายภายนอก โดยตัว Ectoin จะทำหน้าที่ดึงเอาน้ำมาเกาะไว้กับตัวเอง กลายร่างเป็น Ectoin hydrocomplex ที่ช่วยปกป้องโปรตีนองค์ประกอบต่างๆ ของเซลล์เอาไว้ (Clin Dermatol. 2008;26(4):326–633.) และพอจะมีข้อมูลอยู่ว่า Ectoin ปกป้องเซลล์ผิวจากรังสี UV ได้ (Skin Pharmacol Physiol. 2004; 17(5):232-7.) และงานวิจัยล่าสุดปี 2024 พบว่า Ectoin สามารถปกป้องผิวจากความเครียด โดยไปลดผลเสียของ Cortisone ที่จะทำให้ผิวอ่อนแอ และทำให้จำนวนคอลลาเจนลดลง

Cortisone จะเปลี่ยนเป็น Cortisol โดยใช้เอนไซม์ 11beta-HSD ซึ่ง Cortisol จะมีฤทธิ์แรงขึ้น
พบว่าเมื่อคนเราอายุมากขึ้น หรือ สัมผัสรังสี UV จะทำให้เอนไซม์นี้มีมากขึ้น ผิวเลยอ่อนแอ และ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดริ้วรอย เพราะว่าคอลลาเจนจะลดลง
โดย Ectoin จะไปปกป้องผิวจากรังสี UV โดยไม่ทำให้เอนไซม์ 11beta-HSD ทำงานมากขึ้น จนเกิดผลเสีย

นอกจากนี้เวลาสัมผัสรังสี UV จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันผิวถูกกด ส่วนหนึ่งเพราะเซลล์คุณตำรวจ ที่ชื่อ คุณ Langerhan Cells (LC) จะลดลง เซลล์นี้เป็นเหมือนคุณตำรวจคอยสอดส่องผิว ว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาไหม แล้วไปเปิดระบบภูมิคุ้มกันเพื่อปกป้องผิว
เมื่อใช้ Ectoin + Mannitol คอมบิเนชั่นใน Photoderm XDefense คือ เทคโนโลยี Sun active defense สามารถปกป้องคุณตำรวจ LC ให้อยู่รอดได้แม้เจอ UV

นวัตกรรมดีท็อกซ์ด้วย TMBA (Trimethoxybenzyl acetylsinapate) คู่กับสารกันแดด มีผลทดสอบว่าสามารถเสริมการสังเคราะห์ยีน MT1G (Metallothionein 1G) ซึ่งเป็นหนึ่งในยีนที่ใช้สร้างโปรตีนในกลุ่ม Metallothionein (MTs) ซึ่งเป็นโปรตีนขนาดเล็กที่มีปริมาณกรดอะมิโนซีสเทอีน (cysteine) สูง ใน cysteine นี้จะมีโครงสร้างของหมู่ Sulfhydryl (-SH) อยู่ จึงทำให้โมเลกุลของ MTs มี -SH อยู่อย่างหนาแน่น ส่งผลให้ MTs มีความสามารถพิเศษหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นด้านการเป็น Antioxidant รวมไปถึงการจับอิออนโลหะที่จะนำไปสู่การสร้างอนุมูลอิสระใหม่ๆ ผ่าน Fenton reaction
โดยปกติแล้วการทำงานร่วมกันระหว่างระบบ Nrf2 ซึ่งเป็นระบบ natural antioxidant system จะเหมือนการทำงานแบบต้นน้ำ-ปลายน้ำ
ที่เมื่อระบบ Nrf2 เปิดแล้วมีผลดีหลายอย่างในด้านการดีท็อกซ์ ปกป้องตัวเองของผิว และทำให้มีการสร้าง MTs (รวมถึงโมเลกุลที่มีประโยชน์ต่อผิวต่างๆ) ออกมามาก ทำให้ผิวเราแกร่งขึ้น ปกป้องตัวเองและทำลายอนุมูลอิสระได้มากขึ้น
และนอกจากนี้ยังให้ผลในเชิงด้านของกระบวนการลดการอักเสบผ่านการลดการปลดปล่อยพวกสารก่อการอักเสบบางชนิด เช่น IL-6 และ IL-1 รวมถึงลดการทำลายของคอลลาเจนจากรังสี UV
แต่อย่างไรก็ดีการทำงานของ Nrf2 ยังมีความขัดแย้งกันบ้างในบางจุด แต่ในภาพรวมส่วนตัวมองว่าค่อนข้างเด่นไปในเชิงการป้องกันตัวเอง-หรือการดีท็อกซ์
ซึ่งจากข้อมูลการทดสอบของทางแบรนด์พบว่าคอมบิเนชั่นนี้สามารถเสริมประสิทธิภาพในการดีท็อกซ์ผิวได้สูงถึง 164% เมื่อเทียบกับตัวทำละลาย หรือ control
สำหรับท่านที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามทางแบรนด์ได้โดยตรงที่ https://bit.ly/BiodermaBA
ช่องทางจำหน่าย
– Bioderma Photoderm XDefense Shade 01 – 40 มล. 1,190.- มีจำหน่ายที่ร้าน Boots และ Boots Online
ช้อปปิ้ง Shade 01
Lazada https://s.lazada.co.th/s.ZdqH8d?cc&t=p-i694emK-sQARejk
Shopee https://s.shopee.co.th/50UYV1KGJo
– สูตร Invisible มีครบทั้ง Boots, Beautrium, EVEANDBOY, Watsons, Konvy ค่ะ
Lazada https://s.lazada.co.th/s.ZdqHmn?cc&t=p-i694djO-sQAQrsM
Shopee https://s.shopee.co.th/4LErhmQus0
Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Bioderma ประเทศไทย การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ
#BIODERMAThailand #PhotodermXdefense #กันแดดดีท็อกซ์ #BootsThailand #กันแดดผิวแพ้ง่าย