Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม โลชันทาตัวสารพัดประโยชน์ PribProud Proud Perfect โลชั่นสุดลักชู ที่พัฒนาจากงานวิจัยไทยผสานนวัตกรรมสารบำรุงชั้นนำจากนานาชาติ

สืบเนื่องจาก Blog ก่อนหน้า ทางเพจได้นำเสนอเรื่อง หญ้ารีแพร์ และ 3R Repairtec (Renewal + Repairing + Regeneration) ของผลิตภัณฑ์ไนท์ครีม Proud Night จากแบรนด์ ไป ท่านใดที่พลาดไปสามารถตามที่ลิงค์นี้ได้เลยค่ะ (>>Click<<)

วันนี้เรามาดู Body lotion ของทางแบรนด์กันต่อเลย เพราะว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน

นี่คือหน้าตาค่ะ

ส่วนนี้จะเป็นภาพกล่อง

เนื้อโลชั่นทำออกมาบางเบา มีกลิ่นหอมอ่อนๆ

เกลี่ยได้ง่าย ให้สัมผัสลื่น นุ่มนวล เย็นสบายผิว มีความโกลว์อยู่หน่อยๆ ฟีลลิ่งหลังแห้งค่อนข้างดี ระหว่างวันไม่เยิ้ม ไม่ลื่นไม่เมือกเมื่อเหงื่อออก

ตัวนี้เป็น Body lotion ที่ออกแบบมาให้ทาได้ทุกจุดของร่างกายเลยนะคะ ซึ่งจะเด่นเรื่องของการปรับสมดุลสีผิวให้สม่ำเสมอ ให้ texture ผิวดูเรียบเนียน และชุ่มชื้น

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

ในภาพรวม นี่คือ body lotion ที่ทำมาได้น่าสนใจและเพียบพร้อมมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านชุ่มชื้น ผิวแข็งแรง หรือ whitening และยังมีส่วนผสมของสารที่ลดการเกิดเหงื่อ และ กลิ่นกาย เสริมเข้ามาด้วย 

ผสานเข้ากับงานวิจัยไทย อนุสิทธิบัตรมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และผลวิจัยตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำโดยนักวิจัยไทย 

โดยขอเริ่มต้นที่ตัวเด่นอย่างสารสกัดจากหญ้ารีแพร์ที่ปลูกแบบออร์แกนิค (Centotheca lappacea extract) ภายใต้อนุสิทธิบัตร เลขที่ 15960 งานวิจัยของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ที่น่าสนใจ คือ ในหญ้ารีแพร์ประกอบด้วยสารในกลุ่ม catechin อย่าง catechin และ catechin gallate ร่วมกับ rosmarinic acid ที่เป็น antioxidant ที่ดี มีผลทดสอบฤทธิ์ antioxidant และ ฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ที่ใช้สร้างเม็ดสี (Ref: อนุสิทธิบัตรไทย เลขที่ 15960) มีงานวิจัยกล่าวถึงประสิทธิภาพในการยับยั้งเอนไซม์ MMP-1, MMP-2 ที่ไปย่อยสลายคอลลาเจนและเส้นใยในชั้นผิว รวมถึงคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง และมีองค์ประกอบของ silica ที่ช่วยซัพพอร์ตการทำงานของผิว มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนให้ผิวนุ่ม ซัพพอร์ตการเจริญของผิว (+107% vs control) มีความปลอดภัย (ทดสอบกับเซลล์ไฟโบรบลาสต์มนุษย์) (Ref: สุภาพร ปติพร. (2557). บันทึกของแผ่นดิน 7 สมุนไพรดูแลแม่หญิง. กรุงเทพฯ: ปรมัตถ์การพิมพ์.) 

คุณสมบัติดังกล่าวของสารสกัดจากหญ้ารีแพร์รวมกันได้เป็นเทคโนโลยี 3R Repairtec ได้แก่ Renewal, Repairing, Regeneration

เสริมมาด้วยสารสกัดจากเหงือกปลาหมอดอกขาว หรือ sea holly ที่ปลูกแบบออร์แกนิค (Acanthus ebracteatus leaf extract) มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พบว่าประกอบด้วยสารในกลุ่มฟีนอลิกในปริมาณสูง เป็น antioxidant ที่ดี มีคุณสมบัติเป็นไวท์เทนนิ่งผ่านการยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ลดการอักเสบระคายเคือง ผ่านการลดการสร้าง cytokines ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ ยับยั้งเอนไซม์ MMP ที่ไปย่อยเส้นใยในชั้นผิว เสริมการสร้างคอลลาเจน และที่น่าสนใจมาก คือ การทดสอบใน fibroblast ที่เกิดกระบวนการ Senescent พบว่าสามารถลดการสร้าง senescence-associated β-galactosidase (SA-β-gal) ที่เป็นตัวเหนี่ยวนำให้เกิด zombie cell เป็นเซลล์แก่ๆ ที่ทำงานไม่ได้ และยังไปเหนี่ยวนำให้เซลล์ค้างเคียงเป็นซอมบี้ไปด้วย (Kanlayavattanakul et al., Chem Biol Technol Agric. 2023;10:32) 

ในด้านของความชุ่มชื้นใช้ urea 5% ซึ่งเป็น gold standard ในการเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ที่ดี ร่วมกับสารสกัดจากกระเจี๊ยบแดง (Hibiscus sabdariffa extract) ภายใต้เทรด Hydrosella เป็น moisturizer กลไกใหม่ ทำหน้าที่เป็น osmolyte ปกป้องเซลล์ผิวในชั้นหนังกำพร้าจากความแห้ง และสิ่งแวดล้อม ให้ผิวชุ่มชื้น ทำงานได้ดีตามปกติ และยังมีผลเทสต์พบว่าเสริมความสามารถในการเก็บน้ำผ่านการสร้าง occluding ที่เป็น tight junction กันน้ำระเหยออก และเสริมการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น barrier ผิว ผลทดสอบในอาสาสมัครพบว่าผิวแข็งแรงขึ้นและชุ่มชื้นขึ้น (Ref: TDS Hydrasella)

ในส่วนของการดูแลปัญหากลิ่นกาย ในโลชั่นมี Aluminium chlorohydrate ลดการขับเหงื่อจากต่อมเหงื่อ และ Saccharomyces/Persimmon Fruit Juice Ferment Extract เป็นลูกพลับหมักภายใต้เทรด Pancil® BA-210-1 ซึ่งข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่า สามารถจับกับสารที่ทำให้เกิดกลิ่นในกลุ่มของพวก Nitrogen compound กรดไขมันสายสั้นๆ และ aldehyde มาพร้อมคุณสมบัติในการยับยั้งจุลินทรีย์ (Ref: TDS Pancil®) 

Soothing ด้วย Aloe, ชะเอม, Allantoin และ Dipotassium glycyrrhizate

ผลัดผิวแบบเบาๆ ด้วย Keratoline (คอมบิเนชั่นของ Bacillus ferment) เป็นสารในกลุ่มเอนไซม์ที่ผลัดผิวแบบอ่อนโยน

Whitening ได้ด้วย วิตามินบี 3 (Niacinamide) 5% ซึ่งมีประโยชน์ที่ดีต่อผิวเสริมอีกหลายๆ ประการ และสารสกัดจากมะหาด

เสริม Ceramide 3 เข้ามาดูแลเรื่อง Barrier ผิว 

ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ในภาพรวมจึงถือว่าเป็น Body lotion ที่ทำมาได้ค่อนข้างน่าสนใจ เหมาะกับการทาที่บริเวณรักแร้ ขาหนีบ และบริเวณอื่นๆ ทั่วร่างกาย

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง เป็น Body lotion ที่ออกแบบมาด้วยส่วนผสมที่มีกลไกการทำงานหลากหลาย และเหมาะกับการใช้งานกับผิวกายเป็นหลัก ให้ประโยชน์ทั้งด้านชุ่มชื้น whitening ผิวแข็งแรง ผิวเรียบเนียน และดูแลปัญหาเหงื่อ และกลิ่นกายในตัวเดียวกัน ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว แม้ว่า Isopropyl palmitate จะมีโอกาสอุดตันได้ในบางราย แต่ดูจากลำดับแล้วไม่ค่อยน่าจะกังวลเท่าไหร่ และส่วนตัวใช้มาเดือนเศษๆ ยังไม่พบปัญหาใด ให้ไป 4 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ส่วนตัวชอบการออกแบบผลิตภัณฑ์นี้ ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาสมุนไพรไทยอย่าง หญ้ารีแพร์ และเหงือกปลาหมอดอกขาว ที่วิจัยโดยนักวิจัยไทย มาเบลนด์เข้ากับสารบำรุงมาตรฐาน เช่น urea ที่เป็น gold standard ในการเป็นมอยส์ และ ceramide ที่ได้รับการยอมรับเรื่องการฟื้นฟู barrier ผิว พร้อมสารสกัดชั้นนำจากนานาชาติได้อย่างลงตัว หลังจากได้ลองใช้มาเดือนเศษๆ ก็คือ จะสัมผัสได้ที่วงแขนว่าผิวเรียบเนียนขึ้น สีผิวสม่ำเสมอขึ้น แห้งน้อยลง และรู้สึกว่าขนขึ้นช้าลง อันนี้พยายามหากลไกมาซัพพอร์ตแต่ยังไม่เจอ เลยขอมาร์คไว้ก่อนว่าจะคิดไปเองรึเปล่า แต่ใดๆ ก็ขอให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ PribProud ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้รู้จัก และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/PribProudThailand

https://www.instagram.com/pribproudofficial/?hl=en

ทางไปช้อปปิ้ง

Lazada https://s.lazada.co.th/s.ZYTyGc

Shopee https://s.shopee.co.th/2qOb7hpVGy

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ PribProud การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

Pre-Launch Exclusive review: รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Sleeping mask ที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรมสารบำรุงผิวจากสถาบันชั้นนำในประเทศ จาก One Of RapidRevive Sleeping Mask

บ้านเรามีงานวิจัยดีๆ เยอะเลยนะคะ แต่ส่วนใหญ่กลายเป็นว่าถูกนำขึ้นหิ้งไปเสียหมด มีเพียงส่วนน้อยที่มีการเอามาต่อยอดออกสู่ท้องตลาดให้ได้เชยชมกัน

วันนี้เลยขอหยิบยกเอา 1 กรณีศึกษาที่น่าสนใจ ที่หยิบเอางานวิจัยมาใช้ต่อยอดเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจให้ได้ชมกันค่ะ

เมื่อตอนต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ส่วนตัวได้รับการติดต่อจากแบรนด์แบรนด์หนึ่ง ให้ร่วมเป็น 1 ใน ผู้ร่วมทดสอบผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ เป็นกลุ่มแรก

ทางแบรนด์เรียกเป็น Exclusive first secret reveal ของผลิตภัณฑ์ Sleeping mask แบรนด์ไทย พอได้เห็นส่วนผสมของสารบำรุงเราก็รู้สึกว่าค่อนข้างน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เป็นการเลือกเอาสารบำรุงที่ผ่านการค้นคว้าวิจัยจากสถาบันชั้นนำในประเทศ มาผสานรวมกันกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากต่างประเทศได้อย่างลงตัว จนกลายเป็น Sleeping mask ชิ้นนี้

แบรนด์นี้มีชื่อว่า One OfTM ซึ่งมีที่มาจากคำว่า One of a kind ซึ่งเป็นที่ถูกใช้กับสิ่งของที่มีมูลค่ามากและมีชิ้นเดียวในโลก โดยในที่นี้ก็คือ One of a kind beauty เพราะเราแต่ละคนมีความงามที่แตกต่างกันและมีคนคนเดียวในโลก และ One OfTM ก็เป็นแบรนด์ที่จะสร้างความงามนั้น สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้เพราะทุกคนสวยในแบบของตน ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร และไม่ต้องมีใครเหมือน

สำหรับตัวผลิตภัณฑ์จะมีชื่อว่า RapidRevive Sleeping Mask ที่จะมีหน้าตาในวันเปิดตัวเป็นแบบนี้ค่ะ

ผลิตภัณฑ์นี้จะมีพระเอกกับนางเอกอยู่ที่ตัว Dihydro oxyresveratrol กับ Purified XanthoneTM ซึ่งทั้ง 2 ตัวเป็นวัตถุดิบจากการค้นคว้าวิจัยจากสถาบันชั้นนำของบ้านเราค่ะ

  • Dihydro oxyresveratrol เป็นสารพฤกษเคมีที่แยกบริสุทธิ์ออกมาจากมะหาด โดยศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ (CENP) ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยพบว่ามีฤทธิ์ในการต่อต้านการสร้างเม็ดสีที่ดีกว่าวิตามินซีถึง 7000 เท่า
  • Purified XanthoneTM เป็นสารพฤกษเคมีที่แยกบริสุทธิ์ออกมาจากมังคุด วิจัยโดยสารสกัดจากการพัฒนาและวิจัยของสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KAPI) อันนี้คือมีผลการทดสอบทั้งในระดับหลอดทดลอง และในผิวหนังจำลอง ไม่น่าเชื่อว่า Xanthone ที่เราเคยรู้จักกันในด้านของคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ดูแลปัญหาสิว จะมีประโยชน์ในการเสริมการสังเคราะห์คอลลาเจนด้วย น่าสนใจมากๆ

ซึ่งนอกเหนือจากน้องๆ นางเอกแล้ว ยังมีสารบำรุงอื่นๆ อีกหลายชนิด ที่เลือกมาได้อย่างลงตัว เดี๋ยวค่อยไปดูอีกทีในช่วงของการวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

เนื้อของมาสก์จะมีความหยุ่นๆ เป็นเนื้อกึ่งๆ ครีม กึ่งๆ เจล เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม เลยจะได้กลิ่นจางๆ ของวัตถุดิบอยู่เล็กน้อย

คัวผลิตภัณฑ์เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ฟีลลิ่งเคลือบๆ แต่ไม่หนักไม่เหนียวเหนอะหนะ ทิ้งไว้สักครู่เนื้อครีมจะซึม/แห้งไปค่ะ แต่ยังให้ความรู้สึกสดชื่น สบายผิวอยู่ ในภาพจะเป็นภาพหลังเกลี่ยแล้วประมาณ 3 นาทีค่ะ

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

จากส่วนผสมจะเห็นว่ามีสารบำรุงอยู่หลากหลายชนิดด้วยกัน โดยขอเริ่มวิเคราะห์ที่น้องๆ นางเอกของเรา ที่แทนไว้ด้วยสีม่วง

  • Artocarpus lakoocha Wood Extract ตัวนี้สื่อถึง Dihydro oxyresveratrol ที่พัฒนาจากสาร Oxyresveratrol ที่แยกบริสุทธิ์ออกมาจากแก่นมะหาด (Artocarpus lakoocha) แล้วนำมาผ่านกระบวนการ Hydrogenation ได้เป็น Dihydro oxyresveratrol เพื่อให้สารมีความคงตัวขึ้น โดยสารในกลุ่ม Resveratrol นั้นเด่นเรื่อง Antioxidant อยู่แล้ว สำหรับตัว Dihydro oxyresveratrol ที่เป็นวัตถุดิบที่ผ่านการค้นคว้าและวิจัยจากศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ (CENP) ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นั้นพบว่ามีฤทธิ์ในการต่อต้านการสร้างเม็ดสีที่ดีกว่าวิตามินซีถึง 7000 เท่า โดยวัดจาก ค่าความเข้มข้นของสารที่ยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ได้ 50% (IC50) ในระดับหลอดทดลอง ซึ่งเอนไซม์นี้เป็นเอนไซม์ที่สร้างเม็ดสี ได้ค่า IC50 เท่ากับ 0.0275 ไมโครโมลาร์ (หน่วยวัดความเข้มข้นของสารในทางเคมี) เมื่อเทียบกับ Oxyresveratrol ตัวดั้งเดิมให้ค่า IC50 เท่ากับ 0.22 ไมโครโมลาร์ และ วิตามินซี (รูปแบบ Ascorbic acid) ที่ 200 ไมโครโมลาร์ (Reference: CENP)
    • ค่า IC50 น้อยๆ หมายถึงสารนั้นมีฤทธิ์ที่ดี คือใช้ปริมาณเพียงแค่นั้นก็ยับยั้งเอนไซม์ไปแล้วครึ่งหนึ่ง

  • สำหรับสารนางเอกอีกตัวก็คือ Garcinia mangostana Peel Extract ตัวนี้สื่อความหมายถึงเทคโนโลยี Purified XanthoneTM ที่แยกบริสุทธิ์ และผ่านการตรวจสอบคุณภาพและเอกลักษณ์สาร เพื่อยืนยันว่าเป็นสารที่มีความบริสุทธิ์จริง

รูปสูตรโครงสร้างของ Purifed XanthoneTM

Purified XanthoneTM ที่ว่านี้แยกออกมาจากจากเปลือกมังคุด (Garcinia mangostana) ซึ่งปกติแล้วพอพูดถึง Xanthone เรามักจะนึกถึงคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียบางชนิด เช่น พวกเชื้อก่อสิว แล้วเราก็มักจะเห็นการใช้สารสกัดจากมังคุดในผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลสิวอยู่บ้าง แต่สาร Xanthone ตัวนี้มีความเด่นไปกว่านั้น คือ ตัวนี้พัฒนา ค้นคว้า และวิจัยโดยสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KAPI) มีผลการทดสอบในผิวหนังมนุษย์ที่เพาะเลี้ยง (Ex vivo human skin model) โดยหน่วยงานที่เป็น 3rd party อย่างกลุ่มวิจัยการวิเคราะห์ระดับนาโนขั้นสูงและความปลอดภัย (ANCS) ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติพบว่า ตัว Purified XanthoneTM นี้มีคุณสมบัติในการเสริมการสังเคราะห์คอลลาเจนของผิว

ภาพ แสดงประสิทธิภาพในการเสริมการสังเคราะห์คอลลาเจนของ Purified xanthoneTM ที่ความเข้มข้น 0.04% เทียบกับ Retinol 0.25% และสารควบคุม ในที่นี้เป็นตัวทำละลาย 0.5% DMSO (ที่มา ACNS)

ภาพ A จะเป็นการย้อมคอลลาเจนด้วยสีย้อม จะเห็นว่าการใช้ Purified xanthoneTM ในผิวหนังเพาะเลี้ยงจะมีปริมาณของคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ซึ่งให้ผลดีกว่า Retinol อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนของภาพ B จะเป็นกราฟที่แสดงบริเวณ (พื้นที่ที่ติดสี) ของคอลลาเจนที่ประเมินด้วยเทคนิคการย้อมสีของเส้นใยคอลลาเจนในผิวหนังเพาะเลี้ยงของ Purified xanthoneTM ที่ความเข้มข้น 0.04% เทียบกับ Retinol 0.25% และสารควบคุม ในที่นี้เป็นตัวทำละลาย 0.5% DMSO

นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบว่า Purified xanthoneTM  มีประโยชน์ในการปกป้องคอลลาเจนไม่ให้ถูกทำลายโดยไปยับยั้งเอนไซม์ MMP-1 ที่เป็นตัวย่อยสลายคอลลาเจน และมีคุณสมบัติลดการอักเสบระคายเคือง โดยไปกดการสร้างสารก่อการอักเสบกลุ่ม IL-6, IL-8 และ TNF-alpha ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นของกระบวนการอักเสบต่างๆ ภายในผิว

แค่สองตัวนี้ก็ปังแล้ว เราลองมาดูสารอื่นๆ ที่น่าสนใจกันนะคะ

สีชมพู จะเป็นสารสกัดจากพืช และสารบำรุงต่างๆ ที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน

  • Allium cepa bulb extract ตัวนี้เป็นสารสกัดจากหัวหอม ทางแบรนด์เคลมว่านำเข้ามาจากญี่ปุ่น มีคุณสมบัติในแง่ของการดูแลปัญหาจุดด่างดำ ริ้วรอย และปกป้องผิวจากรังสี UV
  • Bakuchiol ตัวนี้เป็นสารพฤกษเคมีในกลุ่มของ Meroterpene ที่ได้จากพืชชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Psoralea corylifolia พืชนี้เป็นพืชเก่าแก่ มีใช้ทั้งในตำรับยาจีน และตำรับอายุรเวท มีการศึกษาหนึ่งเมื่อปี 2014 ศึกษาผลของ Bakuchiol เทียบกับ Retinol ทดสอบในผิวหนังจำลองที่เพาะเลี้ยงขึ้นมา พบว่า Bakuchiol ออกฤทธิ์คล้ายกับ Retinol ทั้งในแง่ของการเสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน เสริมการสังเคราะห์โปรตีนและยีนอีกหลายชนิดที่เกี่ยวกับความ Firm ของผิว และยังเสริมการสังเคราะห์ Aquaporin-3 ที่มีประโยชน์ในการกักเก็บน้ำของผิว ต่อมา ทางทีมวิจัยเอาไปทดลองในอาสาสมัคร โดยให้ทาที่บริเวณหางตาที่มีตีนกาวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 12 อาทิตย์ พบว่า ตำรับที่มีส่วนผสมของ Bakuchiol มีประโยชน์ในการลดริ้วรอย เพิ่มความกระชับและความยืดหยุ่น รวมถึงปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอมากขึ้น (Chaudhuri and Bojanowski. Int J Cosmet Sci. 2014;36(3):221-30.) ต่อมามีการทดสอบในอาสาสมัครอีกครั้งในปี 2018 เทียบกับ Retinol พบว่าให้ผลในด้านของการลดเลือนริ้วรอย และปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอเช่นเดียวกัน แต่อาสาสมัครกลุ่มที่ใช้ Bakuchiol มีอาการข้างเคียงน้อยกว่า (Dhaliwal, et al. Br J Dermatol. 2019;180(2):289-296.)

สีเขียว สูตรผสมของ Propylene Glycol, Menthol, Methyl Diisopropyl Propionamide, Ethyl Menthane Carboxamide, Menthyl Lactate, Hydroxypropyl Cellulose และ Acrylates Copolymer มีชื่อทางการค้าว่า Hydrosal® FreshCool ซึ่งเป็นวัตถุดิบของทาง Salvona ประเทศอเมริกา มีลักษณะเป็นระบบนำส่งแบบแคปซูล (Encapsulated) ที่เก็บกักเอาสารให้ความเย็นในกลุ่ม Menthol และอนุพันธ์เอาไว้ เพื่อค่อยๆ ให้แตกตัวปลดปล่อยสารให้ความเย็นออกมาให้เรารู้สึกสดชื่นได้อย่างยาวนาน

หน้าตาของแคปซูลที่บรรจุเอา Menthol และอนุพันธ์ไว้ภายใน ให้ความรู้สึกเย็นช้าๆ ได้อย่างยาวนาน (Image from Salvona Encapsulation Technologies)

ภาพนี้เป็นการเปรียบเทียบความรู้สึกเย็นจากการใช้ Hydrosal FreshCool เทียบกับ Menthol เปล่าๆ จะเห็นว่าให้ความเย็นได้ยาวนานกว่า (Image from Salvona Encapsulation Technologies)

สีส้ม: วิตามินอี คู่กับวิตามินซี ซึ่งใช้รูปแบบ Caprylyl 2-Glyceryl Ascorbate ซึ่งเป็นวัตถุดิบวิตามินซีที่น่าสนใจจากทาง Seiwa Kasei ประเทศญี่ปุ่น ที่ดัดแปลงโครงสร้างเอาวิตามินซีมาจับกับ Glycerin และเติมหมู่ไขมัน Caprylic acid ลงไปอีก 1 เสต็ป เพื่อเสริมความคงตัวให้น้อง สำหรับตัววิตามินซีเอง ก็มีประโยชน์ที่ดีกับผิวหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเป็น Antioxidant, Whitening และการดูแลเรื่องการสังเคราะห์คอลลาเจนของผิว

นอกจากนี้แล้วยังมีสารไขมันทดแทนให้แก่ผิว (แทนด้วยสีฟ้า) มี Sodium hyaluronate ที่ดูแลเรื่องความชุ่มชื้นผ่านการเติมน้ำให้ผิว และยังมีสารสกัดจากพืชและสารธรรมชาติอีกหลากหลายชนิดที่ดูแลผิวได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นด้านของ

  • ผิวแข็งแรง
  • Whitening
  • Firming/anti-aging
  • ดูแลเรื่องการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว

สำหรับเรื่องการใช้งาน ส่วนตัวมองว่าเนื้อครีมแม้จะดูข้น แต่ว่าพอได้ทดลองจริงแล้วก็พบว่าเกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ไม่เหนอะหนะหนักผิว ซึมไว/แห้งไว ไม่เหนอะหนะ แล้วก็ออกแบบมาได้คำนึงถึงคนใช้งาน คือ ไม่ได้เลอะหมอน แต่ส่วนตัวจะใช้วิธีทาแล้วทำอะไรอีกสักพักก่อนลงไปนอน ไม่ได้ทาแล้วขึ้นเตียงเลย ก็ถือว่าเขาทำมาได้ดีมาก

ในด้านของความรู้สึกหลังใช้ คิดว่า ถ้าเป็นเรื่องความชุ่มชื้นนี่ตอบโจทย์ค่อนข้างมาก แต่ถ้าเรื่องของ Whitening และริ้วรอย ตอนช่วงนี้ไม่ได้มีปัญหาเหล่านี้มากนัก ประกอบกับระยะเวลาที่ใช้ยังค่อนข้างสั้น เลยยังฟันธงไม่ได้ แต่ก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในทางดีค่ะ

สำหรับสินค้าตัวนี้ ทางเพจก็ขอขอบคุณทางแบรนด์ One Of ที่เลือกให้เป็น 1 ในกลุ่มสุด Exclusive กลุ่มแรกๆ ที่ได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ ที่คัดเลือกเอานวัตกรรมจาก 2 สถาบันชั้นนำของชาติมารวมกัน และเสริมเข้ามาด้วยส่วนผสมอีกหลากหลายจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อดูแลผิวเราได้อย่างลงตัว

สำหรับผู้ที่สนใจ ผลิตภัณฑ์นี้จะเปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 29 ก.ค. 66 นี้ และมีเปิดรับ Pre-order ตั้งแต่ช่วง 27 ก.ค. นี้ค่ะ

รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

Facebook: https://web.facebook.com/OneOfthailand

Instagram: https://www.instagram.com/oneof_th/

TikTok: https://www.tiktok.com/@oneof_th

Website: https://oneof-th.com/

Line@: https://linktr.ee/oneof_th

Line ID: @OneOf-th

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ One Of การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ