Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม ครีม De Latex ที่มีส่วนผสมของ Lavish C SerumTM นวัตกรรมอันทรงคุณค่าจากเซรั่มน้ำนมยางพารา

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่มีรีวิวครีม De Latex ที่มีส่วนผสมของ Lavish C SerumTM จากเซรั่มน้ำนมยางพาราฝากกันค่ะ

Lavish C SerumTM นี้เป็นสารสกัดจากเซรั่มของน้ำนมยางพาราสายพันธุ์ Hevea brasiliensis ที่พัฒนามาโดยนักวิจัยด้านชีวเคมีของประเทศมานานนับ 20 ปี ภายใต้การทดลองกว่า 1200 ครั้ง

โดยเจ้า Lavish C SerumTM นั้นทางแบรนด์ Claim ว่าเป็นสารสกัดพิเศษที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของครีมเดอลาเทกซ์เท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากสารสกัดเซรั่มน้ำนมยางพาราทั่วไป เนื่องจากได้มีการนำสารสกัดเซรั่มน้ำนมยางพารามาวิจัยและพัฒนาสูตรต่อเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด โดยมีงานวิจัยจาก TCELS รองรับถึงผลการวิจัยนี้จนได้เป็นสารสกัด Lavish C SerumTM ออกมาค่ะ

ว่ากันว่าสารสกัด Lavish C SerumTM ของแบรนด์สกัดมาจากน้ำนมยางพาราของต้นยางร่วม 200,000 ต้นเลยทีเดียว

ผลิตภัณฑ์ที่จะมารีวิวในวันนี้เป็นครีมจากแบรนด์ De Latex กับ Lavish emulsionTM Intensive white-repair serum ค่ะ

 

วันนี้จะเริ่มตั้งแต่แกะกล่องกันเลยค่ะ

เวลาเราแกะกล่องทางแบรนด์จะห่อกระดาษไขสีเขียวที่พิมพ์ตราของแบรนด์มาค่ะ

IMG_20170725_142057.jpg

แกะ Bubble ออกเราก็จะเจอกล่องของ De Latex วางอยู่

IMG_20170725_142258.jpg

ตัวเซรั่มมาในขวดอคริลิกสีเขียวใส ฝาสีชมพู Rose gold ดูหรูหราสวยงาม

de 4

เนื้อครีมเป็นแบบน้ำนม ทางแบรนด์เคลมมาว่า เป็นลักษณะเนื้อครีมที่ได้รับการพัฒนาและวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญว่าเป็นเนื้อครีมที่เหมาะสมสำหรับสารสกัด Lavish C Serum ที่จะทำให้สารสกัดยังคงประสิทธิภาพ และให้ผลลัพธ์ที่ต้องการได้ดีค่ะ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จะออกไปในแนวๆสมุนไพรหน่อยๆ

de 6

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้สัมผัสบางเบา และแห้งสนิท แต่ก็ยังพอชุ่มชื้นดี

de 7

วัดค่า pH ซักหน่อยนะคะ

de 8

ค่า pH อยู่ที่ประมาณ 5 – 6 ค่ะ ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

สผส delaetx

จากส่วนผสมมี่ได้ทำสีไว้ให้แล้วนะคะ

สีม่วง Hevea brasiliensis extract คือ สารสกัดจากเซรั่มน้ำนมยางพารา หรือ Lavish C SerumTM นางเอกของเรานั่นเองค่ะ

อย่างที่ได้เกริ่นไว้ว่า สารสกัด Lavish C SerumTM นี้ เป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์ค่ะ ซึ่งทางแบรนด์ Claim ว่า ประกอบด้วยสารบำรุงที่มีประโยชน์หลายชนิด อาทิเช่น

  • AHA จากธรรมชาติ ช่วยในการผลัดผิว เพิ่มความชุ่มชื้น
  • Ergothionine เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี หรือ Super antioxidant ช่วยชะลอวัย ป้องกันริ้วรอย
  • Zinc และ BHA ควบคุมความมัน ลดการอุดตัน ลดการเกิดสิว และช่วยกระชับรูขุมขน
  • กรดอะมิโน 17 ชนิด และแร่ธาตุอีกหลายชนิด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน

สารสกัดนี้ ทางแบรนด์ยังกล่าวว่าได้เตรียมโดยใช้ Synchronical coactive technology ซึ่งจะไปก่อฟิล์มบางๆมาเคลือบที่ผิวเพื่อช่วยส่งเสริมการดูดซึมของสารบำรุงต่างๆให้เข้าสู่ผิวได้ดีขึ้นพร้อมเพิ่มความชุ่มชื้น ตรงนี้มี่คิดว่า อารมณ์น่าจะคล้ายๆผล Occlusive ที่เคลือบปกป้องผิว เมื่อมีผล Occlusive แล้ว ก็จะให้ประโยชน์ด้านความชุ่มชื้น กับเรื่องการดูดซึมสารเข้าสู่ผิว เหมือนเรามาสค์หน้าค่ะ

สีเขียว เป็นกลุ่มของสารบำรุงอื่นๆ ได้แก่

  • Enantia chlorantha bark extract คือ สารสกัดจากต้นไม้ชนิดหนึ่งที่พบในแถบแอฟริกา ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้มีคุณสมบัติยับยั้งเอนไซม์ 5α-reductase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่สร้างฮอร์โมนเพศชายชนิด Dihydrotestosterone ซึ่งมีฤทธิ์แรงขึ้น เป็นสาเหตุหนึ่งของผิวมัน สิว และผมร่วง บางแหล่งบอกว่ามีคุณสมบัติลดการอักเสบ
  • Glycyrrhiza glabra extract คือ สารสกัดจากชะเอม มีคุณสมบัติลดการอักเสบระคายเคือง และเป็น Whitening โดยไปยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว
  • Tocopheryl acetate คือ รูปแบบหนึ่งของวิตามินอี เป็น Antioxidant
  • Soluble beta-glucan เป็นสารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยปรับสภาพผิว และช่วยให้ผิวแข็งแรง
  • N-acetyl glucosamine เป็นน้ำตาลชนิดหนึ่งซึ่งเป็นหน่วยย่อยของ Hyaluron ในผิว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น สารนี้มีรายงานการวิจัยกล่าวว่าสามารถควบคุมการผลัดเซลล์ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น (Int J Cosmet Sci. 2010;32(3):234.) กระตุ้นการสังเคราะห์ Collagen และ Hyaluronic acid ในผิว ช่วยชะลอการแก่ตัวของเซลล์ Fibroblast (Int J Cosmet Sci. 2013;35(5):472-6.)
  • Allantoin มีคุณสมบัติลดการระคายเคืองของผิว

 

ส่วนของเบส เป็นเบสแบบน้ำนม มีส่วนผสมของน้ำ ร่วมกับน้ำมันสังเคราะห์ที่มีสัมผัสบางเบา ไม่มีส่วนผสมของ Silicone และ Alcohol

สารไขมัน Isopropyl palmitate เป็นกลุ่ม Ester ที่อาจจะอุดตันรูขุมขนได้ในบางคน

 

เอาหล่ะ มาให้คะแนนดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง: มีส่วนผสมของสารบำรุงอยู่หลายชนิด และตัวหลักที่เป็นนางเอกอย่าง Lavish C SerumTM ถ้าดูจากลำดับของส่วนผสมแล้วน่าจะใส่มาในระดับหนึ่งเลยทีเดียว รวมกับสารบำรุงอื่นๆแล้ว ครีมนี้มีผลดีต่อด้านความชุ่มชื้น การชะลอวัย ควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน ลดการอักเสบระคายเคือง และมีส่วนที่ให้ประโยชน์ด้าน Whitening อยู่ โดยรวมจึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ: เป็นเบสน้ำนมที่ทำมาได้ดี เลือกใช้สารไขมันที่ให้สัมผัสบางเบา ไม่เหนอะหนะ ส่วนของสารปรุงแต่งอื่นๆก็ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เพียงแต่ในส่วนของเบส มีการใช้ Isopropyl palmitate เป็นกลุ่ม Ester ที่อาจจะอุดตันรูขุมขนได้ในบางคน แต่ด้วยคุณสมบัติของสารสกัดจากเซรั่มน้ำยางพารา Lavish C SerumTM ที่ผ่านการวิจัยมาแล้วว่าช่วยลดการเกิดสิวได้ และส่วนตัวมี่เองก็ใช้มาร่วม 3 อาทิตย์ ก็ไม่เจอปัญหาอะไร แต่เพื่อความยุติธรรมจึงขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน: ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเนื้อครีม ทางแบรนด์ว่า กลิ่นเฉพาะตัวของครีมนี้มาจากตัวเซรั่มน้ำนมยางพารา หรือ Lavish C SerumTM นางเอกของเรานั่นเองค่ะ ทางแบรนด์เคลมว่า หลังอาสาสมัครใช้จะรู้สึกผิวตึงกระชับขึ้นมาทันที ใช่ค่ะ อันนี้มี่ก็รู้สึกว่าผิวจะตึงกระชับขึ้นมา ส่วนเนื้อครีมจะค่อนข้างบางเบา ประโยชน์ที่ได้มาก่อนเลย คือ เรื่องของการควบคุมความมัน อันนี้เห็นได้ตั้งแต่วันแรกเลย ลดการเกิดสิว ส่วนผลด้านอื่นๆ เช่น ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น ยืดหยุ่น และความนุ่มฟู จะตามมา ตัวนี้ถ้าใครที่มีผิวแห้งแบบมี่ อาจจะต้องหาครีมอื่นมาทาทับอีกชั้นนะคะ ส่วนตัวมี่คิดว่าครีมเบาสบายผิวก็จริง แต่มันยังจะชุ่มไม่พอกับระหว่างวัน และโดยเฉพาะตอนนอน อารมณ์ว่าทาแล้วไปนอน เช้าตื่นมาหน้าแมทท์สวย ไม่มันเยิ้มเลอะเทอะ โดยรวมถือว่าค่อนข้างชอบค่ะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

คะแนน de

สุดท้ายนี้ขอบคุณทางแบรนด์ De Latex ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/creamdelatex/

Instagram: creamdelatex

http://www.creamdelatex.net

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ De Latex การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Gel-cream จากสารสกัดน้ำยางพารามา Nuceara Beauty several effects facial youthful radiant cream

สวัสดีค่ะ

ยางพารานี่เป็นเสมือนพืชมหัศจรรย์เลยนะคะ ราคาน้ำยางดิบตกต่ำ ก็ยังมีการค้นคว้าวิจัยเอามาสกัดทำเครื่องสำอางได้อีก

ว่าแล้ววันนี้มี่ก็มีรีวิวเจลครีม “Gel-cream” จากสารสกัดน้ำยางพารามาฝากกันค่ะ

กับ Nuceara Beauty several effects facial youthful radiant cream ค่ะ

nu 1

ตัวกล่องจะเป็นเงาๆแบบเมทัลลิคค่ะ ดูสวยหรูไปอีกแบบ

 

เปิดมาครั้งแรกจะเจอกับคำว่า “Miratier experience”

nu 2

เอ๊ะ Miratier คืออะไร

Miratier ก็คือ ชื่อทางการค้า (ยี่ห้อ) ของสารสกัดจากเซรั่ม (น้ำใสที่อยู่ในน้ำยาง) ของยางพารา ที่ผ่านการค้นคว้าวิจัยมามากมาย และที่สำคัญ คือ เป็นวัตถุดิบฝีมือคนไทยด้วยนะคะ

เซรั่มของน้ำยางพารานี้ประกอบด้วยคุณสมบัติที่ดีกับผิวหนังหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น

  • ด้าน Whitening เพราะมีส่วนประกอบของ Protease inhibitor ที่ช่วยยับยั้งการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมาเห็นเป็นสีผิว
  • กรดอินทรีย์ทั้ง AHA และ BHA ที่ช่วยเรื่องการผลัดผิว ลดการอักเสบ ลดการอุดตัน
  • กลุ่มของน้ำตาล และกรดอะมิโน ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
  • แร่ธาตุ Zinc ที่มีประโยชน์เรื่องควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน
  • สารประกอบเชิงซ้อนของ Zinc กับกรดอะมิโนต่างๆ เช่น Zinc-aspartate ที่ให้ผลดีเกี่ยวกับด้านสิว
  • เบต้ากลูแคน ที่ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกัน และเพิ่มความชุ่มชื้นในผิว

 

เกริ่นไปซะยืดยาว เปิดฝากล่องออกด้านในจะพบกับกระปุกครีมค่ะ

nu 3

ตัวกระปุก เป็นกระปุกสีครีม ฝาสีเงิน

 

เนื้อครีมด้านในจะมีสีครีม เนื้อจะดูหยุ่นๆแบบเจล แต่ลักษณะปรากฏจะเป็นสีน้ำนมแบบครีม เลยมีชื่อเรียกว่า Gel-cream

nu 4

ตัวเจลเนื้อบางเบา ซึมไว แห้งไว ไม่เหนอะหนะ

 

nu new 1.jpg

มีกลิ่นหอม ทาแล้วทิ้งไว้ซักพักเราจะรู้สึกตึงๆ อารมณ์แบบประคบเย็นแล้วรูขุมขนกระชับ

nu new 2.jpg

วัดค่า pH กันซักหน่อย

nu 7

อยู่ที่ราวๆ 5 ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดีนะคะ

 

 

มาดูส่วนผสมบ้างดีกว่าค่ะ

สผส nuceara

ครีมตัวนี้ทางแบรนด์ Claim เรื่องส่วนประกอบที่ช่วยเสริมความกระจ่างใสให้ผิว ที่ทำงานได้ถึง 5 ระดับของวงจรการเกิดเมลานิน ลดการสร้างเมลานิน เพื่อทำให้รอยดำจางลงอย่างรวดเร็ว ด้วยสารสกัดจากสมุนไพร 5 ชนิด จัดการกับ 5 ระดับกระบวนการผลิตสีผิวที่ผิดปกติ

  • หยุดการเกิด เมลานินขั้นที่ 1 : ป้องกันไม่ให้เซลล์ผิวส่งสัญญาณไปเพื่อผลิตเมลานิน ด้วยสารสกัดธรรมชาติ Scutellaria
  • หยุดการเกิด เมลานินขั้นที่ 2 :ลดการกระตุ้นการผลิตเมลานิน ด้วยสารสกัดธรรมชาติ Licorice Flavonoid
  • หยุดการเกิด เมลานินขั้นที่ 3: ขัดขวางการออกฤทธิ์ของเอนไซน์ทีใช้ผลิตเมลานิน ด้วยสารสกัดธรรมชาติ Mulberry extract
  • หยุดการเกิด เมลานินขั้นที่ 4 : ยับยั้งการส่งเมลานินไปยังเซลล์ผิว ด้วยสารสกัดธรรมชาติ Artemisia Capillaris
  • หยุดการเกิด เมลานินขั้นที่ 5 : ช่วยกระตุ้นการผลัดผิวและสลัดเมลานินออกไป ด้วยสารสกัด ธรรมชาติ Jujube

เดี๋ยวลองมาดูส่วนผสมกันดีกว่าค่ะ

 

ในส่วนของสารบำรุงมี่ทำไว้ 3 สีค่ะ สีน้ำตาล คือ พระเอกของครีมตัวนี้ คือ สารสกัดจากเซรั่มน้ำยางพารา หรือ Miratier ที่มี่ได้เล่าให้ฟังในด้านบนนั่นเอง

สีเขียว Xylitylglucoside, Anhydroxylitol และ Xylitol เป็นวัตถุดิบที่นำเข้าจากฝรั่งเศส ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าให้ผลช่วยให้ผิวแข็งแรง เพิ่มการเก็บกักน้ำให้ผิว เพิ่มการสร้าง Hyaluron และไขมันที่เป็น Barrier ตามธรรมชาติของผิว

 

สีฟ้าเป็นกลุ่มของสารบำรุงเช่นกันค่ะ นอกจากสารบำรุงตาม 5 Step ที่ได้เล่าไว้ในด้านบนแล้วก็ยังมี

  • Lactobacillus/Nelumbo Nucifera Seed Ferment Filtrate ตัวนี้เป็นสารสกัดที่ได้จากการหมักเมล็ดบัวของญี่ปุ่น หรือ Byakuren อันนี้มี Story ค่ะ ว่ากันว่า ดร.โอกะ ได้ค้นพบเมล็ดบัวในจังหวัดชิบะ อายุ 2000 ปี และเมื่อนำมาเพาะแล้วยังสามารถเติบโต ผลิบานได้อยู่ ทำให้เมล็ดบัวจึงเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตจากธรรมชาติ ปกติเวลาหมักจุลินทรีย์จะย่อยสลายสารองค์ประกอบในเม็ดบัวให้มีขนาดเล็กลง สารเหล่านี้จึงซึมเข้าผิวได้ง่ายขึ้น และออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น
    สารสกัดนี้ผู้ผลิตเคลมว่ามีบทบาทเกี่ยวกับการชะลอวัย ลดริ้วรอย ช่วยปรับตาข่ายผิวให้ดูเรียบเนียนเหมือนวัยสาว ช่วยให้ผิวชั้นนอกแข็งแรง และประกอบด้วย Lactic acid จากธรรมชาติช่วยส่งเสริมการผลัดผิวออก ให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
  • Tetrasodium Tetracarboxymethyl Naringeninchalcone วัตถุดิบของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นสารที่ดัดแปลงมาจากพืชตระกูลส้ม มีคุณสมบัติลดการอักเสบระคายเคือง เป็น Antioxidant และช่วยให้หลอดเลือดฝอยแข็งแรง

ตัว Tetrasodium Tetracarboxymethyl Naringeninchalcone นี้ทางแบรนด์มี Concept เกี่ยวกับ การช่วยลดผิวหมองคล้ำจากโทนแดง ที่เป็นโทนผิวหมองคล้ำระหว่างวัน ที่จะหมองคล้ำขึ้นเมื่ออากาศร้อน หรือช่วงเที่ยงของวัน ใครที่ออกแดดเดินไปเดินมาแล้วแก้มแดงๆ หน้าแดงๆ หรือรู้สึกรองพื้นดูหมองๆ ตัวนี้จะเพอร์เฟคมาก

ในส่วนของเบสหรือเนื้อผลิตภัณฑ์ดูคล้ายกับเบสแบบ Gel เพราะมีส่วนผสมของสารก่อเจล และมีส่วนผสมของสารน้ำมันสังเคราะห์อย่าง Isononyl isononanoate ที่มีความเบา ไม่เหนอะหนะ

 

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. ส่วนผสม: ในส่วนของสารบำรุงนั้นค่อนข้างมาเต็ม เพราะนอกจากเซรั่มน้ำยางพาราสารพัดประโยชน์แล้ว ยังเสริมมาด้วยส่วนผสมที่เป็น Whitening ที่ออกฤทธิ์เสริมกันได้เป็นอย่างดี ครอบคลุมแทบจะทุกขั้นตอนของการสร้างเม็ดสีผิว และยังมีสารที่ให้ผลเกี่ยวกับความแดงอีก สารบำรุงนอกจากเซรั่มน้ำยางพารา Miratier ของคนไทยแล้ว ก็ยังมีทั้งนำเข้าจากญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศสถ้าไม่ให้คะแนนเต็ม 5 ฟลาสก์ ก็คงจะไม่ได้
  2. การใช้งาน เจลครีมตัวนี้น่าจะเหมาะกับทุกสภาพผิว ใช้ตอนเช้าเป็น Primer ก่อนลงกันแดด และแต่งหน้าก็ดีค่ะ มี่รู้สึกว่ามันจะคุมมันได้หน่อยๆ แต่ก็ไม่ถึงกับแห้งจนเกินไป ในด้านของรอยแดงระหว่างวันมี่ว่าตัวนี้เวิร์คนะคะ ไม่ค่อยเห็น Concept แบบนี้เท่าไหร่ ดูมีเอกลักษณ์ดีค่ะ ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบนะคะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

คะแนน nu

สำหรับสนนราคาของครีม Nuceara several effects facial youthful radiant cream ตอนนี้ทางแบรนด์จัดโปรอยู่ที่ราคา 450 บาท/30 ml จากราคา 690 บาท ตก 15บาท/ml ค่ะ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Nuceara beauty ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

Facebook : https://www.facebook.com/nucearaThailand/

Line : @nuceara

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Nuceara การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมน้ำตบยางพารา Apara The first care para activating essence

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่จะมารีวิวน้ำตบตัวหนึ่งที่น่าสนใจให้ชมกันค่ะ

เป็นน้ำตบที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากยางพารา สารสกัดยางพารานี้เป็นผลงานการวิจัยของคนไทย และมีอนุสิทธิบัตรรองรับด้วยค่ะ

กับน้ำตบ The first care para activating essence จากแบรนด์ Apara นั่นเองค่ะ

มาดูหน้าตากันก่อนเลยนะคะ

apara-3

มาในกล่องกระดาษสีขาวเงาเหลือบมุกดูเรียบง่ายแต่หรูหรา

ด้านในเป็นขวดพลาสติกอย่างหนา

apara-4

ลวดลายที่ขวดมีความหมายนะคะ

postcard

เป็นลายที่ทำเลียนแบบตอนกรีดยางค่ะ ดูมี Gimmick เก๋ไก๋สวยงาม

เนื้อน้ำตบเป็นเนื้อน้ำนม

apara

ตัวน้ำตบมีกลิ่นอ่อนๆ น่าจะเป็นกลิ่นของสารสกัดยางพาราที่ผสมๆกับน้ำมันหอมระเหยจากกุหลาบ เนื้อค่อนข้างเบา เกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่เหนอะหนะ

apara-2

วิธีใช้ของมี่คือ ใช้หยดลงบนฝ่ามือ ส่วนตัวมี่จะใช้ในขนาดประมาณเหรียญ 5 บาท แล้ว Warm เล็กน้อย ก่อนตบเบาๆบนหน้า ทั้งเช้าและเย็น หลังล้างหน้าเรียบร้อยแล้วค่ะ

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa-apara

ในส่วนผสมมี่ได้ทำสีส่วนผสมของสารบำรุงไว้แล้วค่ะ

เริ่มกันที่สีน้ำเงิน พระเอกของเรา คือ Hevea brasiliensis extract คือ สารสกัดจากยางพารานั่นเองค่ะ สารสกัดนี้เป็นสารสกัดที่เกิดจากงานวิจัยอันทรงคุณค่าของ รศ.ดร.รพีพรรณ วิทิตสุวรรณกุล ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (หรือ ม.อ.) เมธีวิจัยอาวุโสของสกว. ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศทางชีววิทยาศาสตร์ หรือ TCELS

สารสกัดนี้มีที่มาจากการที่ทีมนักวิจัยสังเกตว่าชาวสวนที่กรีดยางส่วนใหญ่มีผิวพรรณดี เลยนำมาศึกษา พบว่าในสารสกัดจากน้ำยางพารา ประกอบด้วยสารที่มีประโยชน์ในทางเครื่องสำอางหลายชนิด ที่น่าสนใจคือ

  • สารกลุ่ม Antioxidants ที่ช่วยชะลอวัย
  • สารกลุ่ม Protease inhibitor ซึ่งทำงานในการขัดขวางการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมาเห็นเป็นสีผิว
  • น้ำตาลหลายๆชนิด ช่วยดูดน้ำให้ผิวเพิ่มความชุ่มชื้น
  • กรดอินทรีย์จำพวก AHA และ BHA
  • วิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิด

(ข้อมูลจาก TCELS)

สารสกัดนี้ยังมีการทดสอบประสิทธิภาพด้าน Whitening ลดการเกิดฝ้าในอาสาสมัครด้วยค่ะ โดยมีกลไกในการเป็น Whitening 2 ขั้นตอน คือ ลดการสร้างเม็ดสีผิว และลดการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมาข้างนอก

สารสกัดนี้ได้รับอนุสิทธิบัตรคุ้มครองด้วยค่ะ โดยในอนุสิทธิบัตรจะเคลมเรื่อง Peptide ที่มีผลด้าน Whitening (อนุสิทธิบัตรไทย เลขที่คำขอ 0603001971)

สารสกัดจากทาง TCELS มี Claim ว่า นอกจากช่วยเรื่อง Whitening แล้ว ยังให้ผลดีด้านลดการอักเสบของสิว ควบคุมความมัน และช่วยลดเลือนริ้วรอย

ในส่วนของสารบำรุงอื่นๆจะเป็นกลุ่มสีฟ้า ได้แก่

  • Witch hazel หรือ Hamamelis virginiana extract มีคุณสมบัติควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน
  • คาโมมายล์ หรือ Chamomilla recutita extract มีคุณสมบัติลดการระคายเคือง ลดการอักเสบ และให้ความรู้สึกสบายผิว
  • ใบ Artichoke หรือ Cynara scolymus extract น่าจะเป็นวัตถุดิบของฝรั่งเศส ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่า สารสกัดประกอบด้วยเปปไทด์ที่มีคุณสมบัติควบคุมปริมาณของ EGF receptor บนเซลล์ผิวให้มีจำนวนปกติมีผลเพิ่มการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนัง ทำให้ชั้นผิวหนาตัวขึ้น ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในผิว และยับยั้งการทำงานของ MMP-1 ที่เป็นเอนไซม์ย่อยสลายคอลลาเจนในผิว
  • Sodium PCA เป็น Natural moisturizing factor ตามธรรมชาติในผิว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
  • สารสกัดจากบัวบก หรือ Centella asiatica extract มีคุณสมบัติเด่นด้านการชะลอวัย และริ้วรอย
  • Niacinamide หรือ วิตามินบี 3 มีคุณสมบัติหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น Whitening, ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น Barrier function ของผิว
  • ว่านหางจระเข้ มีคุณสมบัติด้านความชุ่มชื้น

สีเขียวคือน้ำมันหอมระเหยจากกุหลาบ ซึ่งมีคุณค่ามีราคาแพง ให้คุณสมบัติเด่นด้าน Soothing หรือ ให้ความรู้สึกสบายผิว

ในส่วนของเนื้อหลัก และ สารปรุงแต่งของผลิตภัณฑ์ ก็ทำมาได้ดี และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวอยู่เลยค่ะ

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. สารบำรุง หรือ Active ingredients เป็นน้ำตบที่ใช้สารสกัดจากยางพาราเป็นพระเอก พระเอกของเราในวันนี้ก็ให้ผลดีในหลายๆด้านไม่ว่าจะเป็น Whitening, ชุ่มชื้น และชะลอวัยลดริ้วรอย เสริมมาด้วยนักแสดงสมทบอย่างสารสกัดพืชอีก 5 ชนิด ตัวที่มาเป็นพระรองคงนี้ไม่พ้นใบ Artichoke จากฝรั่งเศส ที่มีคุณสมบัติเด่นในด้านการลดและป้องกันริ้วรอย และสารสกัดอื่นๆที่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว ตบท้ายด้วยวิตามินบี 3 และ Sodium PCA ที่เป็น Natural moisturizing factor ตามธรรมชาติในผิว จึงถือว่าทำมาได้อย่างลงตัว รับไป 5 ฟลาสก์
  2. เนื้อหลัก หรือ Base ถึงจะดูเป็นน้ำนม แต่ก็ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันที่อาจจะรบกวนและอุดตันผิวอยู่ มีสารที่ให้คุณสมบัติดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และไม่มี Alcohol ไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  3. สารปรุงแต่ง หรือ Additives ไม่มีทั้งซิลิโคน น้ำหอม และพาราเบน ใช้น้ำมันหอมระเหยจากดอกกุหลาบเป็นตัวให้กลิ่น นอกจากนี้ก็ไม่มีส่วนผสมของสารอื่นๆที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนนเช่นกัน รับไป 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ถ้าตัดเรื่องนวัตกรรมและสิทธิบัตรไทยออกไป น้ำตบ Apara เป็นน้ำตบที่ดูภายนอกเหมือนจะมันและหนักผิวเพราะมาในรูปแบบน้ำนม แต่พอใช้จริงกลับซึมไวและ หลังใช้ครั้งแรกก็จะรู้สึกว่าผิวชุ่มชื้น และรู้สึกเบา สบายผิว หลังจากใช้มาเกือบ 2 สัปดาห์จะรู้สึกด้านความสม่ำเสมอของสีผิว และความนุ่มฟูของผิวหน้า มีติแค่เรื่องกลิ่นเล็กน้อย แต่เข้าใจว่า น่าจะเป็นกลิ่นของวัตถุดิบและส่วนผสม โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี และมี่ค่อนข้างชอบ เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99-apara

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Apara ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์นวัตกรรมดีๆฝีมือคนไทยมาให้มี่ได้ทดลองใช้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/apara.thailand/

และขอขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Apara การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ