Review ยีสต์โฟมตัวดังจากเกาหลี Skindom yeast whip foam

Review ยีสต์โฟมตัวดังจากเกาหลี Skindom yeast whip foam

วันนี้มี่แวะเอา Whip Foam Cleanser จากเกาหลีมารีวิวให้ชมกันค่ะ

Whip foam วันนี้เป็น Yeast ultra deep cleansing whip foam จากแบรนด์ Skindom ค่ะ

ขอเรียกสั้นๆ ว่า “Yeast whip foam” นะคะ

ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Skindom ที่มี่รีวิวไปในกระทู้ก่อนๆก็จะมีตัว Ampoule mask กับตัว Ampoule serum ทั้งสองอัน ติดตามได้ตามลิงค์นี้เลยค่ะ

ลิงค์สำหรับอ่านรีวิว Ampoule mask

ลิงค์สำหรับอ่านรีวิว Ampoule serum

วันนี้มาดูวิปโฟมดีกว่าค่ะ ถ้าพูดถึงวิปโฟม ปกติจะคิดถึงทางฝั่งค่ายญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยเจอกับทางฝั่งประเทศอื่น แต่ตอนนี้เรามีของเกาหลีแล้วนะคะ แล้วก็กำลังอินเทรนด์เลยด้วย ยอมรับว่ามี่ยังไม่เคยใช้วิปโฟมตัวดังตัวนั้นนะคะ พึ่งจะใช้ตัวนี้เป็นตัวแรกค่ะ

ควรใช้คู่กับตาข่ายตีฟองจะยิ่งได้ฟองที่เลอค่าขึ้นไปอีกค่ะ

IMG_0444-re

ผลิตภัณฑ์มาในหลอดบีบนุ่มๆสีขาวสะอาด มีตรา Ecocert ด้วยนะคะ

Ecocert

(แอบเอารูปมาจาก Google นะคะ)

Ecocert คืออะไร?

Ecocert เป็นหน่วยงานของประเทศฝรั่งเศสที่ให้การรับรองสินค้า Organic ต่างๆค่ะ ไม่ว่าจะเป็น อาหาร เครื่องสำอาง รวมไปถึงพวกผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในครัวเรือนต่างๆ

นอกจาก Ecocert ผลิตภัณฑ์ยังได้ตรา KFDA (องค์การอาหารและยาเกาหลี) และ USFDA ของอเมริกาด้วยค่ะ

โฟมตัวนี้พอบีบออกมาก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากโฟมล้างหน้าทั่วไปค่ะ จะเป็นเนื้อวาวๆเหลือบมุกสวยงาม มีกลิ่นหอมอ่อนๆ

faom

แต่พอตีฟองกับตาข่ายตีฟองเท่านั้นแหละค่ะคุณขา ฟองพรึ่บ นุ่มและละเอียดมากเหมือนวิปครีมจริงๆค่ะ

IMG_0448-re

สาวบ้าฟอง ฟินกับฟองเลยค่ะทีนี้

ฟองที่ได้มีความคงตัวสูงด้วยค่ะ ไม่ยุบตัวเร็ว ไม่แตกและหายไปไหน พอเอามาล้างหน้าก็จะนุ่มๆ รู้สึกดีค่ะ

ให้ดูความหนาของฟองชัดๆอีกซักรูป คงตัวมากนะจ๊ะ เอาช้อนตักออกมายังไม่หกเลอะเทอะเลย

foam 4-re

ทางแบรนด์ Claim วิธีใช้ไว้ 2 แบบนะคะ

1.แบบหนืด-ยืด-หยุ่น ให้บีบโฟมประมาณ 1 – 2 ซม. แล้วใช้มือแห้งๆตีโฟมให้หนืดๆแล้วค่อยเอามาล้างหน้าที่เปียกค่ะ

2.แบบฟอง-เนียน-นุ่ม ให้บีบโฟมประมาณ 1 ซม. แล้วใช้ตาข่ายตีฟองค่ะ

ของมี่ใช้แบบ 2 นะคะ >w<

ถ้าเทียบกับโฟมล้างหน้าที่มี่ใช้ทุกวันนี่จะเห็นได้ชัดเลยค่ะ

vs foam ใหม่

ตอนล้างเสร็จหน้าก็จะนุ่ม ไม่แห้งตึงค่ะ

มาดูส่วนผสมกันบ้างดีกว่าค่ะ

จุดเด่นของโฟมตัวนี้ได้แก่

1.เทคโนโลยีชีวภาพการหมักของยีสต์ ถั่วหมัก และแลคโตบาซิลลัสซึ่งเป็นจุลินทรีย์ชนิดดี หรือ Probiotic ค่ะ ค่ะ ข้อดีของยีสต์ วิปโฟม ตัวนี้คือเป็น Saccharomyces ทำให้หน้าใสเนียนนุ่มขึ้น ลดเลือนริ้วรอย และช่วยกำจัดแบคทีเรียบนใบหน้า ในขณะที่วิปโฟมทั่วไปจะทำความสะอาดเพียงอย่างเดียว นวัตกรรมการหมักนี้เป็นภูมิปัญญาของชาวเอเชียเรา ในระหว่างการหมัก จะเกิดปฏิกิริยาที่เรียกว่า “Bio-conversion” เป็นการที่ยีสต์ไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสารอาหารให้มีขนาดเล็กลง ออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น ดูดซึมได้ง่ายขึ้น และตอนนี้ทางฝั่งยุโรปและอเมริกากำลังให้ความสนใจมากถึงขนาดดาราหลายคนไม่ยอมใช้สกินแคร์ที่ไม่มียีสต์หมักกันเลย

2.สารสกัดจากพืช 7 ชนิดจากเทือกเขาแอลป์ ซึ่งเป็นสูตรผสมของวัตถุดิบที่มีชื่อทางการค้าว่า Giga White ที่ให้ผลเรื่องความขาว ดูแลผิวที่หมองคล้ำและเป็นฝ้าได้ ที่สำคัญคือทางแบรนด์เค้ารับรองถิ่นกำเนิดของส่วนผสมด้วยค่ะ

3.น้ำแร่ธารหิมะ (Glaciar) จากเทือกเขาแอลป์

Full ingredient list ค่ะ

yeast สผส

ขอแบ่งเป็นกลุ่มๆนะคะ

1.สารทำความสะอาด ตัวหลักน่าจะเป็นชนิด Soap (แปลว่าสบู่ หมายถึงสารที่เกิดจากปฎิกิริยาระหว่างกรดไขมันกับด่างค่ะ) คือ สารที่ได้จากปฎิกิริยาของ Stearic acid, Myristic acid, Lauric acid กับ Potassium hydroxide ค่ะ เสริมมาด้วย Cocamidopropyl betaine ที่เป็นชนิดสองประจุ มีความอ่อนโยน สามารถปรับสภาพผิวได้ ส่วนตัว Lauramide DEA เป็นตัวเพิ่มฟองค่ะ พวกนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับผิวและมีความอ่อนโยนมากกว่ากลุ่ม SLS/SLES ค่ะ

2.สารเติมน้ำ ได้แก่ Glycerin, Panthenol, Sodium hyaluronate, Mannitol พวกนี้เติมน้ำให้ผิวได้ดีและดูมีคุณค่ามากกว่าการใช้แค่ Glycerin กับ Propylene glycol เฉยๆ

3.สารออกฤทธิ์อื่นๆ จะเห็นว่ามีกลุ่มของสารที่ได้จากกระบวนการเทคโนโลยีการหมัก (Fermentation) พวกนี้ก็ให้ผลดีๆกับผิวหลายๆอย่าง ทั้งเรื่องชุ่มชื้น ลดการอักเสบในผิว และริ้วรอย ยังมีสารสกัดจากพืชอีกหลายชนิดตามสูตรผสมของ Giga white ที่ให้ผลเรื่องความขาว มีเอนไซม์ผลัดผิว 2 ตัว อย่าง Bromelain กับ Papain ช่วยย่อยสลายขี้ไคลอย่างอ่อนโยน ถึงแม้ว่ากลุ่ม Cleansing จะสัมผัสผิวแค่ไม่นานก็ต้องล้างออก แต่การมีสารออกฤทธิ์ย่อมต้องดีกว่าไม่มีแน่นอน

4.สารองค์ประกอบอื่นๆ ไม่มีตัวไหนมีพิษมีภัยอะไรกับผิวค่ะ

มาให้คะแนนดีกว่าค่ะ วันนี้มี 3 เกณฑ์นะคะ

1.สารทำความสะอาด เป็นกลุ่ม Soap ถึงแม้จะไม่ได้อ่อนโยนมาก แต่ก็ยังไม่ได้แรงเท่าสารทำความสะอาดที่ใช้กันเกลื่อนกลาดอย่าง Sodium lauryl ether sulfate หรือ SLES มีการเสริมด้วยสารกลุ่ม Betaine ช่วยลดระคายเคืองได้อีกต่อ จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์

2.สารออกฤทธิ์ หรือ Active ingredients นับรวมเอาสารเติมน้ำเข้ามาด้วย จากที่บรรยายไปเมื่อครู่จะเห็นว่ามาครบถ้วนทุกสิ่งอย่าง และก็อย่างที่บอก ถึงแม้ว่ากลุ่ม Cleansing จะสัมผัสผิวแค่ไม่นานก็ต้องล้างออก แต่การมีสารออกฤทธิ์ย่อมต้องดีกว่าไม่มีแน่นอน จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

3.การใช้งาน โฟมมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เป็นกลิ่นที่มี่ชอบพอดี แนวแป้งๆ หวานๆ อารมณ์ประมาณ Dairy + Honey กับมีกลิ่นดอกไม้จางๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย วิปโฟมละเอียดนุ่ม ให้สัมผัสที่ดี ล้างออกได้หมดจด ไม่ทำให้หน้าแห้งตึง อย่างไรก็ดี ล้างหน้าเสร็จอย่าลืมเติมน้ำคืนผิวภายใน 20 นาทีนะคะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Skindom ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามได้ที่

Facebook : http://www.facebook.com/SkindomThailand

Instagram : https://instagram.com/SkindomThailand

Website : http://www.skindomthailand.com

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ SKindom Thailand ค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s